ณ โรงพยาบาลซานตาครอสผอ.อีริค กับ รองผอ.เกรียง ก็ถึงกับใที่เห็นอัสนีเดินเข้ามาหาในห้องแล้วเอ่ยว่า
“ผมจะเริ่มทำงานวันนี้ได้หรือเปล่าครับ”
ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันอย่างใแต่ผอ.อีริคก็รีบเอ่ยออกมาทันทีว่า
“ ได้เลย พวกเราเตรียมห้องของหมอเอาไว้อยู่แล้วเชิญเลยครับ”
“ อ้อมีอีกเื่หนึ่ง ผมอยากจะให้ท่านผอ.ช่วยตั้งมูลนิธิขึ้นมา เพื่อช่วยค่ารักษาให้กับคนป่วยที่ยากจนแต่ไม่สามารถมารักษาโรงพยาบาลเอกชนของเราได้”
“ ไม่มีปัญหา เรามีมูลนิธิตั้งเอาไว้อยู่แล้วแต่ว่างบประมาณหมดไปแล้ว คงต้องหาผู้บริจาคเพิ่ม แต่ที่ผ่านมาเราไม่มีการเตรียมความพร้อมเลยใช้เงินรักษาจนเงินหมดมูลนิธิ แต่ต่อไป ผมว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาคนไข้ควรมีกฏและกติกา เช่น รักษาโดยจำกัดโรค และจำกัดจำนวนคนต่อวัน ไม่เช่นนั้นผมเกรงว่างบประมาณเท่าไรก็ไม่มีทางพอแน่”
“ ผมเห็นด้วยเื่การจำกัดทั้งจำนวนคนต่อวัน และจำนวนโรค ให้ทางท่านผอ. วางแผนกันได้เลยส่วนเื่เงินทุนก้อนแรก ผมขอบริจาคให้ 100 ล้านบาทครับ”
“ หา อะไรนะ 100ล้านเลยหรือครับ” ทั้งรองผอ.เกรียงไกร และท่านผอ.อีริคร้องออกมาอย่างใ
อัสนียื่นบัตรเงินสดวางเอาไว้ให้บนโต๊ะของท่านผอ.อีริคทันที
“ นี่คือบัตรเงินสดของผม มีเงินอยู่ 100 ล้าน ท่านผอ.สามารถนำมาใช้เป็ทุนในการใช้จ่ายของมูลนิธิได้เลยครับ”
“ ได้ ได้ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้เลย” ผอ.อีริครีบโทรสั่งเลขาหน้าห้องให้รีบดำเนินการเื่จัดตั้งมูลนิธิทันที
“ ทำบุญยิ่งมากผลตอบแทนก็ยิ่งมากเช่นกัน มอบรางวัล เป็ตำราเพลงหมัดมัจจุราช หากฝึกฝนสำเร็จจะมีพลังอานุภาพเหนือจินตนาการ”
อัสนีรับทักษะหมัดมัจจุราชทันทีพอเขาลืมตา ก็รู้สึกว่า หมัดนี้อานุภาพเหนือจนตนาการจริงๆ
จากนั้นเขาก็ถูกรองผอ.พามาห้องที่ตรวจคนไข้พร้อมสั่งให้พยาบาลแอล มาหาหมออัสนี
“ นี่คือคุณหมออัสนีเป็อาจารย์หมอศัลยกรรม ตอนนี้ท่านเพิ่งทำงานวันแรก ยังไม่มีเคสผ่าตัดใดใดดังนั้นท่านจึงอยากตรวจโรคคนป่วยทั่วไป คุณส่งคนป่วยมาให้คุณหมอช่วยรักษาได้เลย”
“ ได้ค่ะ” พยาบาลแอล มองหน้าอัสนีแล้วย่อตัวไหว้แล้วรีบออกไปดำเนินการทันที
รองผอ.เกรียงขอตัวออกไปอัสนีก็เริ่มรักษาคนป่วยทันที
“ รักษาคนป่วย 100 คนจะได้รางวัลเป็กระเป๋าปฐมพยาบาลขั้นเทพเบื้องต้น 1 ใบ”
“กระเป๋าปฐมพยาบาลขั้นเทพจะมีอะไรบ้างนะ” อัสนีนึกสงสัย
คนไข้คนแรกถูกพาเข้ามาในห้อง มีพยาบาลแอล ยืนอยู่ด้านข้าง
อัสนีมองคนป่วยที่เป็ชายอายุประมาณ 40 ปี เดินเข้ามาเหมือนไม่ได้เจ็บป่วยอะไร มีเพียงแค่หน้าซีดเท่าน้น
“ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ”อัสนีเปิดแฟ้มของคนป่วย แล้วก็เอ่ยถามไปด้วย
แต่ไม่ทันที่จะได้คำตอบเขาดูประวัติคนป่วย ก็ถึงกับใ
“มะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย?”
“ ใช่ครับ คุณหมอโจบอกว่า ผมจะมีอายุอยู่ไม่ถึงเดือนนี้แล้วผมแค่อยากจะขอยาแก้ปวดไปกินเพิ่มสักหน่อยครับ” คนป่วยเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มนักสู้
อัสนีมองจ้องไปที่่ท้องของคนป่วยแล้วใช้มือจับเส้นชีพจร เห็นเซลล์มะเร็งลามอยู่ในระดับที่ 4 ระยะสุดท้ายแล้วจริงๆ
“ ก็แค่โรคมะเร็งมันสามารถทำร้ายร่างกายของผมได้ก็จริง แต่มันไม่สามารถทำร้ายจิตใจผมได้คุณหมอไม่ต้องซีเรียส จ่ายยาแก้ปวดมาให้ผมก็พอ”
อัสนีดูจากประวัติการรักษาคนไข้ไม่ยอมรักษาั้แ่เริ่มแรก ไม่ยอมใช้คีโม ไม่ยอมกินยาที่มีราคาแพงระยับเพื่อไม่ให้ลูกหลานต้องมีภาระเพราะตัวเอง เขาปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไป เพื่อฟื้นฟูอวัยวะภายในและฆ่าเชื้อมะเร็งที่ตำแหน่งสำคัญๆ
โดยเฉพาะก้อนเนื้อที่อยู่ภายในลำไส้ที่บวมโตขึ้นมา จนหน้าท้องบวมอย่างเห็นได้ชัดอัสนีสามารถรักษาได้เพียงแค่ 20% แต่ก็เพียงพอที่จะไม่ทำให้เขาต้องมีอาการเ็ปทรมานและยังสามารถยืดชีวิตของเขาได้อย่างน้อย สามปี
“ เรียบร้อยต่อไปคนไข้จะไม่มีอาการเ็ปลำไส้อีก เห็นไหมท้องที่ปวดบิดๆ ตลอดเวลาก็ยุบลงไปแล้ว ผมเชื่อว่าหากคนไข้ ดูแลตัวเองไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ พักผ่อนออกกำลังกายอย่างเพียงพอน่าจะอยู่ได้อีกหลายปีนะครับ”
อัสนีพูดออกมาพร้อมกับปริ๊น ใบสั่งยาออกมาให้
“ เอ่อท้องผมยุบไปจริงๆ ด้วย แล้วก็ไม่รู้สึกเ็ปจริงๆ ด้วย”
“ กลับได้เลยครับแล้วมาพบหมอตามใบนัดด้วย หากมีอาการผิดปกติ ก็มาที่โรงพยาบาลทันทีนะครับ”
“ขอบคุณ ขอบคุณหมอมากครับ”
พยาบาลแอลมองหน้าหมออัสนีและมองคนไข้อย่างสงสัย แต่ก็ยังไม่อยากถามคราวนี้ คนไข้อีกคนหนึ่งเป็หญิงชราวัยเกือบ70 ปี มาหาหมอตามนัด เพื่อขอยาลดไขมัน ลดน้ำตาล ลดความดันแต่ดูผลตรวจเืแล้ว มองไปที่แขนของหญิงชรา ที่งออยู่อย่างนั้นไม่สามารถเหยียดตรงได้ทำให้แขนข้างซ้ายนั้นลีบเล็กลงจนไม่อาจทำอะไรได้
“ค่าไขมันสูงนิดหน่อย น้ำตาลก็ไม่เกิน ความดันสูงนิดหน่อยคนไข้ดูแลตัวเองดีมากเลยนะครับ”
“ ฉันพิการแบบนี้หากเป็อะไรไป มันจะทำให้ลูกหลานลำบาก ฉันเลยไม่อยากเป็ภาระให้กับใคร” คนไข้มองไปที่หลานชายที่จับมือคนไข้ให้กำลังใจ
อัสนีมองไปที่ขาทั้งสองข้างก็มีอยู่ข้างหนึ่งลีบเล็กเหมือนคนเป็โปลิโอเช่นกัน
“ขาและแขนนี่เป็มานานหรือยังครับ”
อัสนีขอจับข้อมือของคนไข้ แล้วก็ปล่อยปราณบริสุทธิ์ออกไปตรวจสอบพร้อมกับใช้สายตามองไปตามแขนและขาอย่างละเอียด
“ เป็มาได้สี่ปีแล้วอยู่ๆ ก็เป็ หมอบอกว่า เส้นเืตีบที่สมอง มาหาหมอไม่ทัน เลยเป็แบบนี้ทำกายภาพมาหลายปี ยายไม่เห็นดีขึ้นเลยครับ”
หลานชายเอ่ยแล้วถอนหายใจออกมา
“ผมจะช่วยรักษาให้นะครับ” อัสนีเอ่ยจบก็ลุกขึ้นยืน แล้วเริ่มจับที่ด้านหลังของคนไข้ บริเวณกระดูกสันหลัง
“เจ็บนิดเดียวนะครับ”
อัสนีจับเส้นเอ็นพลิกนิดเดียวแล้วปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปรักษา เพื่อให้โลหิตที่ติดขัดไหลเวียยนกลับมาเป็ปกติ คนไข้รู้สึกร้อนวูบลงไปที่เท้า เืที่ไหลเวียนช้าพอถูกอัสนีทำการพลิกเส้นเอ็น ทำให้เืลงไปไหลเวียนไปสู่เท้า
ขาที่ไร้ความรู้สึกพลันค่อยๆกลับมีความรู้สึกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“ คุณหมอ ขาของฉันมันขยับได้”
“ ยังยังมีที่แขนอยู่ คนไข้ใจเย็นๆ นะครับ”
อัสนีมาที่ด้านหลังคนไข้แล้วกดตรงเส้นเอ็นทำให้เืที่ไหลผ่านไปได้แค่ ครึ่งเดียว พลันไหลผ่านได้ครบ 100% แขนของคนไข้ถึงกับร้อนวูบวาบขึ้นมาอีกครั้ง
อัสนีปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปเพื่อปรับสมดุลของการไหลเวียนโลหิตอีกครั้ง
คนไข้ถึงกับยกขาและแขนที่ไม่สามารถขยับได้มาสี่ปีให้กับทุกๆ คนดูอย่างดีใจ และทำท่าทางจะลุกขึ้นมาเดิน แต่อัสนีได้เอ่ยขึ้นมาว่า
“ ใจเย็น ๆ ก่อนครับอีกสักสองสามวันค่อยทดลองเดิน ตอนนี้เืลมเพิ่งไหลเวียนดีขึ้นแต่เพราะคนไข้ไม่ได้เคลื่อนไหวมาหลายปี ทำให้กล้ามเนื้อลีบเล็กลงไปมากแต่ผ่านไปสักสองสามวัน ก็จะค่อยๆดีขึ้นเอง”
“ ขอบคุณขอบคุณมากครับคุณหมอ” สองยายหลานยกมือไหว้อัสนีอย่างดีใจ คราวนี้พยาบาลแอลแทบจะทนไม่ไหวแล้วที่เห็นอัสนีรักษาได้ราวปาฏิหารย์เช่นนี้
พอคนไข้ออกไปถึงกับเข้ามาถามอัสนีตรงๆ
“ คุณหมอคุณหมอทำได้ยังไงคะ”
“ ก็ไม่เห็นยากหากเรียนมาเหมือนผม ไปเถอะ ไปเชิญคนไข้เข้ามาอีก”
อัสนีรักษาคนป่วยที่เข้ามารักษาอาการเจ็บป่วยทุกคนกลับหายเป็ปกติแทบทุกคน ดังนั้นแค่ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง คนไข้ที่มารักษาก็ไม่มีเหลือ
“ อะไรกัน แค่ 80คนเอง ยังไม่ถึง 100 คนเลย” อัสนีบ่น แต่พยาบาลแอลกับเพื่อนๆ ถึงกับเข้ามาหาอัสนีเพื่อขอถ่ายรูปกับเขา
“ จะถ่ายไปทำไมต่อไปก็ต้องเห็นกันทุกๆ วันอยู่แล้ว”
“ ไม่ได้ค่ะ วันนี้คุณหมอยังไม่ดังต่อไปคุณหมอดังแล้ว พวกเราคงไม่มีโอกาสได้ขอถ่ายรูปแน่ๆ”
อัสนีเลยถ่ายรูปกับพยาบาลแอลและเพื่อนไปหลายรูป
“ ผมพอมีเวลาให้ผมช่วยรักษาคนไข้ที่นอนรพ. สักหน่อยได้ไหม”
อัสนีเดินมาที่ห้องของรองผอ.เกรียงไกรที่ทำสีหน้าตื่นเต้น เพราะนี่เพิ่งจะสิบโมงเช้า คนไข้ที่มารักษาเกือบ 80คนกลับหมดแล้ว
“ ได้ ๆผมจะพาไปที่อาคาร 1”
อัสนีดีใจยิ่งนักเดินตามรองผอ.เกรียงไปติดๆ
“ ผมจะพาท่านผอ.มาตรวจเยี่ยมคนไข้ ไปเอาแฟ้มประวัติมาให้ด้วย” รองผอ.เกรียงเดินมาที่หน้าวอรด์พยาบาลชั้นที่สอง พยาบาลก็รีบไปเอา แฟ้มพยาบาลออกมาทันที
โดยที่อัสนีนั้นเดินเข้าไปที่ห้องแรกแค่ไม่กี่อึดใจเขาก็เดินออกมาแล้วโดยที่พยาบาลจะไม่ได้เอาแฟ้มประวัติคนไข้มาให้ดูเลย
“ คนไข้ห้อง201 แค่กระดูกเข่าหลุดผมทุบเฝือกแล้วจัดเรียงกระดูกให้คนไข้จนเป็ปกติแล้ว ให้คนไข้กลับบ้านได้เลยครับ”อัสนีบอกกับ รองผอ.เกรียง ที่ได้แต่พยักหน้าไม่ได้พูดอะไร
อัสนีเข้าไปที่ห้อง202 ต่อ พบกับคนไข้ที่เป็หญิงวัย 28 ปี กำลังโวยวายขว้างปาข้าวของใส่สามีที่หลบได้บ้าง หลบไม่ได้บ้าง แต่ว่าสิ่งที่ขว้างไปสุดท้ายนั้นคือมีดปอกผลไม้มันพุ่งตรงดิ่งเข้าใส่กลางอกของสามีคนไข้ แต่อัสนีพุ่งเข้ามาจับด้ามมีดเอาไว้ได้
“ ใจเย็นมีอะไรค่อยพูดค่อยจากันก็ได้”
คราวนี่พยาบาลและรองผอ.เกรียง ก็เข้ามาพร้อมกับประวัติคนไข้
“ คนไข้มีอาการเจ็บและมีเืออกเวลามีเพศสัมพันธิ์ หมอสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อ เอชพีวี จึงได้ทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ พบว่าเป็ เอชพีวี สายพันธ์18 ระยะ 3 คุณหมอนัดฉายแสง และ จะต้องผ่าตัดเอาน้ำเหลืองที่ช่องอุ้มเชิงกรานออกในวันพรุ่งนี้”
อัสนีพยักหน้าแล้วจะเอ่ยกับคนไข้ แต่คนไข้ก็ยังคงโกรธสามีตัวเองอยู่
เลยบอกออกไปว่า
“ ฉันไม่รักษาปล่อยให้ฉันตายไปเลย ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วชาติหน้าขออย่าให้เรามาเป็สามีภรรยาอีกต่อไปเลยหากไม่เป็เพราะแกไปมั่วสุมกับผู้หญิงพวกนั้น ฉันก็ไม่ต้องเป็โรคแบบนี้”
“ ที่รักผมไม่เคยมีใครเลย ผมมีที่รักคนเดียวเท่านั้น เชื่อผมเถอะ”
“ ไอ้ชั่วหากแกไม่ไปเที่ยวผู้หญิง ฉันจะติดโรคแบบนี้เร๊อะ จริงไหมหมอ”
อัสนีไม่ทันตอบแต่พยาบาลกลับตอบแทนว่า
“ จริงค่ะ” ............