เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 40 หนทางกลับบ้าน ( rewrite )

    “หรือที่ทวีปรุ่งนภาจะเรียกข้าว่า อิน หลิง”
    เมื่อหญิงชรากล่าวออกมา ซีว่างและหยางน่าจึงมองหน้ากัน แต่มิได้ถามอะไร ปล่อยให้หญิงชราเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ต่อ
    “ตัวข้าเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับเลี้ยงโดยโจรป่า..แต่ว่ากลุ่มโจรป่าที่รับเลี้ยงข้านั้น , พวกท่านเป็นกลุ่มคนดีอย่างมาก , ออกปล้นเฉพาะคนรวยที่เลวทราม , หากคราไหนได้ทรัพย์สินมามากพอ..พวกเขาเหล่านั้นจะนำสิ่งของเงินทองที่ได้ , ไปแบ่งปันกับครอบครัวที่ยากจนขาดแคลน , จนในวันหนึ่ง..ตัวข้าในตอนนั้นมีเพียงอายุเพียง 18 ปี ...” นางกล่าวถึงตรงนี้ ภายในดวงตาของนางก็สั่นระริกอยู่ เหมือนกลับนางกำลังจะพูดถึง สิ่งที่นางไม่อยากจะเอ่ยมาสักเท่าไหร่
    แต่นางก็ยังกล่าวต่อด้วยเสียงที่พยายามจะอดกลั้นความเสียใจและความกลัวเอาไว้
    “ข้าได้แอบลอบเข้าไปใน ‘บึงนาคาสวรรค์’ เพื่อจะหาของวิเศษบางอย่าง..แต่ข้าไม่ทราบว่าบึงนั้นมีพลังอันน่ากลัว ที่สามารถดูดข้าลงไปในน้ำแค่เพียงข้าสัมผัสโดนผืนน้ำ” หญิงชราถึงแม้จะแสดงรอยยิ้มออกมา แต่สายตาของนางนั้นรู้สึกเศร้าใจและเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
    “พอข้าฟื้นขึ้นมา , ข้าก็มาอยู่ที่โลกแห่งนี้แล้ว” ก่อนที่นางจะเลิกทำสายตาที่เหม่อลอย หันกลับมามองกลุ่มของซีว่าง
    “เรื่องในตอนนั้น..ก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว..แต่ข้ายังสามารถจดจำได้ทุกวินาที” ก่อนที่นางจะหยุดกล่าววาจา แล้วรอคอยให้ชายหญิงกลุ่มนี้ เอ่ยถามต่อนาง
    เมื่อเห็นนางหยุดพูดแล้ว ซีว่างจึงรีบเอ่ยถาม “แล้วท่านพอจะรู้วิธีออกจากที่แห่งนี้หรือไม่?”
    หญิงชราพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าสิ้นหวังออกมา “ข้าออกสำรวจแล้วหาหนทางกลับบ้านไปทั่วทวีปแห่งนี้..ในที่สุดข้าก็ได้พบกับพงศาวดารของทวีปแห่งนี้”
    นางกลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “ภายในพงศาวดารนั้นได้ระบุไว้ว่า , คนของทวีปนี้นั้น..ได้อพยพมาตั่งแต่ 2 แสนกว่าปีก่อน , เพื่อหลบหนีจากสงครามระหว่าง 5 ทวีป ได้แก่ ทวีปรุ่งนภา ทวีปสมุทร ทวีปกำเนิดสวรรค์ ทวีปมหาไพรสาณฑ์ และ ทวีปมารราตรี”
    พอได้ยินชื่อทั้ง 5 ทวีป ซีว่างนั้นสงสัยอย่างมาก เพราะตัวชายหนุ่มพอจะทราบว่า โลกที่ตนอยู่ มีทั้งหมด 5 ทวีป แต่มี 2 ทวีปที่ตนไม่คุ้นชื่อ
    “ข้าสงสัยนัก? ในยุคข้า..มี 5 ทวีปเช่นกัน แต่ข้าไม่เคยได้ยิน ทวีปมารราตรี และ ทวีปกำเนิดสวรรค์มาก่อน” ซีว่างเอ่ยปากถามในทันทีด้วยความสงสัย
    “ตอนแรกที่ข้าอ่านก็สงสัยเช่นเดียวกับเจ้า...” นางกล่าวก่อนจะยิ้ม กับท่าที่มึนงงของชายหนุ่ม “สองทวีปที่หายไปคือ ทวีปรุ่งแสงทิวา ก็คือ ทวีปมารราตรี ส่วน ทวีปกำเนิดสวรรค์ ก็คือ ทวีปภพอสูร”
    ตอนนี้หญิงชรามีความสุขมาก ที่มีคนที่สามารถพูดคุยเรื่องอดีตที่คนในทวีปนี้ไม่รู้ กับชายหนุ่มที่มาจากแหล่งเดียวกัน
    “การทำสงครามมหาทวีปนั้น..แบ่งเป็นสามฝ่าย , ฝ่ายแรก..ทวีปสมุทรและทวีปกำเนิดสวรรค์ที่เป็นพันธมิตรกัน , ฝ่ายที่สอง.. ทวีปมหาไพรสาณฑ์และทวีปมารราตรี , ส่วนทวีปรุ่งนภานั้นเป็นกลางไม่เข้าฝ่ายใด”
    “เมื่อทั้งสองฝ่ายสู้รบกัน..จึงทำให้แต่ละฝ่ายต่างสูญเสีย , ซึ่งก็คือทวีปมารราตรีและทวีปกำเนิดสวรรค์..ได้โดนล้างตระกูลของเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด”
    “เมื่อทวีปกำเนิดสวรรค์สูญเสียผู้กุมอำนาจไป , เหล่าสัตว์อสูรที่แอบซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ..ก็อาศัยตอนที่พวกมันอ่อนแอ สังหารเหล่ามนุษย์ทั้งหมดบนทวีปแล้วสถาปนาตนเองเป็นทวีปภพอสูร , จัดตั้งราชวงศ์ของตนเองขึ้นมา”
    “ส่วนทวีปมารราตรีนั้นเมื่อเหล่าราชวงศ์ของแต่ละเมืองโดนกำจัดสิ้น , ก็มิได้มีผู้ใดเข้าแทรกแซงจนในที่สุด..คนของแต่ละทวีปก็ได้ย้ายถิ่นฐานไปเริ่มต้นใหม่..ใช้เวลากว่า 1 หมื่นปีกว่าจะจัดตั้งเป็นทวีปรุ่งทิวา”
    “คนของทวีปที่เราอยู่นี้ , ได้อพยพมาจากทวีปมารราตรีนั้นเอง..ด้วยความช่วยเหลือของคนในทวีปรุ่งนภา”
    เมื่อหญิงสาวพูดจบ หยางน่ารีบกล่าวถามทันที
    “แล้วชนวนสงครามเกิดจากสาเหตุใด?” ด้วยความอยากรู้อยากทราบของหยางน่า นางจึงกล่าวถามออกไป เพราะการเกิดสงครามมหาทวีปขึ้นมานั้น ชนวนสงครามต้องไม่ธรรมดา
    “หญิงงาม” หญิงชรากล่าวออกมาด้วยท่าทีจริงจัง
    “หญิงงาม? , ทำไมคนบนโลกใบนี้..ถึงทำสงครามจนต้องสูญเสียทั้งทวีปเช่นนี้ , โง่เง่ายิ่งนัก” เมื่อคำตอบไม่ใช่สิ่งที่ตนพอใจ หยางน่าจึงรู้สึกโมโหอย่างมาก ก่อนจะกล่าวต่อว่า “หญิงงามนางนี้..มันพิเศษอย่างไร ? , ถึงทำให้เจ้าพวกบุรุษสามขาพวกนั้น..ถึงหน้ามืดขนาดทำให้เรื่องเล็กน้อยเท่านี้ , ทำให้เกิดเป็นสงคราม ?”
    “เจ้าคิดถูกแล้ว , นางมิได้ธรรมดาสามัญ..เพราะนางคือผู้ที่มีพรหมจรรย์ธาตุทอง..” เอสเธอร์กล่าวออกมาด้วยท่าทีจริงจัง
    เมื่อได้ยินเช่นนั้น หย่างน่าจึงเข้าใจในทันที ว่าเหตุใดพวกมันถึงทำสงครามกันจนทวีปถูกทำลายล้าง ก่อนที่นางจะมองไปที่ตัวของซีว่าง เพราะมันคือผู้ที่เกิดมาจาก พรหมจรรย์ธาตุทอง
    “มิน่า..มิน่า.. , ด้วยความที่แม่นางผู้นั้นมีพรหมจรรย์ธาตุทอง , จึงทำให้ยอมเสียสิ้นทุกอย่าง..เพราะหากได้นางมา , จะทำให้บุตรที่เกิดมามีพลังที่ยิ่งใหญ่นั้นเอง” ซีว่างกล่าวออกมา
    ก่อนที่ชายหนุ่มจะกล่าวถามอีกครั้งหนึ่ง
    “แล้วท่านรู้ได้อย่างไร..ว่าพวกข้าจะมาที่เมืองแกรี่ในวันนั้นพอดี , เพราะข้าก็ไปสืบมาว่า..ท่านนั้นมิได้ประจำอยู่เมืองใด , แต่แค่ปรากฏตัวที่เมืองแกรี่บ่อยกว่าเมืองอื่นก็เท่านั้น”
    “เพราะในพงศาวดารนั้น มีคำทำนายของคนอาณาจักรนี้ไว้ว่า” ก่อนที่หญิงชราจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง “เมื่อวันที่ท้องฟ้าที่นี่เกิดปรากฏการณ์ดวงจันทรากลืนตะวัน (สุริยุปราคา) ซึ่งก็คือวันที่พวกเจ้ามาถึงที่นี่เมื่อหลายวันก่อน , มันบอกไว้ว่า หนึ่งในพวกเจ้าจะมีคนผู้หนึ่งที่เกิดจากพรหมจรรย์ธาตุทองเดินทางมาด้วย”
    ก่อนที่สายตาของเอสเธอร์จะมาหยุดที่ซีว่าง “ดูจากการต่อสู้ข้ามระดับแล้วคงจะเป็นเจ้า”
    “ใช่แล้วข้าเอง...” ซีว่างยอมรับอย่างว่าง่าย เพราะต่อให้โกหกอย่างไร มันก็คิดว่านางคงจะไม่เชื่อคำกล่าวอ้าง
    “ดี..ข้าชอบในความตรงไปตรงมาของเจ้า” ก่อนที่นางจะมองไปที่หยางน่า “น่าเสียดายที่ข้าก็ชรามากแล้ว..แถมด้วยเจ้ายังมากับหญิงสาวน่ารัก , มิเช่นนั้น..” หญิงชราหยุดพูดเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะยิ้มแล้วส่งสายตาไปให้ หยางน่า
    “เห๊อะ..หาแข้าเป็นเช่นเมื่อเจ้าได้...” ซีว่างรีบเอามือปิดปากของหญิงสาว ก่อนที่จะหลุดพูดจาที่ไม่สุภาพออกไป ก่อนที่มันจะกระซิบไปข้างหูของหญิงสาว จนนางเลิกที่จะกล่าววาจาเช่นนั้นออกไป
    เพราะมันรู้ว่าเอสเธอร์อย่างไรก็ไม่สังหารมัน แต่กับหยางน่านั้น..ไม่สำคัญอันใดต่อหญิงชราเลย จะอยู่หรือจะตาย หญิงชราคงไม่ใส่ใจเท่าใด
    “ขออภัยต่อสหายข้าด้วย , นางยังเด็กนัก..จึงไม่รู้จักกาลเทศะเท่าไหร่ , ข้าต้องขออภัยด้วย” ซีว่างรีบแก้ตัวแทนหญิงสาว เพราะกลัวผลที่ตามมา
    เอสเธอร์โบกมือเล็กน้อยเหมือนไม่ได้ใส่ใจต่อ กริยาของหญิงสาว
    “ข้าไม่ถือโทษโกรธนางหรอก , ถึงข้าจะชราแต่ข้าก็ยังเป็นผู้หญิง..เข้าใจสิ่งที่นางแสดงออกดี” นางยิ้มเล็กน้อยให้หยางน่า
    ‘ข้าเกรงว่านางจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกับท่าน..’ ซีว่างได้แต่พูดคนเดียวในใจ ก่อนที่มันจะกล่าวถามต่อหญิงชรา
    “แล้วข้าจะช่วยท่านได้อย่างไรรึ?” ซีว่างกล่าวถามออกไปทันทีเมื่อมีโอกาส
    “เจ้าสามารถพาข้ากลับแผ่นดินเกิดได้” ตอนนี้เอสเธอร์ทำหน้าตาจริงจังอย่างมาก
    “อย่างไร?”
    “ในพงศาวดารกล่าวไว้ว่า , หาไม่ใช่พูดที่มีพลังพรหมจรรย์ธาตุทอง..ต้องมีพลังถึงเหยียบนภาขั้นที่ 5 ถึงจะเดินทางผ่านไปได้ , แต่ด้วยตอนนี้อายุของข้าก็มากแล้วการฝึกวิชาเริ่มจะเดินทางมาถึงทางตัน , จึงไม่มีหวังที่จะกลับไปตายที่แผ่นดินเกิดได้” ก่อนที่นางจะกล่าววาจาออกมาด้วยความหวังของตนเองว่า “แต่หากเป็นเจ้า..ผู้ที่มีพลังของพรหมจรรย์ธาตุทอง , แค่เพียงเจ้าเดินทางไปถึงระดับผสานโลกาขั้นที่ 5 ก็สามารถพาข้ากลับไปได้แล้ว”
    “ผสานโลกา 5” ซีว่างทวนคำพูดของเอสเธอร์ ก่อนจะกล่าวบอกออกไป “เช่นนั้นข้าเกรงว่าคงต้องใช้เวลาหลายปี กว่าจะไปถึงระดับนั้นได้” ชายหนุ่มกล่าวออกไปด้วย ท่าทีผิดหวังเล็กน้อย
    “ไม่นานปรานนั้นหรอก” ก่อนที่นางจะหยิบศิลาก้อนหนึ่งออกมา
    ศิลาก้อนนี้เป็นสีเหลืองทอง ส่องแสงสว่างจ้าจนชายหนุ่มต้องหรี่ตาเพื่อมองมัน เพราะแสงที่ส่องออกมามันแสบตานัก
    “นี่คือศิลาสุพรรณอัมพร” ก่อนที่นางจะโยนมันมาให้ซีว่าง “มันคือศิลาที่จะเพิ่มพลังให้ผู้ที่มีพลังธาตุทองได้อย่างก้าวกระโดด”
    ซีว่างเมื่อรับศิลามา ก็สามารถสัมผัสถึงพลังงานที่ส่งออกมาของศิลาก้อนนี้ ว่ามันมีพลังงานหนาแน่นเพียงใด
    “เจ้าบีบมันให้แตกแล้วใช้จิตและพลังปราณของเจ้าซึมซับมัน , ดูจากระดับฝีมือของเจ้า..มันคงจะทำให้เจ้าข้ามไปถึง ธรณีระดับสูงขั้..” หญิงชราชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “ขออภัยเจ้าด้วย , ข้าอยู่ที่นี่มานานจึงเอ่ยระดับพลังผิด , จะทำให้เจ้าไปถึงระดับผสานโลกาขึ้นที่ 1 อย่างง่ายดาย”
    เมื่อได้ยินดังนั้น ซีว่างจึงทำตามที่หญิงชราบอกกล่าวทันที มันบีบศิลานั้นแตกดัง “เพ้ง!!” ก่อนที่จะใช้จิตและพลังปราณช่วยซึมซับ พลังที่เอ่อล้นออกมาของศิลาสุพรรณอัมพร
    พลังที่ไหล่เข้าสู้จุดตันเถียนของซีว่างนั้น มากมายยิ่งนัก อีกด้วยพลังที่ไหล่เข้ามาต่างเป็นพลังงานบริสุทธิ์อย่างมาก จนมาถึงจุดหนึ่ง เมื่อพลังที่ไหลเข้ามาจนถึงระดับหนึ่ง ชายหนุ่มรีบนั่งลงไปพร้อมกับนั่งสมาธิ ก่อนจะคำรามออกมาพร้อมกับไอปราณที่พรั่งพรูระเบิดออกมา ‘ผสานโลกาขั้นที่ 1’ แต่ว่าพลังจากศิลาสุพรรณอัมพรนั้น ยังซึมซับได้ไม่ถึงครึ่ง มันยังไหลเข้าสู่ตันเถียนของชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง
    ผ่านไปราว ครึ่งชั่วยามซีว่างจึงลุกขึ้น ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณต่อเอสเธอร์ “ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตาข้า” ตอนนี้ระดับพลังของซีว่างมิใช่ จิตโลกาขั้นที่ 9 แต่เป็น ผสานโลกาขั้นที่ 2 เกิดความคาดหมายของหญิงชราไปมากนัก
    “นี่เกิดกว่าที่ข้าคาดเดาไว้นัก..สมแล้ว..สมแล้ว , ที่เจ้าเป็นผู้ที่เกิดมาจากพรหมจรรย์ธาตุทอง” นางพูดด้วยท่าทีสุขใจ
    “ตัวข้าขอสาบาน , หากข้าสามารถไปถึงระดับนั้นได้เมื่อใด , ข้าจะไม่มีวันทิ้งท่านไว้บนทวีปแห่งนี้เด็ดขาด” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยท่าทีจริงจัง สายตาแน่วแน่ ทุบอกตนเองหนึ่งที
    “ข้ารู้..ข้าถึงทดสอบเจ้าด้วยอสูรร้ายตนนั้น” หญิงชรากล่าวออกมาด้วยท่าทีที่สุขใจยิ่งนัก
    “ของที่ท่านให้มา..คงจะหามายากยิ่ง , คงจะเป็นของที่ท่านออกตามหาทั่วแผ่นดินเป็นแน่..ข้าเดาจากฉายาของท่าน เพลิงทมิฬล่าสมบัติ” ซีว่างกล่าวพร้อมกับสายตาที่นับถือหญิงชรา
    “เจ้านี้เป็นเด็กที่มีไหวพริบมิเบา” หญิงชากล่าวออกมาอย่างเลื่อมใส่ต่อชายหนุ่ม “นอกจากพลังที่ได้มาจากมารดาเจ้า เจ้าคงได้ความเฉลียวฉลาดมาจากบิดาเป็นแน่”
    “ข้าไม่ทราบ...” ชายหนุ่มกล่าวออกมาเมื่อ เอสเธอร์กล่าวถึงเรื่องบุพการีของมัน “ตั้งแต่เกิด..ข้าก็รู้จักเพียงพ่อบุญธรรมและแม่บุญธรรมเพียงเท่านั้น , มิเคยพบหรือเคยเห็นพ่อแม่บังเกิดเกล้าเลย..แม้แต่ครั้งเดียว”
    เมื่อชายหนุ่มกล่าวออกมาเสียงเศร้าสร้อย หญิงชราจึงกล่าวขอโทษออกมา “ขออภัยเจ้าด้วย..ข้าไม่ทราบว่าเจ้าก็กำพร้าเช่นเดียวกับข้า” นางกล่าวออกมาด้วยท่าทีเห็นอกเห็นใจ
    “เพราะข้าก็กำพร้าเหมือนกันกับเจ้า...ข้าเข้าใจดี , แต่เจ้าก็คงจะโชคดีเหมือนข้า..ที่ได้คนดีรับเลี้ยงดู” หญิงชรายิ้มออกไปเล็กน้อย
    ซีว่างพยักหน้าเล็กน้อย “เลิกพูดเรื่องนี้เถิด.. แล้วท่านจะทำเช่นใดต่อไป?” ซีว่างกล่าวต่อหญิงชรา เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่หญิงชราจะกล่าวถามต่อมัน
    “ข้าจะออกเดินทางไปยังที่ ที่ข้าเก็บสมบัติเอาไว้” ก่อนที่นางจะโยนยันต์สื่อสารให้กับซีว่าง “สมบัติของข้า..น่าจะทำให้เจ้าเพิ่มได้อีก 2 ระดับ , ส่วนยันต์นั้นข้าลงตราประทับวิญญาณไว้แล้ว..เจ้าสามารถเรียกหาข้าได้ทุกเมื่อ”
    เมื่อนางกล่าวจบ นางจึงทะยานร่างขึ้นฟ้าในทันที ก่อนจะหันมาบอกซีว่าง “คนของทวีปนี้ , ไม่สามารถใช้พลังปราณออกมาได้โดยตรง..พวกมันจำเป็นต้องใช้อาวุธที่มีศิลาพลังติดอยู่ , พวกมันถึงจะสามารถใช้วิชาออกมาได้ , หากจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับพวกมัน..ให้เจ้าทำลายอาวุธของมันเสียก่อน , แค่เพียงเท่านั้น..พวกมันก็ไม่สามารถใช้วิชาออกมาได้..รักษาตัวด้วย”
    เมื่อเอสเธอร์จากไป ซีว่างก็หันไปมองหยางน่าและซูจินยี่ “ไปเถิดวันนี้พวกเราเหนื่อยมามากแล้ว..พวกเราเข้าไปแวะพักที่เมืองสมอลแลนด์ก่อนเถิด , อีกวันสองวันจึงเดินทางกลับ” ซีว่างกล่าวออกไปก่อนจะเดินนำหน้าพวกของมันไป หยางน่า,ซูจินยี่ และเจ้าอสูรน้อยเดินทางตามไปติด ๆ

    คล้ายกับเรื่องเงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight ) ที่คุณอ่าน