บทที่12:อสูรในสวนสมุนไพร
หนึ่งสัปดาห์เต็มผ่านไปนับั้แ่คืนแห่งการหลบหนีสำหรับคนอื่นในจวนตระกูลหลิวเื่ราวของผู้บุกรุกลึกลับเริ่มกลายเป็เพียงหัวข้อสนทนาที่ค่อยๆ จางหายไปแต่สำหรับเฟยชิน มันคือหนึ่งสัปดาห์ที่ยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์
ทุกค่ำคืนเขาจะขังตัวเองอยู่ในความมืด ทนรับความเ็ปจากการใช้ "ลมปราณอสูร"ที่ดุดันเข้ากัดกร่อนและขับไล่พลังปราณของผู้าุโที่ฝังอยู่ในาแมันคือการต่อสู้ภายในที่ทรมานแสนสาหัส แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่ง าแของเขาเริ่มสมานตัวอย่างช้าๆและที่สำคัญกว่านั้นเขาค้นพบว่าลมปราณสองสายที่แตกต่างกันสุดขั้วในร่างกายของเขา—ลมปราณเมฆาคล้อยที่อ่อนโยนและลมปราณอสูรที่ป่าเถื่อน—กำลังเริ่มหลอมรวมกันอย่างช้าๆมันก่อเกิดเป็พลังสายใหม่ที่มีทั้งความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ของเมฆาแต่ก็แฝงไว้ด้วยไอสังหารอันเย็นเยียบของอสูรเป็พลังสีเทาที่คาดเดาไม่ได้และเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาแต่เพียงผู้เดียว
ในตอนกลางวันเฟยชินกลับไปทำหน้าที่เดิมของเขาที่สวนสมุนไพรสถานที่ซึ่งเป็จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง การทำงานอย่างหนักช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความเ็ปและที่สำคัญคือมันช่วยให้เขาไม่เป็ที่น่าสงสัย
วันหนึ่งขณะที่เขากำลังพรวนดินอยู่เขาก็ได้ยินหัวหน้าบ่าวสองคนคุยกัน
"อีกครึ่งเดือนตระกูลจะจัดทีมไป 'ล่าโอสถ' ที่เทือกเขาเขี้ยวอสูรอีกแล้วสินะ"
"อืม...ได้ยินว่าครั้งนี้้าคนงานและผู้ช่วยติดตามไปเยอะกว่าเดิมเพราะต้องหาสมุนไพรหายากมาทดแทนของในคลังที่ใช้ไปมากในการประลอง"
หัวใจของเฟยชินกระตุกวูบ!
เทือกเขาเขี้ยวอสูร...มันอยู่ภายนอกเมืองเมฆาชาด เป็ดินแดนกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรและอันตรายแต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือประตูสู่อิสรภาพ! หากเขาสามารถเข้าร่วมทีมนี้ไปได้เขาก็จะสามารถออกจากจวนตระกูลหลิวได้อย่างถูกกฎหมายและเมื่อเข้าไปในเทือกเขาอันกว้างใหญ่แล้ว การจะหลบหนีหายไปก็ไม่ใช่เื่ยาก
นี่คือทางรอดของเขา!
ความคิดนี้จุดประกายความหวังครั้งใหญ่ในใจของเฟยชินเขาต้องทำให้ตัวเองถูกเลือกให้ได้เขาเริ่มทำงานในสวนสมุนไพรอย่างขยันขันแข็งยิ่งกว่าเดิมใช้ความรู้เื่สมุนไพรที่เขาแอบศึกษามา จัดการดูแลสมุนไพรหายากต่างๆได้อย่างดีเยี่ยมจนเป็ที่สังเกตของหัวหน้าบ่าว
แต่แล้ว...ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาดูแล "หญ้าลิ้นอสรพิษ"พลังกดดันอันคุ้นเคยก็แผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณนั้นอย่างเงียบเชียบ
เฟยชินตัวแข็งทื่อไปในทันที...มันคือกลิ่นอายของผู้าุโคนนั้น!
เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองทำได้เพียงบังคับให้ร่างกายสงบนิ่งที่สุดเก็บงำพลังปราณทั้งหมดของตนเองให้ลึกลงไปในตันเถียน กลายเป็เพียงทาสรับใช้ที่อ่อนแอคนหนึ่ง
ร่างของผู้าุโ"จินซาน" เดินผ่านไปอย่างช้าๆดวงตาที่หรี่เล็กของเขากวาดมองไปทั่วสวนสมุนไพร เขาไม่ได้มาเดินเล่นแต่กำลังใช้จิตััเพื่อค้นหา "ร่องรอย" พลังปราณของเขาที่ทิ้งไว้บนตัวผู้บุกรุกคืนนั้นและดูเหมือนว่าการค้นหาของเขาจะนำมาจนถึงบริเวณนี้
หัวใจของเฟยชินเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก
และแล้ว...ฝีเท้าของผู้าุโจินก็หยุดลงตรงหน้าเขาพอดิบพอดี
"เ้า...เงยหน้าขึ้น"
เสียงที่เ็าและทรงอำนาจสั่งการเฟยชินรู้สึกราวกับเืในกายจับตัวเป็น้ำแข็ง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ สบตากับชายชราผู้เกือบจะสังหารเขา
เขาแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสนอย่างสุดความสามารถดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างซื่อๆ แฝงไว้ด้วยความตื่นตระหนกที่สมจริง
ผู้าุโจินจ้องลึกลงไปในดวงตาของเฟยชินพยายามค้นหาประกายแสงแห่งความท้าทายหรือพลังที่ซ่อนอยู่เขาััได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ... กลิ่นอายจางๆของเืและพลังที่เพิ่งผ่านการต่อสู้อย่างหนักหน่วงมาแต่ร่างที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นช่างอ่อนแอและน่าสมเพชเหลือเกินเป็เพียงทาสชั้นต่ำที่ระดับพลังน่าจะยังไม่พ้นขั้นรวบรวมลมปราณด้วยซ้ำความหยิ่งทะนงในใจของเขาบอกว่ามันเป็ไปไม่ได้ที่คนผู้นี้จะเป็ผู้บุกรุกคนนั้น
"เ้าชื่ออะไร?"ผู้าุโจินถาม
"ขะ...ขอรับ... ข้าชื่อ... เฟย... เฟยชิน ขอรับ" เฟยชินตอบเสียงตะกุกตะกักเขาก้มหัวลงต่ำจนคางแทบชิดอก
ผู้าุโจินขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาไม่พบพิรุธใดๆ ที่ชัดเจน แต่ก็ยังคงไม่วางใจทั้งหมด
"ทำงานของเ้าต่อไป"เขากล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังและเดินจากไปช้าๆ
เฟยชินรอจนกระทั่งร่างของผู้าุโนั้นลับสายตาไปเขาจึงค่อยๆ ปล่อยลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาแผ่นหลังของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบนี่เป็การเผชิญหน้าที่อันตรายที่สุดในชีวิตของเขา
เขารอดมาได้...แต่ก็เพียงเพราะความอ่อนแอที่เขาแสดงออกมาเท่านั้น
เฟยชินตระหนักในทันทีว่าเขาไม่สามารถอยู่ในจวนแห่งนี้ได้อีกต่อไปผู้าุโจินเปรียบเสมือนพยัคฆ์ที่ได้กลิ่นเืแล้ว ไม่ช้าก็เร็วมันจะต้องย้อนกลับมาอีกครั้ง
เขาเหลือบมองไปยังทิวเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลลิบเกินกำแพงจวนออกไปดวงตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
การล่าโอสถ...มันไม่ใช่แค่ทางรอดอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือหนทางเดียวที่เขามี!