King of world ราชันแห่งพิภพ

    มรสุมเลือดเมืองอัมมอร์[2]

            ​

            การกลับมาของไทสันคือข่าวใหญ่ที่สะเทือนไปทั้งเมืองอัมมอร์ มีหลายคนได้กลิ่นไอเลือดลอยมาจางๆ ดูท่าเมืองอัมมอร์กำลังจะเกิดเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่ขึ้น

            แต่ปัจจุบันเจ้าตัวกำลังเดินเล่นอยู่ที่ตลาดมืดกับเพื่อนสนิทของเขา

            วาสได้บอกถึงเรื่องที่ได้ฆ่าคนในเขตของไทสันซึ่งชายแขนเดียวก็หัวเราะเบาๆพลางบอกปัดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

            เรื่องใหญ่ตอนนี้คือจะจัดการอย่างไรกับแก๊งมัจฉามรกต แต่ในเมื่อยังไม่สามารถทำอะไรได้ไทสันจึงเลือกที่จะชวนวาสออกมาหาความบันเทิงผ่อนคลายด้วยกัน

            รอบกายทั้งคู่มีสมาชิกแก๊งกะโหลกเลือดจำนวนนับสิบเดินคุ้มกัน สายตายำเกรงจากรอบๆทำให้พวกเขาลำพอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าการกลับมาของไทสันมีอิทธิพลต่อจิตใจของพวกเขาแค่ไหน

            ระหว่างทางสองสหายคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ทว่าอยู่ๆไทสันก็กวาดตามองไปเห็นบางอย่าง สองขาหยุดชะงักดวงตาทอประกายดุร้าย

            ดูเหมือนเป้าหมายของไทสันจะเห็นเขาเช่นเดียวกัน แต่แทนที่จะหลบหนีกลับเดินอาดๆเข้ามาหาไทสันแทน ไม่สนใจสายตาข่มขู่ของสมาชิกแก๊งกะโหลกเลือดรอบๆ

            ชายหนุ่มรุ่นราวเดียวกับวาสเดินมาหยุดประจันหน้ากับไทสัน ด้านหลังเต็มไปด้วยกลุ่มชายเสื้อเขียวที่เดินตามมาอย่างใกล้ชิดถลึงตามองแก๊งกะโหลกเลือดอย่างไม่กลัวเกรง ต่อให้ที่นี่เป็นถิ่นของแก๊งกะโหลกเลือดก็ตาม

            ชายหนุ่มที่กำลังยืนจ้องหน้าไทสันด้วยท่าทีหยิ่งยโส สายตามองคนของแก๊งกะโหลกเลือดผ่านๆและหยุดอยู่ที่ชายสวมหน้ากากข้างไทสันแค่แวบเดียวแล้วละความสนใจไป

            “ไม่คิดว่าแกจะรอดมาได้นะกะโหลกแดง”ชายหน้าหยิ่งเอ่ยเสียงเรียบ แต่คำพูดของเขาทำให้ไทสันแทบตบะแตก

            “ที่บ้านแกไม่สอนให้รู้จักเคารพผู้ใหญ่รึไงไอ้หนูโคลบี้..”ชายผู้ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ความหยิ่งยโสฉีกยิ้ม ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จากนั้นพูดยียวนว่า

            “ฉันจะพูดแบบนี้...แล้วแกจะทำไม? จะตีฉันงั้นหรอ? ฮ่าๆๆๆ แกคงรู้ว่าถ้าแกแตะต้องฉันแม้แต่นิดเดียวพ่อฉันก็จะขนคนไปถล่มแก๊งเน่าๆของแกให้ราบคาบ!”ไทสันตัวสั่นเทิ้ม ถ้าไม่ติดว่าไอ้เด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหัวหน้าแก๊งมัจฉามรกตเขาคงจะฆ่ามันไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาทำอะไรมันไม่ได้เพราะแก๊งของเขายังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับแก๊งมัจฉามรกต

            “ฮ่าๆๆๆ ตีฉันสิ! ตีฉันเลย ฉันจะได้....อ๊อกก”โคลบี้ที่กำลังยืนพ่นน้ำลายอย่างเมามันเบิกตากว้าง เขารู้สึกถึงลมหายใจที่ติดขัด ที่แท้สาเหตุมาจากมีดเล่มบางที่ปักค้างอยู่ในคอของเขา

            ทั้งตลาดมืดกลายเป็นแตกตื่น การเข่นฆ่ากันในเมืองอัมมอร์ไม่ใช่เรื่องแปลกสามารถเห็นได้แทบทุกวัน แต่กับวันนี้มันไม่ใช่การเข่นฆ่ากันแบบทั่วไป...

            “ไม่เจอกันนานนายใจเย็นขึ้นเยอะเลยนะไทสัน...”ชายสวมหน้ากากที่ยืนนิ่งอยู่นานเปรยขึ้นเบาๆ สองนิ้วคีบมีดที่ปักอยู่ในลำคอออกมาช้าๆ ปล่อยร่างลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหัวหน้าแก๊งมัจฉามรกตหล่นลงกับพื้น

            “กะ...แกกล้าฆ่าคุณโคลบี้!”ชายเสื้อเขียวที่อยู่ด้านหลังเอ่ยเสียงสั่น

            “ต้องทำอะไรต่อคงรู้นะไทสัน”วาสไม่ใส่ใจคนอื่น ยังคงพูดกับไทสันต่อ

            ตอนที่เห็นวาสแทงมีดใส่ที่ลำคอของโคลบี้หัวใจของไทสันกระตุกวูบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา ดูแล้วคงไม่อาจเลี่ยงสงรามระหว่างสองแก๊งได้อีก ชายแขนเดียวจึงได้สั่งลูกน้องที่อยู่ด้านหลังเบาๆว่า

            “ฆ่าพวกมันให้หมด”สมาชิกแก๊งกะโหลกเลือดตื่นออกจากฝัน คว้าอาวุธเข้าสังหารอีกฝ่ายตามคำสั่งทันที และในเมื่อที่นี่คือถิ่นของแก๊งกะโหลกเลือดจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่แก๊งมัจฉามรกตจะถูกรุมกินโต๊ะอย่างรวดเร็ว

            ผู้คนรอบข้างที่อยู่ในตลาดมืดมีสีหน้าสยดสยองเมื่อเห็นฉากสังหารหมู่ต่อหน้าต่อตา แต่คงไม่มีฉากไหนน่ากลัวเท่ากับฉากที่วาสลงมือสังหารโคลบี้อีกแล้ว เพราะนั่นเท่ากับการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับแก๊งมัจฉามรกต!

            เพียงไม่กี่นาทีบนพื้นก็เกลื่อนไปด้วยร่างไร้ลมหายใจของสมาชิกแก๊งมัจฉามรกต แอ่งเลือดเจิ่งนองบนพื้นไม่ต่างจากน้ำขังเวลาฝนตก

            “คงไม่มีเวลาเดินเล่นแล้วละนะ นายเรียกคนของนายทั้งหมดกลับไปรอตั้งรับอยู่ที่ฐานนายเถอะ”ไทสันรับคำ เขาไม่กล่าวโทษวาสแม้แต่คำเดียว เขารู้ที่เพื่อนสนิทเขาทำไปเพราะไม่ต้องการให้ใครมาดูถูกเขา

            สมาชิกแก๊งกะโหลกเลือดทั้งหมดที่กระจายอยู่ทั่วเมืองอัมมอร์ถูกเรียกกลับฉับพลัน หลายคนในเมืองเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ

            ผู้ที่อ่อนแอเก็บตัวเงียบอยู่ที่พักอาศัย ผู้ที่มั่นใจในความแข็งแกร่งตนเองต่างออกมาสืบข่าวกันวุ่นวาย รอชมการนองเลือดครั้งใหญ่

            ตึง!

            “พวกแกจะบอกว่าโคลบี้ตายแล้วงั้นหรอ”เสียงแปดหลอดดังกระหึ่มทั่วห้อง น้ำเสียงบ่งบอกถึงโทสะและความเจ็บปวดที่ข่มกลั้นไว้

            “ชะ...ใช่ครับ คุณโคลบี้ถูกฆ่าต่อหน้าทุกคนในตลาดมืดครับ ตอนนี้เรากำลังส่งคนไปเก็บศพคุณโคลบี้กลับมา”บอสแก๊งมัจฉามรกตกัดฟันแน่นถามออกมว่า

            “ใครเป็นคนทำ!”

            “คนทำคือชายสวมหน้ากากที่อยู่กับกะโหลกแดง คาดว่าจะเป็นลูกน้องคนสนิทของเขาครับ”ชายส่งข่าวพูดไปตามความคิดของเขา

            “อ๊ากกกก! กะโหลกแดงงงง ฮึ่ม! แกทำได้ดีมาก! แกคงไม่คิดว่าฉันจะกล้าขนคนไปฆ่าล้างบางพวกแกสินะ!!”เจ้าของคำพูดตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว

            “ระดมคนทั้งหมด! วันนี้เราจะลบแก๊งกะโหลกเลือดออกจากเมืองอัมมอร์!!”

            วันนี้ป่าไร้แสงยังเป็นเช่นเคย ใบไม้ดกหนาทึบจนแสงส่องลงมาไม่ถึงผืนดิน แต่บรรยากาศที่เงียบสงบกำลังถูกทำลาย

            กองกำลังที่สวมเสื้อสีเขียวบนแผ่นหลังมีภาพปลาตัวเขื่องกระโดดขึ้นจากน้ำจำนวนนับพันก้าวขาเร่งรีบเดินเข้าไปในป่าไร้แสง สีหน้ามืดทะมึน มือทุกครบต่างมีอาวุธครบมือ มองไปคล้ายหลุดมาจากหนังมาเฟียสักเรื่อง

            ผู้คนที่พักอยู่ในโรงแรมในป่าไร้แสงปิดหน้าต่างเงียบสนิท มีบางส่วนที่ใจกล้าเปิดหน้าต่างออกมาดูอย่างโจ่งแจ้ง ประหนึ่งกำลังดูขบวนพาเหรด

            ถ้าเป็นยามปกติคนใจกล้าเหล่านี้คงจะโดนสั่งสอนไปแล้ว แต่เวลานี้บอสของแก๊งมัจฉามรกตกำลังถูกความโกรธเข้าครอบงำไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

            กองกำลังนับพันมองไกลๆไม่ต่างจากคลื่นมนุษย์เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าฐานที่มั่นของแก๊งกะโหลกเลือด ไม่ทันได้สั่งอะไรก็เกิดเสียงตะโกนกึกก้องว่า

            “ยิง!”

            เหล่าแก๊งมัจฉามรกตพากันแตกตื่น แต่ไม่ทันแล้ว เมื่อจู่ๆบนต้นไม้ใบดกหนาก็พากันพ่นลูกธนูออกมาถี่ยิบ!

            มนุษย์สังกัดแก๊งมัจฉามรกตหลายคนไม่ทันระวังตั้งตัวถูกลูกธนูปักเป็นเม่นภายในไม่กี่วินาที

            “ตั้งโล่!”หนึ่งในนั้นตั้งสติได้รีบตะโกนบอกพวกพ้อง

            คนแก๊งมัจฉามรกตที่มีโล่อยู่ในมือรีบตั้งโล่ขึ้นโดยพลัน พร้อมรุกคืบไปข้างหน้าอย่างดุดัน

            “บุกเข้าไป! ฆ่าพวกมันให้หมด! แบ่งคนส่วนหนึ่งไปฆ่าไอ้พวกที่อยู่บนต้นไม้ด้วย!” บอสแก๊งมัจฉามรกตคำรามลั่น ดวงตาฉายแววโหดเหี้ยม ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องไม่มีใครในแก๊งกะโหลกเลือดรอดชีวิตหนีไปได้!

            “ดึงกับดัก!”เมื่อแก๊งมัจฉามรกตเข้ามาใกล้อีกระยะหนึ่งเสียงตะโกนสั่งก็ดึงขึ้นมาอีกครั้ง

            ฟุ่บ! เหวอออ!

            ใต้พื้นดินด้านหน้าฐานแก๊งกะโหลกเลือดมีตาข่ายเชือกฝังอยู่อย่างแนบเนียน ทันทีที่แก๊งมัจฉามรกตจำนวนหนึ่งเข้ามาถึง กับดักเชือกก็ถูกดึงรวบแก๊งมัจฉามรกตหลายคนลอยขึ้นไปบนฟ้า

            “เผาพวกมัน!”เสียงเหี้ยมตะโกนมาจากหลังรั้วเหล็ก คนที่ถูกรวบอยู่ในตาข่ายเชือกใจหายวาบ ไม่มีเวลาแม้กระทั่งร้องขอชีวิต ตาข่ายเชือกก็ถูกราดด้วยน้ำมันและยิงด้วยธนูไฟ

            เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นไม่ขาดสาย แก๊งมัจฉามรกตที่อยู่ด้านล่างขนลุกซู่กับภาพคนถูกเผาทั้งเป็น

            ตาข่ายเชือกที่ถูกไฟเผาขาดออกจากกันปล่อยกลุ่มคนที่ถูกจับไว้ออกมา กลุ่มคนเหล่านั้นกรีดร้องเสียงหลง บางคนเกลือกกลิ้งไปกับพื้น บางคนกรีดร้องวิ่งไม่รู้ทิศทางจนไปชนกับเพื่อนร่วมแก๊งจนกลายเป็นเชื้อไฟแพร่ออกไป

            “ไอ้เวรอย่าเข้ามาใกล้นะโว้ย!”

            “ถอยไปซะ!”

            แก๊งมัจฉามรกตเริ่มระส่ำระส่าย ยังไม่ทันได้เห็นหน้าแก๊งกะโหลกเลือด พวกเขาก็เสียสมาชิกไปหลายสิบคนแล้ว

            ที่เป็นอย่างนี้ก็เป็นเพราะฝ่ายตั้งรับย่อมได้เปรียบกว่าฝ่ายบุก ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่เหนือกว่า

            อย่างไรก็ตาม แก๊งกะโหลกเลือดก็ไม่ได้มีเปรียบมากเท่าไหร่ ตอนนี้แก๊งมัจฉามรกตเคลื่อนที่มาถึงประตูบ้านของพวกเขาแล้ว!

            “ฆ่าพวกมันให้หมด!”แก๊งมัจฉามรกตคนหนึ่งแผดเสียงร้อง ยกขาถีบเข้าที่ประตูเหล็กหนาที่ปิดอยู่

            “ถอย!”บอสแก๊งมัจฉามรกตตวาด วิ่งตรงเข้ามาสองมือจับค้อนใหญ่ง้างไว้ด้านหลังและหวดเต็มแรง!

            ปัง!

            ประตูเหล็กหนาถูกกระแทกเปิดอ้าออกด้วยฝีมือผู้ชายคนเดียว ทั้งที่ด้านหลังประตูมีชายฉกรรจ์หลายคนช่วยกันดันไว้ แต่เมื่อเจอกับแรงกระแทกที่มหาศาล ชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็ลอยกระเด็นไม่ต่างจากใบไม้ที่โดนลมพัด

            “ฆ่าให้หมดอย่าให้เหลือ!”บอสแก๊งมัจฉามรกตกระชากเสียงตวัดค้อนในมือทุบศีรษะคนของแก๊งกะโหลกเลือดที่อยู่ใกล้ตัวแตกโพล๊ะไม่ต่างจากแตงโมระเบิด

            “อย่าให้มันมากนักไอ้ปลาปักเป้า”สีหน้าของบอสแก๊งมัจฉามรกตกลายเป็นน่าเกลียด คำว่าปักเป้าคือหนึ่งคำที่เขาเกลียดที่สุด

            เดิมทีบอสของแก๊งมัจฉามรกต ตั้งใจจะให้ฉายาตนเองคือมัจฉามรกตตามชื่อแก๊ง แต่เป็นเพราะรูปแบบการต่อสู้ของเขาทำให้เขาได้ฉายาว่า ปักเป้ามรกต แทนทุกครั้งที่ได้ยินฉายานี้ในหัวทุกคนจะนึกปลาตัวอ้วนพองลมหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู และเมื่อมองกลับมาที่ใบหน้าดิบเถื่อนของบอสแก๊งมัจฉามรกต ทุกคนก็จะทำสีหน้าแปลกๆ ทำให้บอสแก๊งมัจฉามรกตรู้สึกอับอายทุกครั้งที่ได้ยินฉายานี้จนเริ่มกลายเป็นปมด้อยในใจ ภายหลังถ้าใครกล้ามาพูดชื่อนี้ต่อหน้าเขามันผู้นั้นจะถูกสังหารทิ้งทันที

            “กะโหลกแดงงง”ปักเป้ามรกตแหกปากจนคอแดงเถือก ความเกลียดชังพุ่งทะลักขึ้นสูงสุด

            ค้อนและขวานกระแทกเสียดสีกันด้วยความเร็วเกินกว่าใครจะมองทัน แรงกระแทกที่ส่งผ่านมาทางอาวุธทำให้มือทั้งคู่ด้านชาแต่ไม่มีใครคิดสนใจเรื่องนั้น

            ความเกลียดชังที่ทั้งคู่มอบให้กันนับว่าก้ำกึ่ง คนหนึ่งถูกลอบทำร้ายด้วยแผนสกปรกจนเกือบตาย อีกคนเสียลูกชายเพียงคนเดียวไปด้วยน้ำมือของอีกฝ่าย

            สองผู้กุมอำนาจสูงสุดในเมืองอัมมอร์ห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร อาวุธขนาดยักษ์ในมือทั้งคู่ทำให้รัศมีการต่อสู้กว้างกว่าคนอื่น

            “เอาชีวิตลูกฉันคืนมา!”ปักเป้ามรกตคำรามลั่น แขนข้างที่ถือขวานพองขึ้นราวกับอัดลมเข้าไปและระเบิดเป็นแรงปะทุออกมา!

            ไทสันเค้นเสียงใช้สกิลตอบโต้เช่นกัน ขวานในมือระเบิดคลื่นออกมาหักล้างกับอีกฝ่าย!

            ตูม!