Chapter 9
นักวิทยาศาสตร์กับการถูกเลือก
ตามปกติแล้ว เผ่าซินเทซิสไม่ควรจะมีความสนใจเื่เงินทอง แม้จะเป็ซินเทซิสที่ออกมายังโลกภายนอกก็ตาม
เพราะทุกคนล้วนถูกส่งออกมาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ในระหว่างนั้นจะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากทางระบบ ในจำนวนที่เรียกได้ว่าแทบจะไร้ขีดจำกัด เงินจึงไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง
แต่ตรงหน้าโนบิลมีซินเทซิสที่เห็นเงินเป็เื่สำคัญอยู่
ทำให้เขาต้องทบทวนอีกครั้งว่าข้อมูลของตนเองเก่าเกินไปรึเปล่า
บางทีนโยบายเกี่ยวกับการออกมาท่องโลกของเหล่าซินเทซิสอาจเปลี่ยนไปแล้ว หรือไม่ซินเทซิสรุ่นใหม่ ๆ ที่ถูกส่งออกมาอาจ้าดำเนินชีวิตให้ใกล้เคียงกับมนุษย์ปกติมากยิ่งขึ้น
อย่างไรซะ ถึงจะมีการร่วมมือแลกเปลี่ยนวิทยาการระหว่างกันมานับร้อยปี มนุษย์ก็ยังมีความเข้าใจต่อเผ่าซินเทซิสเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น
ยังไม่พูดถึงว่าทั้งหมดอาจเป็แค่ด้านที่เผ่าซินเทซิส้าจะแสดงออกด้วย
“เงินเหรอ…”
“อื้ม สำหรับฉันแล้ว นี่น่าจะเป็วิธีหาเงินที่รวดเร็วและสะดวกที่สุด แค่เข้าร่วมการวิจัยก็จะได้เงินสนับสนุนก้อนแรกใช่มั้ยล่ะ?”
ตามกฎของสมาคม งานวิจัยทุกชิ้นที่ได้รับการอนุมัติให้เริ่มการวิจัยจะได้เงินทุนอุดหนุนเพื่อเป็ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งผู้ยื่นงานวิจัยสามารถกำหนดได้ว่า้าเงินทุนเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังสามารถกำหนด ‘หมุดหมาย’ ของงานวิจัยเพื่อขอทุนเพิ่มเติมเป็งวด ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งการขอทุนแต่ละแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ทุนก้อนใหญ่จะได้เงินจำนวนมากในรวดเดียว แต่โอกาสได้รับการอนุมัติอาจต่ำลงถ้าตัวโปรเจกต์ดูไม่น่าเชื่อถือพอ ในขณะที่การขอทุนเป็งวด ๆ จะได้รับการอนุมัติง่ายกว่า แม้จะได้เงินสนับสนุนแค่คราวละน้อยก็ตาม
โนบิลยื่นโปรเจกต์โดยขอเงินสนับสนุนงวดแรกเป็จำนวนห้าสิบโกลด์ และขอรับเงินสนับสนุนเพิ่มอีกสามสิบโกลด์ทุกครั้งที่มีการรายงานความคืบหน้าของหมุดหมาย โนบิลยังแบ่งหมุดหมายเอาไว้เจ็ดขั้นด้วยกัน ก็คือบรรดาโปรเจกต์ย่อยที่เขาคิดจะทำหากไม่สามารถหาคนมาร่วมทำโปรเจกต์ใหญ่ได้
ถ้าโปรเจกต์ดำเนินไปจนเสร็จสมบูรณ์และได้รับการประเมินว่าเป็ประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ ก็จะได้รับเงินโบนัสเพิ่มอีกเป็จำนวน 50 - 200% ของเงินอุดหนุนทั้งหมดที่เคยได้รับไป ขึ้นกับคะแนนการประเมิน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การวิจัยล้มเหลว และข้อมูลจากการวิจัยถูกประเมินว่าไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้ ผู้วิจัยก็ต้องคืนเงินทุนที่ได้รับไปให้กับทางสมาคมตามสัดส่วน หากเป็ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงก็ต้องคืนเต็มจำนวน พร้อมกับดอกเบี้ยด้วย
ดังนั้นการยื่นขอทำงานวิจัยจึงไม่ใช่การได้เงินมากินเปล่า แต่เหมือนกับการกู้เงินมาลงทุนกับงานวิจัยในแง่หนึ่ง โดยทางสมาคมเป็ผู้ปล่อยกู้ และจะประเมินผลตอบแทนตามผลลัพธ์ของงานวิจัยที่ได้มา ถ้าประสบความสำเร็จก็อาจทำเงินได้เป็สองถึงสามเท่า แต่ถ้าล้มเหลวก็อาจถึงกับล้มละลายได้เช่นกัน
“คุณรู้ใช่มั้ยว่าถ้าทำวิจัยไม่สำเร็จก็ต้องคืนเงินน่ะ?”
โนบิลถาม
“คำนวณจากเงื่อนไขและระยะเวลาแล้ว โอกาสที่งานวิจัยนี้จะไม่สำเร็จคือ 0.05%”
โนร่าตอบกลับ
โนบิลใคร่ครวญเล็กน้อยจึงถามต่อ
“นั่นคือโอกาสที่ผมจะตายก่อนงานวิจัยเสร็จสิ้น?”
“คุณรู้เื่นี้ด้วยเหรอ?”
โนร่ากล่าวด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“คนเราควรประเมินโอกาสตายของตัวเองเป็ระยะอยู่แล้ว”
โนบิลตอบเรียบ ๆ
“ความจริง ต่อให้การดำรงอยู่ของคุณสิ้นสุดลง ฉันก็น่าจะดำเนินโปรเจกต์จนจบหมุดหมายแรกได้เป็อย่างน้อย”
“งั้นตกลงตามนี้”
แม้จะยังมีเื่ที่สงสัยอีกหลายอย่าง แต่โนบิลก็คิดว่าประสิทธิภาพของอีกฝ่ายอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ จึงไม่คิดจะซักไซ้อะไรอีก
“โอ้ งั้นก็ฝากตัวด้วยนะ”
ทั้งสองจับมือกันเพื่อเป็สัญลักษณ์แห่งการร่วมมือ
โนบิลรู้สึกว่ามือของเผ่าซินเทซิสก็นิ่มดี แต่นี่ก็เป็คุณสมบัติที่ควรมีอยู่แล้ว สำหรับซินเทซิสที่มีรูปลักษณ์เป็สาวหูแมว
หลังจากตกลงกันได้ โนบิลก็พาโนร่าไปที่เคาน์เตอร์บริการของสมาคมเพื่อขอเริ่มโปรเจกต์อย่างเป็ทางการ เื่นี้เพียงให้โนร่าซึ่งเป็คนจากเผ่าซินเทซิสทำการยืนยันว่าจะเข้าร่วมการวิจัยก็เป็อันเสร็จสิ้น
พนักงานของสมาคมใช้เวลาตรวจทานและยืนยันข้อมูลไม่นานก็แจ้งกับโนบิลว่าโปรเจกต์ของเขาได้รับการอนุมัติแล้ว พร้อมกับโอนเงินทุนสำหรับการวิจัยมาให้ผ่านทางบัญชี
เมื่อดำเนินเื่เสร็จแล้ว โนบิลก็พาโนร่าไปที่โซนรับแขกของล็อบบี้ที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อนั่งคุยกัน
“ทุนก้อนแรกห้าสิบโกลด์ ผมคิดว่าควรเก็บเป็ทุนส่วนกลางสำหรับค่าใช้จ่ายในงานวิจัยสามสิบโกลด์ อีกยี่สิบโกลด์นำมาแบ่งเป็ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของแต่ละคน คนละสิบโกลด์ ตกลงมั้ย?”
“ไม่ขัดข้อง”
สกุลเงินหลักที่ทั่วโลกใช้ร่วมกันในปัจจุบันคือสกุล ‘ออรัม’ ซึ่งแบ่งออกเป็สามหน่วยย่อยด้วยกัน คือคอปเปอร์, ซิลเวอร์, และ โกลด์ โดยหนึ่งร้อยคอปเปอร์จะมีมูลค่าเท่ากับหนึ่งซิลเวอร์ และหนึ่งร้อยซิลเวอร์จะมีมูลค่าเท่ากับหนึ่งโกลด์
นี่เป็สกุลเงินที่เกิดการถ่ายทอดมาจากสมัยฟื้นฟูอารยธรรม่ต้น ซึ่งต้องใช้เหรียญกษาปณ์เป็สิ่งแลกเปลี่ยน แม้ปัจจุบันจะมีการเก็บเงินในรูปแบบของเครดิตหรือดิจิทัลแล้วก็ยังมีการใช้งานเหรียญกษาปณ์สามชนิดนี้อยู่ โดยคอปเปอร์ซึ่งเป็หน่วยเล็กสุดมีการใช้งานบ่อยที่สุด เพราะใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ส่วนสินค้าที่มีราคามากขึ้นก็จะใช้ซิลเวอร์หรือโกลด์ ตามแต่มูลค่า เพื่อให้ไม่ต้องนำเหรียญคอปเปอร์จำนวนมากมาแลกเปลี่ยน
ค่าครองชีพของเทมเพอเรียตอนเหนือั้แ่เมืองหลวงมาจนถึงฟิวเจอร์รีชจัดอยู่ในเกณฑ์สูง สำหรับคนที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตเน้นของราคาปานกลางคุณภาพดีอย่างโนบิล อาหารหนึ่งมื้อจะมีราคาประมาณห้าสิบถึงแปดสิบคอปเปอร์ ค่าเช่าห้องพักจะอยู่ที่ห้าพันคอปเปอร์ (ห้าสิบซิลเวอร์) ต่อเดือน ต่อให้บวกรวมค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ แล้ว โนบิลก็มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันคอปเปอร์ (ร้อยห้าสิบซิลเวอร์ หรือ หนึ่งจุดห้าโกลด์) เท่านั้น
เงินเดือนก่อนลาออกของโนบิลคือสามโกลด์ แต่ตัวเขาเองมีเงินเก็บไม่มากนัก เพราะมักจะเอาไปใช้ซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็สำหรับสิ่งประดิษฐ์หรืองานวิจัยส่วนตัวซะหมด
ระยะเวลาที่โนบิลกำหนดไว้สำหรับการรายงานความคืบหน้ารอบแรกคือสามเดือน หากแบ่งทุนการวิจัยเป็ค่าใช้จ่ายส่วนตัวคนละสิบโกลด์ เขาก็สามารถใช้เงินส่วนนี้ในการดำรงชีพได้หกเดือนสบาย ๆ แต่โนบิลก็ยังคิดว่าควรประหยัดไว้ก่อน เพราะทุนสนับสนุนในรอบถัด ๆ ไปมีการขอไว้แค่รอบละสามสิบโกลด์เท่านั้น นี่ก็เป็กลยุทธเพื่อให้ง่ายต่อการได้รับอนุมัติด้วย เพราะโปรเจกต์ที่รายงานความคืบหน้าบ่อยและใช้เงินไม่เยอะย่อมขอทุนง่ายกว่า
“ขอเลขบัญชีธนาคารด้วย”
โนบิลถามเพื่อเตรียมจะโอนเงินให้กับอีกฝ่าย
“ฉันยังไม่ได้เปิดบัญชีเลย ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลได้มั้ย?”
“ได้”
โนร่าแบมือซ้ายออกมา ทันใดนั้นบนฝ่ามือของเธอก็มีภาพสามมิติของวัตถุทรงสี่เหลี่ยมฉายขึ้น มันดูคล้ายกับกล่องลูกบาศก์จำนวนนับร้อยกล่องถูกนำมาประกอบติดกันให้เป็โครงร่างหยาบ ๆ
นี่คือ AR โค้ด (Augmented Reality Code) เป็รหัสภาพสามมิติที่ใช้แทนรหัสภาพแบบเดิม ๆ อย่างบาร์โค้ดหรือ QR โค้ด ด้วยการที่เพิ่มเื่ของมิติเข้ามา ทำให้รหัสรูปแบบนี้รองรับความยาวและรายละเอียดของโค้ดได้แทบไม่จำกัด
โนบิลแตะที่กรอบแว่นขณะมองภาพสามมิติเพื่ออ่านข้อมูล ทำให้มีหน้าต่างข้อมูลปรากฎขึ้นมาบนอากาศ เป็หน้าต่างที่เห็นได้เมื่อมองผ่านแว่นเท่านั้น
“นอกจากชื่อแล้วก็ไม่มีข้อมูลอย่างอื่นเลย แต่อาจเป็เื่ปกติก็ได้…”
โนบิลทำการโอนเงินให้โนร่าตามที่ตกลงกันไว้ จากนั้นจึงนัดแนะวันเวลาที่จะเริ่มทำโปรเจกต์
“พรุ่งนี้สักสิบโมงเช้าไปเจอกันที่ห้องสมุดชั้นห้าของสมาคม สะดวกมั้ย?”
“ไม่ขัดข้อง”
หลังจากได้วันนัดแล้ว โนบิลก็บอกลาก่อนจะออกจากที่ทำการสมาคมทันที
ที่พักของโนบิลอยู่ห่างจากที่ทำการสมาคมไปไม่มาก มันเป็อพาร์ทเม้นท์ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในถนนสายย่อยห่างจากถนนหลักไปเกือบเจ็ดร้อยเมตร ในโซนนั้นไม่มีแกรฟลิฟต์ให้ใช้บริการ ค่าเช่าห้องจึงมีราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับคุณภาพเพราะต้องเดินเป็ระยะทางพอสมควรกว่าจะใช้ขนส่งมวลชนได้ แต่สำหรับคนที่มีพาหนะส่วนตัวอย่างโนบิล เื่การเดินทางย่อมไม่ใช่ปัญหา
ห้องของโนบิลอยู่ชั้นยี่สิบสองซึ่งเป็ชั้นบนสุด โนบิลออกจากลิฟต์แล้วเดินตรงไปยังห้องของตัวเองซึ่งอยู่สุดระเบียง ห้องของเขาคือห้องหมายเลข 2207 เขาแตะนิ้วมือเข้ากับแผงควบคุมที่อยู่ข้างประตูเพื่อทำการสแกน ทำให้มีเสียง ‘ตี๊ด’ เบา ๆ พร้อมกับเสียงปลดล็อคของประตู โนบิลจึงเปิดประตูเพื่อเข้าไปในห้อง
ทว่าทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในห้องก็มีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
“รบกวนด้วยจ้า”
โนบิลหันขวับไปมองและพบว่าเ้าของเสียงนั้นก็คือโนร่า
เขาจ้องมองอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่ง
โนร่าก็เบิกตากลมกว้างและมองกลับด้วยรอยยิ้มที่ดูงุนงงเล็กน้อย
“คนที่ต้องรู้สึกงงไม่ใช่เธอซะหน่อย”
การที่เขาไม่รู้ตัวว่ามีคนตามมาจนถึงตอนนี้แปลว่านี่เป็ความตั้งใจ ซินเทซิสคนนี้แอบตามเขามาและเพิ่งจะปิดระบบพรางตัวก่อนจะเอ่ยคำพูด ถึงกระนั้นเ้าตัวก็ยังตีหน้าซื่อ
“มีธุระอะไรเหรอครับ?”
“ก็ไม่นี่ แค่กลับที่พัก”
“แต่ที่นี่คือห้องของผม”
“แต่เราเป็ผู้ร่วมโครงการวิจัย?”
“ไม่ได้แปลว่าเราต้องอยู่ด้วยกันซะหน่อย”
“เอ๋? ไม่ใช่เหรอ?”
โนร่าแสดงอาการใ ในขณะที่โนบิลหรี่ตาจ้องมองอีกฝ่าย
“อย่าทำเป็ไขสือ ผมรู้ว่าคุณรู้”
ได้ยินเช่นนั้น โนร่าก็ทำหน้ามุ่ย ก่อนจะกล่าว
“เฮ้อ อุตส่าห์มีสาวสวยมาขออยู่ด้วยทั้งที ปกติต้องตามน้ำไปสิ”
“พูดให้ถูกคือ ‘หุ่นยนต์’ สาวแมว แต่เื่แบบนั้นมันมีแต่ในนิยายขายฝันเท่านั้นแหละ ในความเป็จริงใครเขาจะให้คนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงมาอาศัยอยู่ด้วยกันล่ะ? เกิดเป็โจรผู้ร้ายแฝงตัวมา นอน ๆ อยู่อาจโดนเชือดคอก็ได้”
“มองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้ว! ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก!”
“ไม่มีโจรที่ยอมรับว่าตัวเองเป็โจรอยู่แล้ว”
“ไปกันใหญ่แล้ว! ช่วยหยุดคิดว่าฉันเป็โจรก่อนได้มั้ย?”
“ให้เวลาอธิบายห้าวินาที แล้วผมจะปิดประตู”
โนบิลยื่นคำขาดพร้อมกับเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู โนร่าจึงถอนหายใจและเริ่มอธิบาย
“ข้อแรกนอกจากทุนวิจัยแล้วฉันไม่มีเงินติดตัวเลยการแชร์ห้องก็เพื่อลดค่าใช้จ่าย ข้อสองถ้าแชร์ห้องกันเราจะมีเวลาทำโปรเจกต์มากขึ้นส่งโปรเจกต์ได้เร็วขึ้นฉันจะได้เงินเร็ว ๆ ข้อสามฉันยังต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคมมนุษย์การอยู่ร่วมกับมนุษย์ในชีวิตประจำวันจะช่วยเื่นี้ และข้อสี่จากเป้าหมายของงานวิจัยฉันคิดว่าคุณเป็คนที่น่าสนใจเลยอยากทำความรู้จักให้มากขึ้น”
โนร่าอธิบายเหตุผลทั้งหมดในรวดเดียวโดยใช้เวลาห้าวินาทีพอดิบพอดี แต่นั่นทำให้ต้องพูดเร็วจนฟังยากนิดหน่อย
โนบิลครุ่นคิดเล็กน้อย แต่หลัก ๆ คือทวนคำพูดของอีกฝ่ายเพราะบางส่วนเขาก็ฟังเกือบไม่ทัน
“ถ้าอยากประหยัดขนาดนั้นก็ไม่ต้องเช่าห้องอยู่ก็ได้ ยังไงก็ไม่จำเป็ต้องนอนหลับอยู่แล้ว ไปยืนปิดสวิชต์อยู่ตามสวนสาธารณะก็ได้”
“จะทำแบบนั้นได้ยังไงกันเล่า!? ฉันไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้านะ!”
โนร่าขมวดคิ้วพร้อมกับทำปากจู๋
“แต่สำหรับเหตุผลข้ออื่น ๆ ถือว่าพอรับฟังได้ ความจริงผมไม่้าคนมาแชร์ค่าห้องเท่าไหร่ แต่ถ้าทำให้โปรเจกต์เสร็จเร็วขึ้นได้ย่อมเป็เื่ดี เื่นี้เป็ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย”
ความจริงคือ โนบิลเองก็รู้สึกสนใจและอยากจะศึกษาเผ่าซินเทซิสให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะมันจะเป็ประโยชน์ต่อโปรเจกต์นี้และงานอื่น ๆ ของเขาในอนาคต
เมื่อเห็นว่าโนบิลเริ่มผ่อนท่าทีลง โนร่าก็ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าหงึก ๆ
“ใช่ ๆ ดีกับทั้งสองฝ่าย”
“แต่เื่นี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ ผมไม่ชอบแชร์ห้องกับคนอื่น อีกอย่างคือห้องนี้ก็เล็กเกินกว่าจะอยู่สองคนด้วย”
“ไม่ต้องห่วง ฉันใช้พื้นที่ไม่เยอะหรอก”
“ปัญหาไม่ใช่แค่เื่นั้น เฮ้อ.. เอาเป็ว่าเข้ามาดูเองละกัน”
โนบิลปล่อยมือจากลูกบิดประตูและหลีกทางให้ แม้จะยังไม่ได้รับปากอะไร แต่โนร่าก็รู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายเปิดโอกาส หูของเธอกระดิกเล็กน้อยพร้อมกับหางที่แกว่งไปมาโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่เดินเข้าห้องไป
---------------------------------------------------------------------------