เหลียนจูเป็นคนซัดลูกดอกสีทองใส่มันเอง นางยังแค้นเสิ่นเฟิงที่เคยลักพาตัวนาง เหลียนจูรีบเดินเข้ามาหาไป๋เหวินโจว ย่อกายคารวะ“จอมยุทธ์ไป๋ เหลียนจูขอขอบคุณท่าน”“เจ้าเคยขอบคุณข้าไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องขอบคุณอีก” ไป๋เหวินโจวกล่าวเหลียนถงบิดาเหลียนจูต่างก็เข้ามาคำนับ เหลียนจูยังกล่าวว่า“ข้ามีบุตรชายคนหนึ่งอายุเกือบสองปี ข้าตั้งชื่อให้เขาว่าเหวินโจว” ไป๋เหวินโจวยิ้มเล็กน้อย “ถ้าเช่นนั้นบุตรเจ้าคงฉลาด”เหลียนจูหัวร่อเล็กน้อย นึกไม่ถึงไป๋เหวินโจวรู้จัก ล้อเล่น แม่ทัพเจิงหลุนกล่าวว่า“ท่านไป๋ ไว้พบกันที่เมืองหลวง เมื่อถึงแล้วให้เข้ามาที่จวนของข้าและยื่นป้ายนี้”เจิงหลุนมอบป้ายแม่ทัพสีแดงสลักอักษรสีทองให้ไป๋เหวินโจว จากนั้นมันก็เดินไปทักทายฝ่าเหลียนซือไท่ที่เป็นศิษย์พี่มัน สักพักเจิงหลุนก็นำทัพนับหมื่นจากไป
ฝ่าเหลียนซือไท่กับกานเป่าซิงรีบเดินมา ฝ่าเหลียนกล่าว “ประสกไป๋ช่วยง้อไบ๊ไว้ ข้าไม่เพียงไม่ตอบแทน ยังหันอาวุธใส่ท่าน นับว่าละอายยิ่ง”ไป๋เหวินโจวตอบว่า“ข้าทำไปก็เพื่อชาติบ้านเมือง”ไป๋เหวินโจวกล่าวกับกานเป่าซิง“ขอบใจที่เจ้าช่วยนำคนของง้อไบ๊มาแก้ต่างให้ข้า”กานเป่าซิงยิ้มอย่างเอียงอาย “เพราะท่านช่วยเหลือพวกข้าก่อน”
เจียงเยี่ยนและหวงเทียนเหยาต่างก็เดินมาหา ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า “หากไม่ได้พวกเจ้า ข้าคงย่ำแย่ยิ่ง”หวงเทียนเหยาเพียงยิ้มเล็กน้อย เจียงเยี่ยนรีบคำนับอาจารย์ ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า“เจ้าเป็นถึงประมุขแล้ว ไม่จำเป็นต้องคารวะอีก”เจียงเยี่ยนตอบว่า“อาจารย์ หากมิใช่ท่านมาช่วยทัน ข้าคงพ่ายแพ้ไปแล้ว” ไป๋เหวินโจวหัวร่อเล็กน้อย“ฝีมือเจ้ารุดหน้าเช่นนี้ แม้แต่ข้าก็สู้เจ้าไม่ได้”“ท่านอย่าได้ล้อเล่น ฝีมือเยี่ยนเอ๋อร์ยังห่างกับท่านช่วงใหญ่”ขณะพูดคุยกัน ศิษย์สตรีง้อไบ๊นางหนึ่งเดินมาหาเจียงเยี่ยน นางมีน้ำตาเอ่อคลอ เรียกเจียงเยี่ยนเบาๆ“คุณ..คุณชาย”เจียงเยี่ยนมีสีหน้ายินดี นี่มิใช่เสี่ยวหนิงสาวใช้บ้านมันหรอกหรือเจียงเยี่ยนรีบจับมือเสี่ยวหนิงไว้ “เจ้า..เจ้ายังไม่ตาย? ตอนที่ข้าทำศพคนในบ้าน ข้าไม่เห็นเจ้า”“เพราะเจียงฮูหยินสั่งให้ข้าออกจากบ้านไปก่อน ข้าจึงรอดชีวิตจากพวกเทพธรณิน ระหว่างเร่ร่อนเดินทางโชคดีได้พบคนของง้อไบ๊ ข้าจึงเข้าเป็นศิษย์ของง้อไบ๊”เจียงเยี่ยนยิ้มอย่างยินดี ฝ่าเหลียนซือไท่เห็นเสี่ยวหนิงศิษย์คนเล็กนางได้พบคนรู้จัก จึงกล่าวว่า“พวกเจ้าพูดคุยตามสะดวกเถอะ เมื่อเสร็จธุระแล้วรีบขึ้นเขาบู๊ตึ๊ง ข้าพักอยู่ที่นั่น”เสี่ยวหนิงกับเจียงเยี่ยนต่างไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ทั้งสองไม่ได้พบกันนานพูดคุยกันไม่หยุด
เมื่อตกยามค่ำคืน คนของเขาคุนหลุนต่างฉลองกันที่สามารถเอาชนะฝ่ายธัมมะได้ พวกมันตั้งค่ายพักแรมอยู่ไม่ไกลจากเชิงเขาบู๊ตึ๊ง จุดคบไฟยาวเหยียดราวกับเป็นค่ายทหาร พวกมันเดินทางมาไกลไม่มีสุราอาหารชั้นเลิศ เพียงแค่ดื่มสุราที่พกมาเท่านั้น ลามะตาลากล่าวว่า“วันนี้ได้เห็นประมุขเจียงต่อสู้กับสามเจ้าสำนักใหญ่ นับว่าการเดินทางไกลครั้งนี้ไม่สูญเปล่าแล้ว”คนของเขาคุนหลุนรู้สึกมีหน้ามีตากว่าเดิม เจียงเยี่ยนยืนขึ้นคารวะ“หากไม่ได้พี่น้องช่วยเหลือ วันนี้ข้าคงช่วยเหลืออาจารย์ไม่ได้”ไป๋เหวินโจวยืนขึ้นบ้าง “แม้ข้ากับพวกท่านจะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ได้เห็นน้ำใจพวกท่าน หากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือ คนแซ่ไป๋ยินดีกระทำให้”ประมุขค่ายดาบทองกล่าวขึ้น“จอมยุทธ์ไป๋กล่าววาจาใด ท่านเป็นอาจารย์ประมุขเจียงก็เสมือนเป็นพวกเดียวกัน”ไป๋เหวินโจวรู้สึกว่าคนของเขาคุนหลุนมีความองอาจกว่าพวกฝ่ายธัมมะมากนัก มันไม่ชอบคบหาผู้ใดยังรู้สึกคนเหล่านี้น่าคบหาด้วย ดื่มกินกันสักพัก ไป๋เหวินโจวกล่าวกับเจียงเยี่ยนว่า “เจ้าสลายกำลังไปก่อน พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกัน”เจียงเยี่ยนถามว่า“ไปที่ใด?”“ไปเมืองหลวง จากนั้นไปช่วยมารดาเจ้าลู่เซียง เราจะเข้าเมืองหลวงจะยกกองกำลังเข้าไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นอาจมีเรื่องกับทางการ” ไป๋เหวินโจวตอบเจียงเยี่ยนได้ฟังก็คึกคัก “ไปวังเทพธรณินหรือ? ตกลง”ไป๋เหวินโจวถามว่า “เสี่ยวหวง (หวงน้อย) แล้วเจ้า?”“ฟังว่าหลี่กวนหยางมีฝีมือเลิศล้ำสุดยอด ข้าอยากจะเห็นฝีมือมันสักครั้ง” หวงเทียนเหยาตอบไป๋เหวินโจวยิ้มให้ มันทราบว่าหวงเทียนเหยาเป็นห่วงมันจึงคิดเดินทางด้วย เจียงเยี่ยนกล่าวกับซูโหยวเสวียน“พี่ซู ท่านนำกองกำลังคุนหลุนกลับไปก่อน ข้าจะเดินทางไปช่วยเหลือมารดาข้า”ซูโหยวเสวียนพยักหน้า นางเพิ่งได้พบไป๋เหวินโจวเพียงแค่เล็กน้อยก็ต้องจากกันอีกแล้วหรือ? ไป๋เหวินโจวพลันกล่าวกับนาง“หากไม่ได้เจ้าวางแผน ข้าคงถูกฝ่ายธัมมะสังหารไปแล้ว”ซูโหยวเสวียนยิ้มให้ นางกล่าวว่า “ข้าทราบว่าท่านต้องมีวิธีเอาตัวรอด มิเช่นนั้นคงไม่มาเขาบู๊ตึ๊ง”ไป๋เหวินโจวพยักหน้า “พอเจ้าส่งขบวนคนไปยังคุนหลุนได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็ส่งหน้าที่ให้เฮ่อจวงดูแลแทน จากนั้นพบกันที่เมืองหลวง”ซูโหยวเสวียนยิ้มแย้ม ที่แท้ไป๋เหวินโจวทราบว่าพวกคนของเขาคุนหลุนส่วนใหญ่เป็นพวกฝ่ายอธรรม ไม่ก็ค่ายโจร หากไม่มีคนควบคุมระหว่างเดินทางอาจก่อเรื่องวุ่นวายได้ เมื่อเจียงเยี่ยนไม่อยู่ ก็มีเพียงซูโหยวเสวียนซึ่งมีอำนาจพอจะรับหน้าที่นี้
อีกด้านหนึ่งกองกำลังหลายหมื่นคนเริ่มมารวมตัวกันที่ตำหนักเทพธรณิน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก หลี่กวนหยางนั่งเป็นประธานในพิธี มันสวมมงกุฎทองลักษณะสง่างามราวกับเป็นราชันเจ้าชีวิต กองกำลังของมันพลันคุกเข่าลงจากนั้นเรียกว่า“ฝ่าบาท!”หลี่กวนหยางยิ้มอย่างยินดี ไม่นานมันจะได้เป็นฮ่องเต้แล้ว!!
------ จบตอน -----ตอนนี้ขอคุยกันเบาๆ นะครับ ส่วนด้านหลี่กวนหยางพร้อมแล้ว พวกอาจารย์ไป๋พร้อมหรือยัง ตอนหน้าบุกวังเทพธรณินดุเดือดจ้า ส่วนจุดจบเสิ่นเฟิงชอบไหม คอมเม้นท์บอกกันได้นะคร้าบ