ตอนที่ 384 ฟ้าหลังฝน
บ่อยครั้งที่ผู้ขีดเขียนชะตามักจะเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้ได้สำเร็จในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ราวกับเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทวยเทพมอบให้แก่สิ่งมีชีวิตอ่อนแอก่อนที่พวกเขาจะต้องสูญสิ้น วินาทีสุดท้ายนั้นคือช่วงเวลาแห่งความทรงจำ จิตสำนึกแห่งการรื้อฟื้น และคำตอบของจิตใจที่เฝ้าตามหา ความทรงจำต่าง ๆ ตลอดชีวิตไหลย้อนทวนกลับ จิตใจที่เคยขุ่นมัวกลับกลายเป็นผ่องใส จิตวิญญาณที่ไม่อาจก้าวไปข้างหน้ากลับได้รับการปลดปล่อย
ในวินาทีเช่นนี้ การตื่นรู้กลับเป็นอะไรที่เกิดขึ้นบ่อยจนน่าเหลือเชื่อ และวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผู้เรียนรู้คนหนึ่งได้เรียนรู้คำจนถ่องแท้ในห้วงเวลาเป็นตาย
ชุดเกราะที่เคยปรากฏรูเว้าแหว่งและร่องรอยหลอมละลายยามนี้ไร้ซึ่งรอยแผลใดอีก กลับคืนเป็นเกราะสีดำทมิฬเงาวับสะท้อนแสงอาทิตย์ ร่างกายที่ลุกยืนกลับขึ้นมาคราวนี้ตั้งศรของตนอีกครั้ง
พลังจิตวิญญาณบนร่างพวยพุ่งอย่างบ้าคลั่ง สูงส่งยิ่งกว่าเพชฌฆาตและเลโอ ศรแสงที่ก่อกำเนิดขึ้นในมือเปล่งประกายเจิดจ้ารุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ในครั้งนี้เมื่อมันตัดฝ่าอากาศออกไป หนวดหมึกไม่อาจป้องกันได้อีก
หนวดวิญญาณถูกทะลวงทำลายในศรเดียว ศรนั้นกลับยังไม่ถูกหยุดลง พุ่งทะลวงปักเข้าร่างของราชินีฉลามสูบชีวิตลึกลงไปหลายนิ้ว หยดเลือดซึมออกตามรอยแผลบนร่างในขณะที่ศรนั้นสลายไป
การโจมตีของโฮโจสามารถเจาะทะลวงการป้องกันของราชินีฉลามสูบชีวิตได้!
พลังโจมตีเช่นนั้นทำให้ราชินีฉลามสูบชีวิตต้องม่านตาหดวูบ นางถึงกับตรวจสอบจิตใจของตนอีกครั้งว่าถูกลวงหลอกหรือไม่ นางเป็นถึงนักสลักไตรแถมยังมีหนังที่แข็งแกร่ง แต่ศรจากนักสลักเอกเพียงคนเดียวกลับสามารถทะลวงการป้องกันของนางได้
นี่คือสิ่งที่ราชินีฉลามสูบชีวิตไม่อาจคาดการณ์ได้ บรรดานักสลักเอกที่นางสังหารมาย่อมไม่มีใครเทียบเท่าโฮโจได้ เขาเป็นถึงหน่ออ่อนที่กลุ่มการค้าอิสึกะคาดหวัง เป็นผู้เรียนรู้ 4คำที่ค้นพบทางตัน เมื่อเขาเลื่อนระดับ เขาย่อมแข็งแกร่งกว่านักสลักทั้งหลายที่นางเคยเจอ
หากพูดถึงเรื่องปริมาณพลังจิตวิญญาณ โฮโจในเวลานี้นั้นเหนือกว่านิทานในยามปกติและเทียบเท่าได้กับคีตาก่อนใช้งานไล่ตาม ทางด้านร่างกายย่อมไม่อาจเทียบเปรียบมนุษย์กับสัตว์ป่าที่ได้รับการปลุกพลังทางสายเลือด
เมื่อเลื่อนขึ้นเป็นนักสลักเอกสำเร็จ นั่นหมายความว่าโฮโจสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอัจฉริยะของมหาทวีปได้อย่างทัดเทียม ระดับเดียวกันกับบุคคลเช่นเรอุสในครั้งอดีตหรือรานอสในยุคปัจจุบัน
นักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 4คำ หากไม่มีตัวตนผิดแผกเช่นซอเด็ต เอเทลถือกำเนิดขึ้นมา พวกเขาคือจุดสูงสุดของชนรุ่นหลังแห่งมหาทวีป
เพชฌฆาตที่อยู่ในระยะปะทะฉีกยิ้มกว้าง เขาพุ่งเข้าฟาดฟันหนวดหมึกอย่างต่อเนื่อง ฉมวกที่เริ่มรวมตัวได้ไม่นานถูกเพชฌฆาตทำลายทิ้งอย่างรวดเร็ว แม้แต่การพ่นกรดกระเพาะยังไม่อาจทำได้ง่ายเพราะความคล่องตัวของเพชฌฆาตที่เหนือกว่ายามอยู่บนบก
เกราะที่ปกปักร่างของโฮโจสลายหายไป ไม่ใช่เพราะว่ามันหมดฤทธิ์แต่เป็นตัวโฮโจเองที่เลือกจะสลายมันทิ้งไป น้ำหนักและรูปทรงของมันทำให้เขายิงธนูได้ไม่ถนัด
เมื่อร่างกายและจิตวิญญาณได้รับการพัฒนาจนขึ้นมาถึงระดับนักสลักเอกแล้ว โฮโจก็ไม่จำเป็นต้องเกาะติดอยู่กับเรือแผนที่แห่งทะเลเพื่อความปลอดภัยอีก ปืนใหญ่ชีววารีที่เขาคิดใช้ยิงสนับสนุนในเวลาคับขันก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป
เลโอเหลือบตามองโฮโจที่กระโดดออกมาจากจุดประจำการ ในเวลาเช่นนี้เธอไม่ตั้งคำถามถึงการตัดสินใจอันนอกเหนือจากแผน เพียงการตื่นรู้จนเลื่อนระดับก็ออกนอกเหนือจากแผนมากเกินพอแล้ว
เธอเพียงถอนหายใจอย่างโล่งอกที่โฮโจนั้นไม่เป็นอะไรมาก เมื่อครู่เธอคิดว่าสมบัติช่วยชีวิตส่วนตัวของโฮโจต้องทำงานแน่แล้ว แต่โฮโจกลับหัวดื้อไม่ยอมใช้จนวินาทีสุดท้าย ท้ายที่สุดเขาก็ชนะเดิมพัน เลื่อนระดับได้สำเร็จในวินาทีเป็นตาย
พยุหะศรพุ่งทะลวงเข้าใส่ราชินีฉลามสูบชีวิตอย่างต่อเนื่อง หนวดหมึกสำหรับการเคลื่อนไหวของมันต่างถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อชุดต่อไปตามมามันจะไม่อาจหลบได้อีก นางคำรามสะเทือนเลือนลั่น วิญญาณอีกชุดใหญ่ถูกขย้อนออกมาจากปากของนาง
ฝูงวิญญาณปลาหมึก ฉลาม ปู กุ้งนับร้อยตัวเข้าถมพื้นที่รอบตัวในพริบตา บีบบังคับให้เพชฌฆาตต้องถอนตัวกลับออกมาพร้อมบาดแผลน้อยใหญ่บนร่าง
โฮโจหน้าเสียน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝั่งกลับสามารถกระทำเช่นนั้นได้ แก้มซ้ายของเขาส่องประกายสีขาวอ่อน ครู่ต่อมาร่างของเขากลับไปปรากฏอยู่ในเรือเช่นเดิม การสั่งระดมยิงทำงาน กระสุนนับสิบลูกระดมยิงออกจากปืนใหญ่ชีววารีทั่วตัวเรือ
กระสุนทั้งหมดกลายสภาพไปเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งปลาถือโล่ขนาดยักษ์ กระสุนทั้งหมดที่โฮโจเลือกยิงคือกระสุนพลโล่ พวกเขาต้องการจำนวนคนสำหรับเข้าจัดการวิญญาณเหล่านั้น
“ไม่จำเป็นค่ะ/ปล่อยให้ฉันจัดการเองค่ะ” เสียงของไลล่าและเลโอดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน พลังศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกจากร่างของสองนักบวชอย่างพร้อมเพรียง อากาศรอบด้านพลันกลายเป็นบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปน
ดาวข่มของวิญญาณร้ายย่อมเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าวิญญาณที่ราชินีฉลามสูบวิญญาณปล่อยออกมาจะเป็นระดับนักสลักแทบทั้งสิ้นแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังศักดิ์สิทธิ์ของผู้เผยแพร่พระวจนะชั้นรอง พวกมันทำได้เพียงร่างกายติดขัดไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้ตามใจ
ลำแสงอัดพลังศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะลวงร่างของวิญญาณร้ายในชั่วพริบตา ปัดเป่าวิญญาณร้ายระดับนักสลักให้สลายหายไปด้วยลำแสงที่แทบไม่มีพลังโจมตีใด ๆ แสงแล้วแสงเล่าถูกยิงออกจากไม้เท้าของเลโอ แสงหนึ่งเข้าคลุมร่างของเพชฌฆาต แผลน้อยใหญ่เริ่มการสมานตัวไปพร้อมกัน ๆ
โดยปกติแล้วคำแห่งพลัง ลำแสง ของเลโอนั้นมีพลังโจมตีที่ไม่สูงนัก มันเหมาะสำหรับการก่อร่างขึ้นเป็นเกราะลำแสงสำหรับปกป้องมากกว่า แต่กับสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายเช่นวิญญาณแล้วแสงนี้มีอานุภาพไม่ต่างอะไรไปจากดาบที่ฟันเข้าเนื้อ
เมื่อฝูงวิญญาณนับร้อยเริ่มบางตา ทั้งสี่จึงได้เห็นว่าราชินีฉลามสูบชีวิตนั้นแท้จริงแล้วกำลังตระเตรียมสิ่งใดเบื้องหลังปราการวิญญาณ ฉมวกสีเขียวเข้มสามเล่มลอยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศด้านหน้า มันยังคงขยายขนาดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีขนาดหลายเมตร อากาศรอบด้านถูกหลอมละลายด้วยกลิ่นอายกรดหลอมเข้มข้นที่อัดแน่นอยู่ในฉมวก
สิ่งที่นางตระเตรียมคือการโจมตีจากการผสานคำเช่นเดิม การผสานคำ ฉมวก + กรดกระเพาะ คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของนาง หากครั้งก่อนหน้าไม่ได้ผลเช่นนั้นนางก็ต้องตระเตรียมมันให้รุนแรงและเฉียบขาดยิ่งกว่าเดิม
ใบหน้านิ่งสงบของเพชฌฆาตพลันเปลี่ยนเป็นถอดสีอีกครั้ง แม้ร่างกายของเขาจะยังอ่อนล้าจากการใช้ร่างกายของตนเข้าถ่วงเวลาหากเขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะทำมันอีกครั้ง
“ถวายวิญญาณ!” พลังจิตวิญญาณจำนวนมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างของเพชฌฆาตอีกครั้ง ในครั้งนี้ต้นตอของพลังคือดวงวิญญาณของเพชฌฆาตที่กลายเป็นบอบช้ำอย่างหนัก
พลังจิตวิญญาณระดับอริยะอัดเข้าไปในดาบตัดเศียร ก่อนที่สติของเพชฌฆาตจะหลุดลอย เขาตวัดดาบตัดเศียรครั้งหนึ่ง คลื่นดาบสีแดงฉานพุ่งฟันผ่าฉมวกหนึ่งเล่มให้แตกสลายหายไป
ขณะเดียวกันนั้นเองที่แก้มซ้ายของเลโอถูกอาบย้อมไปด้วยพลังจิตวิญญาณ การสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบของไลล่าตกเข้าสู่โฮโจแทนที่เพชฌฆาต สองตาของเขาสาดประกายแรงกล้าในขณะที่จับจ้องไปที่ฉมวกเล่มที่สอง
แสงเจ็ดสีแผ่กระจายออกมาจากศรที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ในมือของโฮโจ หากนั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่เขามอบความสนใจทั้งหมดให้ พลังจิตวิญญาณแทบทั้งหมดของเขาอัดแน่นอยู่ที่คำแห่งพลัง คืนร่าง
พริบตาต่อมา ตัวฉมวกก็เริ่มกระบวนการย้อนกลับ จากการขยายใหญ่ขึ้นกลับกลายเป็นเล็กลง กรดกระเพาะที่อัดแน่นก็เริ่มสลายตัวไปเองราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน พลังจิตวิญญาณและกรดกระเพาะส่วนนอกเริ่มถูกดูดกลับคืนเข้าสู่ร่างของราชินีฉลามสูบชีวิต
ฉมวกเล่มที่สองสูญสลายไป เหลือเพียงฉมวกเล่มที่สามที่ขณะนี้ใหญ่โตเสียยิ่งกว่าตัวราชินีฉลามสูบชีวิตเอง กลิ่นเหม็นหืนแสบจมูกลอยไกลจนแม้แต่สิ่งมีชีวิตรอบ ๆ ยังต้องถอยหนี แม้จะมีม่านอาคมป้องกันหากน้ำทะเลโดยรอบยังเริ่มปรากฏการปนเปื้อน
เมื่อฉมวกพุ่งออก สองนักบวชก็ปักไม้เท้าของตนกระแทกกับพื้นกระดาษอย่างพร้อมเพรียง กระสุนพลโล่นับสิบที่ยังเหลือรอดพุ่งขึ้นหน้า กระโดดใช้ร่างของตนรับฉมวก ร่างแล้วร่างเล่าถูกทะลวงผ่านอย่างง่ายดาย เมื่อผ่านทุกร่างแล้วฉมวกสีเขียวจึงปะทะเข้ากับกำแพงพลังศักดิ์สิทธิ์ที่หนาแน่นยิ่งกว่าครั้งใด ๆ
เสียงปะทะดังลั่นสั่นสะเทือนแท่นยืน เกราะพลังศักดิ์สิทธิ์เริ่มหลอมละลายอย่างช้า ๆ ในขณะที่อากาศโดยรอบพยายามยับยั้งมัน
ปอยผมกระจุกหนึ่งที่สีต่างไปจากผมสีน้ำตาลของไลล่าหลุดร่วงลงจากศีรษะ ภายในนั้นคือเส้นผมสีทองหนึ่งเส้นที่ถูกปิดบังไว้อย่างดีภายใต้เส้นผมปอยนั้น ไลล่ากลืนมันลงท้องไปพร้อมกับปอยผมเส้นอื่นของตน ทั่วร่างของเธอพลันกลายเป็นสีขาวเจิดจ้า พลังศักดิ์สิทธิ์โดยรอบพลันรวมศูนย์ที่รอบกายเธอ สงบนิ่งหากแต่แข็งแกร่ง เรียบง่ายและเชื่อฟังราวกับพบผู้เป็นนาย
“มันตรา แก่นที่ 63 หากจิตใจยึดมั่นและไม่สูญสิ้นตัวตน แม้เพียงเส้นผมก็ศักดิ์สิทธิ์ดั่งทวยเทพ” ไลล่าเอ่ยปากพึมพำ ไม้เท้าในมือของเธอชี้ออกไปเบื้องหน้า พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งมวลได้รับคำสั่งจากองค์ราชา พุ่งเข้าเสริมแกร่งให้แก่กำแพงแสงของเลโอ
ฉมวกเล่มที่สามท้ายที่สุดก็พังทลายลง หมอกสีเขียวกรดที่ระเบิดออกทั่วจากฉมวกเล่มสุดท้ายกลับรุนแรงกว่าครั้งก่อนหน้าหลายเท่า แม้กำแพงแสงจะไม่ถูกทำลายหากแท่นเหยียบด้านล่างกำแพงสูญสลายไม่เหลือชิ้นดี
ราชินีฉลามสูบชีวิตพุ่งตัวด้วยความเร็วสูง หมายกระโดดกลับลงน้ำเพื่อหลบหนี
นางไม่คิดสู้ต่ออีกแล้ว! มนุษย์พวกนี้แม้จะไม่มีใครแข็งแกร่งเท่านางหากการประสานงานของพวกมันกลับทำให้นางรู้สึกได้ถึงอันตราย! ยิ่งในตอนนี้ที่มือธนูผู้นั้นสามารถทำร้ายนางได้อย่างง่ายดายด้วยแล้ว นางไม่ยินยอมเข้าสู้เสี่ยงตายอีก
จุดแข็งที่สุดของสัตว์อสูรระดับสูงไม่ใช่พลัง แต่เป็นสติปัญญาและการควบคุมอารมณ์ นางไม่มีความคิดบ้าคลั่งอย่างถึงตายก็ต้องสังหารอีกฝ่ายให้ได้แม้แต่น้อย
“ถวาย…ความสุข..” เสียงอันอ่อนแรงของเพชฌฆาตดังขึ้นอย่างเลื่อนลอย เพชฌฆาตผู้ที่ใกล้จะหมดสติไปเต็มทีลืมตาขึ้นอีกครั้ง พลังจิตวิญญาณในร่างของเขาได้รับการเติมเต็มอีกครั้งเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ
ราชินีฉลามสูบชีวิตไม่สนใจนักดาบผู้นั้นอีก หากเขาไม่สามารถเข้าประชิดตัวนางได้นางก็ไม่จำเป็นต้องกังวล ในปากของนางคือกรดกระเพาะที่นางเตรียมพร้อมไว้แล้ว ขอเพียงนักดาบผู้นั้นบุกเข้ามานางก็จะพ่นกรดนี้ขับไล่เขาไป
พลังจิตวิญญาณเฮือกสุดท้ายของเพชฌฆาตกลับไม่ได้รวมเข้าที่ดาบ แต่กลับไหลเข้าหาร่างของโฮโจที่ปรากฏกายขึ้นข้างกายของเพชฌฆาต ศรผลึกสีรุ้งในมือของเขายามนี้ส่องประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด
ฉมวกยักษ์ที่ผ่านการผสานคำจนพลังเอ่อล้น ฝูงวิญญาณนับร้อย พลังศักดิ์สิทธิ์ของไลล่า ทั้งหมดไม่ใช่เพียงตัวหลอกเพื่อเผยโอกาสให้ราชินีฉลามสูบชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่มันยังเป็นเครื่องทุ่นเวลาให้โฮโจสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขา
พิ้ง
เสียงของศรเจ็ดสียามพุ่งออกไปกับแตกต่างจากเสียงของศรอื่น ในครั้งนั้นที่ประลองกับนิทานศรนี้ไม่มีโอกาสได้ยิงออกไป เขาถูกนิทานเข้าประชิดตัวและจบการประลองได้ก่อน แต่ในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้ยิงมันออกไปแล้ว
ศรผลึกสีรุ้งนี้เขาตั้งชื่อมันว่า ฟ้าหลังฝน เป็นกระบวนท่าที่เขาคิดค้นจากการรวมรูปแบบของศรทั้งหมดที่เขาสามารถสร้างได้ผ่านคำแห่งพลัง หลากศร ไว้ในผลึกด้วยความช่วยเหลือของคำแห่งพลัง คืนร่าง เมื่อมันคงรูปได้จึงเกิดเป็นศรผลึกสีรุ้งที่มีพลังโจมตีน่าหวาดหวั่น แต่เพราะศรนี้ผันผวนจนเกินไปจึงต้องใช้คำแห่งพลัง เส้นทาง ในการควบคุมให้อยู่นิ่ง ก่อนที่จะยิงออกไปด้วยทักษะธนูที่เขาฝึกฝนตั้งแต่ยังเด็ก
ศรผลีกสีรุ้งในขณะนี้รุนแรงกว่าที่เขาเคยใช้ไม่รู้เท่าใด ก่อนหน้านี้ยามเขาเป็นผู้เรียนรู้มันก็รุนแรงพอจะสร้างความเสียหายถึงชีวิตให้นักสลักโทได้แล้ว ในตอนนี้เขามั่นใจว่ามันต้องทำร้ายราชินีฉลามสูบชีวิตได้
ถ้าเขาอยู่เพียงคนเดียวมันคงทำได้แค่นั้น แต่ในตอนนี้เขาได้รับการเสริมพลังจากไลล่า การอวยพรจากเลโอ พลังจิตวิญญาณเฮือกสุดท้ายของเพชฌฆาต อานุภาพของศรนี้แม้แต่เขาก็ไม่อาจคาดเดา
เสียงของแก้วที่แตกออกดังขึ้นตามหลังประกายสีรุ้งที่ตัดผ่านนภา ศรนี้เมื่อได้รับการเสริมพลังจากหลากหลายแหล่งมันกลับรวดเร็วจนแม้แต่สัตว์อสูรระดับอริยะก็ไม่อาจมองตามทัน เมื่อรู้สึกตัวอีกทีทั่วระยะสายตาของนางก็เหลือเพียงแสงเจ็ดสี
ศรนั้นทะลวงผ่านศีรษะของนางไปเสียก่อนที่ร่างใหญ่ยักษ์ของนางจะได้กระโดดลงรู ร่างของนางไม่ขยับเขยื้อนไปจากองศาเดิมของการกระโดดแม้แต่น้อย ราวกับว่าสิ่งที่ทะลวงผ่านศีรษะของนางคือลำแสงที่ไร้ทั้งมวลและแรง
ร่างของนางตกลงสู่พื้นทะเล ก่อนที่จะจมลงไปอย่างเชื่องช้า แล้วจึงไม่ปรากฏการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก ฉลามสูบชีวิตตัวที่เหลือเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตของราชินีที่สูญสลาย ความคิดต่อสู้ทั้งหมดมลายหาย มุดน้ำดำหนีไปอย่างรวดเร็ว
ราชินีฉลามสูบชีวิต สัตว์อสูรระดับอริยะ ดับสูญ