หนึ่งห้วงยุคสมัยที่แสนจะวุ่นวายและโกลาหล หลังจากมหาเทวะผู้ยิ่งใหญ่ “ผู้สร้างฟ้า” ดับขันธ์สู่์นิรันดร์ ผ่านไปเป็เวลาหนึ่งห้วงนิรันดร์
มีหนึ่งมหาเทพมารนามเรียกขาน “มารสำราญรม” เหยียบฟ้าย้ำ์ สังหารเหล่ามหาเทพชั้นปรมัตถ์ร่วงหล่นดุจเม็ดทราย ก่อเกิดกลียุค ทั่วมหาจักรวาลวุ่นวาย
สาเหตุแห่งการเริ่มและบทสรุปสุดท้ายแห่งมหาานี้หามีผู้ใดร่วงรู้ไม่ หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหล่าอนุชนรุ่นหลังได้รับรู้
แต่ภายใต้มหาเทวะ “ผู้สร้างฟ้า” ใต้หล้ามหาจักรวาล “มารสำราญรม” นั้นไร้พ่าย
.
.
.
“ท่านพี่ข้าหิว” เสียงของเด็กน้อยอวบอ้วนซุนผูกล่าวขึ้น โดยที่ตัวมันเองนั้นอยู่บนหลังของพี่ชาย มือหนึ่งกอดกายคอ อีกมือเอานิ้วโป้งเข้าปากดูดอม
หากแต่ซุนนานผู้เป็พี่ชายนั้นเล่า ตัวเขาเองก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้มากนัก ในตอนนี้เป็ฤดูคิมหันต์ แม้อาหารจะหาได้บ้าง แต่ก็ยากแค้นพอสมควร และตอนนี้อาณาจักรและหมู่เมืองต่างต้องภัยาและตัวเขาก็ยังต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำเร้นลับอันเป็ดินแดงที่เต็มไปด้วยอสูรร้าย ตัวเขาจึงได้แต่เอามือตบก้นผู้เป็น้องชายเบาๆ พร้อมกล่าวถนอมน้ำใจซุนผูผู้เป็น้องชายผู้ที่กินเก่งเสียเหลือเกิน แม้จะอายุเพียงน้อยนิด “เ้าอ้วนเดี๋ยวถึงบ้านแล้วพี่ใหญ่จะทำอาหารให้เ้าทาน”
ส่วนภายในใจของเขาก็ได้แต่กดด่าโชคชะตา ส่วนจะทำไมนะเหรอ นั่นก็เพราะตัวเขานั้นเป็บุรุษแสนโชคร้าย แม้จะเป็ผู้มีสองชาติภพ หรืออาจจะเป็ผู้ข้ามมิติที่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจ หากแต่สิ่งหนึ่งที่ตัวเขารู้ ตัวเขานั้นช่างแสนอาภัพอย่างแท้จริง
เด็กน้อยวัย 12 ปี นาม “ซุนนาน” ในชาติภพนี้ ระลึกถึงเื่ราวในชีวิตข้ามมิติสองชาติภพของตน
เขาจำได้ว่าในชีวิตก่อนหน้านี้เขานั้นเป็ผู้อาภัพชะตาอีกเช่นเดียวกัน ตัวเขานั้นเกิดในแผ่นดินใหญ่ เมื่อแรกเกิดก็กำพร้าบิดามารดา ในชาติภพนั้นเขามีหญิงชราผู้หนึ่งเมตตาเลี้ยงดู หากแต่อาหารกินอยู่ก็ช่างแร้นแค้นแสนอาภัพ เพราะตนนั้นเกิดในเขตชนบทอันยากแค้น ส่วนหญิงชรานั้นก็เป็ผู้ยากจนอีกคนหนึ่งเช่นกัน
ถึงอย่างนั้นหญิงชราก็ปรารถนาให้ซุนนานได้เรียน หากแต่การร่ำเรียนของซุนนานนั้นก็แสนยากลำบากกว่าเด็กทั่วไปคนอื่นยิ่งนัก เพราะบ้านกับโรงเรียนก็ช่างแสนห่างไกลกัน นอกจากนั้นเส้นทางก็กันดาร กว่าจะได้เรียนหนังสือในแต่ละวันก็ต้องเดินร่วมๆ สองชั่วโมง เดินแบบนี้อยู่ทุกวันติดต่อกันหลายปี
หากแต่ซุนนานนั้นโชคดีที่เป็คนมีนิสัยไม่ย่อท้อ เรียกว่าเป็คนสู้ชะตาอย่างแท้จริงั้แ่เยาว์วัย แม้พื้นเพจะแสนรันทด หากแต่วันเวลาผ่านไป มันก็ได้หล่อหลอมให้เขาเป็คนมีนิสัยอดทนและเข้มแข็งยิ่งนัก ทำให้เขานั้นทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก
ซุนนานขยันร่ำเรียน ในใจรักหญิงชราดุจมารดาแท้จริงของตัวมันเอง หวังปรารถนาเมื่อเรียนจบจะแสดงคุณ ทำงานเลี้ยงดูหญิงชราให้กินดีอยู่ดี แต่อนิจจา เพียงแค่จบการศึกษาขั้นต้นของระบบหญิงชราก็จากมันไป ทิ้งให้มันต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง
ในวันนั้นมันทุกข์ใจโศกเศร้าแสนสาหัส ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ตัวมันกอดร่างหญิงชราที่ไม่ต่างกับมารดาของตัวเองไม่ยอมปล่อย ร่ำไห้เสียงดัง
ผ่านมาอีกหลายปี ซุนนานกลายเป็บุรุษหนุ่มวัยรุ่นผู้หนึ่ง หากแต่ชีวิตช่างต่างกับเด็กหนุ่มทั่วไป ที่ได้ใช้ชีวิตเสรีได้เที่ยวเล่นหย่อนใจ ส่วนตัวมันนั้นเช้าถึงสายคือร่ำเรียน เย็นถึงค่ำคืนทำงานหาเลี้ยงชีวิต เสาร์อาทิตย์ก็ไม่เคยหยุด กลับเป็วันทำงานที่หนักกว่าทุกวัน ทุกๆ วันทำแบบนี้ นอนเพียงวันละ 4 – 6 ชั่วโมงจนชิน
โชคดีที่คนแกร่งและมีมานะเช่นซุนนานนั้นเป็ที่้าเมื่อได้ทุนเข้าเรียนมหาลัยดังของประเทศชีวิตก็เริ่มดีขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นตัวของซุนนานก็มีเื่ให้น้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้าง ด้วยความที่เป็คนไร้ภูมิหลังไม่ใช่ตระกูลใหญ่โต เื่หลายเื่จึงสู้ใครมิได้เลย
เช่นเื่ของสตรีเพศ ั้แ่เด็กจนโตซุนนานนั้นอาภัพเื่นี้อย่างแท้จริง แม้จะมีเด็กหญิงและสตรีเพศตามวัยมาแอบหลงรักชอบพอตัวมันอยู่บ้าง หากแต่ในไม่ช้าเมื่อรู้ภูมิหลังของมันบ้าง เมื่อรู้ว่ามันแสนยากไร้บ้าง เมื่อตัวมันไม่อาจจะดูแลมีเวลาให้พวกเธอบ้าง สุดท้ายตลอดชีวิตวัยเรียนของซุนนานจึงไม่เคยมีเื่หญิงชายเลยแม้แต่น้อย
ผิวกายสตรีให้ความรู้สึกอย่างไร คาดว่าตัวของซุนนานอาจจะมิเคยได้รับรู้เลย หากแต่มีสตรีใดที่ซุนนานเคยััโดนเนื้อโดนตัวบ้าง คาดว่าคงต้องย้อนความไปถึงหญิงชราผู้เลี้ยงดูตัวมันแล้ว
หลังเรียนจบมหาลัยด้วยความที่สาขาที่เรียนของซุนนานมีความ้าอย่างแท้จริง และด้วยผลการเรียนที่ยอดเยี่ยม ซุนนานได้ทุนเรียนต่อพร้อมกับการทำงานวิจัยและได้ทำงานในบริษัทชั้นนำไปพร้อมๆ กัน ในชีวิต่นี้นับว่าเป็่ชีวิตที่ดีที่สุดของซุนนานเลยทีเดียว เขาเริ่มมีฐานะและมีเวลาทำในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา เช่นการพักผ่อนอ่านหนังสือเล่นข้ามเวลา จิบชากาแฟของโปรด
แต่ถึงแม้วาสนาของซุนนานเริ่มจะดีขึ้น หากแต่นั้นกับคงอยู่ได้ไม่นาน วันหนึ่งในสำนักงาน ท้องฟ้านั้นเกิดปรากฏการณ์ประหลาด ท้องฟ้าเมฆาปั่นป่วน อัสนีคลั่งกรีดร้องแล่นไปตามท้องนภา
ซุนนานในตอนนั้นรู้สึกแปลกใจ นอกจากนั้นภายในใจก็มีความรู้สึกประหลาดกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงได้จดจ้องมองมันอย่างไม่วางตาที่หน้าต่าง ดูภาพทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ท้องฟ้าเมฆาปั่นป่วน
ไม่ช้าหลังจากที่ท้องฟ้าอัสนีคลั่งกรีดร้องดังกึกก้องดั่งวันโลกาดับสูญ ซุนนานก็ได้เห็นปรากฏการณ์ประหลาดเมฆาหมุนวนเป็รูปก้นหอย ตรงกลางราวกับเป็ตาของพายุอยู่ หากแต่มองลึกเขาไปในตาพายุนั้น ราวกับว่าภายในเป็มิติประหลาดที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ เป็มหาจักรวาลอันไกลโพ้นไร้ที่สิ้นสุด
และเมื่อภาพนั้นปรากฏสู่สายตาของซุนนาน ั์ตาของมันก็เบิกกว้างในความอัศจรรย์นั้น หากแต่ไม่ช้าก็มีแสงประหลาดรอดออกมาจากภายในนั้น ราวกับว่ามันเป็ัคลั่ง แสงที่พุ่งออกมาจากมิติวิ่งพลาดผ่านร่างของซุนนาน ในไม่ช้าโลกของซุนนานก็ราวกับสว่างจ้ากลายเป็สีขาวโพลนจนหมด
สติของซุนนานล่องลอยราวกับคนเหม่อลอยไร้สติ รู้สึกตัวบ้างไม่รู้สึกตัวบ้าง ตัวมันมิอาจจะรู้ได้เลยว่าวันเวลารอบตัวมันผ่านไปนานมากน้อยเพียงไร มันรู้เพียงแต่ว่ารอบตัวมันนั้นแสบตาและช่างสว่างจ้าเสียเหลือเกิน โดยรอบตัวมันมีแต่เพียงสีขาวโพลนทำนั้น
เมื่อซุนนานรู้สึกตัวอีกที ตัวมันก็พบว่าโลกรอบตัวมันช่างใหญ่โต นอกจากนั้นมันยังดูพร่ามัวเป็ที่สุด ราวกับว่าตัวมันนั้นเป็บุรุษที่มีสายตาสั่นที่มิได้หยิบแว่นมาสวมใส่
นอกจากนั้นตรงช่องท้องของกลับรู้ช่างเ็ปแสนเหลือทน จนตัวมันถึงกับต้องกรีดร้องอย่างห้ามไม่ได้ ในเวลานั้นซุนนานรู้สึกได้ว่ามีมือใหญ่ั์ที่แสนอบอุ่นกอดร่างของมันเอาไว้
ใน่เวลานั้นซุนนานไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าตัวมันนั้นได้ข้ามมิติและเกิดใหม่แล้ว
จนกระทั่งตัวมันได้กลิ่นหอมของสมุนไพรและภาษาอันแปลกประหลาด ซุนนานพยายามจ้องมองและทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ รอบกาย แม้ตรง่ท้องของมันจะมีความเ็ปอย่างแสนสาหัสก็ตาม
ในไม่ช้าซุนนานจึงเข้าใจ ในตอนนี้มันได้เกิดใหม่แล้ว และมือใหญ่ๆ นั่นก็หาใช่เพราะคนเหล่านี้เป็คนั์ หากแต่เป็เพราะมันอยู่ในร่างของทารก ส่วนเสียงที่แปลกประหลาดทั้งหลายนั้น คาดว่าคงจะเป็ภาษาของชนชาวโลกแห่งนี้
ซุนนานในตอนนั้นไม่อาจจะคาดคิดเลยว่าตัวมันนั้นจะได้เกิดใหม่แบบนี้ มันได้แต่ร้องบอกกับตัวเองเสียงดัง ‘แต่ข้ายังไม่เคยตายและข้าจะเกิดใหม่ได้อย่างไร’ พร้อมกับค่อยๆ ทบทวนความคิดของตัวเองจนไปถึงเหตุการณ์ประหลาดที่ในหัวสมองของมันราวกับว่ามันพึ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน
ในไม่ช้าตัวมันก็ได้แต่ถอนหายใจและหยุดคิด ไม่ใช่เพราะมันไม่สนใจ แต่ตรง่ท้องของมันนั้นช่างเ็ปเหลือเกิน มันปวดเหมือนกับว่าตัวมันกำลังจะตาย นอกจากนั้นรอบๆ ตัวมันก็มีเสียงดังเอะอะไปมา สุดท้ายไม่รู้เพราะอะไรมีกลิ่นที่แปลกประหลาดเข้ามาในจมูกของมัน กลิ่นแปลกๆ นี้ทำให้มันรู้สึกง่วงหาวจนเหลือทนไม่ช้าซุนนานในร่างทารกน้อยก็หลับใหลลงไป
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ซุนนานในร่างเด็กทารกตื่นขึ้นอีกครั้ง รอบกายของมันมีแต่เสียงแปลกๆ ที่ตัวมันไม่เข้าใจความหมายเช่นเคย หากแต่มันก็จำคำคำหนึ่งได้ มันคือคำว่า “ซุนนานๆๆ” ซุนนานเข้าใจในทันทีได้เลยว่านี่น่าจะเป็ชื่อเรียกของตัวมันในชาติภพนี้ วันนี้เมื่อตื่นขึ้นซุนนานรู้สึกได้ว่าตรง่ท้องของมันไม่ได้เ็ปอีกต่อไปแล้ว
ซุนนานมันจึงได้แต่รอบดีใจ เพราะความเ็ปอันเหลือทนนั้น ทำให้ตัวมันไม่ได้สังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวเลย แต่ในตอนนี้มันสามารถทำความเข้าใจได้แล้ว
ซุนนานในร่างเด็กทารกมันจึงได้เริ่มสังเกตสิ่งรอบตัว ซุนนานพบว่ารอบตัวมันมีสตรีที่งดงามมากมายยิ่ง ซึ่งพวกนางต่างจ้องมองตัวมันตาไม่กะพริบที่เดียว ความสวยงามและงดงามของพวกนางราวกับดอกไม้ที่แย่งกันเบ่งบาน แต่ละคนต่างพูดคุยกัน หากแต่ซุนนานตัวมันในเวลานั้นหาเข้าใจสิ่งใดไม่
หากแต่ในใจของมันกลับช่างแย้มยิ้ม พบว่าไม่เลวเลยสำหรับโลกใบนี้ พร้อมกับคิดในใจเสียงดังว่า ‘สาวสวยมากมายเหล่านี้คือใครกันนะ… เอ๋ ชุดของพวกนาง…’ ซุนนานคิดในใจพร้อมสังเกต
แม้ภาษาของพวกนางตัวของซุนนานมันจะไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย หากแต่ชุดเสื้อผ้าของพวกนางตัวมันกลับคุ้นเคยเป็อย่างดียิ่ง นั่นเพราะมันมักพบชุดเหล่านี้ในละครโทรทัศน์ แม้จะไม่เหมือนกันทั้งหมด หากแต่มันกลับคล้ายอยู่เจ็ดถึงแปดส่วนเลยทีเดียว มันคือชุดโบราณของชาวแผ่นดินใหญ่ประเทศแม่ของตัวมันเมื่อนานมาแล้ว
และเมื่อซุนนานสังเกตโดยรอบดีๆ ก็พบว่าในบ้านเรือนหลังนี้ราวกับว่าตัวมันหลุดไปในยุคโบร่ำโบราณของชาวแผ่นดินใหญ่ประเทศแม่ของตัวมันเอง แม้จะมีบางส่วนแตกต่างกันบ้างหากแต่ส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนๆ กัน และในตอนนี้ซุนนานก็ยิ่งรอบดีใจใหญ่
ราวกับว่าหนึ่งในความฝันอันยิ่งใหญ่ของยอดบุรุษเืัเช่นตัวมันสำเร็จแล้ว
มันคือการได้เกิดใหม่หรือข้ามมิติซุนนานก็หาได้สนใจไม่แล้วในตอนนี้ หากแต่ซุนนานตัวมันได้แต่คิดไกลไปถึงนิยายกำลังภายในออนไลน์ที่ตัวมันชอบอ่าน ตอนนี้มันคิดฝันไปถึงการท่องโลกแห่งการยับประยุทธ์อันกว้างใหญ่ และตัวมันกลายเป็ยอดบุรุษ ที่มือหนึ่งถือกระบี่ อีกมือร่ำสุราซ้ายขวามีสตรีผู้งดงามเคียงข้างกาย
โดยที่ซุนนานตัวมันมิรู้เลย การหัวเราะน้ำลายไหลดุจชราเฒ่าหัวงูนี้ จะทำให้ด้านหน้าตัวมันมีสตรีผู้งดงามหลายนางแอบรอบหัวเราะและบ่นใส่ตัวมันไม่น้อยเลย
“พี่หญิงใหญ่ท่านดูเ้าตัวน้อยสิ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขาช่าง…” นางมิได้พูดต่อหากแต่ปิดปากของตนหัวเราะสีหน้าขบขัน นั่นก็เพราะรอยยิ้มและการหัวเราะของทารกน้อย ช่างเหมือนบุรุษนิสัยเ้าสำราญที่พวกนางคุ้นเคย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้พวกนางรู้ได้ทันทีว่าบุรุษเช่นนี้กำลังคิดอะไรอยู่ ก็เพราะนายท่านของพวกนางเวลายิ้มและหัวเราะแบบนี้ก็มักจะเกิดเื่น่าละอายของหญิงชายกับพวกนางอยู่เสมอ นางกระดากปากเกินจะพูดออกไป
ซุนลี่หรูสตรีที่อยู่ด้านข้างและดูเหมือนจะเป็สตรีที่เป็ใหญ่ที่สุด ณ ที่แห่งรีบกระซิบแซว “ใช่เลยน้องหญิง ทารกน้อยช่างเหมือนนายท่านจริงๆ”
สิ้นเสียงของสตรีที่ถูกเรียกว่าพี่หญิงใหญ่ เหล่าสตรีในเรือนก็ต่างหัวเราะเสียงดัง พร้อมกับคิดในใจของตนเอง หากทารกน้อยผู้นี้เติบใหญ่ขึ้น พวกนางจะจับเขาล่ามโซ่ เพื่อไม่ให้เป็เสือร้ายเป็บุรุษเ้าสำราญอย่างเด็ดขาด… พร้อมจะเลี้ยงดูอย่างดีให้เป็ยอดบุรุษ
หากแต่ในไม่ช้าเมื่อพวกนางได้นึกถึงเื่บางอย่างที่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทารกน้อยผู้นี้พวกนางก็ได้แต่รอบถอนหายใจเบาๆ และมีความโศกเศร้าในใจบางประการที่ไม่สะดวกจะพูดออกไป