ณ ห้องผู้ป่วย ที่เขียนชื่อเอาไว้ว่า วิยะดา วิริยะโยธิน
แม่ของแพรวนอนหลับอยู่ที่โซฟารับรอง เจมส์เข็นรถเข็นที่มีกายนั่งอยู่เข้ามาอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้รบกวนแม่แพรวที่นอนหลับ กายถูกเข็นมาชิดเตียงของแพรวอย่างเงียบๆ จากนั้นก็เอามือทั้งสองกุมมือแพรวเอาไว้
เจมส์กระซิบ "ถ้ามึงจะกลับมึงก็ส่งข้อความมา หรือโทรมากูจะรอนอกห้อง"
กายกระซิบ "ขอบคุณมึงจริงๆ "
กายนั่งมองหน้าแพรวอยู่แบบนั้นจนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ กายที่ตอนนี้ที่อ่อนล้าเต็มทีก็เผลอหลับไปข้างๆ แพรว
กี่โมงแล้วเนี่ย ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความเพลีย มองไปรอบห้องที่มืด รู้สึกถึงอะไรทั้งร้อนทั้งหนักทับแขน ชาไปทั้งมือ ฉันพยายามตะแคงข้างมาดูผู้ชายที่นอนเอาหน้าทับแขนฉันอยู่ข้างๆ ในเงามืดเพื่อดูให้ชัดว่าใคร
"กาย"
"กาย"
"กาย ลุกเลย มานอนอะไรตรงนี้" ตัวร้อนจี๋เลย
"กาย" ไม่ขยับเลยแฮะ เป็อะไรเนี่ย มาเฝ้าเราหรือจะให้เราเฝ้ากันแน่
"กาย!!!" พอฟ้าจับตัวกายก็พบว่ากายทิ้งตัวแบบคนหมดสติแถมตัวร้อนจนชนิดที่ว่าแค่อยู่ใกล้ๆ ไอร้อนยังผ่านมาถึง ด้วยความใจึงรีบลงจากเตียงมาพยุงตัวของกายให้หงายไปพิงกับพนักรถเข็น รำคาญก็แต่สายน้ำเกลือนี่เกะกะจริงๆ แพรวสังเกตดูดีๆ ถึงได้เริ่มเห็นความผิดปกติของร่างกายที่เอนพิงไปกับพนักเก้าอี้ มันคือเก้าอี้รถเข็น กายเป็อะไรทำไมถึงนั่งรถเข็น แถมยังหมดสติอีก
"แพรวฟื้นแล้วเหรอลูก" แม่ของแพรวที่กลับมาจากที่ไหนซักที่เดินเข้าประตูห้องมาหาแพรว
"แม่ กายเป็อะไรไม่รู้ ทั้งนั่งบนรถเข็นแล้วมาสลบตรงนี้ แม่ช่วยกายด้วย" แพรวเริ่มเสียงสั่นด้วยความใ ส่วนแม่แพรวตอนที่เดินออกไปจากห้องเพื่อไปซื้อของมาให้เด็กๆ กิน ก็ไม่ทันสังเกตเพราะห้องปิดไฟมืด
เจมส์ที่นอนอยู่ด้านนอกพอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องทันที
"แพรวถอยไปเดี๋ยวเราจัดการเอง" เจมส์รีบเข้ามาช่วยพยุงกาย
นี่เจมส์ก็ยังไม่กลับเหรอเนี่ย
"ช่วยกายด้วยนะ"
ในขณะที่ฉันกำลังร้องไห้และพยายามจะปลุกกาย คนเป็แม่เลยมาห้ามไว้เนื่องจากไม่รู้ว่ากายนั้นเป็อะไรกันแน่ "แพรว เรายังไม่รู้ว่ากายเป็อะไร อย่าไปรบกวนกายแบบนั้น" แพรวหยุดทันทีและเปลี่ยนมาเรียกกายให้ได้สติแทน
เจมส์ที่มีสติอยู่คนเดียวรีบวิ่งไปเรียกหมอและพยาบาลเพื่อเข้ามาดูอาการ หลังจากนั้นทั้งหมอและพยาบาลก็พากันวิ่งวุ่นนำตัวของกายขึ้นเตียงนอนและพาออกไปทันที
"กาย กาย!!!" แพรวยังคงเรียกกายไม่หยุด
"แพรว แพรวใจเย็นๆ " ทั้งแม่และเจมส์ต่างพากันห้ามแพรว แต่แพรวไม่ฟังเลยแม้แต่น้อยแถมยังดึงสายน้ำเกลือออกจากแขนและวิ่งไปหากาย เจมส์รีบคว้าแขนของแพรวไว้ไม่ให้ตามไป
"เจมส์ปล่อย!!! เราจะไปดูกาย"
"คุณพยาบาลครับ ช่วยดูสายน้ำเกลือให้เธอด้วย" แต่แพรวเหมือนจะไม่ฟังพยายามสะบัดแขนออกจากมือเจมส์ "แพรวอย่าดื้อนะ!!" เจมส์ที่เป็คนแสนดีมาโดยตลอดครั้งนี้อดทนกับการไม่ฟังใครของแพรวไม่ไหวเหมือนกัน เลยออกเสียงดุใส่แพรว ดังนั้นเมื่อเจมส์พูดแทนคำพูดที่แม่แพรวอยากจะพูดไปแล้ว แม่ของแพรวได้แต่เข้ามากันแพรวไว้ไม่ให้ตามไป
"อย่ามายุ่งได้ไหมเจมส์!!! แม่ถอยไป กายเป็อะไร ทำไมถึงต้องนั่งรถเข็นแล้วทำไมถึงสลบไปแบบนั้น" แพรวโวยวายด้วยความเป็ห่วงคนเมื่อสักครู่ที่ถูกหามขึ้นรถเข็นออกจากห้องไป
"แพรวอย่ามาใช้อารมณ์กับคนอื่นแบบนี้นะ!!!" แม่แพรวหมดความอดทน "รู้ไหมว่าคนตรงหน้าคือคนที่อุ้มแกมาที่นี่ และเขาก็ยังไม่ได้กลับบ้านหรือไปนอนพักเลยแม้แต่น้อย เขาเฝ้าแกอยู่ตลอดเวลา" ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของแม่แพรวแสดงอารมณ์โกรธอย่างเห็นได้ชัด เมื่อแพรวเห็นแบบนั้นก็ได้สติและสงบลง
เจมส์ถอนหายใจก่อนจะพูดกับแพรวแบบใจเย็น "อยู่นิ่งซักเดี๋ยว" คนพูด พูดพลางหยิบมือข้างที่แพรวถอดสายน้ำเกลือออกมาแล้วลูบอย่างอ่อนโยน "สงบสติก่อนเราจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง แล้วจะพาไปเจอกาย" เมื่อแพรวได้ยินตามนั้นถึงได้คลายอารมณ์ลงและยอมนั่งอยู่บนเตียงตามเดิม
เมื่อพยาบาลเข้ามาจัดการกับสายน้ำเกลือที่แพรวดึงทิ้งเรียบร้อย แม่ของแพรวเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์สงบลงแล้วเลยบอกกับเด็กๆ ว่าจะกลับไปดูบ้านสักหน่อยและจะแวะเข้าออฟฟิศเพราะไม่ได้ทำเื่ลาเอาไว้ ส่วนแพรวก็อยู่ในท่านั่งเพื่อรอฟังสิ่งที่เจมส์กำลังจะพูด
"เล่าให้ฟังได้หรือยังว่ากายเป็อะไร"
"ต้องบอกก่อนนะเราก็พึ่งรู้ตอนมาส่งแพรวที่โรงพยาบาลเมื่อวานนี้"
"รู้ว่าอะไร" รีบๆ พูดหน่อยสิเจมส์
"กายป่วยหนัก"
"โอ๊ย... ป่วยเป็อะไรพูดทีเดียวได้ไหม" ลืมตัวอีกแล้วฉันต้องสงบสติต้องไม่เหวี่ยงใส่คนที่ช่วยฉัน
"..."
"ทำไมไม่พูดต่อล่ะ กายเป็อะไร" เงียบทำไมนะคนยิ่งร้อนใจอยู่
"เอาเถอะ" เจมส์ถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “จะเสียมารยาทกับเรายังไงก็ได้แต่อย่าทำต่อหน้าผู้ใหญ่หรือให้ใครเห็นมันจะดูไม่ดี ยิ่งเวลาแพรวขึ้นเสียงใส่เรา เราอยากถามว่าเราทำอะไรผิดเหรอ" เจมส์ที่เริ่มเหลืออดกับการพูดจาเสียงดังของแพรว
แพรวที่ลืมตัวถูกดึงสติกลับมาเป็ครั้งที่ 2 จริงด้วยเจมส์ไม่ได้ทำอะไรผิด เขามาดูแลเราด้วยซ้ำ เรายังจะทำนิสัยแย่ๆ ใส่อีก "เราขอโทษนะเจมส์ ขอร้องละเจมส์บอกเราหน่อยว่ากายเป็อะไร" แพรวเริ่มปรับน้ำเสียงให้เป็ปกติ
"สัญญาว่าจะไม่โวยวาย และเตรียมใจยอมรับสิ่งที่จะได้ฟังต่อไปนี้ว่ามันคือสิ่งที่เป็ไปตามธรรมชาติของมัน เมื่อเกิดขึ้นแล้วทำอะไรไม่ได้ เราแค่ต้องหาทางอยู่ร่วมกับมันนะ"
"..." ร้ายแรงมากขนาดไหนกันถึงได้บอกให้เตรียมใจ
"กายเป็ลูคีเมีย"
"อะไรนะ! มะเร็งเม็ดเืขาวนะเหรอ"
เหตุการณ์ที่เคยไม่เข้าใจั้แ่ที่กายเริ่มตีตัวออกหาก พูดจาแปลกๆ ไหนบอกว่าจะไปต่างประเทศแต่ก็กลับมาอยู่กับเรา แล้วร่างกายที่ซูบผอมอีก มันชัดเจนว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น
"แพรว"
"..." ฉันหันไปมองหน้าเจมส์แต่มันพูดอะไรไม่ออกจริงๆ ไม่รู้จะพูดอะไร สิ่งหนึ่งที่ไม่เข้าใจคือ ทำไมล่ะกาย เพื่อนกันจะปิดบังทำไม ทำไมจะต้องหายไป จะตีตัวออกหากทำไม
"แพรว โอเคหรือเปล่า" เหมือนเสียงของเจมส์จะไม่เข้าหูแพรวสักนิด
"..." ลูคีเมียเหรอั้แ่เมื่อไหร่กัน คิดสิแพรว อยู่ๆ กายก็ผอมลงจนสังเกตเห็นได้ชัด พร้อมๆ กับอาการตีตัวออกหาก ั้แ่วันเกิด ั้แ่ที่ถูกทำโทษ หรือเมื่อไหร่กัน
"แพรว!!! อย่านิ่งแบบนี้สิ"
"กายอยู่ที่นี่ใช่ไหม เจมส์ พาเราไปหากายเถอะนะ"
ชั้น 3 ของโรงพยาบาล เมโย เมื่อ ไม่กี่นาทีก่อนหน้า
"คนไข้มีอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง หมดสติ และมีภาวะเืจางด้วยค่ะคุณหมอ"
"เราคงต้องให้คีโมโดยด่วน และถ่ายเืให้เขาด้วย"
"คนไข้ คนไข้คะได้ยินเสียงดิฉันไหม" ไร้การตอบรับจากกาย
"กาย คุณกาย" เหมือนว่ากายพอจะได้สติเล็กน้อย แล้วพยายามจะลืมตาแต่ไม่สามารถต้านทานอาการอ่อนเพลียนี้ได้ทำให้กายอยู่ในสภาพนอนไม่รู้เื่ปล่อยให้เป็หน้าที่ของหมอและพยาบาลรักษากันไปตามความเหมาะสม
แพรวและเจมส์ยืนดูอยู่ด้านนอกมองเห็นทั้งหมอและพยาบาลกำลังชุลมุนอยู่ ทั้งคู่รอให้หมอและพยาบาลออกมาให้หมดก่อนแล้วถึงจะเข้าไปหากาย
ไม่ร้องนะแพรว เราต้องไม่ร้อง คงเจ็บน่าดูเลยกายทำไมเป็หนักขนาดนี้นะ สายอะไรเต็มตัวไปหมด ไหนจะเครื่องช่วยหายใจอีก ภาพที่เห็นตรงหน้ามันอดไม่ได้ที่น้ำตาจะซึมออกมา ในครั้งนี้เจมส์รู้ฐานะตัวเองดีว่าอะไรควรหรือไม่ควรแม้จะอยากกอดแพรวเพื่อปลอบใจแค่ไหนก็ทำได้แค่บีบไหล่แพรวเพื่อเป็เครื่องยืนยันว่ายังไงแพรวก็จะยังมีเจมส์อยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัว
"กายเป็หนักมากเลยเจมส์"
"ครับ"
"จะมีโอกาสหายไหม"
"โอกาสหายมี แต่คิดเป็กลางเข้าไว้นะครับ อย่าลืมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้จะได้เตรียมใจทันหากเกิดเหตุไม่คาดคิด" เจมส์ตอบแบบคนเป็ผู้ใหญ่ปลงโลก อาจจะเป็เพราะเคยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มาแล้ว ในตอนนั้นเจมส์เองก็เป็คนที่ไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้นเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากไม่มีแม้แต่เวลาได้เตรียมใจ ไม่มี่เวลาให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ
ที่เจมส์พูดมามันก็จริง แต่ปัจจุบันยังไงก็น่าจะมีทางรักษาให้หายได้อยู่แล้ว กายต้องไม่เป็อะไรหรอก ฉันเชื่อแบบนั้น