บทที่ 57 นรกขุมแรกได้ผ่านไป
ในตอนนี้ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเชื่ออย่างหมดใจแล้วว่า พลังแห่งธรรมชาตินั้นมีอยู่จริงๆอย่างแน่นอน เพราะเขาพึ่งจะได้เห็นคนที่สามารถเสกฟ้าให้ผ่าลงมาได้อย่างใจนึกเมื่อติกี้นี้เอง
‘คนผู้นั้นน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมากดีนะที่ข้าหนีออกมาก่อน เพราะถ้าเกิดข้าเผลอไปทำให้เขาโกรธขึ้นมาหละก็ อาจจะตกตายตั้งแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากแล้วก็เป็นได้’
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่คิดได้เช่นนั้นเขาก็ฝึกฝนต่อไปอย่างมีจุดมุ่งหมาย นั่นก็คือ เสกสายฟ้าให้ได้อย่างเช่นคนผู้นั้นที่ได้เคยกระทำเอาไว้ ภาพเหล่านั้นมันยังคงติดตรึงตาของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามอยู่เลย แล้วเขาก็จะไม่มีวันลืมเรื่องราวในครั้งนี้ไปด้วยเพราะมันเป็นพลังที่ฉีกกฎของธรรมชาติอย่างแท้จริง!
ในตอนนี้ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้ตั้งสมาธิให้จดจ่ออยู่กับพลังงานธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่ในโลกแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นสายลมที่ไหลพัดผ่านสิ่งของ หรือจะเป็นเสียงฝีเท้าของสัตว์นานาชนิด หรืออาจจะเป็นเสียงท้องร้องของสัตว์ที่กำลังหิวโหย...
โฮ๊คคคคค~~~~~!!!
เป็นเสียงของสัตว์อสูรในตำนานที่ได้คำรามออกมาใกล้ๆกับเขาไม่ต้องถามเลยว่าระดับพลังเท่าไหร่เพราะยังไงมันก็แข็งแกร่งกว่าสัตว์ธรรมดาๆในโลกแห่งนี้อยู่แล้ว
“นี่มันบ้าไปแล้วไอ้เจ้าหนุ่มนั่นมันโกหกข้าชัดๆ ไหนว่าสัตว์ในโลกแห่งนี้มันไม่เริ่มจู่โจมก่อนไง...” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามถึงกับวิ่งหนีสุดชีวิต เพื่อที่จะเอาตัวรอดไปให้พ้นจากสัตว์อสูรตนนี้ให้ได้
แต่ระหว่างที่เขาวิ่งหนีก็ได้มีเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นมา “จริงๆแล้วมันจะไม่จู่โจมท่านก่อนอย่างแน่นอนนั่นแสดงว่าท่านนั้นใกล้จะสัมผัสพลังงานแห่งธรรมชาติได้แล้วสินะ ข้าต้องขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย...ฮ่าฮ่า ฮ่า” ถูกต้องแล้วเป็นเสียงของ ชิว เหวินเจี้ยนนั่นเอง แต่ที่เขากล่าวออกมา ก็เพื่อที่จะให้กำลังใจแก่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเท่านั้น ส่วนไอ้เรื่องที่เขาสามารถสัมผัสพลังงานธรรมชาติได้แล้วนั้นชิว เหวินเจี้ยน กำลังโกหกอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเมื่อรู้ว่าตนเองสามารถสัมผัสได้บางส่วนแล้ว ก็เริ่มดีใจขึ้นมา “ข้าขอขอบคุณเจ้ามากจริงๆเจ้าหนุ่ม เพราะเจ้าทำให้ข้าได้รู้สึกถึงอีกโลกหนึ่งที่ข้าไม่สามารถเอื้อมถึงมันมาได้ตลอดเวลานับ1000ปีที่ผ่านมา”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามทราบซึ้งจากใจจริงที่ ชิว เหวินเจี้ยน ยอมสอนอะไรหลายๆอย่างที่เขาไม่รู้จักอีกเยอะแยะ และมันยังถึงกับเป็นพลังที่สามารถควบคุมธรรมชาติได้อีกด้วย!
เมื่อ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามรอดพ้นมาจากสัตว์อสูรในตำนานตนนั้นได้แล้ว เขาก็เริ่มปลดปล่อยจิตสัมผัส เพื่อเข้าถึงพลังงานแห่งธรรมชาติต่ออีกทีนึงเนื่องจากในตอนนี้ ความหวังของเขาเริ่มมีแสงริบหรี่ขึ้นมาบ้างแล้ว
จิตวิญญาณของ หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ ที่สอดส่องดูจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม จากสถานที่แสนไกลแห่งหนึ่ง ได้พึมพำออกมาว่า “โฮ่ว โฮ่ว โฮ่ว...มันก็ชั่งคิดได้เนอะว่าสัตว์อสูรจะไม่ทำร้ายผู้อื่นก่อน ข้าหละตลกกับการโกหกที่ไม่แนบเนียนของมันซะจริงๆเลยแต่ที่น่าตลกที่สุดก็คงจะเป็น ไอ้เจ้ามนุษย์แก่บ้านั่นดันไปหลงเชื่อคำโกหกเหล่านี้ได้อีก....โฮ่ว โฮ่ว~~” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม หัวเราะดังลั่น จนถึงกับทำให้มังกรแดงหนวกหูเลยทีเดียว
“นี่เจ้าจะหัวเราะอะไรนักหนาหูของข้าจะระเบิดอยู่แล้วนะ ทำไมข้าถึงจะต้องมาถูกสั่งให้รับใช้ท่านด้วยนะทั้งๆที่ร่างต้นก็ได้กลับไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้วข้าควรที่จะถูกปลดปล่อยไม่ใช่หรือ แต่นี่กลับไม่เป็นเช่นนั้น หนิงหลี่เฟิงโจวชิงเหอออออ~~~!!!!” มังกรแดงตะโกนอย่างสุดเสียงอย่างอิจฉา ว่าทำไมตนเองไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเช่นเจ้านายคนเก่าของเขาหรือก็คือ ชิว เหวินเจี้ยน นั่นเอง ที่เป็นเจ้านายคนเก่าของมังกรแดงในตำนานตัวนี้!
ณ สถานที่แห่งหนึ่งในสนามฝึกซ้อม ที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามอาศัยอยู่
“อีกนิดเดียวเท่านั้นข้าสัมผัสถึงมันได้แล้ว ข้าจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้...”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามในตอนนี้เขาขาดอยู่เพียงขั้นตอนเดียว นั่นก็คือ ลองใช้พลังงานธรรมชาติที่เขาสามารถสัมผัสได้ดู
“เอาหละนะข้าจะลองใช้สายฟ้าที่ข้าเคยเห็นมาแล้วครั้งนึง ให้ผ่าลงมาเผาผลาญสัตว์อสูรตนนั้นให้มอดไหม้เสียเดี๋ยวนี้แหละ”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจึงได้รวบรวมพลังงานธรรมชาติรอบตัวเขาทั้งหมด และปลดปล่อยมันออกมาอย่างช้าๆ
ฮึ่ม! ครึ่ม ครึ่ม~! (เสียงฟ้าร้องนะครับ)
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ได้เล็งเป้าหมายไปที่สัตว์อสูรขนาดยักษ์ในตำนานและปลดปล่อยพลังงานธรรมชาติธาตุสายฟ้าทั้งหมดที่เขาสามารถรวบรวมมันขึ้นมาได้เข้าไปอย่างตรงจุดอย่างจัง
เปรี้ย เปรี้ย!!! (เสียงเหมือนตบยุงครับผม มันเสกได้แค่สายฟ้าขนาดเท่าไม้ช๊อตยุงนะครับในตอนนี้)
“เอ๊ะ....นี่มันไม่เหมือนกับที่ข้าจินตนาการณ์ไว้สักนิ๊ดดดด~~~~~~~~…” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม กำลังคิดจะหนีภายในทันทีแต่ทว่า...
โฮ๊คคคคคคคคคคคคคค!!!
เป็นเสียงของสัตว์อสูรในตำนานตนนั้นที่คำรามออกมาอย่างเกรี้ยวโกรธ และพุ่งเข้าหาจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามอย่างรวดเร็วถึงขนาดที่ว่าเขาไม่สามารถมองตามได้ทัน
‘นี่ข้ากำลังจะตกตายอย่างนั้นหรือข้าคิดผิดเองสินะ ที่เผลอคิดไปว่าพลังของตนเองจะสูงทัดเทียมท่านผู้นั้น ข้าผิดเองนั่นแหละ...’ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้หลับตาลงช้าๆ และปล่อยตัวเองให้หยุดนิ่งพร้อมกับความสิ้นหวังที่กำลังจะมาถึง...