บทที่ 54
ล่าจิ้งจอกมายา
ม่านหมอกสีขาวปกคลุมทางป่าทิศตะวันตกในยามกลางวันที่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาบริเวณด้านล่าง
ยามแสงอาทิตย์สองลงมากระทบไม่สามารถทะลุผ่านม่านหมอกสีขาวที่ปรากฏขึ้นจากปรากฏการณ์ที่ผิดแปลกได้
ในตอนนี้ภายในหมอกสีขาวมีกลุ่มคนนับ10 กำลังจัดกลุ่มรวมตัวกันอยู่ภายในนั้น
พวกมันเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่แต่งกายด้วยชุดที่คลายคลึงกันมีรูปร่างที่กำยำล่ำสันแถมพวกมันทั้งหมดยังเป็นยอดฝีมือ
ในตอนนี้พวกมันยืนอยู่ภายในหมอกสีขาวด้วยท่าทางที่สงบนิ่งท่าทางของมันเต็มไปด้วยความสงบนิ่งกวาดไปมองบริเวณรอบรอบอย่างใจเย็น
โดยในตอนที่พื้นที่บริเวณรอบๆปกคลุมด้วยหมอกสีขาวจนทำให้ไม่สามารถมองเห็นทัศนียภาพบริเวณรอบนอกได้อย่างชัดเจน
ท่าทางที่เต็มไปด้วยความสงบนิ่งภายในกลุ่มคนพวกนั้นมีชายคนหนึ่งยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสุด
มันเป็นชายที่มีร่างกายกำยำล่ำสันมีความสูงมากกว่า2 เมตรทั่วทั้งร่างกายสวมใส่อาภรณ์สีดำภายในมือข้างขวาถือดาบเหล็กเอาไว้เล่มนึง
บุคลิกท่าทางของมันเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดุดันและความโหดเหี้ยมมีบาดแผลบริเวณมุมปากเป็นเหมือนกับรอยมีดฟันจนเป็นแผล
แผลเป็นที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนและคงจะเป็นจุดเด่นบนใบหน้าของชายผู้นี้ด้วย
มันเป็นชายวัยกลางคนกำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสุดน่าจะเป็นกลุ่มผู้นำของคนพวกนี้
ชายผู้นี้กำลังยืนด้วยท่าทางสงบนิ่งกว่าสายตาไปมองบริเวณรอบรอบและมันก็พูดกับพวกของมันที่อยู่บริเวณด้านหลัง “ ใจเย็นเอาไว้หรอกนี่มันเป็นหมอกที่ถูกสร้างขึ้นมาอันที่จริงมันไม่มีอันใดจิ้งจอกมายาสามหางมันเป็นสัตว์อสูรที่มีคุณสมบัติพิเศษแต่ว่ามันก็ไม่ได้ร้ายกาจขนาดนั้น”
ชายผู้นี้สามารถพูดออกมาได้เป็นเพราะว่าลมปราณภายในร่างกายของมันอยู่ในระดับที่ห้า
ระดับที่ห้าสามารถรับมือกับสัตว์อสูรระดับที่สี่ได้มันเลยทำให้ชายผู้นี้เต็มไปด้วยความสงบนิ่ง
ถ้ามองถึงคนที่ได้เปรียบกับการต่อสู้ในครั้งนี้คงจะเป็นใครของมัน
นอกจากชายที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าเป็นยอดฝีมือระดับห้าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหลังอีกนับ 10 คนก็เป็นยอดฝีมือระดับหกและเจ็ด
ถ้ามองถึงในส่วนนี้อย่างไรเสียพวกมันเองก็ยังคงเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบกับการต่อสู้ในครั้งนี้
เพราะแบบนั้นพวกมันจึงสงบนิ่งเป็นอย่างมากเมื่อมองถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
หมอกสีขาวที่ปกคลุมมันไม่ได้เพียงแค่บั่นทอนทัศนียภาพการมองเห็นเท่านั้นแต่ยังทำให้ประสาทสัมผัสหลายหลายอย่างของพวกมันหายไปด้วย
และในขณะที่พวกมันกำลังยืนอยู่นั้นเองลมปราณบางอย่างแผดพุ่งขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง
พวกมันหันไปมองบริเวณด้านหลังอย่างรวดเร็วพบเห็นร่างของจิ้งจอกขาวพุ่งทะยานมา
จิ้งจอกมายาสามหางเคลื่อนที่เข้ามาจากบริเวณด้านหลังใช้กรงเล็บอันแหลมคมโจมตีใส่ร่างของผู้ฝึกฝนวรยุทธระดับเจ็ดที่อยู่ด้านหลัง
“ ฉึบ!!! ” “ อ๊าก!!! ” มันโดนโจมตีด้วยกรงเล็บอันแหลมคมของจิ้งจอกมายาสามหาง
เมื่อโดนการโจมตีนั้นเข้าไปในตอนนี้มันบางเกิดบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณคอ โลหิตจำนวนมากไหลออกมา
เห็นจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้โลหิตจำนวนมากที่หลั่งไหลออกมาจากบาดแผลสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันเริ่มหลั่งไหลออกมามากขึ้นเรื่อยเรื่อย
คนผู้นั้นโดนโจมตีเข้าจุดสำคัญร่างกายของมันค่อยล้มต่ำลงไปก่อนที่จะล้มไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นไม่รู้เป็นหรือตาย
หลังจากที่จิ้งจอกมายาสามหางโจมตีได้หนึ่งครั้งร่างกายของมันหายเข้าไปภายในม่านหมอก
ชายชุดดำร่างกายสูง2 เมตรที่ยืนอยู่ด้านหน้าคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างจริงจัง
ในตอนนี้พรรคพวกของมันโดนเล่นงานไปแล้วหนึ่งคนจิ้งจอกมายาสามหางเป็นสัตว์อสูรสี่ดาวระดับหายาก
แม้ว่าจะไม่ใช่สัตว์อสูรประเภทโจมตีในความสามารถของมันเป็นความสามารถที่น่ารำคาญและรับมือยากเป็นอย่างมาก
“ เกาะกลุ่มกันเอาไว้เดี๋ยวมันต้องเข้ามาโจมตีพวกเราอีกอย่างแน่นอนตอนนี้มันโดนโจมตีจนบาดเจ็บร่างกายคงจะทนได้อีกไม่นานต้องรีบโจมตีพวกเรา ” ชายผู้นั้นสั่งการอย่างสุขุม
อันที่จริงการต่อสู้มันก็เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นานแล้ว
ตัวของพวกมันสามารถสร้างบาดแผลให้กับจิ้งจอกมายาสามหางได้แล้ว
มันกำลังได้รับบาดเจ็บเพราะแบบนั้นต้องรีบปิดฉากการต่อสู้ของทุกวันให้เร็วที่สุด
มันเลยคาดการณ์ว่าอย่างไรเจ้าจิ้งจอกมายาสามหางก็ต้องเข้ามาโจมตีอีกอย่างแน่นอน
ในตอนนี้หลังจากได้รับคำสั่งการพวกมันยืนหันหลังชนกันล้อมรอบเป็นวงกลมเพื่อตั้งรับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง
ท่ามกลางหมอกสีขาวที่รายล้อมหลังจากที่เฝ้ารออยู่สักพักจิ้งจอกมายาสามหางก็ได้ลงมือโจมตี
จิ้งจอกมายาสามหางพุ่งทะยานเข้ามาจากบริเวณทางด้านซ้ายจิ้งจอกตัวนี้ก็มีสติปัญญาที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ในตอนนี้มันเรื่องโจมตีห้องใส่ร่างของผู้ที่น่าจะอ่อนแอที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อมันพุ่งทะยานเข้าไปชายที่น่าจะอ่อนแอที่สุดในบรรดาคนพวกนี้ยืนคั้งท่ามั่นคงรตั้งรับการโจมตี
แววตาทั้งสองข้างของมันเต็มไปด้วยความจริงจังกระบี่ให้ในมือถูกยกสูงขึ้นสายลมผ่านเข้าไปภายในร้านบังเกิดกลายเป็นกระบี่ลมปราณอันแข็งแกร่งเตรียมจะปล่อยโจมตี
หนึ่งกระบี่ของมันตวัดออกไปบริเวณด้านหน้ากระบี่นั้นโจมตีเขาใส่ร่างของจิ้งจอกมายาอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อมันโจมตีด้วยกระบี่นั้นออกไปจิ้งจอกมายาที่พุ่งทะยานเข้ามามันม้วนร่างกายของมันเคลื่อนไหวหลบข้างอากาศและใช้ฟันภายในปากกัดเข้าไปที่หอของมนุษย์ผู้นั้น
“ ฉึบ!!! ” ฟันภายในปากถูกกัดเข้าที่คออย่างรุนแรงชายผู้นั้นส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดคมเขี้ยวอันแหลมคมฝักลึกเข้าไปภายในกล้ามเนื้อ
แต่เมื่อโดนโจมตีเช่นนั้นชายชุดดำที่น่าจะเป็นผู้นำของกลุ่มคนพวกนี้มันแสดงใบหน้าจริงจังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของมันอยู่ห่างจากชายผู้นั้นที่โดนเล่นงานหลายเมตรแต่กลับสามารถก้าวเพียงแค่ไม่กี่ครั้งก็สามารถเข้ามาประชิดตรงนั้นได้
เพียงแค่พริบตาเดียวก็ก้าวเข้าไปประชิดบริเวณนั้น
หลังจากนั้นลมปราณอันแข็งแกร่งถูกรวมเอาไว้ที่ดาบเหล็กดาบเหล็กภายในมือของมันมีลมปราณจำนวนมากถูกเก็บเอาไว้
ลมปราณที่ถูกเก็บเอาไว้ภายในดาบทำให้ดาบเล่มนั้นสั่นสะเทือนพร้อมกับบังเกิดขึ้นอากาศบริเวณรอบรอบดาบอย่างรวดเร็ว
คลื่นอากาศอย่างรุนแรงเกิดการสั่นไหวดาบภายในมือถูกตวัดออกไปอย่างรุนแรง
“ ดาบผ่าวายุ!!! ” การโจมตีอันรุนแรงและเฉียบคมและก็รวดเร็วฟันเข้าไปที่ร่างของจิ้งจอกมายาสามหางอย่างเต็มเต็ม
เมื่อดาบอันแหลมคมฟันเข้าไปที่ร่างของจิ้งจอกมายาสามหางโลหิตสีแดงกระจายออกมาเป็นจำนวนมาก
มันบังเกิดบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณร่างกายของจิ้งจอกมายาสามหาง “ ฉึบ!!! ”
ร่างของจิ้งจอกมายาที่กำลังกัดคอของชายผู้นั้นร่วงลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น “ ตู้บ!!! ”
ร่างกายล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นบาดแผลขนาดใหญ่ที่ได้รับคลื่นลมปราณที่ปลดปล่อยออกมาจากดาบสร้างบาดแผลขนาดใหญ่บนร่างกายของมัน
ให้ผู้นั้นหลังจากที่ลงมือโจมตีใส่ร่างกายของจิ้งจอกมายาเรียบร้อยแล้วมันได้สะบัดดาบเหล็กภายในมือของมันให้เลือดที่เปื้อนบริเวณดาบเหล็กกระเด็นออกไป
เมื่อสะบัดเลือดที่ติดอยู่บริเวณดาบออกมันใช้ดวงตาก้มมองต่ำลงที่ร่างของสัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหน้า
ในตอนนี้ร่างกายของจิ้งจอกมายาสามหางร่างกายนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นพร้อมกับเสียงหายใจที่อิดโรยไปหน้าที่เจ็บปวด
ตอนแรกจิ้งจอกตัวนี้เป็นจิ้งจอกที่งดงามเป็นอย่างมากขนของมันเป็นสีขาวเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดารา
ยามนี้เมื่อโดนโจมตีขนสีขาวถูกย้อมด้วยสีแดงสดความสง่างามที่มากดก่อนหน้านี้ไม่มีเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยเพราะ
หลังจากที่จิ้งจอกมายาสามหางโดนโจมตีภาพมายาที่เป็นม่านหมอกสีขาวบริเวณรอบรอบมันก็ค่อยค่อยจางหายไป
ประสาทสัมผัสของพวกมันที่โดนตัดขาดก่อนหน้านี้มันก็ค่อยค่อยกลับคืนมา
ประสาทสัมผัสทั่วทั้งร่างกายกลับคืนมาทัศนียภาพบริเวณรอบรอบเองก็กลับคืนมาเช่นเดียวกัน
เมื่อพื้นที่บริเวณรอบรอบมันได้กลับสู่สภาพเช่นเดิมชายผู้นั้นที่กำลังยืนอยู่มันได้หันไปมองพวกใต้บังคับบัญชาของมันแล้วก็พูดขึ้นมา “ เรียบร้อยแล้วมองดูในตอนนี้สภาพของมันไม่น่าจะต่อต้านได้ถ้าสังหารมันตรงนี้แหละพวกเราก็จะได้มุกวิญญาณจิ้งจอก ”
จุดประสงค์ของพวกมันที่เข้ามาภายในนี้มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนอยู่แล้ว
โดยจุดประสงค์ขององค์กรคือต้องการมุกวิญญาณจิ้งจอกที่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายจิ้งจอกมายาสามหาง
“ พวกเจ้ากระจายไปบริเวณพื้นที่รอบๆก่อนตรวจดูว่ามีสัตว์อสูรอยู่บริเวณนี้หรือไม่เพราะว่าถ้ามีสัตว์อสูรได้กินเลือดของมันคงจะมุ่งตรงมาแล้วจะทำให้พวกเราเสียงานใหญ่”
แม้ว่าตอนนี้จิ้งจอกมายาจะไร้ทางต่อสู้แต่ก็จำเป็นจะต้องระวังกับพวกสัตว์อสูรบริเวณรอบๆ
“ ขอรับ!!!! ” หลังจากนั้นพวกมันก็กระจายกำลังไปเฝ้าพื้นที่บริเวณรอบรอบ
เมื่อลูกน้องของมันกระจายกำลังไปเฝ้าพื้นที่บริเวณรอบรอบแล้วชายผู้นั้นแสดงใบหน้าจริงจังหันกลับมามองที่ร่างของจิ้งจอกน้อยตนนี้พร้อมจะปิดฉาก
มันได้ยกดาบของมันขึ้นเหนือศรีษะพร้อมกับจะปิดชีวิตจิ้งจอกตัวนี้
ในขณะที่กำลังจะลงดาบนั้นเองเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ จอมยุทธ์ที่ใดกล้าเข้ามาร่าสัตว์อสูรภายในภูเขาไป๋หลง ”
ได้ยินเสียงนั้นดังขึ้นมาชายผู้นั้นหยุดมือละหันไปมองด้านหลังเมื่อหันไปมองบริเวณด้านหลังพบเห็นร่างเงาหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ พรึบ!!! ผัวะ!!!!”
จบบท