ติ๊ง!
เสียงใสนั้นดังขึ้นในหัวของเขาอย่างคุ้นเคย ราวกับนาฬิกาปลุกจาก์ที่ตั้งเวลาไว้เที่ยงตรงทุกลมหายใจ
อคินลืมตาขึ้นในความมืดมิดอย่างแท้จริง
แสงจันทร์สีซีดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่บานเกล็ดแตกหัก
เผยให้เห็นตัวอักษรสีฟ้าเรืองแสงที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศตรงหน้าเขา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์]
"แปดชั่วโมง... เป๊ะเหมือนเดิม"
อคินพึมพำกับตัวเองในลำคอ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการขาดน้ำตลอด 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
'ฉันมีชีวิตอยู่แบบนี้... มาเดือนนึงแล้วสินะ'
เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ััได้ถึงความฝืดขัดของข้อต่อที่ไม่ได้ใช้งานมาครึ่งค่อนวัน
ตัวเลขสีฟ้าสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนตามมุมมองของเขาอย่างซื่อสัตย์
'เอาล่ะ... เวลาทำงานกะดึกของฉัน เริ่มขึ้นแล้ว'
เขายังไม่เข้าใจกฎข้อนี้ของ 'ระบบ' อย่างถ่องแท้
'ทำไมต้องเป็ 19:00 น. ถึง 03:00 น.? ทำไมต้องแปดชั่วโมงพอดี?... ช่างมันเถอะ'
เขาปัดความคิดน่ารำคาญทิ้งไป
ทันทีที่เขาขยับ ร่างสามร่างที่นอนขดอยู่มุมห้องก็เด้งตัวลุกขึ้นยืนในวินาทีเดียวกัน
พรึ่บ!
โบ้, ด่าง และ ขาว พวกมันบิดี้เีพร้อมกันราวกับนัดหมาย
ก่อนจะหันมามองเขาเป็ตาเดียว หางของพวกมันกระดิกเบาๆ รอคอยคำสั่งอย่างจดจ่อ
อคินรู้สึกถึงสายใยเชื่อมโยงที่มองไม่เห็นนั้นอีกครั้ง
มันเป็ความรู้สึกอุ่นวาบที่ท้องน้อย...
เขายังไม่ได้เอ่ยปาก แต่พวกมันก็พร้อมแล้ว สายสัมพันธ์นี้เข้มข้นและชัดเจนยิ่งกว่ามนุษย์คนไหนที่เขาเคยรู้จัก
"โอเค... วันนี้เราต้องหาเสบียง"
เขาพูดเสียงเบา แต่มั่นใจ
"ที่นี่ปลอดภัย แต่เรากินอากาศเป็อาหารไม่ได้"
ขบวนสี่ชีวิต ชายหนุ่มหนึ่งคนกับสุนัขสามตัว เคลื่อนออกจากวัดเขาแหลมสิงห์อย่างเงียบงัน
ย่างก้าวของอคินเบาหวิวราวกับขนนก
เขาเหยียบย่ำลงบนเศษใบไม้แห้งและกรวดหินบนทางเดินเก่าๆ แต่กลับแทบไม่เกิดเสียง...
จนตัวเขาเองยังแปลกใจ
คืนนี้เป็คืนข้างแรม แต่สำหรับอคิน รายละเอียดในความมืดกลับชัดเจนอย่างน่าประหลาด
เขามองเห็นรอยแตกบนถนนลาดยางเบื้องหน้า เห็นลวดลายของเปลือกไม้แต่ละต้นที่สั่นไหวตามลม
สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นคือ 'กลิ่น' หรือให้ถูกคือ 'การขาดหายไปของกลิ่น'
คืนก่อน ตอนที่พวกเขาหนีตายมาถึงที่นี่
กลิ่นคาวปลาเน่าและกลิ่นสาบสางที่รุนแรงจนแทบอาเจียนของพวก 'เมิร์ก' ยังคงตามหลอกหลอนเขา
แต่ที่นี่... ฝั่งแหลมสิงห์... มีเพียงกลิ่นเกลือจางๆ จากทะเล กลิ่นดินชื้น และกลิ่นซากเน่าเปื่อยจางๆ ของ... สิ่งอื่น
"ข่าวดีนะพวกเรา"
อคินกระซิบกับโบ้ที่เดินขนาบข้าง
"ดูเหมือนพวกตัวเหม็นนั่นจะไม่ตามเรามาที่นี่"
พวกเขาเริ่มสำรวจบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เชิงเขาที่สุดอย่างระมัดระวัง
อคินใช้ขวานดับเพลิงที่ยึดมาได้เป็อาวุธหลัก มันหนัก มั่นคง และสร้างความเสียหายได้รุนแรง
ส่วนที่เอวก็เหน็บมีดทำครัว และชะแลงไว้
เขาชี้มือเป็สัญญาณ สุนัขทั้งสามก็แยกย้ายกันไปคุมเชิงตามสัญชาตญาณที่พวกมัน... และเขา... เพิ่งค้นพบ
แกร... แกรก...
เสียงขูดขีดแ่เบาดังมาจากในบ้านหลังหนึ่งที่ประตูแง้มอยู่
อคินยกขวานขึ้นมาถือมั่นในระดับอก เขาเหลือบมองไปทางโบ้... สบตากันเพียงเสี้ยววินาที
'อ้อมไปหลังบ้าน'
เขาคิดในใจ
ราวกับอ่านความคิดเขาได้ โบ้ก็หันตัวและวิ่งอ้อมไปทางหลังบ้านอย่างเงียบกริบ ด่างกับขาวแยกออกซ้ายขวา ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู
อคินสูดหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นปูนหน้าบ้าน...
ตูม!
เขาถีบประตูไม้ที่ผุพังเข้าไปเต็มแรง เสียงไม้แตกดังลั่น!
ร่างที่เคยเป็ 'คน' ยังสวมชุดนอนสีฟ้าลายดอกไม้ หันขวับมาตามเสียง
ดวงตาขุ่นมัว ปากอ้ากว้างส่งเสียงครางน่ารังเกียจ แฮ่... มันพุ่งเข้าใส่เขาอย่างเชื่องช้าแต่อาฆาต
"ด่าง! ขาว! กัดขา!"
อคินะโ
ราวกับถูกกระตุกเชือก ด่างและขาวพุ่งเข้าใส่ 'ซอมบี้' ตัวนั้นจากสองทิศทาง
มันเสียหลักล้มลง อคินไม่รอช้า เขาก้าวเข้าไป สาวขวานสุดแรงเกิด
ฉับ!
ศีรษะที่เน่าเฟะหลุดออกจากบ่า ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของสุนัขทั้งสาม
อคินยืนหอบเล็กน้อย
"สุดยอด... "
เขาลูบหัวด่างที่เข้ามาคลอเคลีย
พวกเขากำจัดซอมบี้ลักษณะเดียวกันอีกสี่หรือห้าตัวในละแวกนั้น จำนวนไม่มากนัก
ดูเหมือนพื้นที่แถบนี้จะยังไม่ถูก 'สำรวจ' อย่างจริงจัง และนั่นคือโชคดีที่สุดของเขา
อคินเริ่ม 'รื้อค้น' อย่างเป็ระบบ
เขาพบอาหารกระป๋องที่ยังไม่หมดอายุหลายสิบกระป๋องในตู้กับข้าวของบ้านหลังหนึ่ง
และข้าวสารอีกเกือบเต็มถังในบ้านอีกหลัง
"เยี่ยม! แค่นี้ก็อยู่ได้อีกหลายวัน"
แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่อาหารกระป๋อง เขายัง้าเสบียง 'สด'
เขานำทีมมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ป่าชายเลนที่อยู่ไม่ไกลจากวัด
ที่นี่... สัญชาตญาณของเขากลับเฉียบคมขึ้นอีกระดับ อากาศชื้นและกลิ่นโคลนผสมเกลือทำให้เขารู้สึก... ตื่นตัว
ขณะที่กำลังเดินลัดเลาะไปตามทางดินที่ชื้นแฉะ อคินก็หยุดกึก หมาทั้งสามหยุดตามในทันที
"ชู่ววว..."
เขายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก แม้จะรู้ว่าไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขา
เขาได้ยิน...
จี๊ด... ติ๊ด... จี๊ด...
เสียงแหลมเล็กจนเกือบจะบาดแก้วหู และเสียงกรงเล็บขูดกับคอนกรีต... ดังมาจากใต้ดิน
หมาทั้งสามเริ่มขู่ในลำคอ แต่เขามั่นใจว่าเขาได้ยินมันก่อนพวกมันเสียอีก
เขาก้มลงมองท่อระบายน้ำปูนที่ปากท่อถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ เขาชี้นิ้วไปที่ปากท่อ...
"อยู่ในนั้น... ล้อมมันไว้"
เขาไม่ได้ออกคำสั่งเสียงแม้แต่คำเดียว โบ้ ด่าง และขาว กระจายตัวออกเป็รูปครึ่งวงกลมล้อมปากท่อไว้ทันที
พวกมันย่อตัวลงต่ำ ขนคอตั้งชัน แยกเขี้ยวขู่ในลำคอ
อคินเปลี่ยนไปใช้ชะแลง งัดเถาวัลย์ที่พันกันยุ่งเหยิงออก เผยให้เห็นความมืดมิดภายใน
วินาทีต่อมา... สิ่งหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากความมืด!
มันคือ 'หนู' แต่เป็หนูที่ขนาดใหญ่เท่าหมาพุดเดิ้ล ขนสีน้ำตาลเข้มเปียกชุ่มไปด้วยโคลน
ตาสีแดงก่ำสะท้อนแสงจันทร์ มันส่งเสียงขู่ฟ่ออย่างดุร้าย
"หนูั์!"
ฟ่อออ!
แต่ก่อนที่มันจะได้ทันตั้งตัว ฝูงสุนัขก็พุ่งเข้าใส่
การต่อสู้เป็ไปอย่างชุลมุน เสียงขู่คำราม เสียงกัด และเสียงร้องแหลมบาดหูของหนูั์ดังปะปนกัน
อคินไม่ปล่อยให้พวกพ้องสู้เพียงลำพัง เขาหาจังหวะและจามขวานลงไปที่กลางหลังของมัน
แคร้ง!
คมขวานปะทะกับกระดูกสันหลังเสียงดังลั่น มันร้องลั่น! แต่ก็สะบัดตัวหันมางับขาของขาว!
เอ๋ง!
ขาวร้องลั่นและะโถอยหลัง อคินเห็นเืสีเข้มไหลซึมออกมาจากแผล
'บ้าจริง!'
หนูั์ที่าเ็หันมาแยกเขี้ยวใส่เขา อคินยกขวานขึ้นตั้งรับ
แต่โบ้กับด่างก็เข้าขย้ำ ที่ซี่โครงและคอของมันจากด้านข้าง มันร้องแหลมอีกครั้ง
อคินฉวยโอกาสนั้น ก้าวเข้าไปจามขวานซ้ำลงที่จุดเดิม
ฉับ!
คมขวานดับเพลิงจามเข้าที่กลางกะโหลกของหนูั์
เสียงกระดูกแตกดังน่าสยดสยองก่อนที่ร่างนั้นจะล้มพับลงไปกองกับพื้น
อคินดึงอาวุธคู่ใจออกมา สะบัดเืสีคล้ำที่เหนียวหนืดทิ้งอย่างแรง
'เรียบร้อย'
เขายืนหอบเล็กน้อย รู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน
"โฮ่ง! โฮ่ง!" โบ้เห่าอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ด่างกับขาววิ่งเข้ามาคลอเคลียที่ขาของเขา
"เก่งมากพวกเรา"
อคินยิ้มและลูบหัวพวกมัน
"ทีมเวิร์คของเราสุดยอด..."
แต่แล้วรอยยิ้มของเขาก็หุบลง
แฮ่ก... เอ๋ง...
เสียงครางแ่เบาดังมาจากด่าง
อคินขมวดคิ้วทันที สัญชาตญาณที่เฉียบคมของเขา จับจ้องไปที่ขาหลังของมันในความมืดสลัว
'บ้าจริง...'
ด่างพยายามยืนอย่างมั่นคง แต่ขาหลังข้างซ้ายของมันมีรอยกัดลึกจากหนูั์
เห็นได้ชัดว่ามันพยายามซ่อนความเ็ป
อคินถอนหายใจยาว ความรู้สึกภาคภูมิใจในฐานะนักรบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนที่คุ้นเคย
เขายังเกลียดมัน... ความรู้สึกของการต้องสวมบทบาทนักบวชที่ระบบยัดเยียดมาให้
คำนี้ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนก้างปลาติดคอ
แต่ด่างก็ครางออกมาอีกครั้ง มันเลียแผลตัวเอง แต่เืก็ยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด
อคินสบตากับมัน
'ช่างมันเถอะ...'
เขาคิด
'ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ และฉันจะไม่ยอมเสียพวกนายไป'
ความรู้สึกในฐานะ 'ผู้นำ' เอาชนะความอับอายในฐานะ 'นักรบ' ได้ในที่สุด
เขาคือนักรบ... และนักรบย่อมต้องปกป้องสหายร่วมรบ และตอนนี้... หน้าที่ของเขาก็คือการ 'รักษา'
"มานี่... ด่าง อยู่นิ่งๆ"
อคินคุกเข่าลง เขาเหลือบมองซ้ายขวาอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ...
เขาวางมือลงบนาแฉกรรจ์อย่างลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำชื่อสกิลที่เขาไม่อยากยอมรับออกมา
" [ชำระล้าง] [ปฐมพยาบาล] "
วูม...
แสงสว่างวาบขึ้นที่ฝ่ามือ แสงสีส้มอ่อน... สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น... และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
'สีประหลาดชะมัด'
เขาคิด แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมันนานนัก
'อย่างน้อย... มันก็มีประโยชน์จริงๆ'
อคินลูบหัวมัน
เขามองผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ
'โอเค... ยอมรับก็ได้... มีไว้ก็ไม่เลว'
อคินยืนขึ้นเต็มความสูง รู้สึกถึงภาระบนบ่าที่ไม่ได้มีเพียงการต่อสู้
แต่ยังรวมถึงการดูแลฝูงด้วย เขาคือโล่ที่ป้องกัน... และเขาก็คือผู้เยียวยาที่รักษา
เขาคือ 'อัศวินพยาบาล'... ไม่สิ... 'ผู้บัญชาการฝูง' ที่ดูแลหน่วยรบของตัวเองต่างหาก
'เอาล่ะ...'
เขาคิดอย่างมุ่งมั่น
'ตราบใดที่มันทำให้ฉันและพวกพ้องแข็งแกร่งขึ้น... จะเป็นักรบหรือนักบวช... ฉันก็ไม่สนแล้ว'
เขาหันไปมองโบ้กับขาวที่ยืนรออยู่
"มา... ตรวจแผลได้แล้วพวกเรา ถึงเวลา 'ซ่อมบำรุง' ประจำคืนแล้ว"
ขบวนสี่ชีวิตกลับมามีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยมอีกครั้ง โดยมีอคินเป็ผู้นำที่ไม่เพียงแค่แข็งแกร่งที่สุด
แต่ยังเป็ที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของฝูงอีกด้วย
คืนนั้น พวกเขาล่าหนูั์ได้อีกสองตัว
และยังได้ 'สัตว์น้ำ' จำพวกปูกระดองหิน และปลาที่อาศัยอยู่ตามป่าชายเลนอีกจำนวนมาก
ด้วยสายตาที่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ บนโคลนได้อย่างง่ายดาย
พวกเขากลับมาที่ลานวัด ก่อกองไฟเล็กๆ พอให้แสงสว่างและใช้ย่างอาหาร
กลิ่นเนื้อย่างผสมปนเปกับกลิ่นคาวของปูและปลาตีนหอมฉุยไปทั่วบริเวณ
อคินใช้มีดทำครัวชำแหละเนื้อหนูั์อย่างคล่องแคล่ว
นิ้วมือของเขาขยับไปเองอย่างแม่นยำ... กรีดหนัง... แยกกล้ามเนื้อ... เลาะกระดูก... มัน 'ง่ายดาย' อย่างน่าขนลุก
เขาโยนเนื้อชิ้นโตที่ย่างสุกแล้วให้หมาทั้งสามตัว พวกมันรับไว้อย่างรู้คุณค่า
อคินนั่งลงข้างกองไฟ มองดูเปลวไฟที่เริงระบำ เขาฉีกเนื้อปลาย่างเข้าปาก
รสชาติเค็มปะแล่มๆ และเนื้อที่เหนียวเล็กน้อยไม่ได้อร่อยนัก แต่ในโลกที่ล่มสลายนี้... นี่คืออาหารมื้อที่หรูหราที่สุด
"ที่นี่ก็ไม่เลว... แต่ก็อยู่ถาวรไม่ได้"
เขาพูดกับโบ้ที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางลูบหัวมัน
"เราจะอยู่ที่นี่จนกว่าเสบียงจะพร้อม... จนกว่าเราจะแข็งแกร่งพอ"
สายตาของเขาทอดมองไปยังความมืดทึบทางทิศตะวันออก...
ทิศทางของสะพานตากสิน
"แต้ม..."
เขากระซิบชื่อนั้นออกมาเบาๆ
"นายอยู่ที่ไหนนะ... รอฉันก่อนนะ... ฉันจะไปรับนายกลับมาให้ได้"
เป้าหมายหลักของเขาไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด ไม่ใช่แค่การเคลียร์เควสต์ที่ระบบอาจจะส่งมาให้
แต่คือการตามหา 'แต้ม' แมวส้มที่เป็ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของเขา
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้ดาว
"ระบบ... "
เขาพูดเบาๆ กับอากาศธาตุ
"ผมจะหาเขาเจอใช่ไหม?"
เขาไม่ได้คาดหวังคำตอบ แต่แล้ว... หน้าต่างสีฟ้าก็สว่างวาบขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้... มันดูแตกต่างไปจากข้อความแจ้งเตือนปกติ
[พยายามเข้านะ]
"ขอบคุณครับ 'ระบบ' ฉัน..."
เขาคิดในใจก่อนจะเอนตัวลงพิงเสากุฏิ
"ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง... ฉันจะเป็ 'นักรบ' ที่เก่งที่สุดให้ได้"
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:00]
[คำเตือน โปรดหาที่กำบังที่ปลอดภัย... ระบบจะทำการตัดการเชื่อมต่อในไม่ช้า]
เมื่อเห็นข้อความ อคินรีบดับกองไฟ เขารีบกลับเข้ามาซ่อนตัวในกุฏิ
เขาหลับตาลง... ปล่อยให้ร่างที่อ่อนล้าจมดิ่งสู่ความว่างเปล่าอีกครั้ง...
รอคอยให้เวลาแปดชั่วโมงของเขาหมดลง และรอคอยการ 'เชื่อมต่อ' ครั้งต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ