36 2-2
ตอนที่58 สถานศึกษาเซิงหลิง
“เฉพาะเยาวชนที่มีพรสวรรค์จึงมีการจำกัดอายุต่ำกว่ายี่สิบสองปีแต่ละจักรวรรดิสามารถส่งผู้เข้าประลองได้สี่คนเท่านั้น”
ใช่แล้ว งานประลองแห่งสี่จักรวรรดินับเป็นการประชันฝีมือครั้งใหญ่ทั้งนี้เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของแต่ละจักรวรรดิอีกด้วย
กล่าวคือ ผู้ใดได้สิทธิ์เข้าร่วมย่อมมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรการฝึกปรือที่หายากกว่าคนอื่นๆนี่ยังไม่รวมไปถึงข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมาย
เซียถงพยักหน้าคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเคารพยิ่งว่า
“หม่อมฉันเต็มใจอย่างยิ่งที่จะได้ทำเพื่อจักรวรรดิตงหลี่!”
ฝ่าบาทพยักหน้าตอบพลางชำเลืองมองเซียถงไปหนึ่งปราด กล่าวว่า
“ดีมากจักรวรรดิตงหลี่ของข้าได้รับการจัดอันดับให้อยู่ท้ายตารางเสมอมา หวังว่าครั้งนี้เจ้าจะนำความสำเร็จมาสู่พวกเราได้”
น้ำเสียงฟังดูแล้วโศกเศร้ามิใช่น้อย
สำหรับอันดับสุดท้ายที่ได้รับมาตลอดทุกครั้งทำให้องค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิตงหลี่ผู้นี้แทบจะไม่มีหน้าไปพานพบกับบรรดาองค์จักรพรรดิของอีกสามจักรวรรดิที่เหลือเลยทุกครั้งที่ห้าปีมาบรรจบและจัดงานประลองขึ้นมาทั้งสามคนที่เหลือมักจะชอบหัวเราะเยาะเขาเสมอมาซึ่งนี่เป็นความอัปยศตลอดมาที่ต้องเจอทุกๆ ห้าปี
“หม่อมฉันจะนำพาความสำเร็จกลับมายังจักรวรรดิตงหลี่ให้จงได้ขอพยายามจนตัวตายเพื่อให้จักรวรรดิตงหลี่รุ่งโรจน์อีกครั้ง!”
เซียถงเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเปี่ยมแววแน่วแน่มั่นคงกล่าวปฏิญาณสัญญากับฝ่าบาท
“ดี ดีมากในเมื่อเจ้ามีความทะเยอทะยานและรักชาติบ้านเมืองปานนี้เช่นนั้นแล้ว...ข้าจะส่งเจ้ากับคนอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งเข้าศึกษาในสถานศึกษาเซิงหลิงในวันพรุ่งนี้จงพัฒนาความแข็งแกร่งของเจ้าให้สูงล้ำ ภายในระยะเวลาสามเดือนที่เหลือเจ้าต้องแข็งแกร่งไร้เทียมทาน!”
ฝ่าบาทยกฝ่ามือตบโต๊ะดังปังท่าทางดูกระตือรือร้น สีหน้าเต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง
“ขอบพระคุณสำหรับความกรุณาฝ่าบาท”
เซียถงลอบยิงแสงเร้นประกายอย่างลับๆมุมปากเชิดสูงแสยะยิ้ม โค้งคำนับขอบคุณอีกครั้งด้วยความสุภาพ
ทุกอย่างเป็นไปดั่งกลอุบายช่างหอมหวานเสียจริง
สถานศึกษาเซิงหลิงถือเป็นสถานศึกษาของผู้บำเพ็ญตบะชั้นนำแห่งจักรวรรดิตงหลี่อาจารย์ภายในนั้นล้วนแต่เป็นยอดฝีมือระดับหัวแถวกันทั้งสิ้นเหล่าศิษย์สาวกล้วนแต่เป็นพวกบุตรหลานของเชื้อพระวงศ์ไม่ก็คุณหนูคุณชายจากตระกูลมั่งคั่ง บางคนแม้จะมีพรสวรรค์ที่ไม่โดดเด่นแต่เบื้องหลังที่คอยช่วยเหลือกลับแข็งแกร่งเหนือคาดมิเช่นนั้นคงไม่มีปัญญาส่งลูกหลานเข้าเรียนในสถานศึกษาเซิงหลิงเช่นกันและกล่าวกันตามตรง อาศัยเพียงแค่สถานะบุตรสาวของจวนเสนาบดีชั้นปลายแถวถึงเซียถงจะมีพรสวรรค์ความสามารถแต่ก็เป็นไปไม่ได้เช่นกันที่จะเข้าเรียนได้โดยลำพัง
ถึงแบบนั้นในตอนนี้ภายใต้คำแนะนำของฝ่าบาทเซียถงสามารถเข้าศึกษาฝึกปรือที่นี่ได้อย่างไม่ยากเย็นอันใดเลย
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้เดี๋ยวเจ้าเดินตามสาวรับใช้คนนั้นไปเพื่อเอาเห็ดหลินจือมรกตข้ายังมีธุระสำคัญที่ต้องหารือกับอัครมหาเสนาบดีเย่ต่อ”
ฝ่าบาทโบกมือปัดส่งให้ทางเซียถง
หลังจากเซียถงกล่าวขอบคุณและขอตัวลาออกไปเป็นอีกครั้งที่เย่หลีเทียนเหลือบสายตามองนางขณะเดินติดตามสาวรับใช้ในวังคนนั้นออกไปสายตาดวงนั้นของเขาประดุจอสรพิษร้าย ที่ทั้งโหดเหี้ยมและเย็นชาทำเอาเซียถงรู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจไปชั่วขณะ จนอดเร่งฝีเท้าตีห่างออกไปมิได้
คล้อยหลังเดินตามสาวรับใช้ในวังนางนั้นไปผ่านประตูวังไปหลายบาน ในที่สุดพวกนางก็มาถึงโถงพระคลังในท้ายที่สุดขันทีผู้มีหน้าที่เฝ้ารักษาอยู่หน้าประตูโถงพระคลังขอให้เซียถงนั่งรออยู่ด้านนอกโถงสักครู่หนึ่งขอตัวเข้าไปหาเห็ดหลินจือมรกตก่อน
เซียถงเดินไปตามสาวรับใช้นางนั้นต่อไปเพื่อไปหาที่ว่างนั่งรออยู่ด้านนอกโถงพระคลังก่อนที่นางจะพบเข้ากับไป๋หลี่หานที่กำลั่งนั่งริมจิบชาอยู่มิใกล้มิไกลอีกฝ่ายเพียงเอียงศีรษะเหลือบหางตามองมาทางเซียถงเล็กน้อยจับฝาครอบถ้วยชาปาดเช็ดขอบแก้วไปมาอย่างแช่มช้า เซียถงเลิกคิ้วมองอยู่สักพักจากนั้นค่อยถอนสายตาออกมา เลือกที่นั่งว่างๆ เอาให้ห่างไกลจากอีกฝ่ายที่สุดแล้วค่อยนั่งลง
หลังจากนั่งลงได้สักพักสาวรับใช้นางนั้นก็นำชุดถ้วยชายกมาให้ถึงตรงหน้านี่ก็อยู่ในวังเกิดเรื่องโน่นนี่อยู่พักใหญ่แล้ว นางเองก็รู้สึกกระหายน้ำอย่างยิ่งเซียถงยกมือจับการินน้ำชาด้วยตัวเองโดยไว ขณที่กำลังยกเข้าใกล้ริมฝีปากกำลังจะดื่มจู่ๆ ก็มีฝาครอบถ้วยชาบินมาจากทิศทางด้ายขวา พุ่งเข้ากระแทกถ้วยชาในมือนางจนหลุดกระเด็นร่วงกระแทกพื้นแตกออกเป็นเสี่ยงเล็กเสี่ยงน้อย ชาร้อนสาดกระเซ็นลวกทั้งตัวนาง
“นี่หมายความว่าอย่างไรรึท่าน?”
เซียถงลุกขึ้นมองไป๋หลี่หานที่กำลังนั่งจิมชาอารมณ์ดีสีหน้าแววตาหม่นลงหลายส่วน
“โอ้? พอดีมือข้ามันลื่น เผลอทำกระเด็นไปหาเจ้าจนได้”
ไป๋หลี่หานเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเหลียวมองนางพร้อมส่งมอบคำตอบสบายๆ กลับไปให้
“เป็นเช่นนั้นเอง”
เซียถงนั่งลงอีกคราเอี่ยวตัวลงไปหยิบเศษแก้วชาขึ้นมาชิ้นหนึ่งและนำถ้วยชาอันใหม่ออกมามาพร้อมเริ่มรินชาอีกครั้งอย่างใจเย็น ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นางหันไปกล่าวกับสาวรับใช้ที่กำลังยืนตื่นตระหนกอยู่เคียงข้างว่า
“ชาสีอ่อนไปเสียแล้วนำใบชามาเพิ่มให้ที”
สาวรับใช้ในวังนางนั้นพยักหน้าตอบและรีบคว้าชายกระโปรงถกขึ้นสูงและรีบวิ่งออกไป แทนที่จะเอากาเก่าไปเติมใบชาทว่านางกลับวิ่งไปชงชากาใหม่ให้ทันที
เหม่อมองแผ่นหลังสาวรับใช้ที่เดินจากออกไปเซียถงปั้นหน้าฉายแววสงสัยออกมาในทันใดไฉนสาวรับใช้นางนี้ถึงดูกระสับกระส่ายปานนี้ด้วย?
“กลับบ้านไปเถอะชาในวังหาใช่ของดีสักเท่าไหร่”
ไป๋หลี่หานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาเหลือบหางตามองสาวรับใช้นางนั้นที่รีบวิ่งออกไป
แก้วตาเซียถงส่องประกายวาบหนึ่งคล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้แล้ว จึงค่อยหันกลับมามองไป๋หลี่หานทันทีทันใดก็มีเศษถ้วยแผ่นหนึ่งถูกดีดออกมาจากนิ้วมือขวาของนางพุ่งเข้าใส่ถ้วยชาในมือของไป๋หลี่หานอย่างแม่นยำ
ไป๋หลี่หานปฏิกิริยารวดเร็วว่องไวยิ่งยวดกางสองนิ้วคีบเศษถ้วยแผ่นนั้นเอาไว้ได้ทันก่อนตกลงไปในถ้วยชาเงยหน้าขึ้นจับจ้องทางเซียถง
“โปรดอภัยข้าเองก็มือลื่นเล็กน้อยเช่นกัน เผลอทำกระเด็นใส่ท่านจนได้”
เซียถงเหลือบสายตาสวนอีกฝ่ายกลับไปและเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเอื่อย
พอไป๋หลี่หานได้ยินเช่นนั้นมุมปากพลันกระตุกขึ้นทีหนึ่ง แววประกายแสงนุ่มนวลส่องสะท้อนผ่านแก้วตาคู่นั้น
คิดบัญชีไวโดยแท้แต่โชคยังดีที่เขาเตรียมพร้อมเสมอ!
เซียถงปิดปากเงียบไม่พูดอะไรต่อไป๋หลี่หานเองก็มิได้เอ่ยกล่าวอันใดออกอีกเช่นกัน เพียงทั้งสองต่างจับจ้องมองหน้ากันอยู่คนละฝากฝั่งบรรยากาศเงียบฉี่รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งสองต่างสบตากันและกันชนิดไม่มีใครยอมใคร
แผ่นหลังของหญิงสาวตั้งตรงเซียถงจ้องเขม็งมองสวนโต้กลับไปโดยไม่มีแววเกรงกลัว แก้วตาของนางใสบริสุทธิ์งดงาม แต่เร้นแฝงไปด้วยความเยียบเย็นระแวดระวังอยู่ตลอดเวลาในส่วนของไป๋หลี่หานเองก็ไม่มียอมกัน ม่านตาดีดำขลับเข้มยิ่งทวีความลึกล้ำเข้มข้นเบื้องลึกในดวงตาคู่นั้นเปรียบเสมือนหุบเหวไร้ก้นบึ้งที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกเป็นชั้นหนา
ประดุจช่วงเวลาได้หยุดนิ่งลงทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัดจนน่าขนลุก
“คุณหนูเซี่ยกาน้ำชาใหม่มาแล้วเจ้าค่ะ รีบดื่มก่อนจะเย็นดีกว่าเจ้าค่ะ”
สาวรับใช้ในวังนางนี้ปรากฏตัวออกมาได้จังหวะเหมาะเจาะเสียเหลือเกินหนึ่งประโยคคำพูดได้ทำลายบรรยายกาศอันเงียบงันลงในทันใด
เพียงสะบัดนิ้วทีหนึ่งไป๋หลี่หานก็ทิ้งเศษถ้วยที่คีบด้วยสองนิ้วลง ก้มหน้าก้มตาริมจิบชาในถ้วยต่อ
เซียถงเพ่งสายตามุ่งความสนใจมองกาน้ำชาใหม่ในมือของสาวรับใช้ในวังนางนั้นด้วยความสงสัย