“ท่านหมายความว่าอย่างไร พี่กาน?” หลงเฉินเอ่ยถามด้วยความตกใจ
“ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังหรอกน่า ทุกคนรู้กันไปทั่วแล้ว”
การหลินยิ้มอย่างขมขื่น
“พวกเราต่างรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเจ้ายอมรับว่ามีสัมพันธ์กันต่อหน้าฉู่ยวิ๋นซี ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องนี้คงแพร่สะพัดไปทั่วเหล่ามรกต ก่อนการต่อสู้คัดเลือกเข้าเหล่าคนในจะเริ่ม ข้าคิดว่านี่จะต้องเป็นเรื่องซุบซิบที่ฮือฮาที่สุดแน่ ๆ ...”
“บัดซบ!”
หลงเฉินก่นด่าในใจ เขารู้ดีว่านี่จะต้องเป็นฝีมือของหลิวหลานอย่างแน่นอน
เขาไม่มีทางเปิดเผยได้ว่านางเป็นคนวางแผนให้เขาเข้าไปเห็นตอนนางอาบน้ำเอง เขาทำได้เพียงยอมทนกับเรื่องโกหกที่น่าขันเช่นนี้ ทว่าข่าวลือเช่นนี้เรียกความสนใจของผู้คนได้ดีนัก…
“ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของข้าจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเก้าเหล่าคนนอก ในเมื่อข้าขโมยคนรักของฉู่ยวิ๋นซีมาและทำลายศักดิ์ศรีของเขาจนป่นปี้ บ้าชะมัด หลิวหลาน การคัดเลือกเข้าเหล่าคนในครั้งนี้ข้าไม่รอดแน่!”
หลงเฉินอยากจับนางมาถลกหนังทั้งเป็น…
หลังจากกล่าวลากานหลินแล้ว หลงเฉินก็กลับไปยังห้องพัก แต่แล้วหลิวหลิงที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงก็จับจ้องเขาอย่างเย็นชาที่ประตูทางเข้าห้องพักของตนเอง
“เจ้าคนต่ำช้า ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแตะต้องพี่สาวข้าแม้ปลายผม!”
เมื่อพูดจบนางก็ปิดประตูเสียงดัง
“หา?”
ไม่มีสิ่งใดสามารถอธิบายความรู้สึกของหลงเฉินในเวลานี้ได้เลย
‘เช่นนั้น... อยากทำสิ่งใดก็ทำเถอะ ข้าจะฝึกฝนอย่างขยันขันแข็ง ไม่เพียงแต่เพื่อหลิงชิง แต่เพื่อตัวข้าเองด้วย ข้าจะต้องผ่านเข้าเหล่าคนในให้ได้!’
‘ทว่าการที่ต้องต่อสู้กับยอดอัจฉริยะจากทั้งเก้าเหล่าคนนอกนั้นช่างน่าหนักใจเหลือเกิน...’
หลังจากเปิดประตูเข้ามา หลิงซีกำลังรอการกลับมาของเขาอยู่
เมื่อเห็นสีหน้าวิตกกังวลของหลิงซี หลงเฉินรู้สึกสงบใจขึ้นมาทันที
ราวกับว่าเขาออกไปผจญภัยและเสี่ยงชีวิตอยู่ในโลกภายนอกนับสิบปี และเวลานี้ได้กลับมายังบ้านของเขา
“กลับมาแล้วหรือ?”
“อืม”
เขาใช้เวลาสิบวันหลังจากนั้นหมดไปกับการฝึกฝน
ในสิบวันนี้ เขาใช้เวลาสองวันสังหารสัตว์อสูรในมิติห้วงนภา ทว่าเขายังไม่สามารถจัดการกับสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นห้าได้ ดังนั้นเขาจึงจัดการกับพวกสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นสี่แทน
ภายในสองวัน เขาสังหารสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นสี่ไปทั้งหมดสี่ตัว
สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลิวหลานแพร่สะพัดไปทั่วเหล่าคนนอก และสำนักจักรพรรดิมรกตก็กลายเป็นตัวตลกในหมู่เหล่าคนนอกอย่างรวดเร็ว ทว่าขณะที่เขาอยู่ในมิติห้วงนภา หลงเฉินเก็บตัวเงียบและไม่สุงสิงกับใคร ดังนั้นจึงไม่เกิดปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น
ช่วงนี้เขาทำตัวราวกับหนูที่อำพรางตัวอย่างดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาท เขาไม่แม้กระทั่งนำผลึกอสูรและวิญญาณสัตว์อสูรไปแลกคะแนนผลงานที่ศาลาแลกสมบัติ
เวลานี้หลิงซีรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลงเฉิน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถูกบิดเบือนไปเล็กน้อย และนางก็รู้สึกดูแคลนหลิวหลานมากกว่าเดิม
ทว่าเวลานี้ การคัดเลือกเข้าเหล่าคนในก็ใกล้เข้ามาทุกที…
‘ไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องที่ฉู่ยวิ๋นซีจะโจมตีข้าระหว่างการต่อสู้คัดเลือกเข้าเหล่าคนในหรอก ยังมียอดอัจฉริยะคนอื่น ๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกับเขา เมื่อเป้าหมายของข้าคือการได้เข้าเหล่าคนใน ดูเหมือนว่าระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์จะยังไม่เพียงพอ’
หลงเฉินนั่งอยู่ในห้องใต้ดินที่กว้างขวางและกำลังดูดกลืนเลือดของสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นสี่เข้าไป อย่างไรก็ตาม มันส่งผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากใช้วิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] เขาทำได้เพียงเข้าใกล้ระดับแก่นปฐพีเข้าไปอีกก้าวเท่านั้น
เหล่าคนในย่อมคาดหวังเกี่ยวกับการคัดเลือกครั้งนี้ไว้สูงยิ่ง
ผู้ที่แสดงฝีมือเป็นที่โดดเด่นในการเลือกแต่ละครั้งย่อมเป็นอัจฉริยะอย่างแน่นอน แม้ว่าหลังจากเข้าเหล่าคนในได้แล้ว พวกเขาย่อมพร้อมที่จะเฉิดฉาย ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นต้นแบบการแข่งขันของเหล่าคนนอกทั้งเก้าอีกด้วย
แม้จะมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่การแข่งขันก็มิได้แบ่งแยกพวกเขา เหล่าคนนอกจำเป็นต้องซ่อนเร้นพลังของตนเองเพื่อที่พวกเขาจะสามารถแสดงฝีมือออกมาระหว่างการคัดเลือกและทำให้สถานะของตนเองในเหล่าคนนอกมั่นคงขึ้นอีกด้วย
ผู้ที่มีความหวังในการคัดเลือกเป็นพิเศษย่อมเป็นเหล่ามรกตอย่างแน่นอน
ผู้เข้าแข่งขันจากเหล่าอื่น ๆ ต่างมีฝีมือและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อย่างไรก็ตาม เหล่ามรกตมีหลงเฉินเป็นผู้แทน เขาถูกเลือกทั้ง ๆ ที่บรรลุเพียงระดับแก่นมนุษย์และยังมีเรื่องบาดหมางรุนแรงกับฉู่ยวิ๋นซี
ทุกคนชอบเรื่องซุบซิบนินทา ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหลงเฉินและฉู่ยวิ๋นซีจะหมางใจกันด้วยเรื่องผู้หญิงเช่นนี้
ผู้ที่ลึกลับที่สุดคือหลงเฉิน เขาเพิ่งเข้าเหล่าคนนอกมาได้เพียงสองเดือนเท่านั้น ทว่าความก้าวหน้าของเขากลับพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งจากขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดจนถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์
ทั้งความสำเร็จในการฝึกวิชาและชีวิตรักของเขาต่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ทุกคนเคยคิดว่าฉู่ยวิ๋นซีจะต้องลงเอยกับหลิวหลานอย่างแน่นอน แต่แล้วหลงเฉินกลับสามารถขโมยหัวใจคนรักของเขาไปเสียอย่างนั้น
มารหัวใจคู่นี้ต่างเป็นตัวแทนของเหล่ามรกตและจำต้องต่อสู้ร่วมกัน เรื่องเช่นนี้ย่อมน่าตื่นตาตื่นใจเป็นแน่ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความคาดหวังอย่างไร้ขอบเขตกับการคัดเลือกครั้งนี้
อีกสิบวันก็จะถึงวันแรกของเดือนสิบเอ็ด ทุกคนรู้สึกราวกับเวลานั้นคืบคลานมาอย่างช้า ๆ
แม้หลงเฉินจะได้เปรียบในเรื่องความรัก ทว่าเขาอาจต้องพบจุดจบที่น่าเศร้าในสนามรบก็เป็นได้
ในเมื่อเขาเป็นเพียงผู้เดียวที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ หลงเฉินจึงถูกจับตาอย่างมาก เรื่องราวของเขาถูกบอกต่อครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าเขาจะเอาชนะเฟิงอู่เทียน แต่หลงเฉินก็ยังถูกมองว่าเป็นผู้ที่อ่อนแอที่สุดในการคัดเลือกอยู่ดี
ทุกครั้งที่หลงเฉินออกไปข้างนอก เขาเห็นทุกคนต่างถกเถียงกันเกี่ยวกับการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในของตระกูลหลิงอู่ และหลงเฉินก็ตกเป็นหัวข้อที่ผู้คนกล่าวถึงมากที่สุด ทว่าเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะทำได้ดีในการคัดเลือกครั้งนี้ เมื่อพวกเขาเอ่ยถึงหลงเฉิน พวกเขาต่างก็อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับฉู่ยวิ๋นซีมารหัวใจของเขาเอง
“ฉู่ยวิ๋นซีเป็นยอดอัจฉริยะ และตระกูลฉู่ก็ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้าว่าหลิวหลานคงเสียสติไปแล้วที่ไปคว้าเจ้าหมูไร้ประโยชน์อย่างหลงเฉินมาครอง!”
ทุกครั้งที่ได้ยินเช่นนี้ หลงเฉินอยากจะกระอักเลือดออกมายิ่งนัก นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ต้องการไปยังศาลาแลกสมบัติ หากเขาถูกรุมล้อมด้วยผู้คน เห็นทีจะต้องจมน้ำลายพวกเขาเป็นแน่
“ช่างเป็นผู้หญิงที่ไร้ยางอายจริง ๆ”
หลิงซีทำแก้มป่องด้วยความหงุดหงิดใจ
“หลงเฉิน ความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้คงจะรับมือกับพวกเขาได้ยาก แต่ก็ไม่ต้องวิตกกังวลไป ข้าดูดกลืนต้นหญ้าวิญญาณไปแล้วและสามารถโจมตีแม้แต่คนที่บรรลุระดับแก่นปฐพีขั้นสมบูรณ์ หากเจ้าฉู่อะไรนั่นกล้าแตะต้องเจ้าละก็ ข้าจะปลิดชีวิตน่าสมเพชของเขาเสีย!”
เมื่อคิดว่าเขาจะทำร้ายหลงเฉิน หลิงซีจึงรู้สึกขุ่นเคือง
หลงเฉินเองก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
“เอาเถอะ ข้าทำได้เพียงหวังว่าจะมีวิธีทำให้ข้าบรรลุระดับขั้นต่อไปได้ระหว่างการคัดเลือก มิเช่นนั้นแล้วคงเป็นไปไม่ได้...”
ตั้งแต่ที่เขาเข้าตระกูลหลิงอู่มา หลงเฉินก็สั่งสมชื่อเสียงและสถานะมาทีละขั้น เขาไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใด ทว่าเวลานี้เขาต้องแข่งขันกับยอดอัจฉริยะของเหล่าคนนอก เขาจึงรู้สึกไร้ซึ่งพลัง
‘ข้าคงไม่สามารถแก้แค้นฉู๋ยวิ๋นซีได้ในเร็ว ๆ นี้แน่’
ขณะที่เขาคิดเรื่องนี้ หลงเฉินก็รู้สึกรำคาญใจเมื่อรู้ว่าหลิวหลานมาหาเขา
หลงเฉินไม่ได้อยากพบนาง ทว่านางก็เอาแต่รออยู่ด้านนอก
“เสี่ยวซี ข้าจะรอดูว่านางจะพ่นอะไรออกมาอีก อย่าหุนหันพลันแล่นไปล่ะ นางแข็งแกร่งมาก เมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้นเจ้าค่อยโจมตีนาง ตกลงไหม?”
ก่อนจะออกไป หลงเฉินเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของหลิงซีที่แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยม เขาจึงรีบแนะ
“หึ... เมื่อข้าได้พลังกลับมา นางเสร็จข้าแน่!”
หลังจากเปิดประตู เขาก็พบหลิวหลานในชุดสีดำที่นางเคยสวมเมื่อครั้งที่นางเข้ามาในห้องของเขาครั้งแรกซึ่งอวดสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนของนางได้อย่างดี ทว่าวันนี้นางสวมเสื้อคลุมสีดำปกปิดรูปลักษณ์อันมีเสน่ห์ของนางเอาไว้
“การคัดเลือกคนเข้าเหล่าคนในใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว และเจ้าก็ไม่มีไม้ตายใด ๆ วันนี้สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งแห่งนครหยวนหลิงจะจัดการประมูลครั้งใหญ่ขึ้น พวกเราไปดูหน่อยดีไหม?”
หลงเฉินตั้งใจจะไล่ตะเพิดนางออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเขาเองคุมอารมณ์ไม่อยู่และโต้ตอบด้วยความรุนแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อนางพูดถึงงานประมูล เขาลังเลใจเล็กน้อยและตัดสินใจที่จะไปกับนาง
หลังจากรับเสื้อคลุมมาจากหลิวหลาน หลงเฉินก็เดินตามหลังนางและมุ่งหน้าไปยังบริเวณชายขอบของเมืองหลิงอู่
ท่ามกลางเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ มีผู้คนมากมายที่เคยมีข้อพิพาทกับผู้อื่นหรือแม้แต่ทำเรื่องผิดบาป และพวกเขาก็ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน โดยเฉพาะในงานประมูลเช่นนี้ การสวมเสื้อคลุมจึงแทบจะกลายเป็นกฎที่ไม่ต้องเอ่ยออกมา
ด้วยเหตุนี้ หลงเฉินจึงเดินเคียงข้างหลิวหลานไปอย่างเงียบ ๆ
“เวลาสิบวันนี้ช่างครึกครื้นนัก ชีวิตรักของท่านกลายเป็นหัวข้อถกเถียงของผู้คนจนสนุกปากทั้งก่อนและหลังทานอาหารเลยเชียว” หลงเฉินเอ่ย
“นี่เจ้ากำลังบ่นหรือรู้สึกพอใจอยู่กันแน่?” หลิวหลานยิ้ม
“ท่านล้อข้าเล่นรึ?”
หลิวหลานไม่ได้ปฏิเสธ
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก หลงเฉิน...” คิ้วของนางขมวดขึ้นเล็กน้อย
“อันตรายในการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในนั้นหาใช่สิ่งที่เจ้าจินตนาการได้ ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ข้าไม่อยากให้เจ้าตายหรอก”
“ท่านเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อนหรืออย่างไร?”
เมื่อถูกเรียกว่าวัวแก่หลายครั้งทำให้หลิวหลานเกือบจะหมดความอดทนจนต้องใช้ความรุนแรง ไม่ว่านางจะวางตัวดีเพียงใด แต่ถึงกระนั้นนางก็เป็นฝ่ายผิดและหากโกรธไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา
หลิวหลานกลอกตาและเอ่ยต่อ
“ข้าทำได้เพียงขอโทษเจ้าในสิ่งที่เกิดขึ้น ฉู่ยวิ๋นซีเก่งกาจกว่าที่ข้าคาดไว้ หากมีโอกาสละก็ ข้าเชื่อว่าเขาต้องสังหารเจ้าโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบใด ๆ หรอก”
“หมายความว่าอย่างไร? ท่านกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของข้าหรือ?” น้ำเสียงของหลงเฉินเย็นชาขึ้น
“ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” หลิวหลานวิตกกังวล
“ข้าเพียงบอกเจ้าว่ามันเป็นการดีที่สุดหากเจ้าจะทุ่มเทฝึกฝน เจ้าต้องรักษาชีวิตเอาไว้ นอกจากนี้ เจ้ายังอายุน้อยกว่าฉู่ยวิ๋นซีหลายปีและเพิ่งเข้าตระกูลหลิงอู่ ใช่ว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสเหนือกว่าเขาเสียเมื่อไร”
“หยุดพูดเถอะ ข้าไม่คิดจะยั้งมือกับคนที่ข้าต้องการฆ่าอยู่แล้ว”
หลงเฉินเอ่ยคำเหล่านี้ออกมาพลางเดินนำไปข้างหน้า
*************************