เมื่อเยี่ยซางหันไปมองเขาก็เห็นฉินจั้น ฉินไห่พร้อมกับคนหนุ่มสาวอีกสองสามคน
ขณะมองไปที่ฉินไห่เขาก็ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ เขาขี้เกียจเกินกว่าจะจัดการกับคนอย่างฉินไห่
“เจ้ากล้ามาที่นี่ด้วยการบ่มเพาะระดับเลี่ยนชี่ขั้นเจ็ดเจ้ากำลังมองหาความตายอยู่หรือไร? ข้าคิดว่าเจ้าควรกลับยอดเขาไท่เสวียนไปให้อาหารสัตว์อสูรเสียจะดีกว่า”ฉินไห่กล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นหน้าเยี่ยซาง
ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาโอสถจะกลายเป็นศิษย์สายนอกและหลังจากขัดเกลาจิตใจตนเองแล้วพวกเขาจะต้องไปช่วยศิษย์ช่วยงานทั่วไปให้อาหารสัตว์อสูรหรือไม่ก็ไปทำความสะอาดประตูภูเขา
“ศิษย์น้องฉินเจ้าจะไปคุยกับคนให้อาหารสัตว์อสูรทำไมก็แค่พวกที่เกิดมาจากคนต่ำต้อยไร้อนาคตเท่านั้น”ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างฉินจั้นกล่าว
“เจ้าพูดอะไรนะ?” เยี่ยซางคว้าหอกสังสารวัฏขึ้นมาถือไว้ในมือแน่น
หากเป็นการดูถูกตามปกติเยี่ยซางยังพอจะทนได้แต่การเหยียดหยามถึงพ่อแม่ที่เขาไม่เคยพบมาก่อน เยี่ยซางย่อมทนไม่ได้
“พูดว่าเจ้าเป็นคนต้อยต่ำอย่างไรเล่าเจ้าฟังไม่เข้าใจหรือ?” ชายหนุ่มในชุดคลุมพูดด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ารนหาที่ตายเอง”ร่างกายของเยี่ยซางสั่นสะท้าน เขาแทงหอกออกไปด้วยมือขวา
เมื่อเยี่ยซางแทงหอกออกไปร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเยี่ยซาง ขวางเส้นทางการโจมตีของเขา เป็นโม่เฉินเองเขากลับมาพร้อมหยุดหอกของเยี่ยซางไว้ได้ทัน
“ศิษย์พี่หลีกทาง!” ดวงตาของเยี่ยซางเป็นประกายเย็นชา เขาต้องการจะแทงหอกอีกครั้ง
“ให้ศิษย์พี่จัดการเองข้าจะทำให้เจ้าจะพอใจ” โมเฉินตบไหล่ของเยี่ยซาง
“เจ้าเป็นใคร?” ชายหนุ่มในชุดคลุมผ้ามองไปที่โม่เฉินด้วยสายตาเคร่งเครียด
“ข้าให้ทางเลือกแก่เจ้าสองทางทางที่หนึ่งคือคุกเข่าและขอโทษ อีกทางหนึ่งคือตายเสีย!” โม่เฉินกล่าวอย่างเย็นชาแม้เขาต้องการจัดการเรื่องราวให้เสร็จในตอนนี้แต่ท้ายที่สุดแล้วนครตานติ่งก็มีกฎเกณฑ์ของนครตานติ่งพวกเขาไม่สามารถต่อสู้ในเมืองได้
“รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? ท่านปู่ของข้าคือเจ้านครตานติ่งเอ๋าอวี้ซาน ข้าเป็นคนเดียวในที่แห่งนี้ที่สามารถทำให้ผู้อื่นตายได้เข้าใจหรือไม่?” ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของโม่เฉินขณะที่กวักมือเรียกองครักษ์หลายคนที่อยู่ข้างหลังเขา
“เอ๋าอวี้ซานเจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเขาหรือ? ข้าบอกได้เลยว่าหากเจ้าไม่คุกเข่าขอโทษตอนนี้ ไม่เพียงแต่เจ้าจะต้องตายเท่านั้น ก่อนที่เจ้าจะตายข้าจะให้เจ้าได้เห็นภาพปู่ของเจ้าถูกลากออกจากตำแหน่งเจ้านครเสีย”โม่เฉินมองอย่างเย็นชาไปที่เอ๋าเลี่ย หลานชายของเอ๋าอวี้ซาน
“เจ้า! กล้าพูดเกินไปหรือไม่?” ฉินจั้นกล่าวขณะมองไปที่โม่เฉิน
“ไสหัวไป!มีที่ให้เจ้าพูดหรือ?” โม่เฉินตวาดออกมาหนึ่งคำ
“ไปที่คฤหาสน์เจ้านครแล้วเรียกคนมา”เอ๋าเลี่ยสั่งองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังเขา เมื่อเห็นฉินจั้นถูกตวาดเขาก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
“อาจารย์ของข้าคือลั่วเต้าหยวนจากยอดเขาเทียนเยวี่ยแล้วเจ้าเป็นใคร?” เมื่อไม่เห็นการฝึกฝนของโม่เฉินฉินจั้นก็ถอนหายใจแล้วจึงเริ่มตรวจสอบเบื้องหลังของโม่เฉิน
“ลั่วเต้าหยวนแล้วทำไม? แค่เขายังไม่พอที่จะทำให้ข้าหวาดกลัวได้หรอกเจ้าไปที่คฤหาสน์เจ้านครเพื่อเรียกคนมาไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้นข้าจะรอสิบสาม วันนี้ศิษย์พี่จะช่วยเจ้าระบายความโกรธเอง” โม่เฉินตบไหล่เยี่ยซาง
“เยี่ยซางเรื่องนี้แทบจะไม่มีอะไรเลย เรื่องระหว่างเราสามารถแก้ไขได้ไม่เห็นจำเป็นต้องวุ่นวายขนาดนั้น” ฉินไห่กล่าวขณะมองไปที่เยี่ยซาง
“ตอนแรกก็เป็นแค่เรื่องของเราสองคนหากเจ้าพูดไม่กี่คำ ข้าก็แค่ไม่สนใจเจ้า แต่เจ้าดูถูกพ่อแม่ของข้าตราบใดที่ข้าไม่ตาย เรื่องนี้ก็ไม่จบ!” เยี่ยซางกล่าวชี้หอกสังสารวัฏไปที่อ่าวเลี่ย
“ไม่เป็นอะไรสิบสาม พวกเขารู้สึกว่าเบื้องหลังของพวกเขายิ่งใหญ่ไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นเราจะรอพบคนหนุนหลังของพวกเขาก่อนแล้วค่อยจัดการทีเดียว”โม่เฉินชี้ไปที่ฉินไห่และเอ๋าเลี่ย
เยี่ยซางไม่ใช่คนที่ยอมทนทุกข์โม่เฉินก็เป็นคนแบบนั้นเช่นกันดังนั้นตอนนี้ฉินไห่และเอ๋าเลี่ยจึงกลับเป็นฝ่ายโดนรังแกแทนแน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไปแล้ว
ไม่ช้านักองครักษ์จำนวนมากก็มาถึงหน้าคฤหาสน์ของเจ้านครผู้คนจากหอค้ำสวรรค์ก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติมีลูกจ้างบางคนถึงกับมายืนดูอยู่ที่ประตู
ซือคงที่สวมชุดสีม่วงเดินลงบันไดไปหยุดอยู่ด้านข้างของเยี่ยซาง“เจ้าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่?”
“เจ้าช่วยได้หรือ? ไม่ใช่ว่าหอค้ำสวรรค์จะไม่มีส่วนร่วมในการต่อสู้ใดๆหรือ?” โม่เฉินมองไปที่ซือคงด้วยสงสัย
“ข้าไม่ได้เข้าร่วมแต่ไม่เสียหายอะไรหากจะเชิญเจ้ามาดื่มชาหรืออะไรทำนองนั้น” ซือคงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ซือคงเจ้ายังไม่เข้าใจ พวกเขาหาเรื่องและดูถูกศิษย์น้องของข้า เรายังจัดการไม่เสร็จเช่นนั้นพวกเขาจะหนีไปไหนได้” โม่เฉินพยักหน้าให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณ”เยี่ยซางโค้งให้ซือคงเช่นกัน
“ไม่เป็นอะไรดูเหมือนว่าเจ้าสองคนจะจัดการมันได้” ซือคงเดินกลับไปหลังจากพูดแบบนั้น
“กล้าสร้างปัญหาที่นี่หรือข้าหมดความอดทนแล้ว ยอมให้ข้าจับกลับไปดีๆ เสีย!” ด้วยเสียงคำรามอันดังชายหนุ่มในชุดเกราะปรากฏตัวพร้อมกับองครักษ์ประจำเมือง
“หลิวซันหู่ถ้าเจ้ากล้าปล่อยให้คนอื่นลงมือ ข้าก็กล้าที่จะตัดหัวเจ้า!”โม่เฉินหันไปมองหลิวซันหู่ที่อยู่ในชุดเกราะ
“สิบเอ็ด…อาจารย์อาสิบเอ็ด?” เมื่อเห็นโม่เฉินชัดเจนชายหนุ่มก็พูดตะกุกตะกักเล็กน้อย
“ไปยืนข้างๆหรือเรียกใครก็ได้ที่สามารถตัดสินใจได้มา” โม่เฉินพูดอย่างเย็นชาขณะจ้องมองฉินไห่และเอ๋าเลี่ย
หลิวซันหู่หดคอและยืนนิ่งเขารู้จักโม่เฉิน เขาเคยเป็นศิษย์สายนอกของยอดเขาตานติ่งมาก่อนด้วยความสามารถที่ดีของเขา จึงถูกส่งมายังนครตานติ่งในฐานะผู้บัญชาการองครักษ์เพื่อหาประสบการณ์เขารู้ว่าศิษย์ของยอดเขาไท่เสวียนโหดร้ายและรับมือได้ยากเพียงใด
“ไปเรียกท่านปู่ของข้ามา”เอ๋าเลี่ยพูดกับองครักษ์ข้างหลังเขา
มีองครักษ์มาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนค่อยๆ ล้อมสถานที่ไว้
“สิบสามเจ้ากลัวว่าวันนี้เราจะโดนใครบางคนฆ่าทิ้งหรือไม่?” โม่เฉินตบไหล่ของเยี่ยซางและถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่กลัว!ข้าสร้างปัญหาให้ศิษย์พี่แล้ว” เยี่ยซางมองสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเขารู้ว่าโม่เฉินกำลังมีปัญหา
“ที่นี่มีแค่เราสองคนพี่น้องถ้าจะฆ่าก็ต้องฆ่าศิษย์พี่ก่อน แต่ถ้าฆ่าพวกเรา พรุ่งนี้ก็จะมีคนมาฆ่าพวกเขา ข้ากล้ารับรองเลยว่าจะไม่มีใครในตระกูลเอ๋ารอดชีวิตไปได้”โม่เฉินกล่าวอย่างอาฆาต
“ไม่เป็นอะไรฆ่าหนึ่งคนก็พอแล้ว ถ้ามากกว่านั้นถือเป็นกำไร” เยี่ยซางกล่าว
โม่เฉินวางมือข้างหนึ่งบนไหล่ของเยี่ยซางแล้วยิ้มให้เอ๋าเลี่ย
ไม่นานนักก็มีคนกลุ่มหนึ่งมาที่นี่นำโดยชายชราหลายคน และมีหัวหน้าเป็นชายชราสวมเสื้อคลุม
“เกิดอะไรขึ้นกัน?” ชายชราถามหลังจากมาถึง
“ท่านปู่พวกเขาต้องการสังหารข้า” เอ๋าเลี่ยเดินไปหาชายชรา
ชายชราเหลือบมองเอ๋าเลี่ยจากนั้นจึงหันมาหาเยี่ยซางและโม่เฉิน
“โม่เฉินเกิดอะไรขึ้น?” ชายชราเอ๋าอวี้ซานถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ผู้อาวุโสเอ๋าเรื่องในวันนี้จะได้รับการแก้ไขตามกฎของหุบเขาโอสถ หรือตามกฎนครตานติ่งกันหรือ?” โม่เฉินถาม
“เอ๋าเลี่ยทำไมเจ้าถึงยั่วยุอาจารย์อาสิบเอ็ดของเจ้า?” เอ๋าอวี้ซานจ้องที่เอ๋าเลี่ยและพูด
“นี่หรือ?” เอ๋าเลี่ยตกตะลึงเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าหลังจากที่เอ๋าอวี้ซาน ปู่ของเขามาถึงฉากที่ท่านปู่จัดการกับโม่เฉินและเยี่ยซางด้วยความสามารถที่แข็งแกร่งกลับไม่ปรากฏขึ้น
“โม่เฉินเด็กคนนี้ไม่รู้ความ ลืมมันไปเถิด!” เอ๋าอวี้ซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ผู้อาวุโสเอ๋าถ้ามีใครดูหมิ่นพ่อแม่ของท่าน ท่านจะลืมมันไปเฉยๆ หรือไม่? นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินการดูถูกบิดามารดาของผู้อื่น”โม่เฉินพูดเยาะเย้ย
“เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ยังไม่มาขอโทษอีกหรือ?” สีหน้าของเอ๋าอวี้ซานดูน่าเกลียดทันทีหลังจากได้ยินคำพูดของโม่เฉิน ก่อนจะตวาดใส่เอ๋าเลี่ยโดยตรง
เอ๋าเลี่ยเดินมาข้างๆเอ๋าอวี้ซาน “ท่านปู่ ข้าไม่มีความขัดแย้งกับท่านอาจารย์อาแต่ท่านอาจารย์อาต้องการช่วยเหลือเขาเพื่อรังแกตระกูลเอ๋าของเรา”เอ๋าเลี่ยมองไปที่เยี่ยซางและพูด
“โม่เฉินนี่เป็นความผิดของเจ้า หากเอ๋าเลี่ยทำอะไรที่ล่วงเกินเจ้า ข้าจะลงโทษเขา แต่ไม่เหมาะที่เจ้าจะจัดการกับตระกูลเอ๋าของข้า”เอ๋าอวี้ซานกล่าว