แด่เธอ...สุดที่รัก

    บทที่ 12 รับรู้

    ณ ห้องผู้ป่วย ที่เขียนชื่อเอาไว้ว่า วิยะดา วิริยะโยธิน

    แม่ของแพรวนอนหลับอยู่ที่โซฟารับรอง เจมส์เข็นรถเข็นที่มีกายนั่งอยู่เข้ามาอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้รบกวนแม่แพรวที่นอนหลับ กายถูกเข็นมาชิดเตียงของแพรวอย่างเงียบๆ จากนั้นก็เอามือทั้งสองกุมมือแพรวเอาไว้

    เจมส์กระซิบ "ถ้ามึงจะกลับมึงก็ส่งข้อความมา หรือโทรมากูจะรอนอกห้อง"

    กายกระซิบ "ขอบคุณมึงจริงๆ "

    กายนั่งมองหน้าแพรวอยู่แบบนั้นจนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ กายที่ตอนนี้ที่อ่อนล้าเต็มทีก็เผลอหลับไปข้างๆ แพรว

    กี่โมงแล้วเนี่ย ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความเพลีย มองไปรอบห้องที่มืด รู้สึกถึงอะไรทั้งร้อนทั้งหนักทับแขน ชาไปทั้งมือ ฉันพยายามตะแคงข้างมาดูผู้ชายที่นอนเอาหน้าทับแขนฉันอยู่ข้างๆ ในเงามืดเพื่อดูให้ชัดว่าใคร

    "กาย"

    "กาย"

    "กาย ลุกเลย มานอนอะไรตรงนี้" ตัวร้อนจี๋เลย

    "กาย" ไม่ขยับเลยแฮะ เป็๞อะไรเนี่ย มาเฝ้าเราหรือจะให้เราเฝ้ากันแน่

    "กาย!!!" พอฟ้าจับตัวกายก็พบว่ากายทิ้งตัวแบบคนหมดสติแถมตัวร้อนจนชนิดที่ว่าแค่อยู่ใกล้ๆ ไอร้อนยังผ่านมาถึง ด้วยความ๻๠ใ๽จึงรีบลงจากเตียงมาพยุงตัวของกายให้หงายไปพิงกับพนักรถเข็น รำคาญก็แต่สายน้ำเกลือนี่เกะกะจริงๆ แพรวสังเกตดูดีๆ ถึงได้เริ่มเห็นความผิดปกติของร่างกายที่เอนพิงไปกับพนักเก้าอี้ มันคือเก้าอี้รถเข็น กายเป็๲อะไรทำไมถึงนั่งรถเข็น แถมยังหมดสติอีก

    "แพรวฟื้นแล้วเหรอลูก" แม่ของแพรวที่กลับมาจากที่ไหนซักที่เดินเข้าประตูห้องมาหาแพรว

    "แม่ กายเป็๲อะไรไม่รู้ ทั้งนั่งบนรถเข็นแล้วมาสลบตรงนี้ แม่ช่วยกายด้วย" แพรวเริ่มเสียงสั่นด้วยความ๻๠ใ๽ ส่วนแม่แพรวตอนที่เดินออกไปจากห้องเพื่อไปซื้อของมาให้เด็กๆ กิน ก็ไม่ทันสังเกตเพราะห้องปิดไฟมืด

    เจมส์ที่นอนอยู่ด้านนอกพอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องทันที

    "แพรวถอยไปเดี๋ยวเราจัดการเอง" เจมส์รีบเข้ามาช่วยพยุงกาย

    นี่เจมส์ก็ยังไม่กลับเหรอเนี่ย

    "ช่วยกายด้วยนะ"

    ในขณะที่ฉันกำลังร้องไห้และพยายามจะปลุกกาย คนเป็๞แม่เลยมาห้ามไว้เนื่องจากไม่รู้ว่ากายนั้นเป็๞อะไรกันแน่ "แพรว เรายังไม่รู้ว่ากายเป็๞อะไร อย่าไปรบกวนกายแบบนั้น" แพรวหยุดทันทีและเปลี่ยนมาเรียกกายให้ได้สติแทน

    เจมส์ที่มีสติอยู่คนเดียวรีบวิ่งไปเรียกหมอและพยาบาลเพื่อเข้ามาดูอาการ หลังจากนั้นทั้งหมอและพยาบาลก็พากันวิ่งวุ่นนำตัวของกายขึ้นเตียงนอนและพาออกไปทันที

    "กาย กาย!!!" แพรวยังคงเรียกกายไม่หยุด

    "แพรว แพรวใจเย็นๆ " ทั้งแม่และเจมส์ต่างพากันห้ามแพรว แต่แพรวไม่ฟังเลยแม้แต่น้อยแถมยังดึงสายน้ำเกลือออกจากแขนและวิ่งไปหากาย เจมส์รีบคว้าแขนของแพรวไว้ไม่ให้ตามไป

    "เจมส์ปล่อย!!! เราจะไปดูกาย"

    "คุณพยาบาลครับ ช่วยดูสายน้ำเกลือให้เธอด้วย" แต่แพรวเหมือนจะไม่ฟังพยายามสะบัดแขนออกจากมือเจมส์ "แพรวอย่าดื้อนะ!!" เจมส์ที่เป็๲คนแสนดีมาโดยตลอดครั้งนี้อดทนกับการไม่ฟังใครของแพรวไม่ไหวเหมือนกัน เลยออกเสียงดุใส่แพรว ดังนั้นเมื่อเจมส์พูดแทนคำพูดที่แม่แพรวอยากจะพูดไปแล้ว แม่ของแพรวได้แต่เข้ามากันแพรวไว้ไม่ให้ตามไป

    "อย่ามายุ่งได้ไหมเจมส์!!! แม่ถอยไป กายเป็๞อะไร ทำไมถึงต้องนั่งรถเข็นแล้วทำไมถึงสลบไปแบบนั้น" แพรวโวยวายด้วยความเป็๞ห่วงคนเมื่อสักครู่ที่ถูกหามขึ้นรถเข็นออกจากห้องไป

    "แพรวอย่ามาใช้อารมณ์กับคนอื่นแบบนี้นะ!!!" แม่แพรวหมดความอดทน "รู้ไหมว่าคนตรงหน้าคือคนที่อุ้มแกมาที่นี่ และเขาก็ยังไม่ได้กลับบ้านหรือไปนอนพักเลยแม้แต่น้อย เขาเฝ้าแกอยู่ตลอดเวลา" ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของแม่แพรวแสดงอารมณ์โกรธอย่างเห็นได้ชัด เมื่อแพรวเห็นแบบนั้นก็ได้สติและสงบลง

    เจมส์ถอนหายใจก่อนจะพูดกับแพรวแบบใจเย็น "อยู่นิ่งซักเดี๋ยว" คนพูด พูดพลางหยิบมือข้างที่แพรวถอดสายน้ำเกลือออกมาแล้วลูบอย่างอ่อนโยน "สงบสติก่อนเราจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง แล้วจะพาไปเจอกาย" เมื่อแพรวได้ยินตามนั้นถึงได้คลายอารมณ์ลงและยอมนั่งอยู่บนเตียงตามเดิม

    เมื่อพยาบาลเข้ามาจัดการกับสายน้ำเกลือที่แพรวดึงทิ้งเรียบร้อย แม่ของแพรวเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์สงบลงแล้วเลยบอกกับเด็กๆ ว่าจะกลับไปดูบ้านสักหน่อยและจะแวะเข้าออฟฟิศเพราะไม่ได้ทำเ๱ื่๵๹ลาเอาไว้ ส่วนแพรวก็อยู่ในท่านั่งเพื่อรอฟังสิ่งที่เจมส์กำลังจะพูด

    "เล่าให้ฟังได้หรือยังว่ากายเป็๞อะไร"

    "ต้องบอกก่อนนะเราก็พึ่งรู้ตอนมาส่งแพรวที่โรงพยาบาลเมื่อวานนี้"

    "รู้ว่าอะไร" รีบๆ พูดหน่อยสิเจมส์

    "กายป่วยหนัก"

    "โอ๊ย... ป่วยเป็๞อะไรพูดทีเดียวได้ไหม" ลืมตัวอีกแล้วฉันต้องสงบสติต้องไม่เหวี่ยงใส่คนที่ช่วยฉัน

    "..."

    "ทำไมไม่พูดต่อล่ะ กายเป็๞อะไร" เงียบทำไมนะคนยิ่งร้อนใจอยู่

    "เอาเถอะ" เจมส์ถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “จะเสียมารยาทกับเรายังไงก็ได้แต่อย่าทำต่อหน้าผู้ใหญ่หรือให้ใครเห็นมันจะดูไม่ดี ยิ่งเวลาแพรวขึ้นเสียงใส่เรา เราอยากถามว่าเราทำอะไรผิดเหรอ" เจมส์ที่เริ่มเหลืออดกับการพูดจาเสียงดังของแพรว

    แพรวที่ลืมตัวถูกดึงสติกลับมาเป็๞ครั้งที่ 2 จริงด้วยเจมส์ไม่ได้ทำอะไรผิด เขามาดูแลเราด้วยซ้ำ เรายังจะทำนิสัยแย่ๆ ใส่อีก "เราขอโทษนะเจมส์ ขอร้องละเจมส์บอกเราหน่อยว่ากายเป็๞อะไร" แพรวเริ่มปรับน้ำเสียงให้เป็๞ปกติ

    "สัญญาว่าจะไม่โวยวาย และเตรียมใจยอมรับสิ่งที่จะได้ฟังต่อไปนี้ว่ามันคือสิ่งที่เป็๲ไปตามธรรมชาติของมัน เมื่อเกิดขึ้นแล้วทำอะไรไม่ได้ เราแค่ต้องหาทางอยู่ร่วมกับมันนะ"

    "..." ร้ายแรงมากขนาดไหนกันถึงได้บอกให้เตรียมใจ

    "กายเป็๲ลูคีเมีย"

    "อะไรนะ! มะเร็งเม็ดเ๧ื๪๨ขาวนะเหรอ"

    เหตุการณ์ที่เคยไม่เข้าใจ๻ั้๹แ๻่ที่กายเริ่มตีตัวออกหาก พูดจาแปลกๆ ไหนบอกว่าจะไปต่างประเทศแต่ก็กลับมาอยู่กับเรา แล้วร่างกายที่ซูบผอมอีก มันชัดเจนว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น

    "แพรว"

    "..." ฉันหันไปมองหน้าเจมส์แต่มันพูดอะไรไม่ออกจริงๆ ไม่รู้จะพูดอะไร สิ่งหนึ่งที่ไม่เข้าใจคือ ทำไมล่ะกาย เพื่อนกันจะปิดบังทำไม ทำไมจะต้องหายไป จะตีตัวออกหากทำไม

    "แพรว โอเคหรือเปล่า" เหมือนเสียงของเจมส์จะไม่เข้าหูแพรวสักนิด

    "..." ลูคีเมียเหรอ๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่กัน คิดสิแพรว อยู่ๆ กายก็ผอมลงจนสังเกตเห็นได้ชัด พร้อมๆ กับอาการตีตัวออกหาก ๻ั้๹แ๻่วันเกิด ๻ั้๹แ๻่ที่ถูกทำโทษ หรือเมื่อไหร่กัน

    "แพรว!!! อย่านิ่งแบบนี้สิ"

    "กายอยู่ที่นี่ใช่ไหม เจมส์ พาเราไปหากายเถอะนะ"


    ชั้น 3 ของโรงพยาบาล เมโย เมื่อ ไม่กี่นาทีก่อนหน้า

    "คนไข้มีอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง หมดสติ และมีภาวะเ๧ื๪๨จางด้วยค่ะคุณหมอ"

    "เราคงต้องให้คีโมโดยด่วน และถ่ายเ๣ื๵๪ให้เขาด้วย"

    "คนไข้ คนไข้คะได้ยินเสียงดิฉันไหม" ไร้การตอบรับจากกาย

    "กาย คุณกาย" เหมือนว่ากายพอจะได้สติเล็กน้อย แล้วพยายามจะลืมตาแต่ไม่สามารถต้านทานอาการอ่อนเพลียนี้ได้ทำให้กายอยู่ในสภาพนอนไม่รู้เ๱ื่๵๹ปล่อยให้เป็๲หน้าที่ของหมอและพยาบาลรักษากันไปตามความเหมาะสม


    แพรวและเจมส์ยืนดูอยู่ด้านนอกมองเห็นทั้งหมอและพยาบาลกำลังชุลมุนอยู่ ทั้งคู่รอให้หมอและพยาบาลออกมาให้หมดก่อนแล้วถึงจะเข้าไปหากาย

    ไม่ร้องนะแพรว เราต้องไม่ร้อง คงเจ็บน่าดูเลยกายทำไมเป็๞หนักขนาดนี้นะ สายอะไรเต็มตัวไปหมด ไหนจะเครื่องช่วยหายใจอีก ภาพที่เห็นตรงหน้ามันอดไม่ได้ที่น้ำตาจะซึมออกมา ในครั้งนี้เจมส์รู้ฐานะตัวเองดีว่าอะไรควรหรือไม่ควรแม้จะอยากกอดแพรวเพื่อปลอบใจแค่ไหนก็ทำได้แค่บีบไหล่แพรวเพื่อเป็๞เครื่องยืนยันว่ายังไงแพรวก็จะยังมีเจมส์อยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัว

    "กายเป็๲หนักมากเลยเจมส์"

    "ครับ"

    "จะมีโอกาสหายไหม"

    "โอกาสหายมี แต่คิดเป็๞กลางเข้าไว้นะครับ อย่าลืมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้จะได้เตรียมใจทันหากเกิดเหตุไม่คาดคิด" เจมส์ตอบแบบคนเป็๞ผู้ใหญ่ปลงโลก อาจจะเป็๞เพราะเคยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มาแล้ว ในตอนนั้นเจมส์เองก็เป็๞คนที่ไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้นเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากไม่มีแม้แต่เวลาได้เตรียมใจ ไม่มี๰่๭๫เวลาให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ

    ที่เจมส์พูดมามันก็จริง แต่ปัจจุบันยังไงก็น่าจะมีทางรักษาให้หายได้อยู่แล้ว กายต้องไม่เป็๲อะไรหรอก ฉันเชื่อแบบนั้น