หลังจากทำการพูดคุยเื่ต่างๆอีกมากมาย,พวกเขาตกลงกันว่าจะมาพบกันอีกในเดือนหน้าเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารและวิธีการฝึกกัน,จากนั้นหนานป่าเทียนก็จากไป.
หลังจากที่ทั้งสองจากไปหมดแล้ว,จากซานก็ส่ายหน้าไปมา,ทั้งคู่นั้นเหมือนกับดอกไม้ในเรือนกระจก,การฝึกฝนของพวกเขานั้นง่ายดายไม่ได้ผ่านความยากลำบากมากมายนัก.
จงซานที่กลับไปเก็บเสบียงที่เขาเตรียมไว้ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังถ้ำผลไม้เพลิง์,เมื่อกลับลงไปยังถ้ำใต้น้ำก็เริ่มบำเพ็ญวิชาดาบ์กายสุริยันทันที.
จงซานที่ก้าวไปถึงระดับสองเซียนเทียน,และตอนนี้เขายังได้รับวิชาที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมทีเดียว,อย่างไรก็ตาม,ในรุ่นของเขานั้นมีคนที่ก้าวไปถึงระดับสามเซียนเทียนแล้ว,ถึงแม้ว่าเขาจะเหนือกว่า,ฝึกฝนเร็วกว่า,แต่วิชาที่มีคงไม่เหนือกว่าเขาแน่นอน.
แน่นอนว่าพร์ของเขาไม่ดีนัก,ดังนั้นจึงได้พยายามให้หนัก,เพื่อที่จะทดแทนพร์ที่เขาขาดไป.
ในเวลานี้,จงซานฝึกฝนวิชาดาบ์กายสุริยันในถ้ำผลไม้เพลิง์,ไม่หยุดเลย,หากว่าเข้าสู่จุดตีบตัวเขาก็จะเข้าไปต่อสู้กับสัตว์อสูร,ทำเช่นนี้ตลอด,ทำให้ศักยภาพของเขาเพิ่มขึ้นไม่หยุด.
เป็เวลาแปดเดือนแล้วนับั้แ่จงซานเดินทางมาถึงสำนักไคหยาง,อย่างไรก็ตามจงซานไม่เพียงไปถึงระดับสองเซียนเทียนเท่านั้น,ทว่ายังไปถึงระดับสองขั้นปลายแล้ว,นับว่าถ้ำผลไม้เพลิง์นั้น,มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะกับการฝึกฝนวิชาของเขามาก.ทว่าเขาก็ยังไม่เร่งทะลวงผ่านไปยังขั้นต่อไป,และเขาไม่ควรเร่งรีบ,ไม่ควรทะลวงผ่านระดับหากยังไม่พร้อม,ต้องไม่ลืมในอดีตหลายสิบปีที่เขามุ่งมั่นมาที่นี่?เคยประสบปัญหามาก่อน,เช่นนั้นเขาจะต้องก้าวไปอย่างมั่นคง.
เวลานี้เขาได้กลับมายังบ้านพัก,ติ่งสุ่ยเซี่ย,ตอนนี้เขาเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวโพดด้วยการใช้ดาบ,จงซานที่ยืนอยู่กลางทุ่งพร้อมกันนี้ก็สับไปยังต้นข้าวโพดเหมือนกับผ่าฟืน,จงซานตระหนักได้ว่าเขานั้นไม่ได้มีพร์และไม่ใช่อัจฉริยะ,ดังนั้นเขาจึงต้องฝึกฝนซ้ำๆไป,ซึ่งตอนนี้กำลังฝึกฝนท่าร่างของเพลงดาบ,การวาดดาบออกไป,พร้อมกับปิดตา,ตวัดฟัดเก็บเกี่ยวข้าวโพดอย่างแม่นยำ.
เพราะว่าขาดพร์,ดังนั้นเขาจะต้องฝึกฝนด้วยการใช้ปัญญาเข้าช่วย,อย่างไรก็ตาม,เขาหาได้ใช่คนโง่เขาได้คิดค้นวิธีการต่างๆมากมายเพื่อใช้ในการสนับสนุนการฝึกของเขา.
เขาจะต้องชำนาญในการในกระบวนท่าทลายูเา์และฟันทลายสรรพสิ่ง ของเพลงดาบ์กายสุริยัน,จงซานที่ฝึกฝนวันแล้ววันเล่า,ด้วยการฝึกง่ายๆ,แต่จริงจังกับทุกการฝึก,ในตอนแรกนั้นเขาได้ฝึกฝนการฟันในการผ่าฟืน,ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเป็ผ่าหิน,จงซานที่ต้องจ้องมองให้เห็นรอยร้าวในหิน,เป็รอยร้าวที่ไม่สามารถมองเห็นจากด้านนอก,ด้วยการลับััให้เฉียบคม,จงซานที่สามารถระบุรอยแตกของหินได้อย่างแม่นยำ,ก่อนที่จะสามารถโจมตีไปยังจุดที่อ่อนแรงที่สุดได้.
กล่าวเหมือนง่าย,ทว่าการจะทำจริงนั้นเป็เื่ยากมาก,ซึ่งจำเป็ต้องมีความแม่นยำอย่างน่าเหลือเชื่อ.
จงซานที่อยู่ที่ฝึกฝนที่สวนของเขา,หนานป่าเทียนและเทียนหลิงเอ๋อที่เดินทางมาหาเขา.
"จงซาน,เ้ารู้ใหม?ผมและคิ้วของศิษย์พี่ลำดับสามของพวกเราได้กลายเป็สีขาวไปแล้ว"หนานป่าเทียนที่กำลังรินนำชาอยู่บนโต๊ะศิลา.
แน่นอนว่าจงซ่อนย่อมรู้ว่าศิษย์พี่ลำดับสามที่หนานป่าเทียนกล่าวคือใคร,นางก็คือศิษย์พี่เป่ยชิงซือศิษย์ขั้นสองนั่นเอง,ทั้งหนานป่าเทียนและเทียนหลิงเอ๋อทั้งคู่ต่างมั่นใจว่าตัวเองจะก้าวไปถึงระดับแกนทองในเวลาไม่ช้านี้,จนคิดว่าตัวเองได้กลายเป็ศิษย์ขั้นสองของสำนักไคหยางไปแล้ว.
"ผมเปลี่ยนเป็สีขาวทั้งหมดอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วกับคำพูดของหนานป่าเทียน.
"ใช่แล้ว,มันเป็สีขาวที่งดงามทีเดียว,ไม่ได้ไร้สีสัน,ดูเปล่งประกาย,เป็ความงามที่น่าทึ่งมาก."หนานป่าเทียนที่ถอนหายใจเล็กน้อยออกมา.
"แน่นอนมันจะเป็ขาวซีดได้อย่างไร,ที่ข้าได้ยินจากเตี่ย,เหตุผลที่ผมของนางเปลี่ยนเป็สีขาวนั้นเป็เพราะสายโลหิตพิเศษของนางได้ตื่นขึ้นมาแล้วต่างหาก,ข้าลองถามเตี่ยอยู่หลายครั้งแต่ท่านก็ไม่ได้บอกอะไรเลย,ข้าเองก็ได้สอบถามศิษย์พี่ชิงซือเช่นกัน,ทว่านางก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด,ซ้ำยังแสดงท่าทางเศร้าใจออกมาอีกด้วย."เทียนหลิงเอ๋อที่ยกน้ำชาขึ้นจิบ.
"สืบทอดสายโลหิต?"จงซานที่จ้องมองไปยังคนทั้งสอง.
"ถูกแล้ว,ข้าได้ยินว่าใครที่สืบทอดสายโลหิตพิเศษมา,พวกเขาจะมีทักษะที่คนทั่วไปไม่สามารถมีได้,อีกทั้งยังเป็ทักษะที่ทรงพลังอีกด้วย."เทียนหลิงเอ๋อที่อธิบาย.
.
"อืม,นั่นเป็เพราะสืบทอดสายโลหิตพิเศษมานั่นเอง."หนานป่าเทียนที่กล่าวเสริม.
"เออ,ใช่,เสี่ยวหนานจื่อ,ข้าได้ยินมาว่าเ้าเองก็มีสายโลหิตตกทอด,เพียงแต่มันไม่ได้ปรากฏออกมาหลายรุ่นแล้ว,มันเป็สายโลหิตอะไรอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อสอบถามออกไปตรงๆ.
"ข้าเหรอ? ใครบอกว่าข้ามีกัน? ข้าไม่เห็นรู้เื่."หนานป่าเทียนตอบกลับ,พร้อมกับส่ายหน้าไปมา.
"เตี่ยข้าบอกเช่นนั้น."เทียนหลิงเอ๋อตอบกลับ.
"ข้าไม่รู้."หนานป่าเทียนหันหน้าหนี,ไม่ยินดีที่จะยอมรับ.
"ดี,ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก."เทียนหลิงเอ๋อที่แสดงสีหน้าไร้อารมณ์.
เห็นท่าทางของเทียนหลิงเอ๋อแล้ว,จงซานได้แต่สายหน้าพร้อมกับเผยยิ้มออกมา,เทียนหลิงเอ๋อนั้นไร้เดียวสาและตรงไปตรงมา,ชอบหาเื่สนุกเล่น,ดูเหมือนว่ามันจะเป็วิธีผ่อนคลายในการฝึกฝนของนาง.
"ยังเหลืออีกสี่เดือนก็จะสิ้นปีเ้ายังไม่ทะลวงผ่านระดับอีกรึ?"หนานป่าเทียนจ้องมองไปยังจงซาน.
"ยัง,ข้าวางแผนที่จะออกไปฝึกข้างนอกอีกสักระยะจวบจนครบหนึ่งปี,เช่นนั้นพวกเราค่อยมาพบกันเป็อย่างไร."จงซานที่จ้องมองไปยังคนทั้งสองขณะพูด.
เห็นท่าทางของจงซานแล้ว,ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าจงซานจะต้องฝึกฝนอย่างหนักแน่,ทั้งสองจึงทำได้แค่พยักหน้า.
"เ้าฝีกหนักเช่นนี้จะดีเหรอ."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยความเป็ห่วง.
"อย่าได้กังวล."จงซานที่กล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหน้าไปมา.
เมื่อทั้งคู่จากไป,จงซานก็เริ่มเก็บเกี่ยวพืชพรรณและเนื้อแห้ง.
ในครั้งนี้,เขาจะต้องเก็บตัวฝึกฝนสี่เดือน,แน่นอนว่าเข้าจะต้องก้าวไปยังระดับ 3 เซียนเทียนได้แน่.
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อีกสี่วันหลังจากนี้จะเป็วันรวมตัวกันของศิษย์ใหม่ครบหนึ่งปี.
จงซานที่นั่งอยู่ภายในถ้ำผลไม้เพลิง์,ตอนนี้อยู่ใน่สำคัญ,ถึงเวลาแล้ว,ที่เขาจะก้าวไปยังระดับสามเซียนเทียน,ประกายแสงสีแดงที่ส่องประกายไปทั่วร่างของเขากระจายไปทุกทิศทุกทาง,พร้อมกับปราณสีแดงมากมายที่ล้อมรอบร่างกายของเขาเหมือนกับหมอกไม่มีผิด.
เหงื่อที่หลั่งไหล่ออกมาไม่หยุด,ด้วยการฝึกฝนอย่างหนักผลักดันเพื่อให้ผ่านระดับไปอีกขึ้น.
"ซ่า!"
จงซานที่ะโออกไปเสียงดัง,เหงื่อทั่วร่างของเขาที่ระเหยออกไปหมด,ดวงตาที่เบิกกว้าง,เขารู้สึกดีใจเป็อย่างมาก,ท้ายที่สุดแล้วเขาก็สามารถทะลวงผ่านระดับ 3 เซียนเทียนได้.
จงซานที่รู้สึกไม่พอใจโชคชะตาและเหยียดหยันพร์ในการฝึกฝนของเขา,ทำให้เขารู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก,อย่างไรก็ตามเพราะความเ็ปนี้มันได้กลายเป็แรงผลักดันทำให้เขามีจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้น.
เขาได้ก้าวไปถึงระดับสามเซียนเทียนแล้ว,เขาที่ควบคุมลมหายใจให้กลับมาเป็ปรกติช้าๆก่อนที่จะสวมชุดและร้องเท้าขับวายุ,พร้อมกับเตรียมออกไป,เขาที่้ากลับไปเตรียมพร้อมที่ติงสุ่ยเซี่ยพร้อมกลับเข้าชุมนุมศิษย์ใหม่,จงซานรู้ดีว่าวันดังกล่าวนั้นจะมีศิษย์ขั้นสองตลอดจนประมุขและผู้นำขุนเขามารวมตัวกัน,หากว่าเขาโชคดี,อาจจะได้รับคำชี้แนะ,ซึ่งอาจจะช่วยประหยัดเวลาในการฝึกของเขาได้.
สถานที่อีกแห่งขณะที่จงซานกำลังทะลวงพลังฝึกตนไปยังระดับสามเซียนเทียนนั้น,ที่บนหุบเขาน้ำพุร้อนนี้ได้มีเงาร่างสีขาวที่กำลังเหินมายังสระน้ำร้อนข้างบนถ้ำผลไม้เพลิง์.
ร่างสีขาวราวหิมะ,ผมสีขาว,คิ้วสีขาว,ผิวทั้งหมดขาวหิมะ,แม้แต่ดวงตายังส่องประกายแสงสีขาว,พร้อมกับดาบยาวสีขาวหิมะ,เห็นเป็เงาเลือนเหมือนหมอกกลุ่มใหญ่.
เป็หญิงสาวที่งามอย่างน่าเหลือเชื่อ,เป็เหมือนกับบัวหิมะที่เกิดบนูเาน้ำแข็ง,ล้อมรอบไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์,สิ่งที่เป็ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียว,คือสายตาของนางที่ดูราวกับว่ามองเห็นโลกใบนี้เต็มไปด้วยความหนาวเย็น.
ร่างที่ดูสะอาดบริสุทธิ์,ทั่วร่างของนางที่เป็เหมือนหิมะบริสุทธิ์,แม้แต่กำไลที่นางสวมใส่ยังเป็สีขาวล้วน,กำไลดังกล่าวนั้นคือกำไลเก็บของต่างมิตินั่นเอง,นางที่สะบัดมือปรากฏธวัชขนาดเล็กสิบหกอันออกมาจากที่เก็บของต่างมิติ.
นางที่ปักธวัชขนาดเล็กๆรอบๆ,กลายเป็ค่ายกลขึ้นมา.
ทันทีที่ค่ายกลดังกล่าวถูกปักลงไป,ทั่วทั้งหุบเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยไอน้ำมากมายนับไม่ถ้วน,เพียงเวลาไม่นาน,ก็ทำให้พื้นที่แห่งนี้พล่าเลือน.
แน่นอนว่าธวัชที่ปักลงไปนั้นไม่เพียงแต่เป็ค่ายกลป้องกัน,อีกทั้งยังเป็ค่ายกลปิดพื้นที่ไม่ให้ใครสามารถเข้ามาได้.
เมื่อนางสร้างค่ายกลขึ้นมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว,นางได้เปลื้องชิ้นส่วนแต่ละชิ้นตลอดจนชุดของนางเก็บเข้าไปในกำไรเก็บของของนาง,ร่างกายสีขาวที่เปล่งประกาย,ก่อนที่จะค่อยๆเดินตรงลงไปในบ่อน้ำร้อน,และเริ่มอาบน้ำพุร้อนเพื่อชำระล้างร่างกาย.
ด้วยความผ่อนคลาย,ขณะที่นางกำลังแช่น้ำชำระความสะอาดร่างของนางอย่างมีความสุข,นางที่พิงอยู่บนศิลาก้อนใหญ่,ลอยคออยู่เหนือน้ำ,หลังจากนั้นชั่วขณะ,นางก็หลับตาพิงศิลาั์อย่างสบายอารมณ์.
อีกด้านหนึ่งจงซานที่อยู่ใต้สระน้ำพุร้อน,ซึ่งลึกลงมา,และมีหินปิดปากถ้ำของเขาด้วย,ตอนนี้กำลังว่ายน้ำขึ้นมาช้าๆบนผิวน้ำ.
ที่ก้นของสระน้ำพุร้อนที่จงซานอยู่นั้น,ลึกมาก,แน่นอน,ระยะเวลาขึ้นมาบนผิ้วน้ำนั้นต้องใช้เวลาหนึ่งธูปไหม้ทีเดียว,จงซานไม่เร่งรีบว่ายน้ำค่อยๆขึ้นมาบนผิวน้ำอย่างสบายใจ.
หลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง,สาวงามที่รู้สึกว่านางได้อาบน้ำมาเป็่ระยะเวลานานเหมือนกัน,นางจึงค่อยๆขยับเดินขึ้นมาบนฝั่ง,ซึ่งนางเดินขึ้นมาช้าๆน้ำพุร้อนอยู่ในระดับเข่า,หญิงสาวที่จ้องมองไปยังรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของตัวเอง,นางที่ถูหน้าอกเบาๆ,ทว่าััได้ว่าพื้นน้ำเวลานี้กำลังเป็ระลอกคลื่น,ทันใดนั้น,ดวงตาที่เบิกกว้าง.
"พรึดดดดด"(กระเซ็น)
ที่ใจกลางของน้ำพุร้อนนั้น,เกิดเป็ลูกคลื่น,จงซานที่โผล่พรวดขึ้นมาบนผิวน้ำในชุดสีขาว.