ตำนานจอมกระบี่สะท้านหมื่นภพ

    บทที่ 126: เริ่มงานประลอง

    บทที่ 126: เริ่มงานประลอง


    เสียงกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งนครเมฆา!


    ตึง! ตึง! ตึง!


    จังหวะกลองที่เร่งเร้าปลุกให้เมืองหลวงตื่นขึ้นจากการหลับใหล ฝูงชนนับแสนคนหลั่งไหลมารวมตัวกันที่ "ลานประลองหลวง" ราวกับคลื่นมนุษย์ ธงทิวหลากสีสันโบกสะบัด ป้ายเชียร์ของสำนักและตระกูลต่างๆ ชูขึ้นสูงลิบ


    วันนี้คือวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปี... วันเปิดฉาก "ศึกชิงเจ้ายุทธภพ"!


    ลานประลองหลวงถูกออกแบบมาอย่างอลังการ สนามประลองกลางทำจากหินหยกขาวขนาดมหึมา ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์ที่สูงชันเสียดฟ้า ตรงกลางทิศเหนือเป็นพลับพลาที่ประทับของเชื้อพระวงศ์และแขกผู้มีเกียรติ


    หลิงเซียวเดินผ่านช่องทางพิเศษสำหรับผู้เข้าแข่งขัน เขาเดินออกมาสู่ลานพักคอยข้างสนาม เสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มราวกับฟ้าผ่านั้นไม่ได้ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย


    เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้เข้าแข่งขันนับพันคนยืนเรียงรายกันอยู่ แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือในท้องถิ่นของตน มีทั้งความตื่นเต้น ความหวาดกลัว และความมุ่งมั่นฉายชัดในแววตา


    แต่สายตาของหลิงเซียวมองข้ามคนเหล่านั้นไป... เขาจับจ้องไปยังพลับพลาที่นั่งชั้นสูงสุด


    ที่นั่น... "จักรพรรดิเมฆาคราม" ในชุดคลุมมังกรทองคำนั่งประทับอยู่อย่างสง่างาม ข้างกายมีองค์หญิงรัชทายาทนั่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม แต่แววตาของนางแอบมองลงมายังลานประลองด้วยความกังวล


    และที่นั่งถัดไป... คือ "กู่เทียนฉิง" เจ้าสำนักกระบี่คราม เขานั่งด้วยท่าทีผ่อนคลาย รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าดูเมตตาอารี แต่หลิงเซียวรู้ดีว่าภายใต้หน้ากากนั้นคือปีศาจร้ายที่กำลังรอคอยเวลาสังเวยเลือด


    "ฝ่าบาทมีพระราชดำรัส!"


    เสียงขันทีประกาศก้อง ทั่วทั้งสนามเงียบลงทันที


    จักรพรรดิลุกขึ้นยืน แผ่กระแสพลังราชันย์ออกมาปกคลุมทั่วสนาม "เหล่ายอดยุทธ์ผู้กล้าหาญ! วันนี้พวกเจ้ามารวมตัวกัน ณ ที่นี้ เพื่อพิสูจน์ฝีมือ เพื่อเกียรติยศ และเพื่ออนาคตของแคว้นเมฆาคราม!"


    "ผู้ชนะเลิศ จะได้รับรางวัลสูงสุดจากคลังสมบัติหลวง และได้รับการจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์!"


    เสียงเฮดังลั่นสนามอีกครั้ง แต่หลิงเซียวกลับแสยะยิ้มมุมปาก


    "ประวัติศาสตร์งั้นรึ..." เขาคิดในใจ "วันนี้ประวัติศาสตร์จะถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยเลือดต่างหาก"


    สายตาของเขาเลื่อนไปสบกับ "เจี้ยนเฉิน" ที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดของกลุ่มศิษย์นิกายกระบี่คราม อีกฝ่ายทำท่าปาดคอส่งมาให้เขาอย่างท้าทาย


    หลิงเซียวเมินเฉยต่อท่าทางนั้น เขาเพียงแค่กระชับด้ามกระบี่วิญญาณที่เอวแน่น


    พิธีเปิดดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่ แต่หลิงเซียวรู้ดีว่านี่เป็นเพียงฉากหน้า ละครฉากใหญ่ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อกฎกติกาถูกประกาศออกมา


    และเขาก็พร้อมแล้ว... ที่จะเป็นผู้ปิดม่านละครฉากนี้ด้วยคมกระบี่ของเขาเอง