"บรูโน่ มึงว่าเลย์มันจะทำหน้ายังไงวะ หลังจากกูวางสาย ฮาฮ่าสะใจกูจริง"คาลอสนั่งไขว่ห้างพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างสบายอกสบายใจมีเพียงบรูโน่ที่ได้แต่ยืนลอบถอนหายใจเหนื่อยอยู่ไม่ไกล นี่สิน่ะที่เขาพูดกันว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น พอกันทั้งพ่อทั้งลูก
ขณะที่คาลอสนั่งจิบไวน์ยังไม่หมดแก้วก็ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นมาจอดเอี๊ยด!!คนที่นั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจยิ้มกริ่มพลางหันไปยักคิ้วอย่างเป็ต่อให้กับบรูโน่ทีหนึ่ง
เช้าวันจันทร์ที่สดใส เสียงหยอกล้อของสองแม่ลูกดังมาจากห้องครัวเป็ระยะๆ
"ม๊า...อาหารที่โรงพยาบาลก็มี"
"ม๊าอยากให้ป๊าได้สารอาหารครบร่างกายจะได้ฟื้นตัวเร็ว"ไวน์หางคิ้วกระตุกเมื่อนึกถึงสีหน้าของผู้เป็บิดาตอนตักอาหารฝีมือของภรรยารักเข้าปากอาการป่วยของป๊าจะแย่ลงเพราะทานอาหารฝีมือของภรรยานี่ล่ะ!
"รีบทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวป๊าจะรอนาน"
"ค่ะ"ไวน์ช่วยถือตะกร้าอาหารที่มารดาเตรียมไว้สำหรับมื้อเช้าของสามีไปวางบนโต๊ะอาหารโชคดีที่มารดาไม่ทำเผื่อบุตรสาวอย่างเธอด้วย
จู่ ๆ ไวน์เกิดหางตากระตุกเมื่อเห็นจานข้าวปริศนา "วันนี้บ้านเรามีแขกเหรอค่ะ"ถามยังไม่ทันจบตัวต้นเหตุก็โผล่หัวมาทันที
"เลออน มา ๆ มาทานข้าวด้วยกัน"เพียงแค่ได้ยินชื่อไวน์ก็หันขวับไปเจอกับชายหนุ่มรูปร่างกำยำในชุดสูทสีดำราคาแพงเดินเข้ามาพร้อมกับกระเช้าอาหารเสริมบำรุงร่างกาย
ขณะหย่อนก้นลง ชายหนุ่มแอบเหล่มองคนที่นั่งกอดอกทำหน้าไม่สบอารมณ์ ประหนึ่งว่าเธอดีใจที่ได้พบเขา
"จะไปไหน?" คนเป็แม่เลิกคิ้วถามเมื่อเห็นบุตรสาวลุกขึ้นหยิบกระเป๋าทำท่าจะเดินออกไป
"หนูเพิ่งนึกได้ค่ะ ว่าวันนี้มีพรีเซ้นท์งานต้องรีบไปเตรียมตัวก่อน"สังวาลก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือเพิ่งจะเจ็ดโมงเช้ามีเวลาเหลืออีกตั้งสองชั่วโมง
"ทานข้าวก่อนแล้วค่อยไป อ้อ..ตักข้าวให้พี่เขาด้วยล่ะ"คนถูกบอกให้ตักข้าวทำท่าทางปั้นปึ่งแต่ก็ยอมเดินไปตักข้าวให้กับแขกที่เธอไม่ต้อนรับ แม้มารดาจะอยากเรียนเชิญก็ตาม
"ถ้ามาแล้วเป็ภาระคนอื่น ทีหลังก็อย่ามา" คนที่กำลังตักข้าวแขวะคนที่นั่งหน้าตายให้ได้ยินกันแค่สองคนแทนที่คนทำตัวเป็ภาระจะสำนึก กลับพูดประโยคที่ทำให้ทัพพีในมือของไวน์สั่นจนอยากจะเขวี้ยงใส่หน้าหล่อๆให้รู้แล้วรู้รอด
"คุณน้าครับ ผมมาเป็ภาระไหมครับ" เสียงทุ้มแสร้งพูดด้วยใบหน้าสลด พลางลอบมองอีกคน
"ภารงภาระที่ไหนกันจ๊ะน้าว่าดีเสียอีก..มาทุกวันได้ยิ่งดี"สังวาลพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มทำเอาไวน์ที่นั่งเบ้หน้ากำช้อนแน่นอย่างไม่ชอบใจกับประโยคที่มารดาช่างเป็คนใจบุญเสียจริงแต่ไวน์ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ได้แต่ก้มหน้ากินข้าว รีบกินรีบเสร็จจะได้รีบหนีออกจากตรงนี้เสียทีแต่ก็เกือบสำลักอาหารกับประโยคต่อมา
"น้าฝากเลออนไปส่งน้องได้ไหมลูก"
"ไม่ได้"ไวน์ปฏิเสธเสียงแข็งโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือ
ปฏิเสธ
"ยินดีมากครับ เพราะยังไงก็เป็ทางผ่านบริษัทอยู่แล้วจะให้ไปส่งทุกวันยังได้เลยครับ"เลออนกระตุกยิ้มบางก่อนจะหันไปส่งยิ้มยียวนกวนโมโหอีกฝ่าย
"งั้นน้าฝากน้องด้วยน่ะ"
"ครับ" คนถูกฝากหน้าตึง เมื่อถูกทั้งสองมัดมือชกและเมินคำปฏิเสธ นี่เธอนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้แท้ๆแต่สองคนนั่นกลับทำเหมือนเป็อากาศธาตุไร้ตัวตนซะอย่างนั้น
ปึ้ง!!
ไวน์ปิดประตูรถยนต์คันหรูเต็มแรงระบายความหงุดหงิดลงกับเ้าของรถไม่ได้งั้นก็ระบายมันกับรถแทนก็ได้วะ แต่เ้าของรถไม่พูดอะไรเพียงมองหญิงสาวที่นั่งหน้าบึ้งตึงก่อนโน้มตัวเข้าใกล้หญิงสาวจนไวน์ได้กลิ่นกายที่คุ้นเคยชวนให้นึกถึงเื่ราวของคืนนั้น
"นี่นายจะทำอะไรถอยออกไปเดี๋ยวนี้เลยน่ะ"คนได้กลิ่นกายออกแรงผลักเมื่อััถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดใกล้ลำคอ
ก่อนคนขี้หงุดหงิดจะชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงหัวเสียบสายนิรภัยดังกริ๊กดวงตากลมโตกระพริบตาปริปริบเมื่อรู้สึกว่าตัวเองได้ทำเื่ขายขี้หน้าซะแล้ว
มาเฟียหนุ่มลอบยิ้มพรายก่อนโน้มตัวกระซิบที่ข้างใบหูที่แดงเถือก "ยัยเด็กลามก"ทำเอาไวน์ถลึงตาใส่ทันทีเมื่อจบประโยค เขาเพียงยิ้มมุมปาก ก่อนจะขยับไปกดปุ่มสตาร์ทรถแล้วเคลื่อนออกจากบ้านสู่ท้องถนนใหญ่
ตึก! ตึก! ไวน์ยกมือขึ้นทาบอกด้านซ้ายที่กำลังเต้นผิดจังหวะ ขณะแอบลอบชำเลืองมองอีกฝ่ายเป็ระยะๆ
แม้คนถูกลอบมองจะรู้แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรจนรถแล่นมาถึงหน้ามหาวิทยาลัย และทันทีที่รถจอดสนิทไวน์ก็รีบเก็บหนังสือแล้วผลักประตูขณะที่กำลังจะก้าวขาลงก็มีเสียงทุ้มดังขึ้น
"เดี๋ยว...!" คนกำลังก้าวขาลงจากรถหยุดชะงักแต่ไม่ได้หันไปมองคนพูด
"ตอนเย็นผมจะส่งคนมารับ" เลออนพูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบทว่าไวน์กลับเบ้ปาก เลือกที่จะนิ่งไม่ตอบ เพราะสุดท้ายแล้วเธอจะทำตามหรือไม่มันก็เป็สิทธิ์ของเธอ
เลออนเห็นท่าทางไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ทำให้รู้ว่าหญิงสาวคิดจะเบี้ยวเขาเข้าแล้ว
"ถ้ายังคิดจะชิ่ง เื่คืนนั้น.." เลออนพูดยังไม่ทันจบไวน์รีบตวัดหน้ามองเขาตาเขียวปั๊ด สองมือกำหนังสือแน่นในใจอยากจะทุ่มหนังสือใส่ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
ไม่รู้จะขุดขึ้นมาพูดทำซากอะไรแล้วคนที่ทำเื่ระยำก็คือตัวมันเอง แล้วยังมีหน้ามาพูดอีกไวน์ทำได้แต่ก่นด่าในใจ
แต่ภายนอกต้องแสร้งฉีกยิ้มกว้าง ด้วยมีชะนัดติดหลังอยู่ สิ่งแรกที่จะต้องทำก่อนเป็อันดับแรกคือต้องหาวิธีปิดปากไอ้ผู้ชายหน้าหนาแถมปากสุนัขนี่ให้ได้ก่อนเพื่อให้เื่นี้เป็ความลับตลอดไป
"แต่ตอนเย็นฉันต้องไปเยี่ยมป๊าที่โรงพยาบาลอ่ะ"ไวน์หาวิธีการปฏิเสธแบบประนีประนอม
"คุณน้าอนุญาตแล้ว ตามนั้น"ไวน์มุมปากกระตุกอีกครั้งคุณนายสังวาลช่างเป็แม่ที่ที่รักลูกจริงเชียว รักลูกคนอื่นน่ะไม่ใช่ลูกตัวเองถ้าใส่พานถวายได้คงถวายไปนานแล้วสิท่า
"แต่ฉะ.." เลออนหันขวับ ั์ตาสีน้ำข้าวคมกริบจ้องมองหญิงสาวนิ่งจนเธอรู้สึกตัวลีบ
"นี่คือคำสั่ง หน้าที่ของเธอคือทำตาม"เสียงทุ้มของเขามีร่องรอยสะกดกลั้นอารมณ์ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรยิ่งคนตรงหน้าพยายามหาทางที่จะปฏิเสธเขามากเท่าไหร่อารมณ์หงุดหงิดก็พลันแต่จะปะทุขึ้น
ผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนี้มีผู้หญิงนับร้อยนับพันที่อยากจะไปกับเขาแต่ยัยนี่กลับพยายามวิ่งหนีราวกับเขาเป็ฆาตกรโรคจิต ทั้งที่คืนนั้นหล่อนเอาแต่เรียกร้องทั้งคืนถึงแม้จะเพราะฤทธิ์ยาก็เถอะ!
"ไวน์" เสียงเพื่อนสาวคนสนิทสองคนที่ยืนดูเหตุการณ์นานแล้วโบกมือเรียกเธอจึงได้โอกาสเผ่น ขาเรียวเล็กก้าวลงแล้วใช้เท้าถีบประตูรถราคาแพงปิดดังปั้ง!!
ใบหน้าคมขบกรามแน่นมองคนตัวเล็กที่หันมายักคิ้วใส่หนึ่งที แล้วเดินจากไปยัยเด็กแสบนี่ตั้งใจจะยั่วโมโหเขาเหรอ? คอยดูเถอะเดี๋ยวจะคิดบัญชีย้อนหลังไม่ให้ตกหล่นแม้แต่บาทเดียวเลยคอยดู
"ใครมาส่งอะ"พัฟหญิงสาวผมบลอนด์ผิวขาวเหลืองพยักเพยิดไปยังรถสปอร์ทคาร์ราคาแพงที่จอดอยู่ไม่ไกล
"เข้าห้องเรียนกันเถอะ จะสายแล้ว"ไวน์ตอบคนละเื่แล้วเดินนำลิ่วปล่อยให้เพื่อนสาวมองตากันด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไรได้ไง แบบนี้มันต้องมีอะไรชัด ๆ" สองสาวกระซิบกระซาบก่อนจะเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่
"วันนั้นเกิดอะไรขึ้น ม๊ามึงโทรมาถามว่ามึงได้มาหากูไหม น้ำเสียงเหมือนคนกำลังร้องไห้ด้วยแล้วคืนนั้นกูโทรหามึงเป็ร้อยสายก็ไม่รับทำให้ชาวบ้านชาวช่องเขาใแล้วยังเสือกไม่รับสายอีก"
พัฟสวดยาวโฟร์พยักหน้าเห็นด้วยคืนนั้นหลังจากพวกเธอวางสายแม่ของไวน์ ก็รีบโทรปรึกษากันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติต้องมีเื่อะไรเกิดขึ้นแน่
พัฟเองนั้นโทรจนเครื่องโทรศัพท์จะะเิแต่ปรากฏว่าโทรยังไงก็ไม่มีคนรับข้อความที่โฟร์กระหน่ำส่งไปก็ไร้วี่แววคนเปิดอ่านคืนนั้นทั้งคืนทำเอาพวกเธอกังวลจนพากันนอนไม่หลับ
คนก่อเื่ได้แต่นั่งยิ้มเจื่อน ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงให้ฟังดูดีคืนนั้นเธอไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครทั้งนั้น แต่ทว่าเมื่อพูดถึงคืนนั้น...
ไวน์ก็รีบสะบัดความคิดออกไปเมื่อดูจากสายตาสองคู่ที่มองมาที่เธออย่างคาดคั้น จึงจำต้องเล่าคร่าวๆ ให้ฟัง
"คืนนั้นกูกับป๊าทะเลาะกันหนักมาก แล้วกูก็โกรธมากจนหนีออกจากบ้าน นั่นเป็ครั้งแรกในชีวิตเลยละ"ไวน์ยิ้มแห้ง
"แล้วไงต่อ/แล้วไงต่อ" สองสาวถามพร้อมกัน
"กูขับรถไปเรื่อยอย่างไม่มีจุดหมาย พอรู้ตัวอีกทีก็ถึงพัทยาแล้ว"ใบหน้าไวน์ดูเศร้าหมองตอนที่ต้องเล่าย้อนไปถึงเื่คืนนั้นจนพัฟรับรู้ถึงความรู้สึกจากหน้าตาและน้ำเสียง ถ้าเดาไม่ผิดนี่คงเป็สาเหตุที่บิดาของเพื่อนรักถูกหามตัวส่งโรงพยาบาลด่วนในคืนนั้น
"มึงไปทำไมพัทยา? อย่าบอกนะว่าชอบสาย ฝอ?"โฟร์พูดติดตลกแกมหยอกเย้าเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นไวน์ยิ้มให้กับมุขที่สุดจะฝืด แม้ใบหน้าจะยิ้มแต่นัย์ตาดำขลับกลับเจือด้วยความรู้สึกผิดอยู่เต็มอก
ยิ่งเมื่อโฟร์พูดถึงฝรั่ง หน้าของใครบางคนก็ลอยขึ้นมาทันที โอ๊ย!!อะไรมันจะตามหลอกหลอนยิ่งกว่าผีอีกเนี่ย
"ก็ว่าจะหิ้วมาเป็ของฝากอยู่ เผื่อมีคนทางนี้หิวของนอก" พลางยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อรู้ว่ามีใครบางคนชอบกินผลไม้ชนิดนี้
"บ้า..แต่ถ้าได้ก็ดี" คนชอบของนอกยิ้มพราวก่อนจะเอ็ดเพื่อนสาวที่พาออกนอกประเด็น
"อย่ามาเปลี่ยนเื่ ก็แล้วทำไมมึงไม่มานอนค้างบ้านกูสองคน?" พัฟมองไวน์ด้วยความน้อยใจ
"กูไม่อยากเป็ภาระพวกมึงวะ อีกอย่างกลัวป๊าหาเจอด้วยตอนนั้นกูยังไม่พร้อมที่จะเจอป๊าจริงๆ"
"เออๆ ไม่เป็ไรก็ดีแล้วเดี๋ยวเย็นนี้หลังจากเลิกคลาสพวกเราไปเยี่ยมป๊าด้วยกัน"
"หมอยังไม่ให้เข้าเยี่ยมตอนนี้ คงต้องรอดูอาการอีกวันสองวัน"
"อ้าวเหรอ เสียดายจัง ไม่เป็ไร ไว้รอป๊าหายดีแล้วพวกกูค่อยไปเยี่ยมกัน"
"อื้อ"ไวน์ฝืนยิ้มกว้าง หลังจากพ่อของเธอผ่าตัด แม่ของเธอก็ดูเงียบลงจะมีก็แต่ขอบตาแดงช้ำที่เหมือนคนผ่านการร้องไห้มาหลายคืน
"อ้าวนักศึกษาทุกคนเปิดหนังสือไปที่..."เมื่อเสียงอาจารย์ดังขึ้นไวน์ก็หันไปสนใจกับตัวหนังสือที่ฉายผ่านจอโปรเจ็คเตอร์วันทั้งวันผ่านมาได้ด้วยดีจนกระทั่งได้เวลาเลิกเรียน
ขณะที่ไวน์เดินคุยหยอกล้อส่งเสียงหัวเราะคิกคักกันใหญ่ระหว่างเดินออกมาจากตึกคณะแล้วเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรบอกให้ลุงคนขับมารับ
"เดี๋ยวกูโทรหาลุงดั์ก่อน"
"ปกติก็เห็นมึงขับรถมาทุกวัน วันนี้เกิดอะไรขึ้น?" โฟร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
ยังไม่ทันที่คนถูกสงสัยจะตอบคำถามก็ดันเหลือบไปเห็นรถยนต์สปอร์ทคาร์คันคุ้นตาจอดอยู่หน้าคณะไวน์หนังตากระตุกรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ั้แ่เจอหมอนั่น
ทันทีที่เห็นชายร่างสูงสวมชุดสูทสีดำใบหน้าดูคุ้นตา
"ต้องเป็คนของไอ้หน้าหล่ออย่างไม่ต้องสืบ แส่รู้ไปทุกเื่นี่รู้ยันตึกคณะเรียนอีก" หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆ ไม่ได้การแล้วต้องรีบหนี
คิดว่าคนอย่างไวน์เป็ลูกไก่ในกำมือของใครง่าย ๆ เหรอบอกไว้ก่อนถึงฉันจะสวยฉันก็ไม่โง่โว้ย!!
คิดดังนั้นไวน์ก็ไม่รอช้ารีบเดินไปหลบอยู่ด้านหลังโฟร์ก่อนที่คนในชุดสูทจะทันเห็นก่อนโฟร์เองนั้นมองท่าทีแปลก ๆ ของเพื่อนสาว ก่อนจะเอ่ยถามคนที่เอาหนังสือปิดบังใบหน้าก็ส่งสัญญานให้เงียบ โฟร์เลยได้แต่เกาหัวงง ๆแต่ก็ยอมเดินไปแต่โดยดี
ไวน์ถอนหายใจโล่งอกเมื่อเดินผ่านผู้ชายสวมชุดสูทสีดำขณะกำลังจะเดินผ่านรถสปอร์ตคาร์คันหรูนั้น˜
"คุณไวน์ครับ"เสียงทุ้มเอ่ยเรียกอย่างสุภาพพร้อมก้าวมาหยุดอยืนยู่ตรงหน้า
"นายให้มารับครับ เชิญ.."ชายในชุดสูทสีดำผายมือไปยังรถที่มาจอดรอนานแล้วพัฟและโฟร์มองหน้าเพื่อนรักสลับกับหนุ่มชุดสูทสีดำเลิ่กลั่กไปมา เมื่อไวน์ยังยืนนิ่งพัฟก็เกิดอาการคันปากเพราะสงสัยั้แ่เมื่อเช้าแล้วว่าคนที่มาส่งเพื่อนเมื่อตอนเช้าเป็ใคร เกี่ยวอะไรกับยัยไวน์
"นาย? ...คือใครวะมึง"พัฟโพล่งถามขี้นมา
"เอ่อ... เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังทีหลังน่ะ" ขณะหันหน้ามาประจันหน้ากับหนุ่มชุดสูท
"ฉันไม่ไป"ไวน์ตอบเสียงห้วน ั์ตาดำขลับฉายแววความดื้อรั้นเอาแต่ใจแบบเด็กไม่รู้จักโต
"ต้องไปครับ เพราะหน้าที่ของผมคือทำตามคำสั่งของนายให้เรียบร้อย"เกรย์พูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเ้าตัวจะยินยอมหรือไม่ยินยอม ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ผู้หญิงตรงหน้า และหน้าที่เขาคือมารับและส่งให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยเท่านั้น
"แล้วไง? นั่นมันเ้านายคุณไม่ใช่เ้านายฉัน เพราะฉะนั้นฉันไม่จำเป็ต้องทำตามคำสั่งไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม"ไวน์ลอยหน้าลอยตาพูดหน้าตาเฉย แม้ลึก ๆ จะรู้สึกกลัวก็ตามแต่นี่มันมหาวิทยาลัยถิ่นของเธอซะอย่าง เื่อะไรจะยอม
"ไปไม่ไปไม่ได้ขึ้นอยู่ที่คุณครับ"เกรย์ยังคงพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิม คนลอยหน้าลอยตาเหล่ตามองอย่างไม่ชอบใจนายกับลูกน้องนี่มันเหมือนกันจริง ๆ ฟังภาษาคนไม่รู้เื่ทั้งคู่!
"ไวน์ให้กูโทรบอกแม่มึงให้ไหม?" โฟร์เห็นท่าไม่ดี
"ไม่ต้อง" ไวน์ห้ามทันควันขืนถ้าโทรหารายนั้นนะมีหวังประเคนฉันใส่พานถวายเลยมั้ง
"งั้นโทรหาตำรวจ" พัฟเสนอความคิดอีกครั้งไวน์ได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มเ้าเล่ห์ พลางหันไปยกนิ้วโป้งให้เ้าของความคิดก็ลองดูว่าใครมันจะแน่กว่ากัน หึหึ..
"โทรเลยมึง"โฟร์สนับสนุนพร้อมยักคิ้วให้เกรย์ที่ยืนทำหน้านิ่งเขาแค่มารับไม่ได้จะมาลักพาตัวที่ไหน แต่ไม่ว่าจะอาชีพที่หญิงสาวเอามาขู่จะเป็ใครหรือใหญ่มาจากไหนนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต้องสนใจแต่แค่ไม่ชอบความวุ่นวายแค่นั่นเอง
"เอ๊ะ!! เบอร์ใคร" ขณะที่ไวน์แสร้งกดโทรศัพท์ ก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา
"สวัสดีค่ะ"
"จะนั่งมาดีดี หรือจะให้ผมไปรับ เลือกเอา..!"
"นายโง่หรือสมองไม่สั่งการ ฉันไม่ไปก็แปลว่าไม่ไปฉันพูดเป็แค่ภาษามนุษย์นะ ส่วนภาษาควายฉันพูดไม่เป็"
หญิงสาวโมโหจนเผลอพูดคำที่ไม่น่ารักออกไปเพราะถึงยังไงปลายสายก็อายุมากกว่า แต่ก็ี้เีจะพูด ถึงพูดไปดูท่าอีกฝ่ายก็น่าจะฟังไม่เข้าเส้นสมองเสียเวลาเปล่า ๆ
"ห้ามวาง" คนฟังไม่เข้าเส้นสมองกดเสียงต่ำ เหมือนกับจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร
"ความอดทนผมมีจำกัด ถ้าไม่อยากลองดี ก็นั่งรถมาเงียบ ๆ ดีกว่า"ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงเย็นจนคนฟังรู้สึกเย็นสันหลังวาบ
"ก็ได้"ไวน์ตอบเสียงอ่อย คอยดูเถอะ วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอก ที่ฉันยอมฉันไม่ได้กลัวหรอกน่ะแค่...ี้เีพูดกับพวกฟังภาษาคนไม่รู้เื่เฉยๆ หรอก