ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 68 คำทำนายแห่งการทำลายล้าง.

    ผู้คนได้ลืมตาขึ้นมาก่อนจะพบว่ายักษ์ตนนี้ได้ตายเรียบร้อยแล้วจึงร้องออกมาด้วยความดีใจ

    โออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

    ผู้คนมัวแต่ดีใจจึงไม่ได้สังเกตว่าเนื้อเยื่อบนร่างกายของยักษ์เริ่มขยับทีละเล็กน้อยราวกับพยายามที่จะกลับไปต่อกับส่วนที่ถูกตัดขาดทว่าไม่เป็นผลก่อนจะละลายไปเป็นโคลน

    .........................

    บนชั้นฟ้าระหว่างทางเข้าสู่ดวงดาวเคอเซอร์กับนอกดวงดาวได้มีก้อนหินขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ลอยอยู่ บนก้อนหินนั้นมีต้นไม้สีแดงชาดราวกับเลือดสด ๆ ไหลเวียนตลอดเวลาและบนต้นไม้สีแดงชาดได้มีผลไม้ที่มีรูปร่างเป็นเด็กทารกคนหนึ่งที่หลั่งเลือดออกมาจากผลไม้ก่อนจะกลายมาเป็นสารอาหารให้กับต้นไม้สีแดงชาด

    ข้าง ๆ กันมีหญ้าที่มีวิญญาณนับล้านดวงถูกทรมานอย่างไม่มีวันสิ้นสุดราวกับหญ้าอันนี้มีนรกย่อม ๆก่อนจะมีเสียงกรีดร้องเล็ดรอดออกมาฟังได้ใจความดังนี้

    “เผ่า......”

    “เจ้าจะต้องไม่.........”

    “ปลดปล่อยพวกเรา.......”

    “ช่วยด้ว.......ย”

    ถ้าแจ๊คได้ฟังคงมี 2อารมณ์ความรู้สึกคือกลัวและตื่นเต้น เพราะแจ๊คไม่คิดว่าจะมีสิ่งของมหัศจรรย์ที่สามารถกักเก็บวิญญาณไปในตัวพร้อมทรมานไปพร้อมกันสามารถฟังเสียงนี้ได้ตลอดเวลาเหมือนกับเครื่องเล่นเสียงที่อยู่ในยุคเก่าของแจ๊ค

    ด้านหลังของต้นไม้สีชาดและหญ้าที่มีวิญญาณถูกทรมานมีบ้านอยู่หลังหนึ่ง บ้านหลังนี้ไม่ได้ตกแต่งไปด้วยความหรูหราแต่สิ่งที่สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาคือเลือดสด ๆที่ถูกทำแทนไม้ ผนัง ประตูและทุกสิ่งทุกอย่างบนบ้านหลังนี้ทำมาจากเลือดสด ๆทั้งหมด

    เหมือนกับว่ามีพลังบางอย่างที่ทำให้เลือดไม่ไหลลงสู่หินด้านล่างแต่ได้หมุนวงรอบบ้านราวกับบ้านแห่งนี้เป็นสิ่งมีชีวิต

    แต่ที่น่าตกใจคือหน้าบ้านได้มีกระดูกสีแดงราวกับเลือดและกระดูกสีแดงได้สวมใส่ชุดสีแดงของผู้ชาย

    ข้างกับศพนั้นมีเก้าอี้ชายหาดที่เห็นทั่วไปตามทะเลบางแสน มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าตาหล่อเหลา ใบหน้าคมคายสวมสุดที่มีสีฟ้ากับสีแดง

    ชายคนนี้ได้มองไปยังนอกดวงดาวที่มีแต่ความมืดมิดก่อนจะพูดออกมาว่า

    “ฉันจะอยู่ได้อีกนานไหมก่อนที่เจ้าพวกนั้นจะรู้ตัว”

    ทันทีที่ชายคนนี้ได้พูดฟ้าท้องบริเวณโดยรอบได้ปั่นป่วน เมฆได้กระจายหายไป ช่องว่างของมิติได้เปิดออกและแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะล่วงลงมาสู่พื้นดินด้านล่าง พื้นดินที่ถูกชิ้นส่วนของมิติได้เกิดรอยแยกเป็นหน้าผาที่ไม่มีวันสิ้นสุดก่อนจะเกิดการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ราวกับระเบิดนิวเคลียร์

    ผู้คนและสัตว์ป่า สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่บริเวณระเบิดได้หายทั้งหมดเพราะตายจากแรงระเบิด

    คำพูดของชายคนนี้เหมือนกับคำพูดศักดิ์สิทธิ์หรือเสียงคำรามของมังกรที่พูดขึ้นมาคำเดียวสามารถเรียกภัพพิบัติและฆ่าชีวิตผู้คนไปมากมาย

    ชายคนนี้ได้เห็นรอยแยกของมิติทว่าไม่ได้พยายามหยุดราวกับสิ่งมีชีวิตบนโลกจะเป็นจะตายร้ายดียังไงเขาไม่สนใจเหมือนกับมนุษย์ที่เหยียบมดกลางทาง

    บุคคลไม่ได้ให้สนใจแม้แต่หันกลับมามองยังไม่มี คุณค่าของมดนั้นน้อยจนบุคคลไม่ให้ความสนใจเหมือนกับชายคนนี้ที่ทุกชีวิตบนดวงดาวเคอเซอร์ไม่มีคุณค่าให้เขาสนใจ

    “ดวงดาวขนาดเล็กแค่คำพูดของฉันยังไม่สามารถทนได้”

    เขาพูดอีกคำทำให้มีรอยแยกของมิติเกิดขึ้นมาอีกก่อนจะล่วงลงสู่พื้นดวงดาวแห่งนี้ ชายคนนี้ได้ถอนหายใจก่อนจะมีลำแสงสีแสงอร่ามตาพุ่งเข้ามาตรงทิศทางที่เขาอยู่

    ชายคนนี้ไม่ได้แม้แต่มองไปที่แสงสีทองอร่ามนั้นเลยก่อนจะพูดขึ้นมา

    “ดาบเทพวิญญาณแสงหรอไม่คิดว่าจะมีคนเอาขวดสังเวยชีวิตไปให้ผู้คนในดวงดาวแห่งนี้”

    ชายคนนี้ได้ยกมือขึ้นมามือที่แข็งกระด้างราวกับว่าฝึกฝนที่อย่างไม่ย่อท้อก่อนจะเปลี่ยนมือที่แข็งกระด้างกลายเป็นคริสตัลสีแดงเดือดและโจมตีไปที่ดาบเทพวิญญาณแสง

    ฝ่ามือสีแดงขนาดใหญ่ได้พุ่งโจมตีดาบเทพวิญญาณแสง ดาบเทพวิญญาณแสงพยายามจะตัดฝ่ามือ

    ครืน ครืน บูม บูม

    แต่ทว่าดาบเทพวิญญาณแสงไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนได้เลยฝ่ามือสีแดงขนาดใหญ่ได้พุ่งมาโจมตีอย่างจัง

    เปรียง

    ดาบเทพวิญญาณแสงจะหายไปแต่ฝ่ามือสีแสงขนาดใหญ่ยังไม่หายไปมันได้พุ่งโจมตีลงมาบนพื้นดวงดาวเคอเซอร์ต่อ

    เป็นสิ่งที่น่าตกตะลึงมากดาบเทพวิญญาณแสงคือมหาเวทมนต์ระดับที่ครึ่งเทพยังไม่สามารถทำให้ชายคนนี้เหลียวแล ระดับพลังของชายคนนี้คงจะสูงกว่าระดับที่แจ๊คไม่ได้รับข้อมูล นั้นคือเทพ

    วันนี้เป็นวันที่ดวงดาวเคอเซอร์ได้บันทึกความน่ากลัวผู้นำพาแห่งความมืดเอาไว้คือป่าแห่งความเงียบนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้คนจึงได้บอกกันต่อว่าเป็นฝีมือของผู้นำพาแห่งความมืดและระเบิดที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ 2 จุด จุดที่หนึ่งได้ทำลายป่าและเมืองระดับสูงของอาณาจักรพูยอนไป 2 เมืองและอีกจุดหนึ่งได้ตกลงตรงชายแดนเขตระหว่างอาณาจักรโดฮาและอาณาจักรยะเซ็นไปทำให้เมืองหน้าด้านระดับสูงทั้ง2เมืองได้หายไปจากแผนที่

    ผู้คนได้เรียกปรากฏการนี้ว่าคำทำนายแห่งการทำลายล้าง ความน่ากลัวของผู้นำพาแห่งความมืดภายในจิตใจของผู้คนได้ยกระดับสูงขึ้นมากนัก ทุกอาณาจักรที่ทราบข่าวของคำทำนายแห่งการทำลายล้างนี้ได้สั่งให้คนระดับสูงของอาณาจักรตนเองไล่ล่าผู้นำพาแห่งความมืดอย่างจริงจังและยกเงินรางวัลเพิ่มเป็น ยาชีวิตที่สามารถยืนอายุคนได้ถึง 50 ปี 3 เม็ดและยาเพิ่มวิญญาณ 1 เม็ดที่สามารถเพิ่มพลังวิญญาณให้กับคนนั้นได้ พลังวิญญาณจำเป็นต้องใช้ในการทะล่วงผ่านระดับจอมนักรบแต่ไม่ใช้กับจอมเวทเพราะนักเวทมีพลังวิญญาณเยอะอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาทว่าแม้ว่าจะมีพลังวิญญาณเยอะอยู่ ยาวิญญาณยังเป็นยาที่นักเวทหลายคนต้องการ

    ผู้คนที่เก็บตัวหรือใกล้จะตายได้ออกมาหลังจากที่ไม่ได้ออกสู้โลกภายนอกเป็นเวลานานและตั้งเป้าหมายจะสังหารผู้นำพาแห่งความมืดคนนี้ให้ได้ เหมือนกับฝูงหมีที่แย่งรังผึ้งแค่รังเดียวแต่พวกหมีไม่รู้เลยว่ารังผึ้งที่หอมหวานจะมีอะไรซ่อนอยู่

    ฝ่ามือสีแดงขนาดใหญ่ไม่ได้ไปตกที่แผ่นดินใหญ่จึงโชคดีของคนดวงดาวเคอเซอร์ไม่งั้นต้องมีอาณาจักรหนึ่งเป็นเครื่องสังเวยแน่ทว่ามันไปตกที่ห่างใกล้ผู้คนนั้นคือทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลและไม่มีเกาะไม่บริเวณรอบ ๆ

    ทันใดนั้นฝ่ามือกำลังจะตกลงมาได้มีผนึกบาเรียตั้งรับฝ่ามือแห่งนี้เอาไว้ราวกับว่าผนึกแห่งนี้ได้ผนึกอะไรสักอย่างหนึ่งเอาไว้

    ครืน ครืน บูม บูม

    ไม่น่าเชื่อมากที่ผนึกบาเรียแห่งนี้สามารถตั้งรับฝ่ามือของเทพได้แต่สิ่งที่แลกมาคือ พลังชีวิต พลังลงปราณและพลังอื่น  ๆที่อยู่ในบริเวณรอบ 30กิโลเมตรได้แห้งแล้งอย่างรวดเร็ว ปลาใต้ท้องทะเล หอยและสาหร่อยได้ตายลงเนื่องจากถูกดูดพลังชีวิต น้ำทะเลได้ลดลงอย่างรวดเร็ว

    ในการต่อต้านฝ่ามือสีแดงขนาดใหญ่นี้ต้องแลกมาด้วยสิ่งของมหาศาลไม่รู้ว่าสิ่งใดที่ถูกผลึกอยู่กันแน่

    ฝ่ามือสีแดงขนาดใหญ่ได้หายไปในเวลาต่อมาเพราะว่าพลังในฝ่ามือที่ถูกใส่มาแค่เล็กน้อย ผนึกบาเรียมีรอยแตกขึ้นมาบนผลึก บางส่วนได้ผุพังจนมองเห็นข้างใน สิ่งที่อยู่ข้างในคือทะเลสีขาวที่บริสุทธิ์ราวกับผิวทารกแรกเกิด

    .....................................

    ตัดมาที่ตัวเอกของเราบาง

    แจ๊คไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างคนอื่นเขาเพราะว่ามีสิ่งที่น่าตกใจรอแจ๊คอยู่มันไม่มีคนได้สังเกตเห็น ตอนที่ผู้คนกำลังจะนั่งพักผ่อนหรือร้องไห้ด้วยความดีใจที่ตนเองรอดมาได้

    การที่ดาบเทพวิญญาณแสงได้ผ่าพื้นดินแยกออกจากกันจึงทำให้แจ๊คสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในของแผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

    มีรากไม้ขนาดใหญ่ที่สูง 30เมตร กว้าง 50 เมตรนับไม่ถ้วนอยู่ภายในใต้ดินแห่งนี้ รากไม้บางแห่งถูกตัดขาดจนมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในรากไม้มันคือทางเดิน ห้องนอน ห้องนั่งเล่นและสิ่งที่ทำให้แจ๊คนึกถึงคำพูดของหู่เสวียว่ามันมีศูนย์วิจัยโฮมุนครุส คือห้องสุดท้ายที่มีหลอดแก้วขนาดใหญ่และสิ่งที่อยู่ด้านในคือ ลิงที่แจ๊คพบเห็นด้านเข้ามา หนอนสีเขียว หมีกรงเล็บและสัตว์อสูรอื่น ๆ อีกมากมายเช่น เสือ สิงโต ควาย วัว

    รากไม้ได้สมานแผลตนเองเร็วมากแค่ผ่านไปไม่นานเริ่มที่จะไม่เห็นสิ่งของภายในห้องแล้ว

    แจ๊คได้คิดเร็วทำเร็วแจ๊คได้กระโดดลงไปอย่างไม่มีความลังเลคนอื่นอาจจะลังเลเพราะว่ามันดูสยองมากและรากไม้ไม่ได้อยู่กับที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้และกับเคลื่อนไหวไปมาราวกับหนวดปลาหมึก

    แม้ว่าจะมีคนดีใจมากที่รอดตายมาแต่ยังมีผู้คนจำนวนน้อยที่ยังเฝ้าระวังและในจังหวะนั้นเองมีคนหนึ่งที่ดูไปที่รอยแยกของพื้นดิน

    “นั้นมันอะไรกัน--!”

    น่าเสียดายที่คนนี้เห็นช้าไปหน่อยถ้าเร็วกว่านี้สัก 3วินาทีคงเห็นแจ๊คกระโดดเข้าไป ตอนนี้รากไม้ได้สมานตัวจนหายดีหลงเหลือเอาไว้แต่รอยแยกของพื้นดินที่ว่ามาจากดาบเทพวิญญาณแสง

    ผู้คนได้ตื่นตะหนกตกใจเพราะนึกว่ามีอันตรายเข้ามาจึงได้หยิบอาวุธประจำกายขึ้นมา สักพักหนึ่งก่อนจะรู้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาจึงหัวเสียกันมาก

    พึ่งจะผ่านความเป็นและความตายมา มีไอบ้าที่ไหนไม่รู้พาทำให้ตกใจ

    จึงลุกขึ้นมาเพราะที่จะสั่งสอนไอบ้านี้ให้รู้ว่าที่แห่งนี้ใครใหญ่ ชายคนที่ตะโกนไปเห็นถึงอารมณ์บูดของทุกคนจึงได้พูดแก้ตัวว่า

    “ดูข้างล่างนั้น”

    ผู้คนจึงได้เดินมาก่อนจะดูว่ามีสิ่งใดอยู่ถึงทำให้ไอบ้านี้กลัวได้ ทันใดที่พวกเขาได้เห็นทำให้หัวสมองหยุดคิดไปสักพักหนึ่ง รากไม้ที่แกว่งไปแกว่งมาและมีขนาดที่ใหญ่มาก

    ในหัวของทุกคนคือป่าแห่งความเงียบเป็นสิ่งใดกันแน่ ในขณะที่คิดอยู่ได้มีเสียงกรีดเสียงขึ้นมาทำลายความเงียบของพวกเขา

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ชายที่ร้องขึ้นมาได้ถูกสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างเหมือนกับโคลนกินร่างกาย แขนขวาและร่างกายส่วนขวาถูกกัดไปทั้งหมด สิ่งมีชีวิตรูปร่างโคลนได้ดูดชายคนนี้เข้ามาที่ร่างกายของตัวมันเอง

    ชายคนนี้พยายามจะโจมตีโคลนที่กัดกินร่างกายของเขาอยู่แต่ทว่าการโจมตีของเขาถูกดูดเข้าไปเหมือนกัน

    ผู้คนที่อยู่ใกล้กับชายที่ถูกสิ่งมีชีวิตร่างโคลนกินไปนั้น กล้ามเนื้อในร่างกายชาและใต้พื้นของทุกคนมีโคลนขึ้นมากัดกินร่างกายของพวกเขาไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้

    เหมือนกับสิ่งที่แจ๊คได้เจอตอนสู้กับลิงรอบที่ 2

    จอมนักรบและจอมเวทได้กระโดดขึ้นบนฟ้าและลอยตัวก่อนจะมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นมา สีหน้าของทุกคนที่ได้เห็นนั้นโคลนนี้คือขยะแขยงเพราะโคลนมันมีลูกตาและปากนับสิบตามตัว ปากหนึ่งใช้กินหนึ่งคนส่วนปากที่เหลืออยู่ได้ปิดอยู่ไม่รู้มีสิ่งใดในปากของมันแม้ว่าโคลนนี้จะไม่ได้มีเยอะแต่มันเริ่มที่จะโผล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ

    จอมเวทคนหนึ่งได้เหลือบมองไปที่ศพยักก่อนจะตะโกนด้วยความตกใจ

    “ดูนั้น”

    จอมนับรบและจอมเวททั้งหมดได้หันไปมองที่ศพยัก ศพยักนั้นได้ละลายตัวมาเป็นโคลนและโคลนที่กำลังจะกัดกินผู้คนด้านล่างนั้นคือยักตัวนี้

    แสดงว่ามันยังไม่ตาย ความคิดนี้ได้มีโผล่ขึ้นในหัวของจอมนักรบและจอมเวททุกคนทันที

    ...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................


    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน