จงฮูหยินที่นั่งฟังคำนั้น ถึงกับรีบผุดลุกขึ้นราวกับว่าเก้าอี้ที่นั่งอยู่นั้นมันร้อนจัด ‘จะไม่ให้ร้อนได้อย่างไร’ ในเมื่อยามนี้สองสตรีหนีหายออกจากจวนไปแล้ว “แล้วเหตุใดจึงมิมีใครไม่ห้าม!!” ไม่เพียงไม่มีผู้ใดห้าม ก็ยังมิมีผู้ใดมารายงาน ซ้ำร้ายยังกล้าปล่อยพวกนางให้ออกไปด้านนอกทั้งๆ ที่มืดค่ำอันตรายถึงเพียงนั้น ดีร้ายอย่างไรตัวนางกลับรู้สึกหวาดกลัว กลัวในเื่ที่มิมีผู้ใดล่วงรู้แม้แต่สามีอย่างเสิ่นซูฉี ความลับอันยิ่งใหญ่ของเย่วซิน!
เสิ่นซูฉีเลิกคิ้ว มองฮูหยินของตนอย่างสงสัย เหตุใดเื่เย่วซินออกจากจวนในครั้งนี้จึงกลายเป็เื่ใหญ่ไปเสียได้ “เ้าเป็อันใด”
ฮูหยินเอกของจวนเดินออกไปด้านนอกโดยมิตอบคำใด แน่นอนว่าจุดมุ่งหมายของนางคือเรือนหลังเล็กของเย่วซิน สตรีตัวน้อยที่นางเก็บได้ตรงข้างทาง สตรีตัวน้อยที่นางมิกล้าให้ใช้แซ่เสิ่น...นั่นเพราะเย่วซินมีแซ่เป็ของตนเองอยู่แล้วั้แ่เกิดอย่างไรเล่า!!
ผลัก!! มือบางผลักเรือนนอนของบุตรสาวบุญธรรมเข้าไปเพื่อสำรวจด้านในให้เห็นกับตา ทุกอย่างดูสะอาดเรียบร้อยเป็ปกติดี จะมีแค่เพียงเครื่องประทินโฉมบางชิ้นหายไป จงกวานฮวาจึงเดินไปยังตู้เสื้อผ้าพร้อมกับใช้มืออันสั่นเทานั้นเปิดตู้...เสื้อผ้าของลูกบุญธรรมหายไปมากกว่าครึ่ง สองขาทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นก่อนจะน้ำตารื้น เย่วซินหนีไปแล้ว ‘นางจะทำอย่างไรดี’
“ท่านแม่” เสิ่นซัวหยางรีบเข้าไปประคองร่างท่านแม่ของตนแล้วพาไปนั่งตรงเก้าอี้ที่อยู่ภายในห้อง ตาคมมองทั่วห้องน้อยของสตรีอันเป็ที่รัก ‘ไม่มีจดหมาย ไม่มีแม้ถ้อยคำร่ำลา ไม่มีเลยสักอย่าง’ สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ยามนี้คงเป็กลิ่นหอมภายในห้องที่มันคือกลิ่นตัวของนางเอง มันหอมเย็นในแบบที่ทำให้ผ่อนคลาย หัวคิ้วคมขมวดขรึม คลับคล้ายคลับคลาว่ามัน ‘ช่างเหมือนเมื่อคืน?’ เขาสั่นศีรษะเพื่อไล่ความคิดโง่งมของตนออกไป ใจนึกต่อว่าตัวเองที่สลัดภาพของเย่วซินไม่เคยหลุด
ซือหลิวเยี่ยนเดินเข้ามาในห้องเล็ก แต่ดูสะอาดน่าอยู่ของเย่วซิน ทุกอย่างที่เห็นในสายตาเป็ระเบียบเรียบร้อยไร้ที่ติ สมกับการที่อีกฝ่ายถูกอบรมสั่งสอนมาดี ยิ่งเห็นเช่นนี้นางก็ยิ่งหมั่นไส้ “เย่วซินช่างเนรคุณยิ่งนักนะเ้าคะท่านพี่” รีบก่อเชื้อไฟให้ลุกโหมขึ้น ยิ่งเห็นใบหน้าหล่อเหลาแดงจัด นางก็ยิ่งใส่ร้าย “สกุลเสิ่นเลี้ยงดูนางมาอย่างดี ไม่เพียงคิดอยากจับท่านพี่ ยามนี้อับอายหนีไปไม่เลี้ยงดู สตรีเช่นนี้หากผู้ใดได้ไปเป็สะใภ้ ไม่แน่ว่านางอาจจะมองข้ามศีรษะท่านแม่สามีไปเลยกระมัง”
“หยุดพูด!” จงฮูหยินตวาดใส่ลูกสะใภ้ซือหลิวเยี่ยนเสียงดังลั่น ดีร้ายอย่างไรเย่วซินนั้นก็เป็นางที่ดูแลมาอย่างดี หากต่อว่าเย่วซินก็เหมือนกับต่อว่าผู้สอนสั่งเช่นนาง “กลับเรือนของพวกเ้าไปเสีย” จงฮูหยินมิได้รอสนทนากับบุตรชายและลูกสะใภ้ เพราะเื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา นางเดินออกมาจากเรือนเล็กพร้อมกับสั่ง “ปิดเรือนของเย่วซิน และอย่าให้ผู้ใดเข้าไปยุ่งวุ่นวายได้โดยเด็ดขาด พ่อบ้านจินจัดบ่าวไปตามหาตัวคุณหนูให้พบ หากไม่พบไม่ต้องกลับมา” คำหลังนั้นสั่งการพ่อบ้านโดยที่สายตาของสตรีผู้เป็ใหญ่ในจวนมีร่องรอยของความเป็กังวลฉายออกมาอย่างปิดไม่มิด สิบห้าปีกับความลับอันยิ่งใหญ่ของเย่วซิน ความลับที่มีเพียงนางและแม่นมคนสนิทเท่านั้นที่รู้ แต่ยามนี้เมื่อเย่วซินหายตัวไปนางควรจะทำสิ่งใดเป็อันดับแรก ‘รึนางควรต้องบอกความจริงกับสามีเสียที ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในจวนตอนนี้มันอาจจะส่งผลอะไรมาให้พวกนางได้บ้าง’
ห้องโถงใหญ่
จงฮูหยินเดินเข้าไปหาสามีพร้อมแผดเสียงดังใส่ เมื่อเห็นว่าเสิ่นซูฉีมิได้มีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลยนอกจากนั่งจิบชา “ท่านพี่!! ตามข้ามาเดี๋ยวนี้”
เสิ่นซูฉีผู้เป็ถึงนายอำเภอตราตั้ง มองแม่นมของฮูหยินรักที่มีสีหน้าไม่ค่อยดี เดาได้ไม่ยากว่าภรรยาคงจะเรียกตนไปต่อว่าเกี่ยวกับเื่ที่เย่วซินหายตัวออกไปจากจวน ถามว่าเขารู้เื่หรือไม่ที่นางหายไป แน่นอนว่าเขาย่อมรู้เนื่องจากคนสนิทของเขาเข้ามารายงานั้แ่เมื่อเช้ามืดแล้ว แม้จะสงสารนางแต่เขามิได้สั่งให้บ่าวเฝ้าติดตามไป ‘ทุกสิ่งเป็นางที่เลือกเอง ส่วนเขานั้น มิใช่บิดา ใยจะห้ามได้’ เขาหันมองแม่นมว่าน ที่ยังคงยืนรอให้เขาเดินตามจงฮูหยิน ด้วยความไม่เข้าใจ เขาจึงถาม “แม่นมคิดเห็นเช่นไร”
แม่นมว่านผู้รู้เห็นเหตุการณ์เมื่อสิบห้าปีก่อนได้แต่ทอดถอนใจ เื่ที่เย่วซินเติบใหญ่เป็สตรีงดงามนั้น นางไม่เถียง แต่ยามนี้เื่ราวบานปลายจนถึงขั้นหนีออกจากจวน ตัวนางกลับคิดสวนทาง “นมไม่อยากจะออกความเห็นใด เอาไว้หากนายท่านได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเื่ของคุณหนูเย่วซิน นายท่านจะกระจ่างแก่ใจเองเ้าค่ะ ไม่แน่ว่ายามนี้หากนายท่านรู้ ข้าเชื่อว่านายท่านคงจะส่งคนไปตามหาคุณหนูจนแทบจะพลิกแผ่นดินเลยทีเดียว”
ไม่รอให้เื่คาใจนั้นมีอยู่นาน เสิ่นซูฉีรีบเดินออกไปจากห้องโถงและติดตามจงกวานฮวาเข้าไปในห้องพักทันที ‘ตัวเย่วซินจะมีสิ่งใดที่เขาควรรู้นอกจากการที่นางเป็เพียงเด็กน้อยที่ถูกทิ้ง!!’ ปึ่ง!!
&&&&
“ท่านพี่รู้อยู่แล้วใช่หรือไม่กับเื่ที่เย่วซินหายออกไปจากจวน”
เสิ่นซูฉีพยักหน้า “รู้แล้วอย่างไร” มิเพียงแค่เื่นี้ที่รู้ ตัวเขายังรู้อีกว่าเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เย่วซินนั้นยังไปแอบอยู่ใกล้ๆ ห้องหอของคู่สมรส ตัวเขามิได้สั่งให้คนไปจับตัวนางไปลงโทษเพราะอยากจะให้นางได้ตัดใจและรับรู้ว่าบุตรของเขาได้สตรีที่คู่ควรเหมาะสมมากกว่านาง อย่าให้นางคิดหวังสูง อย่าให้นางได้กระทำการใดเกี่ยวกับเื่ของซัวหยางอีก ‘แค่อยากสอนให้นางได้รู้และอยู่อย่างเจียมตัวเพียงเท่านั้น’ เื่ความสงสารเป็เื่หลังเพราะตำแหน่งที่เย่วซินควรจะได้คงมีแค่ตำแหน่งอนุ
จงกวานฮวาหน้าแดงก่ำเพราะโกรธจัด ในความมีสติและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนนางจึงตัดสินใจเอ่ยถึงความหลังของตนเพื่อปลุกสามีให้ตาสว่างกับความจริง “ข้ามีเื่ของสหายรักของข้ามาเล่าให้ท่านพี่ฟัง” นางเดินไปหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้ในช่องใต้เตียงโดยมิได้หยุดพูด “ท่านจำสหายของข้า ที่มีนามว่า ลิ่วเข่อซิง ได้หรือไม่”