ตอนที่41ดีกว่าของข้าอีก
ภายในห้องของเจิ้งฟู่……
หลังจากที่กลับเข้ามาในห้องแล้วเจิ้งฟู่ก็หยิบเอาแหวนมิติออกมาตรวจสอบของภายในอีกรอบในทันทีว่าของยังอยู่ครบไหม......
"ตอนนี้เราเหลือเงินเพียงสองพันสี่ร้อยเหรียญผลึกอสูรเท่านั้นแต่ก็ยังถือว่าเยอะอยู่และที่สำคัญเราไม่ต้องเสียเงินซื้อแหวนมิติเลยและยังได้เตาปรุงยาส่วนตัวแถมมาอีกด้วย"เจิ้งฟู่ตรวจสอบไปยิ้มไปด้วยความปิติยินดีก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ว่าแหวนมิติราคาเท่าไหร่แล้วยาของเขาจะขายได้เท่าไหร่แต่หลังจากที่ได้ไปที่เมืองอินทรีและได้เข้าร่วมการประมูลก็ทำให้เขารู้เรื่องราคามากขึ้น......
และสิ่งที่เจิ้งฟู่คิดหลังจากที่เขากลับมาตระกูลแล้วนั้นก็คือคิดค้นหาวิธีปรุงยาโดยใช้โสมพลังกายเป็นส่วนผสมเพื่อทำให้มันมีประสิทธิภาพดีขึ้นและถึงเขาจะมีพลังสูงขึ้นแต่ถ้าร่างกายของเขายังไม่ได้รับการแก้ไขอีกไม่นานเขาคงจะต้องติดปัญหาเดิมแน่นอนและวิธีที่ดีที่สุดก็คือการคิดค้นวิธีการนำโสมพลังกายมาปรุงเป็นยา.....
ตุบ!!!
เจิ้งฟู่หยิบเอาเตาปรุงยาที่เขาได้รับมาจากทางสมาคมปรุงยาออกมาซึ่งเตานี้บอกได้เลยว่ามันไม่ธรรมดาแน่นอนเพราะว่ามันมีออร่าแปลกๆแผ่ออกมารอบๆตัวของมันด้วย......
"เตานี้ไม่เหมือนของท่านอาจารย์และก็ของด่านทดสอบแสดงว่ามันต้องดีกว่าแน่ๆเพราะดูจากออร่าที่ปล่อยออกมาแล้ว"หลังจากพูดจบเขาก็เตรียมส่วนผสมออกมาวางไว้เขาจะเริ่มปรุงยาระดับหนึ่งก่อนเพื่อซ้อมมือและเพิ่มความชำนาญในการปรุงให้มากขึ้นและยาระดับหนึ่งที่เขาจะปรุงขึ้นมานั้นก็ใช้วัตถุดิบที่น้อยกว่าและมีขั้นตอนที่เร็วกว่าแต่เพียงไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยาแบบไหนและมีคุณสมบัติระดับใดเท่านั้นเองเพราะเขาพึ่งจะคิดสูตรขึ้นมาได้......
พรึบ!!
พรึบ!!
ฟู้วววววว!!
ฟู้มมมมมม!!
ยาเม็ดแรกเริ่มต้นแล้วเจิ้งฟู่ใส่ส่วนผสมลงไปทีละตัวทีละตัวและเริ่มทำตามขั้นตอนอย่างช้าๆด้วยความระมัดระวังอย่างมากจากนั้นไม่นานหลังจากที่โยนส่วนผสมลงไปพวกมันก็กลั่นตัวเข้ากันอย่างรวดเร็วก่อนจะมีควันระเบิดออกมาจากปากเตาปรุงยาของเขาพร้อมกับเม็ดยาสีเทาที่ลอยขึ้นมาจากเตาปรุงยา......
บู้มมมมม!!
หมับ!!
"สำเร็จแล้วในที่สุดข้าก็ทำได้ถึงแม้มันจะเป็นเพียงยาระดับหนึ่งก็เถอะแต่ออร่าที่มันปล่อยออกมานั้นมันดูไม่ธรรมดาเลย"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับมองไปที่เม็ดยาสีเท่าที่อยู่ในมือของเขาอย่างดีอกดีใจเพราะถึงมันจะเป็นยาระดับหนึ่งจริงแต่ก็เทียบได้กับยาระดับสองเลยเพราะกลิ่นอายที่มันปล่อยออกมานั้นยอดเยี่ยมไม่แพ้กันกับยาระดับสองเลย.......
"ว่าแต่เราจะรู้ได้ยังไงว่ายาเม็ดนี้ให้ผลดีอย่างไรบ้างถึงแม้มันจะพอคาดเดาได้จากสรรพคุณของต้นสมุนไพรก็ตามทีเถอะแต่.......อ๊า!!ข้ารู้แล้วว่าจะให้ใครเป็นผู้ทดลองดี "เจิ้งฟู่มองที่เม็ดยาแล้วก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยเพราะเขาคิดขึ้นมาได้ว่าจะลองมันกับใครดีจากนั้นเขาก็เริ่มต้นทำมันอีกครั้งในสูตรยาสูตรแรกของเขานั้นเขาปรุงมันทั้งหมดยี่สิบรอบและก็สำเร็จทั้งยี่สิบรอบเลยทำให้เขามีความชำนาญเพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่งแล้ว.....
"แค่นี้ก็คงพอแล้วงั้นเรามาเริ่มสูตรที่สองกันดีกว่า"หลังจากที่เริ่มคล่องมือกับสูตรแรกแล้วเจิ้งฟู่ไม่รอช้าเขาเริ่มต้นปรุงยาสูตรที่สองทันทีเพราะยิ่งเขาปรุงยามากเท่าไหร่ความเชี่ยวชาญในการปรุงยาของเขามันก็ดีขึ้นเรื่อยๆรวมถึงการควบคุมเปลวเพลิงของเขาด้วย........
แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่ายิ่งเขาปรุงยามากเท่าไหร่กลิ่นของมันก็ยิ่งลอยฟุ้งไปทั่วห้องของเขาเต็มไปหมดมากเท่านั้นและมันก็เริ่มที่จะลอดผ่านช่องลมต่างๆออกไปอีด้วย.....
เอ๊ะ!!
“น้องหญิงเจ้าได้กลิ่นอะไรไหม?” ทันใดนั้นในขณะที่คงซือกำลังพูดคุยกับถ่างหลินอยู่จู่ๆมันก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆของสมุนไพรเข้าจึงได้ถามขึ้น....
กลิ่น!!?
ซืด!!!! ซืด!!!
“จริงด้วย กลิ่นมันเหมือนกับยาสมุนไพรอย่างนั้นหละ!!”
อือ!!
หลังจากที่ทั้งคู่มีความคิดเห็นตรงกันแล้วพวกเขาทั้งคู่ต่างก็ลุกขึ้นและเดินตามกลิ่นที่ลอยมาไปและในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเจิ้งฟู่......
ถ่างหลิง: กลิ่นมันลอยมาจากนี้แหละ!!
คงซือ: นี่มันห้องลูกเจิ้งนิ ทำไมกลิ่นถึงลอยออกมาจากห้องของเขาได้?
ถ่างหลิง:โถ่ท่านพี่!!ท่านลืมไปแล้วหรอว่าลูกเราตอนนี้เขาอยู่กับท่านซื่อวู้และยังกราบเขาเป็นอาจารย์ด้วยมันคงจะเป็นได้ว่าท่านซื่อวู้ให้ยาสมุนไพรเขามาเพื่อบันเทาอาการปวดเมื่อยก็ได้....
คงซือ: อย่างนั้นหรอ?
เอี๊ยดดดด!!!
"เอ๊ะ!! ท่านพ่อท่านแม่พวกท่านมายืนอะไรข้างหน้าห้องข้าอย่างนั้นหรอ?"เจิ้งฟู่รับรู้ได้ถึงการมาของทั้งสองเขาจึงเรียบเก็บข้าวของต่างๆและรีบมาเปิดระตูห้องของเขาพร้อมกับทำหน้าบ๊องแบ๊วใสซื่อมองไปที่คงซือกับถ่างหลิน.....
ถ่างหลิง: ก็พ่อของเจ้านะสิเขาได้กลิ่นยาสมุนไพรจากห้องของเจ้าเขาเลยพาแม่มาดู.....
คงซือ: อือ!! ก็พ่อได้กลิ่นยาจากห้องของเจ้าก็เลยคิดว่า.....
"อ่อ พอดีท่านอาจารย์ให้ยาข้ามาต้มนะมันเลยมีกลิ่นนิดน้อย"เจิ้งฟู่รีบพูดหาข้อแก้ตัวในทันที.....
ถ่างหลิง: เห็นไหมข้าบอกแล้วท่านแล้วท่านนิคิดมากจริงๆเลยถ้างั้นเจ้าก็พักผ่อนเถอะนะพวกเราไม่กวนแล้ว.....
ขอรับท่านแม่!!
เมื่อพูดจบทั้งคู่ก็เดินจากไปส่วนเจิ้งฟู่เขารีบปิดประตูทันทีและถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะเขายังไม่พร้อมที่จะบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้.....
*ทำไมลูกเจิ้งดูแปลกๆนะเหมือนเขามีอะไรปิดบังอยู่เลยนับวันเขายิ่งทำตัวแปลกขึ้นทุกทีไม่เหมือนเขาคนเดิมเลยหรือว่าเขาจะติดสาวแล้ว*ความคิดมากมายเกิดขึ้นในหัวของมันเพราะมันรู้สึกว่าเจิ้งฟู่นั้นนิสัยแปลกไปเขาทำตัวอย่างกับไม่ใช้เด็กบางครั้งก็ทำตัวเด็กอยากที่จะพูดได้แต่ก็สัมผัสได้ว่ามันแปลกไป.....
ฟู่ววว!!
"เกือบไปแล้วเราต่อไปต้องระวังให้มากกว่านี้ตอนนี้ยาสูตรแรกเรามีทั้งหมดยี่สิบเม็ดส่วนยาสูตรที่สองนั้นเราปรุงได้เพียงแค่สิบสองเม็ดเท่านั้นพรุ่งนี้เราจะไปลองทดสอบมันดูใหม่"เช้ารุ่งขึ้นเจิ้งฟู่ไปที่หอโอสถทันทีเขาได้นัดกับซื่อวู้ไว้เพราะวันนี้ซื่อวู้จะสอนเขาเกี่ยวกับการปรุงยา.....
ตุบ ตุบ ตุบ!!
ห้องปรุงยาของซื่อวู้.....
“เจ้ามาแล้วเรอะ!!?”
"คาราวะท่านอาจารย์"
เอ้า!!
ถงหลาง: เจ้าศิษย์อัจฉริยะนี้เอง เจ้ามาทำอะไรที่นี้กัน? แล้วเมื่อกี่เจ้าเรียกใครว่าอาจารย์นะ?
"คาราวะท่านอาจารย์ถงหลางข้ามาหาท่านอาจารย์ซื่อวู้ขอรับ!!"
“อาจารย์ซื่อวู้!!?”ถงหลางรีบหันไปมองที่ซื่อวู้ด้วยความสงสัยเล็กน้อยจากนั้นมันก็หัวเลาะขึ้น.....
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
ถงหลาง: นี้ท่านเองก็เป็นอาจารย์ของเขาหรือเนี่ย?
“อือ!! ข้าเห็นเขาสนใจเกี่ยวกับการปรุงยาข้าเลยรับเขาเป็นศิษย์เจ้าเองก็เป็นอาจารย์ของเขาเช่นกันอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว!! ข้ากับท่านพี่ถงเทียงเป็นอาจารย์สอนวรยุทธให้กับเขา”ถงหลางพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆเพราะมันเองก็ไม่กล้าที่จะพูดเต็มปากว่ามันนั้นเป็นอาจารย์ของเขาเพราะมันเองก็ไม่ได้สอนอะไรเจิ้งฟู่มากนัก.....
อือ!!
ซื่อวู้:เจิ้งฟู่เจ้ามาก็ดีแล้ววันนี้ข้าจะสอนบทเรียนแรกให้แก่เจ้าเองเจ้าคงจะอ่านตำราต้นสมุนไพรพื้นฐานมาบ้างแล้วสินะวันนี้ข้าจะทดสอบเจ้าเรื่องนี้.....
ทดสอบ!!
เจิ้งฟู่ทำท่าตกใจเล็กน้อยจริงๆแล้วเขานั้นจำมันได้ทั้งหมดแล้วแต่เขาคิดที่จะไม่พูดมันให้ซื่อวู้รู้ก่อนจะเปลี่ยนหน้าจากตกใจมาเป็นใบหน้าอยากรู้อยากเห็นและพูดขึ้นว่า"ขอรับท่านอาจารย์ข้าอ่านแล้วและก็พอจำได้นิดหน่อย!!"
“ดี!! เช่นนั้นการทดสอบแรกข้าอยากให้เจ้าไปจัดการเตรียมส่วนผสมที่ต้องใช้ในการปรุงยาทั้งสามสูตรนี้มาให้ข้าหน่อย” ซื่อวู้กล่าวพร้อมกับยืนกระดาษสูตรยาทั้งสามให้กับเขาและทั้งสามสูตรก็คือยารักษาร่างกาย ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาขยายกล้ามเนื้อที่อยู่ในระดับหนึ่งและเมื่อเจิ้งฟู่เห็นสูตรยาทั้งสามเขาก็อดที่จะฉีกยิ้มไม่ได้เพราะว่ายาทั้งสามนี้ง่ายเสียยิ่งกว่าง่ายอีก.....
"ขอรับท่านอาจารย์"เมื่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็เดินออกไปจัดส่วนผสมตามคำสั่งของซื่อวู้ทันที.....
ถงหลาง: ท่านซื่อวู้เขามาสนใจเรื่องการปรุงยาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ซื่อวู้: ก็ราวๆเดือนก่อนได้หละมั้ง!!
เดือนก่อน!!?
ถงหลาง:อย่างนั้นหรอกหรอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะสนใจเรื่องการปรุงยาด้วยเจ้าหนูนี้มันจะเอาทุกอย่างเลยหรือยังไงกันทั้งเรื่องเรียนวรยุทธ และก็การปรุงยานี่เหลือแต่การเป็นช่างตีเหล็กและก็นักอาคมเท่านั้นนะเนี่ยก็จะครบแหละ......
อือ!!!
ซื่อวู้มันไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยไม่รู้เรื่องราวภายในตระกูลมากนักเพราะวันๆมันต้องยุ้งแต่กับการปรุงยาและคิดค้นสูตรยาใหม่ที่ดีกว่าเดิมมันจึงไม่รู้เรื่องที่เจิ้งฟู่ชนะการประลองรุ่นเยาว์และการเรียนของเขาเลยและเพียงไม่นานเจิ้งฟู่ก็กลับมาพร้อมกับวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงยาทั้งสามชนิดที่ซื่อวู้สั่งไป.....
"ท่านอาจารย์ข้าได้มาครบแล้วขอรับ"
ซื่อวู้คิ้วกระตุกเล็กน้อยมันมองไปที่เจิ้งฟู่ด้วยความตกใจเพราะว่ามันคิดว่าเขาคงจะใช้เวลานานกว่านี้ในการจัดเตรียมส่วนผสมทั้งหมดของสูตรยาทั้งสามชนิดนี้.....
ซื่อวู้:ดี!!เจ้าหาได้ไวดีถ้างั้นต่อไปเราก็มาเริ่มการปรุงยากันแต่ก่อนที่เราจะเริ่มการปรุงยานั้นเจ้าต้องสร้างเปลวเพลิงสะก่อ.......
"แบบนี้ใช่ไหมครับ"
ฟุ่บ!!!
เห้ยจะเร็วไปแล้วยังไม่ทันได้บอกขั้นตอนเลย!!(คิดในใจ)
ซื่อวู้ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นเจิ้งฟู่สร้างเปลวเพลิวได้และเปลวเพลิงที่เจิ้งฟู่สร้างขึ้นมานั้นเจิ้งฟู่ทำให้มันเป็นเพียงเพลิงสีแดงธรรมดาเท่านั้นเพื่อที่จะไม่ให้ซื่อวู้ตกใจและสงสัยเขาส่วนถงหลางมันไม่ได้รู้เรื่องการปรุงยามันจึงไม่ได้ตกใจอะไรเมื่อเห็นเจิ้งฟู่สร้างเปลวเพลิงขึ้นมาได้.....
อะแฮ่ม!!
“ดะ ดะ ดีมาก!! เจ้านี้มันหัวไวจริงๆในเมื่อเจ้าสามารถสร้างเปลวไฟได้แล้วต่อไปก็คือการปรุงยาของจริงละนะ”ซื่อวู้ถึงกับกระอักกระอวนเวลาพูดมันแทบจะเป็นบ้าและเอาหัวโคกกระแพงตายเพราะตัวมันเองกว่าจะสามารถสร้างเปลวไฟได้นั้นต้องใช้เวลาถึงห้าปีด้วยกันในการทำความเข้าใจและสร้างมันออกมาได้.....
ซื่อวู้เดินตรงไปที่เตาปรุงยาทันทีและมันก็บอกให้เจิ้งฟู่ทำตามขั้นตอนที่ละขั้นตอนโดยที่ถงหลางเองก็อยู่ด้วยมันมองไปที่เจิ้งฟู่และซื่อวู้ที่กำลังทำการปรุงยาด้วยความสนใจก่อนจะพูดขึ้นว่า“นี้นะหรอการปรุงยายากเอาการเลยแหะ!!”และในขณะที่มันพูดมันเองก็แอบทดลองสร้างเปลวเพลิงไปด้วยแต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนมันก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้มันรู้เลยว่าการที่จะสร้างเปลวเพลิงได้นั้นไม่ใช้เรื่องง่ายเลย.....
“จำไว้ขั้นตอนทุกขั้นตอนนั้นสำคัญถ้าหากเจ้าพลาดไปแม้แต่นิดเดียวเจ้าก็ถือว่าล้มเหลว”ซื่อวู้พูดในขณะที่เจิ้งฟู่เริ่มทำการปรุงยาเมื่อคืนหลังจากที่เขาทดลองปรุงยากว่าสามสิบครั้งนั้นทำให้เขาเริ่มชินกับมันมากขึ้นและเมื่อต้องมาปรุงยาที่แสนจะง่ายแบบนั้นเจิ้งฟู่เลยรู้สึกสบายๆๆ.......
ฟู้มมมม!!
จู่ๆควันก็ลอยเต็มห้องไปหมดและก็ตามมาด้วยกลิ่นหอมของยาที่ลอยมากับควันเหล่านั้น.....
“เสร็จแล้วอย่างนั้นเรอะ!!?”เสียงของถงหลางดังขึ้น.....
*สำเร็จแล้วอย่างนั้นเรอะเนี่ยไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี้จะเป็นครั้งแรกของเขาเด็กคนนี้จะอัจฉริยะไปไหนเนี่ยเขาช่างมีพรสวรรค์จริงๆ*ซื่อวู้กล่าวในใจพร้อมกับยิ้มๆ.....
หมับ!!
"นี่ขอรับท่านอาจารย์ ยาเม็ดแรก ยารักษาร่างการระดับหนึ่ง!!"เจิ้งฟู่คว้าเม็ดยาที่ลอยอยู่บนเตาปรุงยาและยื่นมันให้กับซื่อวู้ดูมันรับเอาไว้และมองลงไปที่เม็ดยาในมือของมันและทันใดนั้นเองสีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปด้วยความตกใจ.....
ซื่อวู้: ยาเม็ดนี้มันดีกว่าเม็ดยาอื่นๆที่ข้าเคยปรุงมาเลยนะเนี่ย!!
ถงหลาง: ดีกว่าของท่านซื่อวู้!!
"ท่านอาจารย์กล่าวเกินไปหรือป่าวขอรับศิษย์ก็ทำตามขั้นตอนที่ท่านอาจารย์บอกเลยนะครับไม่ได้ผิดเพี้ยนไปเลยจริงจริ๊งงงงง!!"
ซื่อวู้รีบหยิบเอาเม็ดยารักษาร่างกายระดับหนึ่งที่มันปรุงออกมาละนำมาเปรียบเทียบกันก็พบว่ากลิ่นยาและพลังที่ปล่อยออกมานั้นแตกต่างกันเล็กน้อยจริงๆตามที่มันได้พูดไว้ก่อนจะพูดขึ้นว่า.....
“มันดีกว่าของข้าเสียอีก!!”