“ซาเอะ”
เสียงเย็นเยือกอันคุ้นเคยดังจากหน้าห้อง
“เ้าค่ะ”
ซาเอะรีบขานรับ มือรีบเก็บที่นอนเข้าที่ โชคดีขี้เถ้าสลายหมดแล้ว
“ทำไมไม่ไปอุ่นสุราให้นายท่าน หมู่นี้ี้เีใหญ่แล้วนะ อย่าให้ต้องเฆี่ยนต้องตี” หญิงสาวร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อผ้าลายดอกคลุมทับด้วยผ้าไหมบางเบา ยืนเท้าเอวอยู่หน้าห้อง
“บ่าวเห็นว่านายท่านเพิ่งตื่น คงมีธุระให้สะสางอีกมาก เลยถือโอกาสพักสักหน่อย” เธอเลื่อนเปิดประตู ปากรีบพูดแก้ตัว
“คืนนี้อาจมีงานฉลอง เตรียมสุรามากหน่อย” เสียงเย็นสั่งการเสร็จก็เดินจากไป
ซาเอะกำมือแน่นจนข้อมือซีดขาว ตื่นเต้นจนแทบลืมหายใจ หากถูกจับได้เธอคงได้แต่ฆ่าตัวตายหนีความผิด เพียงแต่ไม่รู้ว่าทางนั้นจะรักษาสัญญาหรือไม่ เธอเหลียวมองดูความเรียบร้อยในห้องเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนเดินออกไปอีกทาง
มืองดงามคู่หนึ่งยื่นคว้าความว่างเปล่าตรงหน้าขึ้นมาสูดดม
“ควันไฟ ขี้เถ้า” หัวหน้าคนรับใช้พึมพำเบา ๆ
ยามซาเอะเปิดประตู สายลมเบาบางสายหนึ่งพัดเข้าไปในห้อง หอบเอาเศษฝุ่นเศษผงขึ้นมาจากพื้นร่อง ในนี้มีฝุ่นสีแดงลอยติดมาด้วย ฝุ่นนี้เล็กละเอียดอย่างที่สุด ยากที่ตาเปล่าจะมองเห็น สายลมพัดวนจนทั่วห้องไม่เว้นแม้ขื่อคาน โดยซาเอะไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย
หัวหน้าคนรับใช้เดินตามทางระเบียงทอดยาว พอผ่านที่ใดโคมไฟล้วนจุดติดขึ้นเอง ไม่นานก็ถึงสระน้ำขนาดเล็ก อยู่ไม่ไกลจากห้องเก็บฟืนเท่าไร เงาของหัวหน้าคนรับใช้สะท้อนเป็ภาพสตรีงดงาม รูปร่างเติบโตเต็มสาว ดวงตาเรียวยาว ใบหน้ารูปไข่ เกล้าผมเป็มวยปักปิ่นหยก เสียดายผิวขาวซีดเกินไป แถมเนื้อตัวมีรอยย่นแลดูประหลาด ขัดกับผิวหน้าที่เรียบตึง
“หมึกแท่งแดงของแคว้นถัง พวกองเมียวยังติดนิสัยเดิม แคว้นถังสิ้นไปหกสิบปียังคงใช้อยู่อีก ต้นไผ่ ต้นสนท้องถิ่นมีไม่ยอมใช้… นังคนทรยศ รอนายท่านตื่นก่อนเถอะ หากไม่ติดที่นายท่านเคยสั่งเอาไว้ ห้ามทำร้ายมนุษย์ในเรือนนี้ ข้าคงจับมันกินไปนานแล้ว นังคนี้เีสันหลังยาว ก็ดี คราวนี้ข้าจะขออนุญาต ลอกหนังสวย ๆ ของมันมาสวมแทนหนังเหี่ยว ๆ นี่” นางดึงข้อศอกให้ิัเหี่ยวย่นกลับมาเต่งตึง
“ได้ยินแล้วใช่ไหม ไป รีบไปส่งข่าวสิ”
พั่บ พั่บ พั่บ
เสียงกระพือปีกดังขึ้นทางทิศใต้ แล้วกลืนหายไปกับความมืดยามราตรี
“พวกแกก็เหมือนกัน บอกตนอื่นให้ระมัดระวังด้วย”
เสียงตีน้ำเบา ๆ พร้อมกับประกายสีเงินจาง ๆ ผลุบหายไปในส่วนลึกของสระน้ำ
“คิกคิก ใครกล้ามา ข้าจะจับกินให้หมด”
เสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายวนเวียนอยู่เหนือสระน้ำ เนิ่นนานยังไม่จางหาย
พระราชวังชั้นนอก ประตูสุซาคุ
เฮอันเกียว นครหลวงของญี่ปุ่นโบราณ ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดเกียวโต แทบไม่เหลือเค้าเมืองเดิมให้เห็น ด้วยผ่านากลางเมืองมาหลายครั้งต่อหลายครั้ง กระทั่งประตูราโชมอนอันแข็งแกร่ง ยังเหลือเพียงหลักหิน จารึกว่าที่นี่เคยเป็ที่ตั้งของประตูเมืองเท่านั้น
นครเฮอันก่อสร้างโดยจำลองแบบมาจากนครฉางอาน เมืองหลวงของราชวงศ์ถัง ตัวเมืองเป็รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางผังเมืองในแนวเหนือใต้ พระราชวังตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือ ้าสุดของเมือง มีถนนหลักเป็แกนกลาง ถนนอื่นเป็เส้นตรงและเส้นขวาง ตัดกันคล้ายกระดานหมากล้อม
บริเวณรอบพระราชวังเป็ที่ว่าง กว้างราวหนึ่งร้อยห้าสิบซาคุ* (ราวห้าสิบเมตร) เรียกว่า ถนนล้อมวัง ปกติใช้สัญจรเฉพาะเชื้อพระวงศ์ ขุนนางและข้าราชบริพาร การรักษาความปลอดภัยโดยรอบมีหอสูง เวรยามประจำจุด กองทหารลาดตระเวน ยามค่ำคืนเพิ่มกระถางไฟทุกระยะสามสิบซาคุ
ต้นเดือนห้าอากาศเย็นสบาย บรรยากาศทั่วไปสงบร่มเย็น ยามค่ำคืนนอกจากคนเมาหลงทางผ่านมา ก็แทบไม่มีใครใช้เส้นทางถนนล้อมวัง
นิชิมูระ พลเดินเท้ากองลาดตระเวนรู้สึกเสียดายที่เดือนนี้ตนรับผิดชอบด้านซาเกียว คืนนี้มีพระราชทานเลี้ยงสำหรับพระญาติิพระวงศ์ กำหนดเข้าออกประตูด้านอุเกียว** หากตนได้อยู่ฝั่งโน้นคงมีอาหารหูอาหารตาบ้าง นางข้าหลวงเอย นางกำนัลเอย นางพี่เลี้ยงเอย แต่ละคนแม้ไม่งดงามหยาดฟ้าแต่ก็น่ารักชวนมอง เขาแหงนคอมองจันทร์เสี้ยวชวนให้ทอดถอนใจ
ขณะที่นิชิมูระกำลังรำพึงรำพันอยู่นั้น เสียงดังะเืเลื่อนลั่นปลุกเขาตื่นจากฝัน เสียงสะท้านขวัญดังก้องอยู่ในความมืดเบื้องหน้า
“ครืนนน!”
หัวหมู่ร้องสั่งให้พวกเขาตั้งหอก
“วัวตื่น?”
ทหารบางคนพูดขึ้น หลายคนพยักหน้า สีหน้าเคร่งขรึม
ก็เป็ได้ หากรถลากมากันมาก เกิดใครไม่ระวังนำวัวหนุ่มมาลากรถ ยามวัวเจอคนมาก บางครั้งแค่สะเก็ดจากคบไฟก็ทำวัวตื่นใได้ ตัวอย่างเคยมีให้เห็น...
นิชิมูระคิดใคร่ครวญ ในใจนึกสงสัยบางอย่าง
‘ถึงจะเป็วัวตื่น แต่เหตุใดกระถางไฟตลอดเส้นทางถึงดับลงทั้งหมด หมู่ลาดตระเวนก่อนหน้าทำไมปล่อยปละละเลย ยังไม่นับยามประจำหอสูง ทหารยามตามจุด ทำไมไม่มีใครส่งเสียงเตือน สักคำก็ไม่มี ล้วนพร้อมใจกันละทิ้งหน้าที่ทั้งหมดเลยเหรอ’
แม้นิชิมูระจะมีนิสัยชอบคิดเหลวไหล เกียจคร้านการงาน แต่ยามคับขันความคิดกลับฉับไว อีกทั้งลางสังหรณ์กรีดร้องให้ทิ้งหอกหลบหนี ขณะนี้ วินาทีนี้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะหมดโอกาส ทว่าด้วยหน้าที่ค้ำคอเขาเลือกที่จะลืมมันไป
เสียงครืนครันดังเข้ามาใกล้ ข้างหน้ายังคงมืดมิด
“โยนคบไฟ”
หัวหมู่ออกคำสั่งอีกครั้ง
นิชิมูระโยนคบไฟในมือ มันลอยโค้งอย่างสวยงาม ก่อนตกลงบนบางสิ่งซึ่งดำทะมึน กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา เขาโง้งฟันเขี้ยวแหลมคม กลิ่นคาวเืหนาหนักผสมกับกลิ่นสาบสางโชยมาตามลม บัดนี้นิชิมูระรู้แล้วว่าทำไมถึงไม่มีสัญญาณเตือน
“ระวัง จับหอกให้มั่น” หัวหมู่ออกคำสั่งตามที่ได้ฝึกฝนมา และเป็คำสั่งสุดท้าย
หมู่ลาดตระเวนทั้งหน่วยถูกความมืดกลืนกิน ไม่เหลือแม้กระดูก
*1 ชาคุ ประมาณ 33 เิเ แผลงมาจากฉื่อหรือเซี๊ยะของจีน
**ถนนสึซาคุโอจิ ถนนหลักของนครเฮอัน เริ่มต้นจากประตูสึซาคุ (ประตูหน้าของพระราชวัง) ตรงไปจรดประตูราโชมอน (ประตูเมือง) ถนนเส้นนี้นอกจากใช้เป็เส้นทางเสด็จของสมเด็จพระจักรพรรดิแล้ว ยังเป็เส้นแบ่งตัวเมืองออกเป็สองเขต เขตซาเกียว (Sakyo) ฝั่งซ้าย และเขตอุเกียว ฝั่งขวา (Ukyo)