ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 113 ข่าวคราวของพ่อแม่เชียนมู่เซวี่ย

            ถังฮ่าวตรวจสอบคริสตัลวิวัฒนาการสามชิ้นในมืออย่างละเอียดคริสตัลวิวัฒนาการทั้งสามชิ้นนี้หากมองเผินๆแล้วก็ไม่ต่างจากคริสตัลวิวัฒนาการทั่วไป มีเพียงผู้วิวัฒนาการระดับ 5ขึ้นไปที่สังเกตอย่างละเอียดเท่านั้น ถึงจะพบว่าสีของมันแตกต่างออกไปเล็กน้อยและมันยังเจิดจรัสกว่า!

            ท้ายสุดถังฮ่าวก็เลือกคริสตัลวิวัฒนาการชิ้นหนึ่งที่เขารู้สึกว่ามีพลังงานอยู่ภายในเพื่อทำการแปลงค่า!

            หลังจากแปลงค่าเสร็จสิ้นถังฮ่าวก็ตาเป็นประกาย!

            แม้ว่าคะแนนวิวัฒนาการจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอะไรและเพิ่มขึ้นเพียง 2.25 แต้มก็ตาม แต่ค่าทองคำกลับเพิ่มขึ้น 0.22 แต้ม

            หลังจากแปลงคริสตัลวิวัฒนาการชิ้นนี้ด้วยระบบแล้วก็ได้ค่าทองคำมากกว่าซอมบี้สุนัขกลายพันธุ์ระดับ 2 เสียอีก

            ...

            โม่หยางที่อยู่ในบ้านตระกูลฉินได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วจิตใจเขาก็ไม่ย่ำแย่เท่าไร มีเพียงสีหน้าที่ดูซีดเซียวเล็กน้อยเท่านั้นหลังจากที่เงยหน้าขึ้นแล้วก็เอ่ยกับฉินหมิงออกมา

            “คุณชายบัดนี้ตระกูลจ้าวเรียกร้องให้ผู้นำของทั้งสี่ตระกูลใหญ่ไปประชุมกันหรือว่าพวกเขาต้องการผนวกรวมอีกสามตระกูลเข้าด้วยกัน เพื่อควบคุมฐานที่มั่นแห่งนี้?”

            ฉินหมิงยังไม่ทันได้เอ่ยปากฉินเฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

            “ไม่น่าจะใช่ฉันว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของพวกจ้าวเสี่ยวเจียนมากกว่า!”

            “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรแต่ความแค้นระหว่างพวกเรากับตระกูลจ้าว รวมถึงคนกลุ่มใหม่ที่เพิ่งมานั่นคงไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน ส่วนอาการบาดเจ็บของโม่หยางตระกูลฉินเราจะเอาคืนพวกมันเป็นสองเท่า!” ฉินหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา

            “ขอบคุณคุณชาย!”

            “โม่หยางนายพักฟื้นอยู่ที่บ้านเถอะ เดี๋ยวฉันกับฉินเฉินจะไปดูเอง!”

            “ผมขอไปด้วยครับคุณชายแม้บาดแผลจะดูสาหนัก แต่ไม่ได้ลึกถึงกระดูก จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง! แค่นอนหลับตื่นหนึ่งก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว!”

            “เอาอย่างนั้นก็ได้งั้นพวกเราไปดูพร้อมกันว่าตระกูลจ้าวจะทำอะไรกันแน่!” ฉินหมิงโบกมือ ก่อนจะพาฉินเฉินและโม่หยางไปที่ตระกูลจ้าวพร้อมกับฉินเหยาจงผู้เป็นพ่อและฉินเหยาเหว่ยที่เป็นลุงของเขา!

            ส่วนฝั่งของตระกูลฉู่และตระกูลอู๋เหล่าผู้นำตระกูลต่างก็พากันไปที่ตระกูลจ้าวเช่นกัน!

            ในตอนแรกฉินเหยาจงฉู่หย่งเจี๋ย อู๋เฉิงกุ้ยและคนอื่นๆ ยังเคลือบแคลงในสิ่งที่ตระกูลจ้าวพูดถึงฐานที่มั่นบงกชทมิฬอยู่บ้างแต่หลังจากที่ตระกูลจ้าวนำศพของซอมบี้สุนัขกลายพันธุ์ที่ถูกเย่ชิงเฉิงยิงตายออกมาสีหน้าของผู้นำทั้งสามตระกูลก็ย่ำแย่ขึ้นมาทันที

            หลังจากปรึกษาหารือกันแล้วในที่สุดทั้งสี่ตระกูลก็ตกลงที่จะร่วมมือกันกวาดล้างเหล่าปีศาจแห่งฐานที่มั่นบงกชทมิฬ!

            แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือพวกเขาต้องไปสืบหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง!

            ส่วนคนที่รับหน้าที่ในการสืบหาข้อเท็จจริงในครั้งนี้ก็คือหน่วยรบพิเศษที่เป็นแหล่งรวมผู้แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของทั้งสี่ตระกูล

            ในเมื่อก่อตั้งเป็นหน่วยรบพิเศษแล้วเช่นนั้นก็ย่อมต้องมีหัวหน้าชั่วคราว!

            หลังจากที่จ้าวกั๋วเทาและจ้าวจื่อเซียวปล่อยคลื่นพลังของผู้วิวัฒนาการระดับ5 ออกมา ตำแหน่งหัวหน้าชั่วคราวก็ตกเป็นของตระกูลจ้าวอย่างไม่ต้องสงสัย

            ถังฮ่าวคิดว่าควรรุกคืบในขณะที่ศัตรูยังไม่ทันตั้งตัวดังนั้นพวกเขาจึงควรบุกฝ่าเข้าไปในคืนนี้เลย

            แต่ตระกูลฉินฉู่ และอู๋กลับไม่เห็นด้วย และยืนกรานที่จะเริ่มปฏิบัติการในวันพรุ่งนี้!

            ทว่าเพราะเป็นแขกถังฮ่าวจึงไม่อาจออกความคิดเห็นได้!

            ไม่ว่าจะเริ่มปฏิบัติการวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ไม่มีผลกับเขามากเท่าไร!

            สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือเขากำลังรู้สึกหดหู่ใจกับข่าวที่เพิ่งได้รับ!

            ประสิทธิภาพการทำงานของคนตระกูลจ้าวนับว่าสูงมากเพียงแค่ชั่วโมงเดียว พวกเขาก็ช่วยถังฮ่าวตามหาสมาชิกในรายชื่อได้มากกว่าสิบคน ทว่าในบรรดาคนเหล่านี้ก็มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่เต็มใจไปกับพวกเขาแม้ว่าถังฮ่าวจะเปิดวิดีโอของญาติๆ ที่เตรียมไว้ให้พวกเขาดูแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีคนอีกมากที่เลือกที่จะอยู่ในฐานที่มั่นแห่งนี้!

            เห็นได้ชัดว่าคนส่วนใหญ่คิดว่าการอยู่ในฐานที่มั่นแห่งนี้ ปลอดภัยกว่าการออกไปข้างนอกกับถังฮ่าวมาก

            ถังฮ่าวเชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆ ไม่กล้าพูดต่อหน้าคนมากมายว่าพวกเขาเก่งกาจและฐานที่มั่นของพวกเขาปลอดภัยแค่ไหนหรอก!

            สิ่งเดียวที่ทำให้ถังฮ่าวรู้สึกโล่งใจก็คือคนตระกูลจางยี่สิบกว่าคนรวมถึงจางหยุนเจียนและครอบครัวรวมถึงคุณหนูตกยากอย่างจางไฉย่วนล้วนเต็มใจไปกับพวกเขา

            ดวงจันทร์สีเลือดลอยเด่นอยู่บนฟ้าพร้อมกับมีแสงจันทร์สีเลือดสาดส่องลงมาจนทำให้ฐานที่มั่นแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยสีแดงเลือดที่มืดสลัวและน่าขนลุก!

            เชียนมู่เซวี่ยซบอยู่บนอกของถังฮ่าวในรถฮัมเมอร์เสริมเหล็กก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

            “ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะเป็นยังไงบ้างแล้ว”

            มือซ้ายของถังฮ่าวกุมมือเรียวของเชียนมู่เซวี่ยเอาไว้ส่วนมือขวาก็ลูบไล้ผมยาวสีดำขลับของหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยปลอบโยนออกมา

            “ไม่ต้องห่วงหรอกลุงเชียนกับป้าหยุนจะต้องปลอดภัย พวกท่านเป็นคนดีขนาดนั้น ต้องอายุยืนเป็นร้อยปีแน่!”

            “ฮ่าวจื่อนายคิดว่าพ่อกับแม่จะอยู่ในฐานที่มั่นบงกชทมิฬหรือเปล่า?”

            “เพ้ยๆพูดอะไรออกมาน่ะ! ลุงเชียนกับป้าหยุนไม่มีทางอยู่ที่นั่นหรอก!” ถังฮ่าวรีบพูดทว่าพริบตานั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เพราะเขาเห็นจ้าวจื่อเยว่กำลังเดินตรงมาที่รถของเขา!

            หลังจากที่ถังฮ่าวกับเชียนมู่เซวี่ยลุกขึ้นนั่งแล้วก็เปิดกระจกหน้าต่างรถลงจ้าวจื่อเยว่เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเอ่ยขึ้น

            “พี่ถังพี่มู่เซวี่ย ฉันนึกเรื่องสำคัญออกแล้ว…”

            “อะไรนะ? เธอบอกว่าเจอพ่อฉันอย่างนั้นเหรอ?” เชียนมู่เซวี่ยรีบเปิดประตูรถลงไป

            “อาจจะเป็นไปได้เพราะฉันจำได้ว่าตอนนั้นเขาบอกว่าแซ่เชียน ตอนนี้พอคิดดูอีกที หน้าตาของเขาก็คล้ายกับพี่มู่เซวี่ยอยู่เหมือนกันเขาสูงประมาณ 176 เซ็นฯ รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอม ดูหล่อเหลาทีเดียว!”

            “เสี่ยวฮ่าวนั่นพ่อฉัน นั่นพ่อฉันแน่!” เชียนมู่เซวี่ยเอ่ยทั้งน้ำตา!

            “พี่เซวี่ยใจเย็นๆ ก่อน จื่อเยว่ ตอนนั้นพวกเธอเจอกันที่ไหนเหรอ รู้ไหมว่าพวกเขาอยู่ที่ฐานที่มั่นไหน?”

            “เจอกันที่ถนนติ่งไห่ใช่แล้ว! ตอนนั้นพวกเขาบอกว่ามาจากฐานที่มั่นเมฆาอินทนิล!”

            ฐานที่มั่นเมฆาอินทนิลอย่างนั้นหรือ!

            ถังฮ่าวตาเป็นประกาย!

            ในเมื่อรู้ว่าอยู่ที่ฐานที่มั่นไหนเรื่องก็น่าจะง่ายขึ้นแล้ว!

            “จื่อเยว่ขอบใจนะ ขอบใจจริงๆ!” เชียนมู่เซวี่ยจับมือของจ้าวจื่อเยว่เอาไว้ ก่อนจะกล่าวขอบคุณซ้ำๆ

            “พี่มู่เซวี่ยพูดแบบนี้ถือว่าเห็นฉันเป็นคนนอกไปแล้วฉันรอดตายมาได้เพราะพี่กับพี่ถังแล้วก็พี่ชิงเฉิงดังนั้นเรื่องแค่นี้จึงไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปฐานที่มั่นเมฆาอินทนิลกับพี่เอง!”

            “น้องสาวคนดีขอบใจมากนะ!” เชียนมู่เซวี่ยกอดจ้าวจื่อเยว่ก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกครั้งหลังจากผละออกก็หันไปมองถังฮ่าวและเอ่ยต่อตาม

            “เสี่ยวฮ่าวฉันอยากรีบไปฐานที่มั่นเมฆาอินทนิลเดี๋ยวนี้เลย!”

            ถังฮ่าวเข้าใจความรู้สึกของเชียนมู่เซวี่ยดีความจริงแล้ว เขาก็อยากเจอเชียนซือหยวนและภรรยาเขาทันทีเช่นกัน เพราะสำหรับถังฮ่าวแล้วเชียนซือหยวนและซ่งปิงหยุนไม่เพียงแต่เป็นพ่อตาแม่ยายของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเขามาอีกด้วย

            “พี่เซวี่ยรออยู่ที่นี่ดีกว่าเดี๋ยวฉันจะไปตามหาพ่อตากับแม่ยายเอง ไม่ต้องห่วงฉันจะรีบไปรับพวกเขากลับมาให้เร็วที่สุด พี่อยู่รอข่าวฉันที่นี่ก็พอถ้ามีความคืบหน้าเดี๋ยวเราติดต่อกันอีกที!”ถังฮ่าววางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่บางของเชียนมู่เซวี่ย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

            “เสี่ยวฮ่าวฉันจะไปด้วย นายคนเดียว…” เชียนมู่เซวี่ยยังพูดไม่จบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง

            “พี่สาวเดี๋ยวฉันไปเอง! ฉันจะไปกับพี่ฮ่าวจื่อ เรื่องของน้ากับน้าเขยปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะตอนนี้เป็นเวลากลางดึก การฝ่าฝูงซอมบี้เป็นระยะทางไกลขนาดนั้นฉันไปน่าจะเหมาะสมกว่า!” โอวหยางมี่มี่เอ่ยพร้อมกับก้าวเดินเข้ามาไม่เพียงแค่โอวหยางมี่มี่เท่านั้น แต่ยังมีโอวหยางเผิงเฉิงและซ่งปิงเซี่ยเดินเข้ามาด้วย!

            “มู่เซวี่ยให้มี่มี่ไปเถอะ!” ซ่งปิงเซี่ยเอ่ยขึ้น

            “อะแฮ่มฉันไปคนเดียวก็พอ!” ถังฮ่าวพูดขึ้น

            โอวหยางมี่มี่จ้องมองถังฮ่าวก่อนจะเอ่ยออกมา

            “พี่ฮ่าวจื่อฉันรู้ว่าพี่เก่ง การไปคนเดียวไม่ใช่ปัญหาสำหรับพี่หรอก แต่ถ้าพี่เจอน้ากับน้าเขยแล้วพี่มั่นใจหรือว่าจะสามารถพาพวกเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย ถ้าเกิดว่ามีคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่านี้ล่ะ? พี่จะดูแลไหวหรือ?”

            คำพูดนี้ทำให้ถังฮ่าวพูดไม่ออก!

            ถูกต้องต่อให้เขาแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ก็มีแค่คนเดียว!และการฆ่าศัตรูกับการปกป้องผู้คนก็เป็นคนละเรื่องกัน!

            ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาพาผู้คนของฐานที่มั่นทหารและฐานที่มั่นศาลาว่าการฝ่าวงล้อมออกมาจากเมืองซูโจวก็ได้เรียนรู้ว่าการช่วยชีวิตผู้คนจะต้องอาศัยทีมที่แข็งแกร่ง

    คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน