ทวีปรุ่งอรุณ
ณ เมืองหลวงแห่งอาณาจักรรุ่งอรุณ ธงอาณาจักรพลิ้วปลิวไสวตามแรงโบก ใบหน้าของผู้คนเ่าั้เต็มไปด้วยความสุข เสียงโห่ร้องดังก้องดังเพื่อต้อนวีรบุรุษผู้นำชัยชนะกลับมาอย่างห้าวหาญ
เซเลบัส ลองกินุส คือหนึ่งในผู้ที่มีวรยุทธ์สูงที่สุดในอาณาจักร เขาปกป้องอาณาเขตชายแดนของอาณาจักรจากเหล่าศัตรูมาช้านาน ทำให้กองกำลังจากอาณาจักรศรัทธานิรันดร์ที่เข้ามาจู่โจมนั้นถูกแพ้พ่ายอย่างราบคราบ ด้วยกองทัพโลหิตเพลิงที่นำทัพโดยเซเลบัส
ด้วยความสำเร็จนั้น อาณาจักรจึงมอบรางวัลและยกย่องสรรเสริญเซเลบัสเป็การใหญ่ นอกจากนั้นยังได้มอบประกาศิตแห่งจักรพรรดิแก่เขาอีกด้วย นั่นทำให้เซเลบัสสามารถร้องขอสิ่งใดก็ได้จากองค์จักรพรรดิหนึ่งสิ่ง
เมื่อเซเลบัสมาถึง เขายังไม่ได้เข้าเฝ้าองค์องค์จักรพรรดิในทันที แต่กลับมุ่งหน้าไปยังตระกูลอย่างร้อนรน เหล่าบริวารต่างก็รู้ดีว่า สาเหตุที่ทำให้ท่านผู้นำตระกูลบ้าคลั่งได้ขนาดนี้มีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ นายน้อยของตระกูลนั่นเอง
กล่าวได้ว่า ขณะที่เซเลบัสปกป้องชายแดนจักรวรรดิอยู่นั้น ไอ้เด็กบ้านี่ก็พยายามไปล่วงเกินบุตรสาวของผู้นำตระกูลเบลเทียนอย่างไม่หยุดหย่อน ขนาดถูกจับได้คาหนังคาเขา ก็ไม่ยอมเอ่ยปากขอโทษ และยังแสดงท่าทียโสโอหังใส่ตระกูลเบลเทียนอีกด้วย
ด้วยความอัปยศนี้เอง ผู้นำเบลเทียนเดือดดาลจนระงับโทสะไว้ไม่ไหว จึงพลั้งทำร้ายนายน้อยตระกูลลองกินุสอย่างต่ำช้า ถึงขั้นกระอักเืออกมาเป็จำนวนมาก แต่แทนที่ตระกูลเบลเทียนจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกมันกลับประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่า การที่นายน้อยตระกูลองกินุสหมดสติไปไม่ใช่ความผิดของพวกมันแม้แต่น้อย ถือว่าโชคยังเข้าข้างที่นายน้อยตระกูลลองกินุสยังไม่เสียชีวิต เพราะไม่งั้นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ได้อุบัติขึ้นกับตระกูลเบลเทียนเป็แน่
นายน้อยตระกูลลองกินุสนั้นไม่ใช่แค่คนที่ชอบก่อเื่วุ่นวายเพียงอย่างเดียว มันยังเป็เสือผู้หญิงอีกด้วย พูดได้ว่าหากนำนิ้วมือกับนิ้วเท้าออกมานับ ก็ยังนับได้เพียงเสี้ยวของหญิงสาวที่มันพิชิตมา
ใต้ต้นไม้ภายในสวนของตระกูลลองกินุส เด็กชายอายุราวๆ 16-17 ปี นั่งจ้องหนังสือเล่มหนาเตอะในมือพร้อมพลิกหน้ากระดาษอ่านอย่างตั้งใจ บางครา ก็มีประกายแห่งความตื่นเต้นและความหวังอยู่ในแววตาคู่นั้น แต่ส่วนมากแล้วจะเป็ความแข็งทื่อ ดูไร้อารมณ์ ที่ปรากฏในแววตานั่นเสียมากกว่า
ชายหนุ่มที่ถูกขนานนามว่านายน้อยของตระกูลลองกินุส ได้ศึกษารวบรวมหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการบ่มเพาะมาตลอดทั้ง่ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา
แต่ก็นั่นแหละ เรียกว่าเป็การอ่านหนังสือก็ยังพูดได้ไม่เต็มปาก เรียกว่าเป็การรวบรวมข้อมูลพวกนั้นลงฐานข้อมูลของระบบแปลกๆ ที่เขาเพิ่งได้รับมาเห็นจะเหมาะกว่า
‘ระบบนักฆ่า’
สองสามวันผ่านไป แดนรวบรวมข้อมูลต่างๆ จนสำเสร็จ ความเบื่อหน่ายจนแทบอยากจะกรีดร้องผุดขึ้นมาในความรู้สึก เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยแววตาเศร้า ทันใดนั้นมันหวนนึกถึงอนิเมะและโดจิน ที่ไม่มีทางจะได้กลับไปอ่านมันอีก
แดนจำได้ดีใน่เวลานั้น มันเป็ปี 2595 อนิเมะเื่ One Piece ก็ได้ดำเนินมาถึงจุดจบด้วยจำนวนทั้งสิ้น 20,000 ตอน ช่างเป็เื่ทีน่าเศร้าที่ไม่มีแม้โอกาสจะได้อ่านตอนจบของเื่ เพราะดันต้องมาตายหลังอ่านนิยายเื่ Ancient Cultivator in Modern World ของ TheAdventurer เสียก่อน
เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเริ่มเรียบเรียงข้อมูลของเ้าของร่างคนก่อนที่ได้รวบรวมมา เท่าที่เขาพอจะเดาได้ก็คือ ร่างนี้เป็ของนายน้อยของตระกูลลองกินุสที่ชื่อว่า “แดน ลองกินุส”
ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักแดนในฐานะขยะของตระกูลลองกินุสและวายร้ายประจำเมือง แต่จะว่าไประดับการบ่มเพาะของมันก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่ค่อนข้างดี (เมื่อเทียบกับความี้เีของมัน) คงเพราะทรัพยากรที่คอยสนับสนุนั้แ่เล็กๆ แต่ทัศนะคติของมันเองนั่นแหละที่ทำให้ระดับการบ่มเพาะที่สูงส่งไปก็ไร้ค่า เป็คนที่ไม่ชอบการนองเืและเกลียดความรุนแรงเป็ที่สุด นี่ถึงขนาดยอมเสียศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อแลกกับชีวิตของตนเลยทีเดียว
ในโลกใบนี้ ผู้ที่แข่งแกร่งกว่าย่อมได้รับการเคารพนับถือ แต่กับคนไร้ค่าอย่างแดนนั้นขืนตายไปก็ไม่สมควรได้รับเกียรติแม้จัดงานศพ ถึงทุกคนในเมืองเมฆาจะเกลียดและนินทาเขาอยู่บ่อยๆ ก็ยังไม่มีใครกล้าด่าหรือโจมตีมันต่อหน้าเป็แน่ คงเพราะชื่อของตระกูลลองกินุสยังคุ้มกะลาหัวอยู่
ในขณะที่แดน ลองกินุสกลับมาที่ตระกูลในสภาพหมดสติ ไม่มีใครรู้ว่าเขาได้ตายไปแล้ว และปัจจุบันมีิญญาอีกดวงเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างของเขาแทน
แดนปิดหนังสือก่อนจะยืนขึ้น โดยถือหนังสือไว้ข้างกาย เขาเริ่มพึมพำกับตัวเอง
“แสงแดดและตำแหน่งของดวงอาทิตย์เปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับ่เช้า มันคงเป็เวลาที่เราต้องหาอะไรใส่ท้องแล้วสินะ”
แดนมุ่งหน้าไปในคฤหาสน์ตระกูล แต่ก่อนที่เขาจะเข้าไป บริวารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกล่าวกับเขาด้วยเสียงที่เหน็ดเหนื่อย
“นายน้อยเ้าคะ บิดาของท่าน ท่านเซเลบัสมาถึงแล้วเ้าค่ะ!”