ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

เล่มที่ 7 ตอนที่ 184 ของเหลวหยวนสื่อ

        จิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนแทรกผ่านเข้าไปในมิติของแหวนดวงดาราจากนั้นสีหน้าของเขาก็แข็งทื่อไป

        แววตาของเขาตื่นตกใจเป็นอย่างมาก

        สิ่งของในแหวนดวงดาราวงนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆมันมีของเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งนี้กลับทำให้เสิ่นเสวียนพูดไม่ออก

        “พลังตั้งต้น?”

        จิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนออกมาจากแหวนแล้วเขามองเสวียนหลิงเอ่อร์ด้วยความตกใจ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าภายในนี้จะมีพลังตั้งต้นเก็บไว้

        “ดูเหมือนเจ้ายังพอมีความรู้อยู่บ้าง”

        เสวียนหลิงเอ่อร์ยิ้มน้อยๆความรอบรู้ของเสิ่นเสวียนมากกว่าที่นางคาดเดาไว้

        “ให้ข้าหรือ”

        เสิ่นเสวียนถามเสวียนหลิงเอ่อร์อีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

        “ใช่แล้วข้าให้เจ้า”

        “แต่พลังนี้เป็นประโยชน์ต่อร่างจิตวิญญาณของท่านมากกว่าข้า”

        เสิ่นเสวียนถามเสวียนหลิงเอ่อร์อย่างไม่อยากเชื่อนี่เป็นของล้ำค่าที่หาได้ยาก หากอีกฝ่ายต้องการฝึกฝนเทพยุทธ์จิตวิญญาณจำเป็นต้องทำให้ร่างจิตวิญญาณแข็งแกร่งกว่าร่างเนื้อและพลังตั้งต้นนี้จะช่วยให้อีกฝ่ายมีร่างจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งได้

        พลังตั้งต้นมีต้นกำเนิดเมื่อนานมาแล้วแต่มีเพียงที่เดียวเท่านั้นนั่นคือร่างพลังงานที่เทียนจวินหยวนสื่อหรือจักรพรรดิอวี้ชิงทิ้งไว้ก่อนที่เขาจะล่วงลับไป

        ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรมีบุคคลยิ่งใหญ่ในตำนานอยู่สามคน ถูกขนานนามว่า ‘สามบริสุทธิ์’ โดยแบ่งออกเป็น เทียนจวินหยวนสื่อ เทียนจวินหลิงเป่าและเทียนจวินเต้าเต๋อ โดยพวกเขาทั้งสามคนคือแบบแผนของการบำเพ็ญเพียรจึงก่อให้เกิดความมหัศจรรย์ของการบำเพ็ญเพียรและอาณาจักรเซียนที่รุ่งเรืองในภายหลัง

        เรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขาเลื่องลือกันไปทั่วทุกมุมโลก

        ในตอนแรกเริ่มผานกู่[1]ใช้ขวานเปิดโลกจากนั้นลมหายใจของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นสามบริสุทธิ์ ก่อกำเนิดผู้สูงส่งสามคนขึ้นมาพวกเขาท่องไปทั่วหล้าอย่างยาวนาน สร้างแบบแผน ให้ความรู้แก่โลก

        ซึ่งอาณาเขตแห่งวิถีของเทียนจวินหยวนสื่อคือคุนหลุนตะวันตกในตอนนั้นเสิ่นเสวียนต้องค้นหาไปทั่วทั้งคุนหลุนตะวันตกเพื่อตามหาร่องรอยของเทียนจวินหยวนสื่อทว่าเสิ่นเสวียนไม่เจออาณาเขตแห่งวิถี กลับเจอผังเมืองซานเหอโดยไม่ได้ตั้งใจ

        ตอนนี้ภายในร่างของงูจิ่นเมี่ยนตัวเล็กๆกลับมีพลังหยวนสื่อในตำนาน เขาจะไม่ตกใจและดีใจไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร

        พลังหยวนสื่อเรียกได้อีกอย่างหนึ่งคือ ‘ของเหลวหยวนสื่อ’

        ตำนานเล่าว่าก่อนที่เทียนจวินหยวนสื่อจะล่วงลับไปร่างเนื้อของเขาเป็นเซียนไปแล้ว สิ่งของที่หลงเหลืออยู่มีไม่มากนัก พลังฟ้าดินรอบๆร่างของเขาเริ่มรวมตัวกันจนกลายเป็นของเหลวเนื่องจากไอพลังหยวนสื่อสะสมอยู่ในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมากซึ่งของเหลวหนึ่งหยดเพียงพอที่จะทำให้คนตายฟื้นคืนได้

        แน่นอนว่าด้วยความทรงพลังของมันไม่ใช่ว่าทุกคนจะรับมือได้หากเป็นคนธรรมดา มันจะไม่ใช่ยารักษาแต่กลายเป็นยาพิษ

        “ในเมื่อให้เจ้าแล้วก็เป็นของเจ้า”เสวียนหลิงเอ่อร์กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ คล้ายว่าของเหลวหยวนสื่อที่หาได้ยากนี้ไม่มีแรงดึงดูดต่อนางเลย

        “แต่ข้าขอเตือนให้เจ้าใช้บางส่วนกับหยวนก่อกำเนิดไม่อย่างนั้นหยวนก่อกำเนิดของเจ้าจะสร้างปัญหาให้เจ้า”

        เสวียนหลิงเอ่อร์กล่าวเตือนเสิ่นเสวียน

        “อืมขอบคุณมาก ข้าคิดไว้อย่างนั้นเหมือนกัน”

        เสิ่นเสวียนถือแหวนดวงดาราเอาไว้พลางโค้งกายคารวะต่อเสวียนหลิงเอ่อร์อย่างนอบน้อม

        “ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกพาข้าไปยังเสี่ยวต้งเทียนก็พอ”

        เสวียนหลิงเอ่อร์กล่าวกับเสิ่นเสวียนนางมอบของเหลวหยวนสื่อให้เสิ่นเสวียน เพราะหนึ่งต้องการช่วยเหลือเสิ่นเสวียนสองคือเป็นของตอบแทนที่ได้เข้าไปยังเสี่ยวต้งเทียน

        “ได้ตอนนี้เข้าไปได้เลย”

        เสิ่นเสวียนได้ของเหลวหยวนสื่อนี้มาทำให้เขารู้สึกดีต่อเสวียนหลิงเอ่อร์มากขึ้น จึงตอบรับอีกฝ่ายในทันที

        แต่อย่าได้ดูถูกของเหลวหยวนสื่อนี้เด็ดขาดมูลค่าของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าศาสตราเซียนเลยและแหวนดวงดาราวงนี้ก็เป็นของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเสิ่นเสวียนมาก

        “ตามข้ามา”

        เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสวียนหลิงเอ่อร์จากนั้นจิตวิญญาณของเขาก็เข้าไปในทะเลจิตสำนึกขณะเดียวกันเขาก็สร้างเส้นทางมิติให้เสวียนหลิงเอ่อร์ตามเข้ามาด้วย

        ร่างจิตวิญญาณของเสวียนหลิงเอ่อร์เข้าไปในทะเลจิตสำนึกผ่านเส้นทางนั้น

        นางไม่กล่าวอะไรเลยแต่พยักหน้าอยู่หลายครั้งเห็นได้ชัดว่านางค่อนข้างพอใจกับทะเลจิตสำนึกของเสิ่นเสวียน

        สำหรับพลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนก็เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ เส้นทางในอนาคตยังอีกยาวไกลมาก

        แล้วทั้งสองคนก็เข้าไปยังส่วนลึกของทะเลจิตสำนึกปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าผังเมืองซานเหออย่างรวดเร็ว

        เมื่อมองม้วนภาพที่ลอยอยู่ใจกลางจะเห็นว่ามันกางออกแล้วเล็กน้อยและมีลวดลายแผนผังชัดเจนสังเกตจากไอพลังมิติที่แผ่ซ่านออกมาอย่างต่อเนื่องก็รู้แล้วว่ามันคือของล้ำค่าที่ยอดเยี่ยม

        เสวียนหลิงเอ่อร์มองผังเมืองซานเหอด้วยแววตาตื่นตกใจ

        ความตื่นตกใจของนางไม่ใช่การเสแสร้งแต่อย่างใดเสิ่นเสวียนมองสีหน้าของอีกฝ่ายก็รู้แล้วว่ากำลังตื่นตกใจเพราะศาสตราเทพชิ้นนี้และแววตาของอีกฝ่ายมีเพียงความตื่นตกใจและหวาดกลัวเท่านั้น ไม่มีความละโมบเลยต่างจากจักรพรรดิเซียนที่ไล่ล่าเสิ่นเสวียนก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

        “ดูเหมือนท่านจะเคยเจอของที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่านี้มาก่อน!”

        เสิ่นเสวียนมองเสวียนหลิงเอ่อร์พลางถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้

        “ดีกว่าหรือไม่ยังมิอาจบอกได้แต่เคยเจอสิ่งของที่อยู่ในระดับเดียวกันนี้มาก่อนแต่เทียบกันแล้วผังเมืองซานเหอแผ่นนี้ทรงพลังกว่ามาก เข้าไปกันเถอะ!”

        เสวียนหลิงเอ่อร์พยักหน้าแววตาของนางเลื่อมใสในตัวเสิ่นเสวียนมากขึ้นเล็กน้อย

        ได้ครอบครองศาสตราเทพเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าพลังของเสิ่นเสวียนไม่ธรรมดาเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นโอกาสและวาสนานำพาก็ดี หรือจะไปแย่งชิงใครมาก็ช่างตอนนี้เขาได้รับการยอมรับจากศาสตราเทพแล้วจริงๆเพียงแค่เรื่องนี้ก็เพียงพอที่จะอยู่ในระดับเดียวกับท่านเซียนหลัวเทียนแห่งอาณาจักรเซียนได้แล้ว

        หากจะกล่าวถึงระดับขั้นของเซียนพเนจรเซียนปฐพี และเซียนสวรรค์แล้ว นางคิดว่าไม่มีความจำเป็นสักเท่าไรพลังคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่างเช่นมหาเซียนเจิ้นหยวนบรรพบุรุษแห่งเซียนปฐพีแม้จะไม่ติดอันดับเซียน แต่ความแข็งแกร่งยังทำให้จักรพรรดิเซียนต้องหวาดกลัว

        แม้เซียนพเนจรที่ฝ่าด่านเคราะห์ล้มเหลวจะมีฐานะต่ำต้อยเล็กน้อยแต่เซียนพเนจรที่ฝ่าด่านเคราะห์ได้หนึ่งหรือสองครั้งกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเซียนสวรรค์เสียอีก

        ในสายตาของนางเสิ่นเสวียนคือเซียนพเนจรที่ฝ่าด่านเคราะห์มาแล้วหนึ่งหรือสองครั้ง

        “ตามข้ามา”

        เสิ่นเสวียนกล่าวจบร่างจิตวิญญาณของเขาก็พุ่งผ่านเส้นทางมิติที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้เข้าไปเสวียนหลิงเอ่อร์จึงตามเข้าไปเช่นกัน

        เส้นทางนี้คือความมานะของเสี่ยวเหยียนเพียงไม่นานก็มาถึงตำแหน่งที่กำแพงถูกทะลวงผ่าน

        เมื่อผ่านเข้าไปแล้วจะเป็นโลกอีกใบหนึ่ง

        ทั้งสองคนไม่รอช้าเข้าไปในผังเมืองซานเหอพร้อมกัน

        แผ่นดินกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาภูเขาแม่น้ำเรียงราย สายน้ำไหลผ่าน และยังมีสัตว์น้อยใหญ่ที่แห่งนี้ขาดเพียงแค่มนุษย์เท่านั้นหากมีมนุษย์เข้ามาใช้ชีวิตจะกลายเป็นโลกที่สมบูรณ์

        “ม่านพลังเต็มไปหมด! ดูเหมือนเจ้าของศาสตราเทพชิ้นนี้คนก่อนจะร้ายกาจมาก”

        เสวียนหลิงเอ่อร์เข้ามาถึงแล้วพบว่าที่นี่เต็มไปด้วยม่านพลังที่ผนึกอาณาเขตส่วนใหญ่เอาไว้ซึ่งนางไม่คิดว่าเกิดขึ้นจากพลังของเสิ่นเสวียน แต่เป็นพลังของเจ้าของเก่า

        เสิ่นเสวียนเพียงยิ้มน้อยๆไม่ได้กล่าวอะไรออกมา อย่างน้อยตนเองยังมีความลับบางอย่างที่นางไม่รู้

        “ระวังตัวด้วยม่านพลังเหล่านี้ค่อนข้างอันตราย อาจทำให้พวกเราต้องติดอยู่ที่นี่ก็ได้”

        เสิ่นเสวียนเดินนำหน้าไปพลางกล่าวเตือนเสวียนหลิงเอ่อร์

        “อืมก็จริง”

        เสวียนหลิงเอ่อร์ไม่ได้โต้แย้งเสิ่นเสวียนด้วยพลังของพวกเขาในตอนนี้หากโดนพลังค่ายกลเหล่านี้โจมตีคงร่างแตกสลายไปอย่างแน่นอน

        ส่วนสถานที่และค่ายกลของที่นี่เสิ่นเสวียนรู้จักเป็นอย่างดี เขาเดินไปตามถนนเล็กๆ สายหนึ่ง ผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจีข้ามผ่านภูเขาไปพร้อมกับเสวียนหลิงเอ่อร์ มุ่งหน้าไปยังเสี่ยวต้งเทียน

        ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเสิ่นเสวียนและเสวียนหลิงเอ่อร์กำลังยืนอยู่ตรงหน้าน้ำตกแห่งหนึ่ง

        น้ำตกสูงราวสามสิบจั้งไหลลู่ลงสู่เบื้องล่างสายน้ำรวมตัวกันกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ไหลออกไปยังที่ต่างๆ ไม่หยุด

        “เสี่ยวต้งเทียนอยู่ในนั้น”

        เสิ่นเสวียนยืนอยู่ด้านหน้าน้ำตกพลางชี้เข้าไปตรงน้ำตกขนาดใหญ่นั้น

        ..................................................

        [1]ผานกู่ (盘古) เทพผู้บุกเบิกฟ้าดินตามตำนานจีน เป็นยักษ์ที่มีขนาดตัวสูงใหญ่ศีรษะมีเขา คิ้วและดวงตาใหญ่ มีเขี้ยวยื่นออกมาจากปาก มีขนทั้งตัว มือซ้ายถือสิ่วมือขวาถือขวานใหญ่เป็นผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างตามความเชื่อเรื่องการสร้างโลกของจีน

คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน