“นั่นใคร!”
จากใบหน้ายิ้มแย้มเต็มไปด้วยความเขินอายจากการแอบดูชายหญิงมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกัน ตอนนี้ใบหน้าของตงฟางถึงกลับเปลี่ยนสีมาเป็ใบหน้าขาวซีด เพราะสิ่งที่เขาเห็นต่างจากความคิดของเขาไปมาก
เสียงดูดดื่มแม้มันจะดังออกมาจากปากของทั้งสองที่ประกบเข้าหากัน การดูดดื่มกลับไม่ใช่จูบอันเร่าร้อน กลับเป็การประกบปากดูดเครื่องในสดๆออกมากิน ชายผู้ที่ถูกมัดมือมัดเท้าต่างนอนดิ้นบนพื้นด้วยชีวิตรวยรินจากการถูกดูดกลืนเครื่องใน
บู้ม~!
หน้าต่างห้องนอนถูกทำลายทิ้งจากฝีมือหนิงลี่หลังจากเธอััได้ถึงสายตาที่จับจ้องมองมายังเธอ ทันใดนั้นเธอก็เจอเข้ากับตงฟางกำลังยกมือปิดหน้าหลบอยู่ใต้หน้าต่างของเธอ
“สวัสดีแม่เสือสาว เอ๊ยไม่ใช่~! พี่สาวหนิงลี่ ผมไม่เห็นอะไรเลยนะ”
“ตงฟาง แกมาทำอะไรที่นี่”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง แม้รูปร่างของพี่สาวหนิงลี่จะยังคงส่วนเว้าส่วนโค้งเอาไว้ มันกลับมีขนสีดำโผล่ออกมาตามิัของเธอไม่ต่างจากเสือดำ มีเพียงใบหน้าที่ไร้ขน
“ผะ ผม ผมได้ยินเสียงอย่างว่าเลยมาแอบดู แต่ไม่นึกว่า”
“งั้นเหรอ แกเห็นแล้วสินะ งั้นต่อไปเป็แกก็แล้วกัน”
“อร๊าก~!”
ตงฟางร้องเสียงหลงรีบวิ่งกลับไปยังห้องของตัวเอง ทันใดนั้นพี่สาวหนิงลี่ก็ะโมาดักหน้าด้วยความรวดเร็ว เขาจึงทำได้เพียงแค่ฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้เท่านั้น
“พี่สาวหนิงลี่ ปล่อยผมไปเถอะนะ ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเลย จริงๆนะ”
“ไม่ แกเห็นฉันในสภาพนี้แล้วแกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
“พี่สาวหนิงลี่ นะนะ ปล่อยผมไปเถอะ ผมเป็เพียงแค่เด็กบ้านนอกที่เข้าเมืองมาตามหาความฝันเท่านั้น” ตงฟางพยายามขอร้องอ้อนวอนพลางใช้พลังจิตควบคุมสิ่งของในห้องนอนกลับมาหาเขา สิ่งที่เขาขาดไปไม่ได้เลยก็คือถุงเงินแล้วก็ดาบทั้ง 5 เล่ม ก่อนจะหนีเขาต้องดึงพวกมันมาให้ได้ก่อน
“ไม่ แกจำเป็ต้องตายอยู่ที่นี่”
“เดี๋ยวก่อน หยุดก่อนพี่สาว ผมมีข้อเสนอ” กรงเล็บแหลมคมในมือของหนิงลี่หยุดเคลื่อนไหว หลังจากได้ยินข้อเสนอที่ตงฟางอยากจะตกลงด้วย
“ว่ามา แกจะเสนออะไร”
“พี่ต้องตอบคำถามผมมาก่อน ถ้าผมพอใจผมจะยอมพี่ทุกอย่างเลย”
“งั้นว่ามา” หนิงลี่คิดว่าการตอบคำถามเป็ทางออกที่ดี หากตงฟางวิ่งออกไปจากบ้าน เธออาจจะถูกเปิดโปงจนต้องหาสถานที่หลบซ่อนตัวใหม่
“พี่สาวใช้พลังอะไร ทำไมกลายเป็เสือสาวสุดเซ็กซี่แบบนั้นล่ะ”
“แกอยากรู้เหรอ นี่น่ะมันเรียกว่าพลังมาร ฉันฝึกทักษะของมารร่วมกับิญญายุทธ์สัตว์อสูร”
“งั้นคนที่พี่สาวกินเครื่องในไป”
“มันเป็เหยื่อ ฉันกินเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง ตอนนี้เป็ตาแกแล้ว”
“เดี๋ยวก่อนพี่หนิงลี่ ผมรู้ตัวดีว่าไม่สามารถหนีได้ แต่ผมขออย่างหนึ่งกับพี่ได้ไหม”
“ขออะไร รีบพูดมาเร็ว”
“ผม..”
ตงฟางทำหน้าอ้ำอึ้งจนหนิงลี่เห็นสีแดงบนแก้มทั้งสองข้างของตงฟางที่กำลังบิดตัวไปมา
“ผมยังเป็หนุ่มโสด ยังไม่เคยผ่านมือใครมาเลย ก่อนพี่จะฆ่าผมทิ้งไป ผมขอมีอะไรกับพี่สาวก่อนได้ไหม นะนะ ถือว่าช่วยน้องชายคนนี้สักครั้ง”
“เหลวไหล ไอ้สารเลวน้อย”
บู้ม~!
ร่างของลู่จิวพุ่งกระแทกประตูห้องนอนจนพังเสียหาย จากการใช้พลังจิตของตงฟางดึงมันออกมาพร้อมอาวุธ ด้วยการกระแทกประตูจนพังเสียหาย เปิดช่องว่างให้ตงฟางได้โอกาสวิ่งหนีไป ใน่ที่หนิงลี่กำลังใเขาก็รีบวิ่งไปยังประตูทางออกของบ้านด้วยความรวดเร็ว
“ไอ้เด็กสารเลว แกคิดว่าจะหนีระดับผสานิญญาด้วยระดับเพียงแค่ััิญญาได้อย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ”
“ไม่ลองไม่รู้หรอกนะพี่เสือสาวสุดเซ็กซี่ ลาก่อน ไม่พบเจอกันอีกจะดีกว่า”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้างพลางเตะเท้าไปยังประตูทางออกของบ้าน เหลืออีกเพียงไม่กี่เิเเท่านั้นเขาก็จะได้เป็อิสระ ทันใดนั้นเื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นมา เมื่อประตูที่เขาเตะด้วยเท้าที่สามารถสร้างความรุนแรงเท่ากับวัตถุ 4 ตันกระแทกพื้น มันกลับถูกบานประตูหยุดเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ไม่เพียงเท่านั้นประตูที่เตะไปยังส่งพลังกลับมากระแทกเท้าของตงฟาง จนเขากระเด็นออกมาจากบานประตู
บู้ม~!
“โอ๊ย เกิดอะไรขึ้น”
ลู่จิวลืมตาตื่น เขาสับสนเป็อย่างมากว่าทำไมถึงมานอนกองอยู่ใกล้กับประตูทางออกของบ้าน พริบตาเขาถึงขั้นเบิกตากว้าง เมื่อจู่ๆเขามองเห็นร่างสีดำของพี่หนิงลี่กำลังกางกรงเล็บส่งยิ้มเหี้ยมมาให้เขา
“เธอจะกินเรา ตอนนี้ต้องรีบหนี”
“ฮะ”
“เปล่าประโยชน์ รอบๆบ้านหลังนี้ป้องกันไว้ด้วยค่ายกลระดับ 2 หากอยากออกไปจะต้องเป็ระดับก่อตั้งิญญาขั้น 1 สำหรับพวกแกคนหนึ่งเป็ระดับชำระชีพจร ส่วนอีกคนเป็ระดับัั ไม่มีทางหนีไปได้”
“ตงฟาง เอาไงดี แบบนี้เราตายแน่”
“ฟังนะ แกพูดสิ่งนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนฉันจะหาทางออก”
“พี่สาว ผมลู่จิวยังโสด ถ้าจะกินพวกเราพี่ช่วยอะไรผมหนึ่งอย่างหน่อยได้ไหม” ประโยคอันคุ้นหูเพียงแค่คนพูดเปลี่ยนไป ทำให้หนิงลี่รู้สึกไม่ชอบใจเป็อย่างมาก
ตงฟางที่บอกให้ลู่จิวคอยถ่วงเวลาด้วยคำพูดให้นั้นก็เริ่มมองจ้องหาทางออก เขาไม่รู้การทำงานของค่ายกลเลยสักนิด ไม่รู้ว่าต้องทำลายแบบไหน หากเขาฝืนทำลายอาจจะเกิดพลังสะท้อนกลับได้จึงขอตรวจสอบก่อน ด้วยการบอกเล่าของหนิงลี่ หากเป็อย่างที่เธอบอก เขาสามารถใช้พลังจิตเลเวล 3 ทะลวงออกไปได้เพราะมันทรงพลังไม่ต่างจากระดับก่อตั้งิญญาขั้น 9 แต่เขากลัวผลกระทบที่จะตามมาหลังจากค่ายกลถูกทำลาย
“พี่สาว ถือว่าช่วยน้องชายคนนี้สักครั้ง ช่วยทำให้ครั้งแรกของผมสมหวังด้วยเถอะ พูดประโยคนี้เร็วเข้า”
ตงฟางกระซิบลู่จิวให้พูดตามเขา กระทั่งลู่จิวพอจะพูดประโยคน่าอายได้ทั้งหมดตงฟางได้มองจ้องไปยังค่ายกลด้วยตาทิพย์ จนพบว่า้ามีตำแหน่งหนึ่งมีไอพลังน้อยมากๆ เขาจึงไม่รอช้าใช้พลังจิตควบคุมไปยังดาบทั้ง 5 ที่สะพายเอาไว้ด้านหลัง รอจังหวะที่อีกฝ่ายโกรธจัดๆ จะเป็่ที่เขาทำลายค่ายกล
“พี่หนิงลี่ มาสิ ผมถอดเสื้อแล้ว ช่วยรับครั้งแรกของผมไปด้วย”
เสื้อผ้าถูกถอดจนเหลือแค่กางเกงใน ตงฟางถึงกลับถอนหายใจกับการเล่นใหญ่ของเพื่อนตัวเอง ทันใดนั้นโอกาสที่เขารอคอยก็มาถึงเมื่อหนิงลี่เห็นการถอดเสื้อของลู่จิวเธอก็พุ่งเข้ามาสังหารโดยไม่ลังเล เขาจึงชักดาบออกจากฝักทั้ง 5 ด้วยพลังจิตส่งตรงไปบนท้องฟ้าแทงเข้าไปยังค่ายกลจุดที่พลังอ่อนแอที่สุด จังหวะที่กรงเล็บกำลังจะพุ่งเข้ามาตัดผ่าลำคอของลู่จิว มีดทั้ง 10 เล่มที่พกอยู่ข้างเอวตงฟางก็ถูกพลังจิตบังคับให้มันมาป้องกันกรงเล็บทันที
บู้ม เพล้ง~!
เสียงค่ายกลถูกทำลายดังกระจายไปทั่ว ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเสียงแตกของดาบที่ใช้ทำลายค่ายกล ตอนนี้มันแตกละเอียดไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นมีดเล่มเล็กๆทั้ง 10 ที่นำมาป้องกันการโจมตีของหนิงลี่ยังแตกละเอียด ทำให้ร่างของตงฟางและลู่จิวลอยกระเด็นจากแรงะเิของกรงเล็บและมีดที่ปะทะกัน ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่สามารถนอนนิ่งได้ ตอนนี้เป็โอกาสแล้วที่เขาจะวิ่งหนี หากวิ่งออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ เขาคิดว่าหนิงลี่จะไม่กล้าตาม
การที่เธอสร้างค่ายกลกังขังตัวเองเอาไว้นั้น มันจะต้องเป็การกลบกลิ่นไอของเธอด้วยเช่นกัน
“ไปเร็ว~!”
ตงฟางลุกขึ้นวิ่งโดยมีลู่จิววิ่งตามหลัง หนิงลี่ที่เห็นค่ายกลถูกทำลายลงไปนั้นเธอก็รีบเปลี่ยนตัวเองให้กลับมาเป็มนุษย์แล้ววิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อทำลายศพทิ้งทันที ก่อนที่ทหารจะตามมาเห็นจุดเกิดเหตุ
“บ้าเอ๊ย ไอ้พวกเด็กสารเลว”
ความโกรธปะทุออกมาจากหนิงลี่ เธอไม่คิดว่าตงฟางจะมีความสามารถเก็บซ่อนเอาไว้ แม้ระดับจะเป็เพียงแค่ััิญญาอ่อนด้อยกว่าพลังของค่ายกล เขากลับทำลายค่ายกลได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แม้เธอจะมีพลังถึงระดับผสานิญญากลับไม่กล้าลงมือ เพราะหากไร้ค่ายกลถ้าเธอฆ่าคน จะทำให้เธอได้รับผิด
“อาห์ อาห์ อาห์ ฉันไม่ไหวแล้วตงฟาง พักก่อน พักก่อนได้ไหม”
“อาห์ อาห์ ได้ ฉันก็เหนื่อยไม่ต่างกัน”
ตงฟางพยายามพาร่างไปยังม้านั่งใจกลางเมือง ตอนนี้พวกเขาวิ่งจนมาถึงสวนสาธารณะกลางเมืองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“แล้ว แล้วพี่หนิงลี่ตามมาไหม” ลู่จิวกวักน้ำพุขึ้นมาดื่ม มันเป็สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้
“ไม่ ไม่แล้ว เธอไม่ได้วิ่งตามเรามาั้แ่แรก”
“แล้วเราจะเอาไงต่อ” ลู่จิวเดินมาทิ้งตัวนอนลงใกล้ๆตงฟางด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาไม่คิดเลยว่าเมืองหลงไห่จะน่ากลัวขนาดนี้ ทั้งๆที่พวกเขาอยู่ในตัวเมืองกลับถูกลอบสังหาร
“ทางใครทางมัน อย่าไปยุ่งอีกเลย พี่หนิงลี่เป็ถึงระดับผสานิญญา เพียงพริบตาเราได้ตายกันแน่”
“ให้ตายสิ แล้วทำไมแกรู้ว่าพี่จะฆ่าเรา”
“ฉันได้กลิ่นเืในจานข้าวจึงทำให้เกิดความสงสัย จากนั้นก็เริ่มสืบ ่กลางดึกของวันนี้ก็เจอเข้ากับเสียงชายหญิงกำลังทำอะไรกันเลยไปแอบดู”
“ไอ้โรคจิต”
“เฮ่ย แกจะมาพูดแบบนี้ไม่ได้นะโว๊ย ถ้าฉันไม่โรคจิตเราได้ตายไปแล้ว ต้องขอบคุณที่ฉันไปแบบดูคนมีอะไรกัน ทำให้รู้ว่าพี่หนิงเหอกำลังดูดเครื่องในผู้ชายมากิน แกต่างหากที่ต้องขอบคุณความโรคจิตของฉันไอ้ลู่จิว”
“เออๆ ขอบคุณ แล้วเราจะเอาไงต่อ ที่พักก็ไม่มีแล้ว”
“เหลือเวลาราว 4 ชั่วโมงจะเช้า ฉันว่าพักที่นี่ไปเลยแล้วกัน โชคดีที่วันนี้ไม่มีหมอก”
“งั้นฝันดี”
ตงฟางมองไปยังเพื่อนตัวเองพลางถอนหายใจออกมา เมื่อครู่พวกเขายังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ตอนนี้มันกลับทิ้งตัวลงนอนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจึงคลุมร่างด้วยพลังจิตเช่นเดิมเพื่อหลับนอน พรุ่งนี้ค่อยออกตามหาห้องพักใหม่สำหรับพักภายในเมืองหลงไห่จนกว่าจะถึงวันสอบ
—-------------------------
“อย่าไปใกล้ เดี๋ยวจะติดโรคประหลาดจากพวกมัน”
“ถอยก่อน ถอยออกมา อย่าเข้าไปใกล้”
“เฮ่ย ทำไมมันกล้ามานอนในที่สาธารณะแบบนี้”
“ดูจากการแต่งตัวน่าจะเป็พวกบ้านนอกนะ”
เสียงก้องกังวานของผู้คนมากมายดังขึ้นใน่สาย ตงฟางที่หลับตานอนสบายได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา หลังจากรับรู้ได้ว่าตัวของเขาไม่ได้นอนอยู่ในห้อง แต่กำลังนอนตากอากาศอยู่กลางแจ้ง ทันทีที่เขาลืมตาตื่นเขาก็พบเข้ากับคนมากมายกำลังมองเขาด้วยสายตาแปลก จึงรีบลุกขึ้นยืนเพื่อจะหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ทันที
ในการลุกขึ้นยืนของตงฟางนี้เอง เหล่าชาวบ้านที่มุงดูต่างก้าวถอยหลังกลัวจะถูกเขาทำร้าย บางคนพูดถึงเื่โรคประหลาดจะติดพวกเขาไป ทันใดนั้นเขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าเื่โรคประหลาดที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร หลังจากเห็นเพื่อนตัวเองแก้ผ้านอนเหลือแค่กางกางใน เขาก็นึกได้ว่าเพื่อนวิ่งหนีมากับเขา ด้วยการถอดเสื้อถ่วงเวลาทำให้พวกเขาหนีมาได้
“ให้ตายสิ ลืมไปว่ามันใส่กางเกงในตัวเดียว”
แม้อยากจะช่วยก็ไม่สามารถทำได้เพราะเสื้อผ้าของตงฟางมีเพียงชุดเดียว เขาจึงปลุกลู่จิวให้ตื่นพลางใช้มือปิดหน้าตัวเองด้วยความเขินอาย
“เช้าแล้วเหรอ เฮ่ย! เสื้อผ้าหายไปไหน”
“โจรปล้นเราแล้ว เร็วเข้ารีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้” ตงฟางรีบร้องะโบอกเื่โจร เพื่อให้ทุกคนคิดว่าพวกเขาถูกปล้นไม่ได้เป็บ้า ทันทีที่ใช้มือปิดหน้าทั้งสองก็รีบวิ่งหาร้านขายเสื้อผ้าทันที