นนท์ออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยม หลายคนสงสัยว่านนท์หายไปไหน
" ทุกท่านข้ากับชายแก่นั่น สู้กันในห้วงมิติ ทุกท่านจึงมองไม่เห็น " นนท์โกหกคำโตอีกแล้ว
" นี่ก็สว่างแล้วยังมีหลายอย่างที่ต้องจัดการ ทุกคนแยกย้ายกันไปเถิด " นนท์กล่าวพร้อมเหาะลอยไปยังกลางสำนัก
นนท์เปิดใช้เนตรมังกรเพื่อแยกพื้นดิน บังเกิดรอยแยกที่พื้นขนาดกว้างราวยี่สิบจั้ง ยาวราวหนึ่งร้อยห้าสิบจั้ง
นนท์สะบัดมือผลึกปรานมังกรราชันย์เทวะลอยออกมาสามก้อน นนท์ชี้นิ้วไปที่ผลึก
" คลาย " บังเกิดเงาร่างมังกรแดงยาวหนึ่งร้อยจั้งสามตน แผดกลิ่นไอมังกรเข้มข้น แรงกดดันขจรขจายสยายไปรอบทิศ ปรานฟ้าดินผันผวนอย่างรุนแรง
เงาร่างมังกรแดงสามตน เหาะลอยวนเวียนอยู่เหนือท้องฟ้าภายในสำนัก นนท์ชี้นิ้วไปที่รอยแยก
" ลงไป " เงาร่างมังกรแดงสามตนทะยานขึ้นฟ้าแล้วพุ่งลงไปที่รอยแยกทั้งสามตน
เกิดการต่อสู้กันของปรานมังกรเก่าสองตนกับปรานมังกรใหม่สามตน นนท์ชี้นิ้วไปที่ปรานมังกรทั้งห้าตน
" สยบ " นนท์เอ่ย ปรานมังกรแดงราชันย์เทวะทั้งห้าพลันสงบนิ่ง นนท์โบกมืออีกทีเพื่อปิดรอยแยก พลันบังเกิดปรานฟ้าดินพวยพุ่งออกมามากมาย
" นี่ข้าจะทะลวงขั้นพลังแล้ว "
" ช่างวิเศษยิ่งนัก "
" ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าสำนักของเราจะมีปรานฟ้าดินเข้มข้นขนาดนี้ " เสียงอื้ออึงของเหล่าผู้อาวุโส อาจารย์ต่างๆและศิษย์น้อยใหญ่ทั้งหลาย
" ผู้อาวุโสโจว ท่านเอาปรานมังกรนี้มาจากที่ใด " เสียงของผู้อาวุโสท่าหนึ่งถาม
" สำนักดาบโลหิต " นนท์กล่าวจบจึงลอยจากไป พร้อมห้าภรรยา
เสร็จจากกลางสำนัก นนท์จึงไปจัดการฝังปรานมังกรราชันย์เทวะที่เขตฝึกของเหล่าศิษย์อีกหนึ่งตน และฝังที่เขตเก็บตนของผู้อาวุโสอีกหนึ่งตน
" เสร็จแล้ว เสวี่ยเอ๋อร์ข้าทำดีเจ้ามิให้รางวัลข้ารึ " นนท์หันไปถามภรรยาใหญ่
หลางจี้เสวี่ยส่งเสียงทางจิต " ข้าและน้องหญิงทุกคนจะร่วมมือกันสยบท่านและมังกรน้อย " ทั้งหกจึงเหาะลอยไปที่ตำหนักเจ้าสำนัก
หลางจี้เสวี่ยบอกให้ศิษย์ที่เฝ้าอยู่นอกตำหนักว่าจะฟื้นฟูพลังห้ามรบกวน ทั้งหกเดินเข้าไปในตำหนัก เมื่อปลอดคนแล้วนนท์จึงพาห้าภรรยาเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม
นนท์นำห้าถรรยาไปที่น้ำตกปรานฟ้าดิน แล้วเปิดศึกกับห้าภรรยา ห้าภรรยานั้นร่วมมือกันสยบมังกรน้อย
หลังเสร็จศึกมังกรน้อยถูกสยบอีกครั้ง นอนนิ่งอยู่ในรอยแยกของหลางจี้เสวี่ยซึ่งนอนอยู่บนตัวนนท์
" หึๆ สามี ท่านถูกห้าภรรยาสยบอีกแล้ว " หลางจี้เสวี่ยกล่าวอย่างภูมิใจ นนท์ยิ้มเจื่อน
" เสวี่ยเอ๋อร์ เย่เอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ ซือเอ๋อร์ พวกเจ้าเก่งกาจขึ้นทุกวัน ถึงแม้นว่ามังกรน้อยจะถูกสยบแต่ข้ากลับมีความสุข " นนท์ยิ้มให้กับห้าภรรยา
" สามี หากเราห้าภรรยาสยบมังกรน้อยให้ท่านไม่ได้แล้ว ข้าจะหาภรรยาคนที่หกให้ท่านเอง " หลางจี้เสวี่ยกล่าว
" เพราะเหตุใด " นนท์สงสัย
" เป็นเพราะเราห้าภรรยาปรนนิบัติสามีได้ไม่ดีพอ จึงทำให้สามีไม่มีความสุข หากสามีมีความสุขเราห้าภรรยาก็มีความสุขด้วย " นนท์จูบห้าภรรยาอย่างดูดดื่ม
" สามีเหตุใดท่านจึงพาผู้อาวุโสนั่นเข้ามาในนี้ " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยถาม
" ข้ารู้สึกว่าตาแก่นั่น แข็งแกร่งมาก หากสู้ในค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน ข้าคงตายแน่นอน และก็จริงตาแก่นั่นอยู่ที่ขั้นกายนิรันดร์สูงสุดขั้นที่ห้า " นนท์กล่าว
" แล้วท่านทำเยี่ยงไร จึงสังหารตาแก่นั่นได้ " หลางจี้เสวี่ยถามด้วยความสงสัย ขั้นพลังห่างกันถึงสี่ขั้นใหญ่ไม่มีทางที่จะทำอะไรได้ มีแต่ตายอย่างเดียว
" เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าผนึกกายจิตของตาแก่นั่นเอาไว้ ส่วนร่างนั้นข้าทำลายไปแล้ว กายจิตยังไม่ตาย ตะเกียงวิญญาณก็ยังไม่ดับ เรายังคงปลอดภัยระยะหนึ่ง " นนท์ตอบ หลางจี้เสวี่ยพยักหน้า
" ข้าว่าเราต้องเร่งฝึกตน เตรียมพร้อมสำหรับปัญหาในอนาคต " นนท์กล่าว พร้อมชักนำจิตพาห้าภรรยาไปที่ห้องฝึก
ที่ห้องฝึก นนท์กลั่นไขกระดูกของตน ยื่นให้ซือเอ๋อร์สามหยด เก็บไว้ให้พ่อตาเจ้าเมืองสามหยด
" ท่านพี่ข้าอยากหลอมไขกระดูกของท่าน " จูเม่ยเสียนออดอ้อน
" เสียนเอ๋อร์ เจ้าและข้ามีขั้นฝึกเท่ากัน จะมิมีผลอันใด " นนท์บอก
" พวกเจ้าก็มีผลึกจันทรามิใข่รึ " นนท์บอก จากนั้นห้าภรรยาจึงแยกตัวไปฝึก
" จะทำอะไรดี ดูค่ายกลตัดขาดฟ้าดินดีกว่า " นนท์สะบัดมือเรียกค่ายกลตัดขาดฟ้าดินมาศึกษา
" ลองวาดดู " นนท์หยิบแผ่นหยกเปล่ามาลองทำการวาดค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน ผ่าไปราวสี่ชั่วยาม
" เฮ้อ กว่าจะได้เสียแผ่นหยกไปตั้งเยอะ ดีนะที่พี่ชายศพเก็บไว้ให้ตั้งเยอะ " นนท์บ่นเบาๆ
" ค่ายกลสำหรับปกป้องมีรึไม่ " นนท์หยิบตำราค่ายกลออกมาดู
" นี่ไง ค่ายกลสังหาร " นนท์เริ่มศึกษาวิธีการวาดค่ายกลสังหาร
" วาด " ค่ายกลสังหารนั้นวาดได้ง่ายกว่าค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน นนท์ใช้เวลาวาดสองเค่อจึงได้ค่ายกลสังหาร
ระดับต่ำกว่าวิญญาณนิรันดร์สังหารสิ้น ป้องกันได้ในระดับวิญญาณนิรันดร์สูงสุด
" ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " นนท์วาดค่ายกลสังหารอีกยี่สิบชุด " หากตัองการค่ายกลที่ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ต้องทำเช่นไร ในตำราบอกว่า ต้องวางค่ายกลเป็นจุดให้เชื่อมต่อกัน " นนท์พยักหน้า
" สามี ข้าต้องออกไปที่ด้านนอก กับเย่เอ๋อร์ " นนท์พยักหน้า
" ท่านพี่ " หลิงซือซือหลอมไขกระดูกของนนท์เสร็จ จึงเดินมาหา
" ซือเอ๋อร์ เจ้าทะลวงขั้นจักรพรรดิ์แล้วรึ " นนท์และสี่พี่หญิงตกใจ
" ไขกระดูกของท่านพี่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ทำให้ซือเอ๋อร์ทะลวงขั้นพลังขั้นจักรพรรดิ์ขั้นที่สองได้ " หลิงซือซือดีใจจนเนื้อเต้น นนท์โอบกอดพร้อมจูบให้รางวัล
" เสวี่ยเอ๋อร์ เย่เอ๋อร์ ข้าจะส่งเจ้าทั้งสองออกไป " หลังจากส่งสองภรรยาออกไปแล้ว นนท์กลับมาที่ค่ายกลอีกครั้ง
" ยี่สิบชุดที่วาดคงไม่พอ " นนท์พึมพำเริ่มวาดค่ายกลสังหารอีกนับร้อยชุด กลิ่นหอมของอาหารโชยมา
" ท่านพี่ ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว " ฟางจื่อซินเดินมาตามนนท์ นนท์ละมือจากค่ายยกลสังหาร ส่งเสียงทางจิตหาหลางจี้เสวี่ย
" เสวี่ยเอ๋อร์เจ้าเสร็จรึยัง " นนท์ถามไป
" สามี ข้าเสร็จแล้ว " นนท์ชักนำจิตพาสองภรรยามาที่ด้านใน
ที่โต๊ะอาหาร " ข้าวาดค่ายกลสังหารนับร้อยชุด พรุ่งนี้ข้าจะออกไปวางตามจุดเพื่อปกป้องสำนัก และจะส่งให้พ่อตาเจ้าเมืองด้วย " นนท์บอก
" เสวี่ยเอ๋อร์ เรื่องสมบัติที่ได้มาจากสำนักดาบโลหิตเสร็จแล้วรึ " นนท์ถาม
" สามี ใช้เวลาหกชั่วยามจัดการสมบัติจากสำนักดาบโลหิต สำนักดาบโลหิตช่างร่ำรวยยิ่งนัก " หลางจี้เสวี่ยกล่าว
" เสวี่ยเอ๋อร์ แล้วสำนักหุบเขาเหมันต์มิมีพันธมิตรที่แคว้นเหลยรึ " นนท์ใคร่รู้เรื่องของพันธมิตร
" สามี ก่อนนี้เคยเป็นพันธมิตรกับ สำนักหงษ์เหมันต์ " หลางจี้เสวี่ยระบายความอัดอั้นในเรื่องอดีตให้นนท์ฟัง
" เป็นเช่นนี้ เพราะร่างหงษ์เหมันต์จึงเป็นเหตุให้ต้องเลิกเป็นพันธมิตรกัน ความโลภหากเกิดขึ้นแล้วยากจะหยุดได้ " นนท์ครุ่นคิด
" ข้าวาดค่ายกลตัดขาดฟ้าดินเสร็จแล้ว พรุ่งจะได้จัดสร้างค่ายกลไว้ให้ผู้อาวุโสและศิษย์ระดับขั้นราชันย์เทวะขั้นที่เก้าฝึก เพื่อทะลวงพลังเป็นขั้นจักรพรรดิ์ได้ " นนท์บอกเรื่องงาน
" อาหารก็อิ่มแล้ว ยังมีอะไรให้ทำอีกบ้าง " นนท์แกล้งพึมพำ ห้าภรรยาได้ยินพลันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หลางจี้เสวี่ยสะลัดชุดทิ้ง ร่างเปลือยเดินไปที่ห้องนอน สี่ภรรยาจึงทำบ้าง ส่วนนนท์เดินตามไปโดยมีมังกรน้อยทำหน้าที่เหมือนเรดาห์คลำหาเป้าหมาย ส่ายไปมาขึ้นลง
รุ่งเช้าที่เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเป็นมังกรน้อยที่ถูกรอยแยกของหลันอิงเย่สยบเป็นรอยแยกสุดท้าย
หลังจากจัดการตนเองเสร็จ นนท์พาห้าภรรยาออกไปด้านนอก
" ข้าจะออกไปวางค่ายกล " ว่าแล้วนนท์เหาะออกไปด้านนอกเพื่อวางค่ายกล เริ่มวางค่ายสังหารตามจุดต่างๆ
" เย่เอ๋อร์ เจ้าไปบอกทุกคนให้อยู่ในอาคาร ข้าจะทำการทดสอบค่ายกลสังหาร แล้วตามผู้อาวุโสทุกคนมาที่นี่ " หลันอิงเย่เร่งกระจายเสียงลอยออกไป ศิษย์ทุกคน เร่งรีบเข้าไปในอาคาร
" ผู้อาวุโสโจว แล้วพวกเรา " หลันอิงเย่สงสัย
" เราเป็นผู้ใช้ค่ายกลมิเป็นอันตราย " นนท์บอก พร้อมหยิบแผ่นหยกควบคุมค่ายกล ถ่ายลมปรานเข้าไปในแผ่นหยก " เปิด " ส่งเสียงผ่านแผ่นหยกค่ายกล
" ครืน " เสียงค่ายกลสังหารทำงาน จิตสังหารพวยพุ่งออกมา แรงกดดันถาโถมทุกพื้นที่
" อืม ต่ำกว่าวิญญาณนิรันดร์ตกตายทันที " นนท์พึมพำ ผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจนนท์จึงหยุดการทดสอบ
นนท์สอนวิธีการใช้งานค่ายกลสังหารแก่ผู้อาวุโสทุกท่าน เสร็จจากค่ายกลสังหาร
นนท์เข้าไปในเขตลึกของสำนัก เพื่อหาสถานที่ติดตั้งค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน
" ที่นี่ล่ะ " หลังจากติดตั้งค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน
" ผู้อาวุโสทุกท่าน นี่เป็นค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน พลังของทุกท่านจะไม่ถูกกดที่นี่ " นนท์เปิดใช้งานค่ายกล
" ผู้อาวุโสโจว ท่านอยู่ในขั้นจักรพรรดิ์รึ ท่านเจ้าสำนัก เย่เอ๋อร์ สองผู้ติดตาม ซือเอ๋อร์ " เหล่าผู้อาวุโสต่างตกใจในขั้นพลังของนนท์และห้าภรรยา
" ผู้อาวุโสทุกท่าน หากท่านต้องการจะทะลวงขั้นพลังจักรพรรดิ์ ให้มาที่ค่ายกลนี้ จะไม่ถูกฟ้าดินกดพลังไว้ " นนท์อธิบานการทำงานและวิธีใช้
" พรุ่วนี้ข้าจะไปที่ตำหนักโอสถ หอตำรา อีกสามวันข้าอยากให้ผู้อาวุโสทุกท่านคัดเลือกศิษย์ระดับขั้นหลอมรวมพลังขั้นที่ห้าขึ้นไป และมีพลังวิญญาณหรือกายจืตขั้นที่หนึ่ง ข้าจะสอนวิธีหลอมอาวุธจากแผ่นค่ายกล " นนท์กล่าวเสร็จแล้วเดินจากไป