เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 78 คลี่คลายเรื่องราวพานพบหน้า


    ไป๋เหวินโจวพอได้ฟังว่าหลี่กวนหยางเตรียมก่อกบฏก็ขมวดคิ้ว เจิงหลุนกล่าวว่า“มังกรขอนัดพบท่านที่เมืองหลวง”ไป๋เหวินโจวพยักหน้า ได้ยินเสียงสตรีนางหนึ่งตวาด “คิดหนีหรือ?” ไป๋เหวินโจวกับเจิงหลุนหันไปมอง เห็นสตรีชุดชมพูทะยานกายไล่ล่าเสิ่นเฟิง ที่แท้เสิ่นเฟิงฉวยโอกาสที่แม่ทัพเจิงหลุนสั่งให้สลายกำลัง ปะปนกับกลุ่มคนหนีไปด้วย แต่ซูโหยวเสวียนจับตาอยู่ตลอดเวลา มันมิอาจรอดพ้นเสิ่นเฟิงมีวิชาตัวเบาด้อยกว่า ไม่นานซูโหยวเสวียนก็ติดตามมันทัน เสิ่นเฟิงหันไปต่อยใส่หน้าซูโหยวเสวียนเทพธิดาเขาคุนหลุนยื่นสองมือใช้ยอดวิชาสลายดารา หมัดของเสิ่นเฟิงก็พุ่งใส่ใบหน้ามันเองจนเจ็บปวดยอดวิชาสลายดาราไม่เพียงสลายกระบวนท่าศัตรูได้ เส้นใยลมปราณเล็กๆ ยังสามารถชักจูงกระบวนท่าศัตรูให้เบี่ยงเบนไปยังทิศทางที่ต้องการได้เช่นกันเสิ่นเฟิงยังไม่ยอมแพ้ มันต่อยหมัดเกิดเป็นพลังสิงโตแดงตัวใหญ่ สิงโตตัวนั้นยังกระโจนเข้าหาซูโหยวเสวียน ซูโหยวเสวียนรีบกางสองมือรับไว้พลังสิงโตแดงสั่นกระเพื่อม จากนั้นพลังมันพุ่งย้อนกลับไปหาเสิ่นเฟิงเอง เทพยุทธ์ใจหายวาบ มันรีบต่อยสองหมัดเข้าปะทะ แต่ซูโหยวเสวียนทะยานกายไปด้านข้างมัน จากนั้นปาดมือออก สองหมัดเสิ่นเฟิงก็ทำร้ายถูกมันเอง ชั่วพริบตาเดียวกันไอสิงโตแดงก็พุ่งใส่เสิ่นเฟิงอย่างเต็มที่ จนมันปลิวกระเด็นร่างเสิ่นเฟิงกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง กระอักโลหิตออกมา ซูโหยวเสวียนยืนจ้องมันอย่างเย็นชา“ตอนที่ข้าพาเจียงเยี่ยนกลับวังนิรมล เจ้าใช่หรือไม่ที่ไปบอกหลี่กวนหยาง จนมันไปดักทางข้าที่เขาคุนหลุน”เสิ่นเฟิงรีบส่ายหน้า “เทพ..เทพธิดา ไม่มีหลักฐานอย่าได้หลงเชื่อคนยุยง”ไป๋เหวินโจวแค่นหัวร่อ “เจ้านำพวกเฒ่าหนวดมังกรมาจู่โจมข้าที่หุบเขาอภิรมย์ นี่ยังเป็นหลักฐานไม่พอหรือ?”เสิ่นเฟิงทราบว่าวันนี้ยากรอดได้ มันรีบคุกเข่าโขกศีรษะให้ซูโหยวเสวียน“เทพธิดา..ละเว้นชีวิตข้าด้วย นับตั้งแต่นี้ข้าจะอยู่แต่ในวังนิรมล คอยปรนนิบัติรับใช้ ไม่ออกมาอีก”ซูโหยวเสวียนหันไปถามเจียงเยี่ยน“ประมุข ขอให้ท่านตัดสินมัน”เจียงเยี่ยนกล่าวว่า“แล้วแต่พี่ซูเถอะ”ซูโหยวเสวียนดวงตาฉายแววอำมหิต “เจ้าเคยสาบานจะเป็นคนของวังนิรมล แต่กลับทรยศ จุดจบจะเป็นอย่างไรเจ้าคงรู้ดี”เสิ่นเฟิงทราบว่ามันไม่รอดแล้ว มันกระโดดเข้าหาซูโหยวเสวียนอย่างดุร้าย แต่ทันใดมันรู้สึกอากาศทั่วร่างเบาหวิว ซูโหยวเสวียนเร่งใช้พลังสลายดาราขั้นสูงออกมา เส้นใยลมปราณพุ่งออกจากร่างนั้นเข้ามัดเสิ่นเฟิงจนขยับตัวไม่ได้ นางตวาดเสียงดัง ส่วนเสิ่นเฟิงก็ร้องอย่างโหยหวน ที่แท้วิชาสลายดารากำลังสลายลมปราณของมันเสิ่นเฟิงเร่งลมปราณต่อต้านซูโหยวเสวียน แต่ฝีมือมันยังห่างกับซูโหยวเสวียนอยู่ช่วงใหญ่ ยิ่งเร่งลมปราณต่อต้าน กำลังภายในของมันยิ่งสลายไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วหม้อข้าวเดือด เสิ่นเฟิงก็คุกเข่าลงร่างสั่นสะท้าน หยาดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า เรี่ยวแรงปลาสนาการไปสิ้น แม้แต่แรงจะเดินยังไม่มี ซูโหยวเสวียนเห็นพลังภายในมันสูญสลายแล้ว ไป๋เหวินโจวพลันกล่าวว่า“คนผู้นี้ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่วิทยายุทธ์ แต่เป็นปากมัน”ไป๋เหวินโจวขยับกายวูบหนึ่งก็เข้าหาเสิ่นเฟิง มันใช้กรงเล็บเพชฌฆาตจับคอเสิ่นเฟิงไว้ จากนั้นหยิบขวดเล็กๆ สีส้มออกมาจากแขนเสื้อ“เจ้าจำยานี้ได้หรือไม่ มันคือยาที่ข้าใช้กับเจ้าในโรงเตี๊ยม ตอนที่เจ้าลักพาตัวเหลียนจู ตอนนั้นข้าผสมยาเข้ากับสุราเพียงเล็กน้อย เจ้าจึงรอดชีวิตมาได้ ครั้งนี้ข้าจะเพิ่มปริมาณขึ้นอีก”เสิ่นเฟิงตื่นตระหนก มันไหนเลยจะจำมิได้ ตอนนั้นพอมันดื่มยาพิษไป๋เหวินโจวเข้าไป เจ็บปวดราวกับมีมีดนับร้อยกรีดใส่คอมันทุกวัน ไป๋เหวินโจวพลันสกัดจุดมันจนขยับตัวไม่ได้ จากนั้นบีบจมูกมันจนหายใจไม่ออก เสิ่นเฟิงไม่มีทางเลือกต้องอ้าปากหายใจ ไป๋เหวินโจวบีบปากมันกรอกผงยาพิษเข้าไปในปริมาณมาก จากนั้นปิดปากมันไว้ ไม่นานยาพิษก็ละลายในปาก เสิ่นเฟิงรู้สึกเจ็บปวดในคอราวกับถูกมีดดาบนับพันเชือดเฉือน มันทรมานอย่างยิ่ง คิดจะร้องออกมาก็ร้องไม่ออกไป๋เหวินโจวกล่าวว่า“เจ้ากินยาพิษปริมาณมาก ตัวยาจะไปทำลายกล่องเสียงเจ้า นับแต่นี้จะพูดไม่ได้ตลอดชีวิต พิษจะกำเริบวันละหนึ่งครั้ง ต่อให้หมอเทวดาก็รักษาเจ้าไม่ได้ ”ไป๋เหวินโจวคลายจุดให้ เสิ่นเฟิงจับคอร่ำร้องดิ้นทุรนทุราย แต่ไม่มีเสียงออกมา มันรีบลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซไป จากนั้นได้ยินเสียงฟิ้ว ลูกดอกสีทองสามดอกซัดใส่หลังมัน เสิ่นเฟิงเจ็บปวดยิ่งนัก แต่ก็ยังคงอดทนเดินต่อไปแต่คนของฝ่ายธัมมะที่เหลือยังไม่ยอม พวกมันรายล้อมเสิ่นเฟิง คนผู้นี้เป็นโจรราคะ ตามกฎยุทธจักรต้องสังหารสถานเดียว ไป๋เหวินโจวเห็นว่ามันทรมานพอแล้วจึงกล่าว“ควบคุมมันขึ้นไปเขาบู๊ตึ๊ง ให้เจ้าสำนักหลิวคงจัดการเถอะ”ฝ่ายธัมมะพยักหน้า คุมตัวเสิ่นเฟิงขึ้นเขาบู๊ตึ๊ง นับแต่นี้มันถูกขังอยู่ในถ้ำหลังน้ำตกมิสามารถออกมาได้อีก

    เหลียนจูเป็นคนซัดลูกดอกสีทองใส่มันเอง นางยังแค้นเสิ่นเฟิงที่เคยลักพาตัวนาง เหลียนจูรีบเดินเข้ามาหาไป๋เหวินโจว ย่อกายคารวะ“จอมยุทธ์ไป๋ เหลียนจูขอขอบคุณท่าน”“เจ้าเคยขอบคุณข้าไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องขอบคุณอีก” ไป๋เหวินโจวกล่าวเหลียนถงบิดาเหลียนจูต่างก็เข้ามาคำนับ เหลียนจูยังกล่าวว่า“ข้ามีบุตรชายคนหนึ่งอายุเกือบสองปี ข้าตั้งชื่อให้เขาว่าเหวินโจว” ไป๋เหวินโจวยิ้มเล็กน้อย “ถ้าเช่นนั้นบุตรเจ้าคงฉลาด”เหลียนจูหัวร่อเล็กน้อย นึกไม่ถึงไป๋เหวินโจวรู้จัก ล้อเล่น แม่ทัพเจิงหลุนกล่าวว่า“ท่านไป๋ ไว้พบกันที่เมืองหลวง เมื่อถึงแล้วให้เข้ามาที่จวนของข้าและยื่นป้ายนี้”เจิงหลุนมอบป้ายแม่ทัพสีแดงสลักอักษรสีทองให้ไป๋เหวินโจว จากนั้นมันก็เดินไปทักทายฝ่าเหลียนซือไท่ที่เป็นศิษย์พี่มัน สักพักเจิงหลุนก็นำทัพนับหมื่นจากไป

    ฝ่าเหลียนซือไท่กับกานเป่าซิงรีบเดินมา ฝ่าเหลียนกล่าว “ประสกไป๋ช่วยง้อไบ๊ไว้ ข้าไม่เพียงไม่ตอบแทน ยังหันอาวุธใส่ท่าน นับว่าละอายยิ่ง”ไป๋เหวินโจวตอบว่า“ข้าทำไปก็เพื่อชาติบ้านเมือง”ไป๋เหวินโจวกล่าวกับกานเป่าซิง“ขอบใจที่เจ้าช่วยนำคนของง้อไบ๊มาแก้ต่างให้ข้า”กานเป่าซิงยิ้มอย่างเอียงอาย “เพราะท่านช่วยเหลือพวกข้าก่อน”

    เจียงเยี่ยนและหวงเทียนเหยาต่างก็เดินมาหา ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า “หากไม่ได้พวกเจ้า ข้าคงย่ำแย่ยิ่ง”หวงเทียนเหยาเพียงยิ้มเล็กน้อย เจียงเยี่ยนรีบคำนับอาจารย์ ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า“เจ้าเป็นถึงประมุขแล้ว ไม่จำเป็นต้องคารวะอีก”เจียงเยี่ยนตอบว่า“อาจารย์ หากมิใช่ท่านมาช่วยทัน ข้าคงพ่ายแพ้ไปแล้ว” ไป๋เหวินโจวหัวร่อเล็กน้อย“ฝีมือเจ้ารุดหน้าเช่นนี้ แม้แต่ข้าก็สู้เจ้าไม่ได้”“ท่านอย่าได้ล้อเล่น ฝีมือเยี่ยนเอ๋อร์ยังห่างกับท่านช่วงใหญ่”ขณะพูดคุยกัน ศิษย์สตรีง้อไบ๊นางหนึ่งเดินมาหาเจียงเยี่ยน นางมีน้ำตาเอ่อคลอ เรียกเจียงเยี่ยนเบาๆ“คุณ..คุณชาย”เจียงเยี่ยนมีสีหน้ายินดี นี่มิใช่เสี่ยวหนิงสาวใช้บ้านมันหรอกหรือเจียงเยี่ยนรีบจับมือเสี่ยวหนิงไว้ “เจ้า..เจ้ายังไม่ตาย? ตอนที่ข้าทำศพคนในบ้าน ข้าไม่เห็นเจ้า”“เพราะเจียงฮูหยินสั่งให้ข้าออกจากบ้านไปก่อน ข้าจึงรอดชีวิตจากพวกเทพธรณิน ระหว่างเร่ร่อนเดินทางโชคดีได้พบคนของง้อไบ๊ ข้าจึงเข้าเป็นศิษย์ของง้อไบ๊”เจียงเยี่ยนยิ้มอย่างยินดี ฝ่าเหลียนซือไท่เห็นเสี่ยวหนิงศิษย์คนเล็กนางได้พบคนรู้จัก จึงกล่าวว่า“พวกเจ้าพูดคุยตามสะดวกเถอะ เมื่อเสร็จธุระแล้วรีบขึ้นเขาบู๊ตึ๊ง ข้าพักอยู่ที่นั่น”เสี่ยวหนิงกับเจียงเยี่ยนต่างไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ทั้งสองไม่ได้พบกันนานพูดคุยกันไม่หยุด

    เมื่อตกยามค่ำคืน คนของเขาคุนหลุนต่างฉลองกันที่สามารถเอาชนะฝ่ายธัมมะได้ พวกมันตั้งค่ายพักแรมอยู่ไม่ไกลจากเชิงเขาบู๊ตึ๊ง จุดคบไฟยาวเหยียดราวกับเป็นค่ายทหาร พวกมันเดินทางมาไกลไม่มีสุราอาหารชั้นเลิศ เพียงแค่ดื่มสุราที่พกมาเท่านั้น ลามะตาลากล่าวว่า“วันนี้ได้เห็นประมุขเจียงต่อสู้กับสามเจ้าสำนักใหญ่ นับว่าการเดินทางไกลครั้งนี้ไม่สูญเปล่าแล้ว”คนของเขาคุนหลุนรู้สึกมีหน้ามีตากว่าเดิม เจียงเยี่ยนยืนขึ้นคารวะ“หากไม่ได้พี่น้องช่วยเหลือ วันนี้ข้าคงช่วยเหลืออาจารย์ไม่ได้”ไป๋เหวินโจวยืนขึ้นบ้าง “แม้ข้ากับพวกท่านจะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ได้เห็นน้ำใจพวกท่าน หากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือ คนแซ่ไป๋ยินดีกระทำให้”ประมุขค่ายดาบทองกล่าวขึ้น“จอมยุทธ์ไป๋กล่าววาจาใด ท่านเป็นอาจารย์ประมุขเจียงก็เสมือนเป็นพวกเดียวกัน”ไป๋เหวินโจวรู้สึกว่าคนของเขาคุนหลุนมีความองอาจกว่าพวกฝ่ายธัมมะมากนัก มันไม่ชอบคบหาผู้ใดยังรู้สึกคนเหล่านี้น่าคบหาด้วย ดื่มกินกันสักพัก ไป๋เหวินโจวกล่าวกับเจียงเยี่ยนว่า “เจ้าสลายกำลังไปก่อน พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกัน”เจียงเยี่ยนถามว่า“ไปที่ใด?”“ไปเมืองหลวง จากนั้นไปช่วยมารดาเจ้าลู่เซียง เราจะเข้าเมืองหลวงจะยกกองกำลังเข้าไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นอาจมีเรื่องกับทางการ” ไป๋เหวินโจวตอบเจียงเยี่ยนได้ฟังก็คึกคัก “ไปวังเทพธรณินหรือ? ตกลง”ไป๋เหวินโจวถามว่า “เสี่ยวหวง (หวงน้อย) แล้วเจ้า?”“ฟังว่าหลี่กวนหยางมีฝีมือเลิศล้ำสุดยอด ข้าอยากจะเห็นฝีมือมันสักครั้ง” หวงเทียนเหยาตอบไป๋เหวินโจวยิ้มให้ มันทราบว่าหวงเทียนเหยาเป็นห่วงมันจึงคิดเดินทางด้วย เจียงเยี่ยนกล่าวกับซูโหยวเสวียน“พี่ซู ท่านนำกองกำลังคุนหลุนกลับไปก่อน ข้าจะเดินทางไปช่วยเหลือมารดาข้า”ซูโหยวเสวียนพยักหน้า นางเพิ่งได้พบไป๋เหวินโจวเพียงแค่เล็กน้อยก็ต้องจากกันอีกแล้วหรือ? ไป๋เหวินโจวพลันกล่าวกับนาง“หากไม่ได้เจ้าวางแผน ข้าคงถูกฝ่ายธัมมะสังหารไปแล้ว”ซูโหยวเสวียนยิ้มให้ นางกล่าวว่า “ข้าทราบว่าท่านต้องมีวิธีเอาตัวรอด มิเช่นนั้นคงไม่มาเขาบู๊ตึ๊ง”ไป๋เหวินโจวพยักหน้า “พอเจ้าส่งขบวนคนไปยังคุนหลุนได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็ส่งหน้าที่ให้เฮ่อจวงดูแลแทน จากนั้นพบกันที่เมืองหลวง”ซูโหยวเสวียนยิ้มแย้ม ที่แท้ไป๋เหวินโจวทราบว่าพวกคนของเขาคุนหลุนส่วนใหญ่เป็นพวกฝ่ายอธรรม ไม่ก็ค่ายโจร หากไม่มีคนควบคุมระหว่างเดินทางอาจก่อเรื่องวุ่นวายได้ เมื่อเจียงเยี่ยนไม่อยู่ ก็มีเพียงซูโหยวเสวียนซึ่งมีอำนาจพอจะรับหน้าที่นี้

    อีกด้านหนึ่งกองกำลังหลายหมื่นคนเริ่มมารวมตัวกันที่ตำหนักเทพธรณิน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก หลี่กวนหยางนั่งเป็นประธานในพิธี มันสวมมงกุฎทองลักษณะสง่างามราวกับเป็นราชันเจ้าชีวิต กองกำลังของมันพลันคุกเข่าลงจากนั้นเรียกว่า“ฝ่าบาท!”หลี่กวนหยางยิ้มอย่างยินดี ไม่นานมันจะได้เป็นฮ่องเต้แล้ว!!

    ------ จบตอน -----

    ตอนนี้ขอคุยกันเบาๆ นะครับ ส่วนด้านหลี่กวนหยางพร้อมแล้ว พวกอาจารย์ไป๋พร้อมหรือยัง ตอนหน้าบุกวังเทพธรณินดุเดือดจ้า ส่วนจุดจบเสิ่นเฟิงชอบไหม คอมเม้นท์บอกกันได้นะคร้าบ

    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน