สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 153 การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ก่อนออกเดินทาง

            ซุนเฟยส่ายหน้าก่อนจะมองไปที่โอเลเกร์ด้วยสายตาอ่อนลงเล็กน้อย ท่าทางเมื่อครู่ของเจ้าหมูอ้วนอย่างน้อยๆ ก็พออธิบายได้ว่าเขายังมีมโนธรรมอยู่บ้างคุ้มค่าที่จะได้รับความวางใจจากซุนเฟยตั้งแต่ตอนที่เขาพยายามจะปกป้องซุนเฟยก่อนหน้านี้

            “วาใจเถอะข้าประมาณการตัวเองดีแล้ว!”

            พัศดีโอเลเกร์พูดถูกต้องแล้วโลกที่อยู่ด้านหลังประตูเหล็กนั่นมันอันตรายมากในอดีตราชาหลายๆ รุ่นได้ส่งผู้คนจำนวนมากเข้าไปสำรวจในนั้นแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ซุนเฟยก็มีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องเข้าไปสำรวจในนั้น เขาจะต้องรู้ความลับที่ซ่อนอยู่ในนั้นให้เร็วที่สุดจากมุมมองหลายๆ ด้าน ในเมืองแซมบอร์ดมีความลับมากมายที่ซุกซ่อนอยู่แม้มันอาจจะดูเป็นความลึกลับที่มีเสน่ห์แต่สำหรับเมืองแซมบอร์ดแล้ว มันเหมือนกับกำลังนั่งอยู่บนปากภูเขาไฟที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะปะทุออกมาและที่สำคัญ มันพร้อมปะทุออกมาได้ทุกเมื่อดังนั้นซุนเฟยจำเป็นต้องควบคุมความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่ ‘ภูเขาไฟ’ ปะทุออกมา

            แน่นอนว่าซุนเฟยไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด

            หลังจากที่ตัวละครทั้งเจ็ดตัวของซุนเฟยได้เคลียร์เควสทั้งหมดของแผนที่แรกอย่าง 'ค่ายโร้ก' และได้รับของรางวัลมากมายจนทำให้ซุนเฟยมีความมั่นใจมากขึ้นในการสำรวจเขาวงกตที่แสนอันตรายนี้แต่ก่อนที่จะเข้าไปในประตูเหล็กสีดำอย่างเป็นทางการเขาจำเป็นต้องเตรียมการบางอย่างให้พร้อมซุนเฟยมีลางสังหรณ์ที่เด่นชัดอยู่อย่างหนึ่งว่าบางที การเดินทางครั้งนี้ของเขาอาจจะต้องใช้เวลานานดังนั้นเขาต้องทำทุกอย่างให้มั่นใจว่า หลังจากที่ตัวเองออกเดินทางแล้ว งานต่างๆ ในเมืองแซมบอร์ดยังคงทำงานได้อย่างเป็นระเบียบ

            วันที่สอง ซุนเฟยเริ่มเตรียมตัวสำหรับการเข้าไปสำรวจด้านหลังของประตูเหล็กยักษ์

            นอกจากวัสดุย้อมสีและเชือกยาวแล้วแน่นอนว่ายังมีพวกอาหารและน้ำดื่มทั้งหมดนี้ต่างเป็นสิ่งที่พัศดีโอเลเกร์จัดเตรียมด้วยตัวเองนอกจากเจ้าอ้วนที่ถูกซุนเฟยใช้ให้จัดการแล้วในเมืองแซมบอร์ดต่างก็ไม่มีใครทราบแผนการของซุนเฟยเลย

            ในขณะเดียวกันซุนเฟยก็วางแผนการพัฒนาสุดท้ายสำหรับ 'เมืองวีรบุรุษ' เสร็จเรียบร้อย

            ‘มหาวิทยาลัยแซมบอร์ด’ ที่มีระดับสูงกว่า ‘โรงเรียนแซมบอร์ด’ ก็ถูกจัดตั้งขึ้นใน 'เมืองวีรบุรุษ' อย่างเงียบๆเมื่อเทียบกันแล้ว‘โรงเรียนแซมบอร์ด’ จะเป็นหลักสูตรพื้นฐานในการเรียนศิลปะการต่อสู้และเวทมนตร์แบบง่ายๆ ที่สอนโดยบรู๊คและอาจารย์คนอื่นๆส่วนหลักสูตรของ ‘มหาวิทยาลัยแซมบอร์ด’ จะละเอียดมากกว่าและเฉพาะทางมากขึ้นซึ่งจะมีแม่ชีอาคาร่าเป็นอาจารย์สอนวิชาสร้างม้วนคัมภีร์และน้ำยาวิเศษผู้นำโร้กสาวคาเชียจะเป็นอาจารย์สอนวิชาธนูเวทมนตร์ ช่างตีเหล็กชาร์ซีจะเป็นอาจารย์สอนวิชาตีเหล็กเข้ารูปและอุปกรณ์เวทมนตร์ ตาเฒ่าเคนจะเป็นอาจารย์สอนหลักการเวทมนตร์และนั่งสมาธิเวทมนตร์ วอร์ริฟจะเป็นอาจารย์สอนวิชาการเคลื่อนพลความรู้เกี่ยวกับเรือและการเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดาร ส่วนเหล่าดอกไม้งามของ 'ค่ายโร้ก' และกรีทNPC อ้วนที่ชอบเล่นการพนันและหลอกลวงก็ถูกซุยเฟยอัญเชิญออกมาที่โลกแห่งความจริงเพื่อมาสอนวิชาหลอกลวงการทูตและจิตวิทยา...

            นอกจากนี้ซุนเฟยยังรับตำแหน่งเป็นอธิการบดี และยังเป็นอาจารย์ที่จะสอนเทคนิคการลอบสังหาร เทคนิคต่อสู้ ฝึกสอนสัตว์อสูรให้เชื่อง เวทมนตร์ทั้งสี่ธาตุน้ำแข็ง ไฟ สายฟ้า พิษ เวทมนตร์รักษา วิชาการยิงธนูและปาหอก วิชาสร้างกับดักและวิชาอื่นๆ ที่แข็งแกร่งอีกมากมาย

            มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใน 'เมืองวีรบุรุษ' ห้องเรียนถูกสร้างขึ้นก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนเขาวงกตใต้ดินมีห้องทุกแผนกยกเว้นห้องอาจารย์ จัดตั้งอุปกรณ์เสริมมากมายในห้องปฏิบัติการและสนามกล่าวได้ว่า สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานทั้งหมดมีครบถ้วนซุนเฟยแทบจะคัดลอกทุกอย่างมาจากมหาวิทยาลัยในโลกเก่าของตัวเอง

            แน่นอนว่านอกจากนี้ยังมีสถานบันเทิงมากมายที่ถูกสร้างขึ้นในนั้นด้วย

            ในตอนที่ซุนเฟยรู้สึกแย่เขาก็จะลงไปที่เขาวงกตใต้ดิน  ซึ่งในนั้นจะมีสระว่ายน้ำสามแห่งบาร์เหล้าขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กอีกหนึ่งแห่งสนามฟุตบอลหนึ่งแห่งและสนามบาสเก็ตบอลอีกสองแห่งต่อมา เขาก็ให้คู่หมั้นสาวแองเจล่ากับเจ็มม่าที่มีไหวพริบดีเยี่ยมสร้างลูกบอลและลูกบาสขึ้น โดยใช้กระเพาะปัสสาวะสัตว์อสูรที่ทนทานทำให้มันพองขึ้นหลังจากปรับปรุงแก้ไขมาหลายครั้ง มันก็แทบไม่แตกต่างอะไรกับลูกบาสและลูกบอลที่ผลิตออกมาจากเครื่องจักรในโลกเก่าข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า กีฬาทั้งสองประเภทอย่างบาสเก็ตบอลและฟุตบอลไม่ว่าจะในโลกนี้หรือโลกเก่าต่างก็ได้รับความนิยมเหมือนกัน ด้วยคำอธิบายและการเข้าร่วมเล่นของซุนเฟยไม่ช้ากีฬาทั้งสองประเภทนี้ก็กลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายของชาวเมืองแซมบอร์ดที่อยู่ในเขาวงกตใต้ดินระดับความนิยมนี้เกินกว่าที่ซุนเฟยคาดการณ์ไว้เสียอีกซุนเฟยจึงส่งเสริมให้กีฬาทั้งสองประเภทนี้แพร่หลายไปทั่วเมืองแซมบอร์ดเดิมทีพวกชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดส่วนใหญ่หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จก็จะไปเดินเล่นย่อยอาหารแต่ตอนนี้ กีฬาทั้งสองประเภทนี้ได้เข้าไปแทนที่การเดินเล่นย่อยอาหารแล้วด้วยดร็อกบากับเพียร์ซและทีมบาสเก็ตบอลที่เป็นนักรบอีกยี่สิบสองคนได้พากันนำกีฬาสองประเภทนี้ขึ้นไปเล่นที่เมืองแซมบอร์ด...ผลก็คือ กีฬาสองประเภทนี้เป็นที่นิยมในเมืองแซมบอร์ด

            แน่นอนว่าการมีอยู่ของเขาวงกตใต้ดิน ยังคงปกปิดเป็นความลับระดับอาณาจักรไว้ชั่วคราว

            ตามความคิดของซุนเฟยเขาจะคัดเลือกทหารที่มีความภักดีและมีประสบการณ์การทำสงคราม กับพวกเด็กๆ ที่มีพรสวรรค์จากโรงเรียนเมืองแซมบอร์ดเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยนอกเหนือจากการเงื่อนไขที่เข้มงวดอย่างระดับความจงรักภักดีและตัวตนแล้วยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อีก เช่น คุณสมบัติ อายุ และพื้นเพ หากเกิดในเมืองแซมบอร์ดจะมีน้ำหนักมากกว่าคนที่มาจากที่อื่น แม้ว่าเมืองแซมบอร์ดตอนนี้จะต้องการผู้มีพรสวรรค์มากมายแต่ซุนเฟยก็จำเป็นต้องปกปิดคัมภีร์สิ่งประดิษฐ์ธรรมชาติสร้าง1 จึงต้องจำกัดผู้มีความสามารถในการเข้าร่วม!

            แต่ก่อนที่นักเรียนจะมาถึง 'เมืองวีรบุรุษ' ต้องผ่านเส้นทางสิบเอ็ดแห่งเพื่อไปยังประตูป้องกันเหล็กอีกยี่สิบสองแห่ง ห้องเรียนและห้องทดลองส่วนใหญ่ของ ‘มหาวิทยาลัยแซมบอร์ด’ จะตั้งอยู่ที่ประตูเหล็กที่สิบเอ็ดเท่านั้น และมีเฉพาะนักเรียนที่ผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนเท่านั้นถึงจะได้รับอนุญาตจากราชาให้เข้าไปที่ประตูที่สิบเอ็ดเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใน

            นอกจากระบบการฝึกอบรมบุคลากรแล้วสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทหารเป็นอีกจุดสำคัญที่ซุนเฟยให้ความสำคัญ

            ซุนเฟยได้นำรูปแบบและระบบของการฝึกกองกำลังพิเศษที่เคยเห็นตามทีวีและหนังสือมาใส่เข้าไปในโรงเรียนเตรียมทหารในเขาวงกตใต้ดินด้วยเวทมนตร์บางอย่างช่วยทำให้ประสิทธิภาพของการจำลองฉากไฟไหม้หรือฉากระเบิดสร้างกำแพงสูง เชือกตาข่าย สิ่งกีดขวาง ลอดลวดหนามและอื่นๆ ที่เหมือนกับโลกเก่าได้ สนามฝึกทหารได้เสร็จออกมาอย่างสมบูรณ์ตามการออกแบบของซุนเฟย นอกเหนือจากการจำลองการฝึกอบรมทั่วไปเหล่านี้แล้วซุยเฟยยังจำลองสนามฝึกรบที่อันตรายแบบที่ไม่มีใครคาดคิดออกมาอีกด้วย

            นั่นเป็นหลุมลึกขนาดยักษ์ลึกสิบเมตรทั้งสี่ด้านติดตั้ง ‘ลิฟท์เหล็ก’ ขนาดเล็กเอาไว้ ถ้าไม่ใช่ยอดฝีมือระดับสามดาวแล้ว ต้องใช้ ‘ลิฟท์เหล็ก’ เท่านั้นถึงจะออกมาจากหลุมลึกนี้ได้ และในหลุมลึกนี้ซุนเฟยได้เลี้ยงสัตว์อสูรที่ไม่เคยเห็นหลายสิบตัว แต่เป็นมอนสเตอร์ที่คนในโลก Diabloต่างคุ้นเคยกันดี 'ชาแมน' ห้าสิบตัวและ 'จอมขมังเวทย์ชาแมน' อีกหนึ่งตัว

            “มอนสเตอร์พวกนี้มีพลังเทียบเท่ากับนักรบหนึ่งดาวเตือนเอาไว้อย่างหนึ่ง มอนเตอร์ที่ถือคถาเวทมนตร์มีพลังเทียบเท่ากับนักรบหนึ่งดาวระดับกลาง พวกมันโหดเหี้ยมและมีไหวพริบมาก จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวคือขี้ขลาดสิ่งสำคัญที่ข้าต้องการคือความปลอดภัยเพราะฉะนั้น ให้พวกเขาและเหล่ามอนสเตอร์พวกนี้ประมือกันเพื่อสั่งสมประสบการณ์การต่อสู้ตราบใดที่พวกเขาไม่สังหาร 'จอมขมังเวทย์ชาแมน' มันก็จะสามารถฟื้นคืนชีพพวกมอนสเตอร์ที่ตายไปแล้วขึ้นมาได้แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องที่หลังจากสังหารมันแล้วจะหาตัวอะไรมาแทนที่”

            ซุนเฟยพาพัศดีโอเลเกร์ อัศวินโกลด์เซนต์ทอรัสดร็อกบา อัศวินโกลด์เซนต์แคปริคอร์นเพียร์ซ และแปเตอร์ไปดูหลุมลึกนั่นพลางกำชับข้อควรระวังในการใช้สนามฝึกรบแห่งนี้ จากนั้นก็ให้พวกเขาลงไปต่อสู้กับ 'ชาแมน' ด้วยตัวเองมีเพียงซุนเฟยที่สามารถสังหารมอนสเตอร์พวกนี้ได้ในพริบตาส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้พบกับอันตรายอะไรมาก หลังจากทำความคุ้นเคยกับพลังของเหล่ามอนสเตอร์แล้วซุนเฟยก็มอบที่นี่ให้แปเตอร์ แช็คที่เป็นผู้ที่มีพลังสูงที่สุดในบรรดาคนกลุ่มนี้เป็นผู้ดูแล

            การอันเชิญมอนเสตอร์พวกนี้ความจริงแล้วเป็นความสามารถใหม่ของทักษะ 'อัญเชิญ' ที่ซุนเฟยได้รับเป็นของรางวัลหลังจากที่เคลียร์แผนที่ 'ค่ายโร้ก' เขาต้องเสียค่าประสบการณ์เป็นจำนวนมากถึงจะสามารถอัญเชิญมอนสเตอร์ประเภทใดประเภทหนึ่งในแผนที่ 'ค่ายโร้ก' ออกมาได้แม้กระทั่งบอสของมอนสเตอร์ยังสามารถเชิญมาได้เพียงแต่จะไม่สามารถควบคุมมอนสเตอร์ที่อัญเชิญออกมาได้ดังนั้น ทำให้ซุนเฟยเกิดความคิดที่จะให้พวกมอนสเตอร์มาขัดเกลาความสามารถในการต่อสู้ของพวกทหาร

            เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นและทุกอย่างในเมืองแซมบอร์ดก็เริ่มดำเนินไปตามแบบแผนที่เขาวางไว้แม้ว่าซุนเฟยจะไม่อยู่ชั่วคราว แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเมืองแซมบอร์ดแน่นอน

            ซุนเฟยใช้เวลาอยู่กับคู่หมั้นสาวแองเจล่าและยังคอยสังเกตและตรวจสอบปริมาณในการผสม 'น้ำยาฮัลค์' กับน้ำดื่มให้พวกม้าศึกและเฟลมมิ่งบีตส์ดื่มซึ่งงานในส่วนนี้เขามอบให้แองเจล่าที่มีความสามารถในการเข้าหาสัตว์ได้เป็นผู้รับผิดชอบ จากนั้นก็ประกาศออกไปว่าเขาจะปิดประตูฝึกวิชาตลอดหนึ่งเดือน

            ในความเป็นจริงซุนเฟยแอบเตรียมข้าวของไว้ล่วงหน้ากับพัศดีโอเลเกร์ ทั้งสองคนต่างหลบมาที่ประตูเหล็กยักษ์ที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของ 'เมืองวีรบุรุษ' เพื่อเปิดประตูที่ปิดตายมานานเกือบร้อยปี

            “หลังจากที่ข้าเข้าไปเจ้ารีบปิดประตูเหล็กนี้ทันที ห้ามให้ใครมาเปิดประตูนี้เด็ดขาด หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือน หากข้าเคาะประตูเหล็กนี้ เจ้าค่อยมาเปิด เข้าใจไหม?” ก่อนจะเข้าไปในอุโมงค์มืดด้านหลังบานประตูเหล็กนี้ซุนเฟยก็หันมากำชับพัศดีโอเลเกร์เป็นครั้งสุดท้าย

            “น้อมรับพระบัญชาฝ่าบาท!” เจ้าอ้วนคงรู้แล้วว่าขวางไม่ได้จึงได้แต่ทำตามคำสั่งของซุนเฟยอย่างเคร่งครัด

            ซุนเฟยหันกลับมา ก้าวเท้าเข้าไปในอุโมงค์มืด

            จากนั้นพัศดีโอเลเกร์จึงโคจรคลื่นพลังแล้วออกแรงปิดประตูเหล็ก และลบร่องรอยทุกอย่างอย่างระมัดระวังจนแน่ใจว่าจะไม่มีใครรู้ว่าประตูที่ปิดมายาวนานเกือบร้อยปีเพิ่งจะเปิดไปเมื่อครู่นี้

            เมืองแซมบอร์ดเริ่มพัฒนาไปอย่างรวดเร็วในขณะที่ซุนเฟยไม่อยู่

            แน่นอนว่าก่อนที่ซุนเฟยจะเข้าไป เขาได้ให้ผู้นำโร้กสาวคาเชียที่มีพลังเทียบเท่านักรบห้าดาวแม่ชีอาคาร่า และเหล่าโร้กสาวคนอื่นๆ ที่แข็งแกร่งคอยดูแลเมืองแซมบอร์ดบวกกับมีอัครเสนาบดีฝ่ายขวาอย่างเบสท์ และผู้บัญชาการสูงสุดอย่างบรู๊คที่จะคอยรักษาการณ์เมืองแซมบอร์ดแทนซุนเฟยชั่วคราวเพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีศัตรูฉวยโอกาสมายึดเมืองในตอนที่เขาไม่อยู่

              --------------------------

            1 คัมภีร์สิ่งประดิษฐ์ธรรมชาติสร้าง เป็นบันทึกวิชาการทางวิทยาศาสตร์เล่มหนึ่งที่เขียนมาจากอัจฉริยะที่ ชื่อซ่งอิ้งซิง 宋應星(ค.ศ.1587-1666) เป็นนักวิทยาศาสตร์มีชื่อเสียงสมัยปลายราชวงศ์หมิงหนังสือเล่มนี้ชื่อว่า คัมภีร์เทียนกงไคอู้《天工開物》แปลว่าคัมภีร์สิ่งประดิษฐ์ธรรมชาติสร้าง

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน