เพล้ง!
แก้วชาในมือของหลี่เจี่ยหลิงตกแตกกระจาย
หวังชุนเค่อหันมามองตามเสียงเห็นหลี่เจี่ยหลิงกำลังจะก้มลงไปเก็บถ้วยชาที่แตกก็รีบห้าม
“เ้าจะหยิบขึ้นมาทำสิ่งใดเดี๋ยวข้าจะบอกให้เด็ก ๆ มาเก็บกวาดที่นี่”เขามองใบหน้าเหนื่อยล้าของหลี่เจี่ยหลิงอย่างเป็กังวล “เ้าเองก็ไปพักสักหน่อยเถอะเดี๋ยวเ้าก็ได้ล้มป่วยไปอีกคน”
หลี่เจี่ยหลิงมองเศษแก้วน้ำชาที่แตกอย่างไม่สบายใจชั่วขณะไม่รู้ทำไมแต่นางรู้สึกเหมือนต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับห่าวหลิน
จิตใจร้อนรนกระวนกระวายอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้หรือว่าจะเกิดเื่กับห่าวหลิน
หลี่เจี่ยหลิงสะบัดหัวไล่ความคิดคงเป็เพราะตลอดสองวันมานี้นางกับท่านปู่หมกมุ่นอยู่กับการวิเคราะห์ตัวยาถอนพิษต่อจากเศษกระดาษที่ยังคงเหลืออยู่ของอาจารย์ตลอดทั้งวันทั้งคืนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนเป็แน่
หวังชุนเค่อดันหลี่เจี่ยหลิงออกไปนั่งพักบนแคร่อีกด้านหนึ่งของห้องก่อนออกไปเรียกเด็กรับใช้ข้างนอกให้เข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาดเศษแก้วบนพื้นไม่งั้นหญิงสาวอาจจะเดินไปเหยียบโดยไม่ตั้งใจได้
หลี่เจี่ยหลิงเอนตัวใช้มือค้ำกับพนักเก้าอี้มือค้ำอยู่ที่หัวตัวเองปิดตาหลับสนิท ปิดกั้นทุกสิ่งอย่าง
อาจารย์....ช่วยข้าด้วย
หลี่เจี่ยหลิงลุกพรวดขึ้นมาเดินไปคว้ากระดาษมาวางบนโต๊ะหวังชุนเค่อเห็นท่าทางของหลี่เจี่ยหลิงก็รีบเข้ามามุงดูแผ่นกระดาษทันที
หลี่เจี่ยหลิงคว้ากระดาษเปล่าอีกแผ่นขึ้นมาเขียนส่วนผสมของพิษเหมันต์กัดกร่อนหทัยที่ยังพอหลงเหลืออยู่ลงไปจากนั้นก็หยิบกระดาษแผ่นใหญ่อีกแผ่นขึ้นมาขีด ๆ เขียน ๆ
“นี่มัน!”หวังชุนเค่ออ่านส่วนผสมยาพิษที่วางอยู่บนโต๊ะ ส่วนผสมแตกต่างกับตำรับยาที่หมอปีศาจเฒ่าเหลือทิ้งเอาไว้สามส่วน
“งูพิษเหยียนซี[1] เกาทัณฑ์พิษ[2]เพียงแค่สองตัวนี้ก็ทำให้คนที่ถูกพิษตายได้ทันทีเชียวนะ เ้าแน่ใจหรือ?”หวังชุนเค่อมองหลี่เจี่ยหลิงอย่างไม่เข้าใจ
หลี่เจี่ยหลิงชี้ไปที่สมุนไพรตัวหนึ่งในนั้น“ชางผู่[3] สมุนไพรตัวนี้เดิมทีเป็สมุนไพรที่ช่วยบำรุงสมองและประสาท แต่หากผสมเข้ากับพิษทั้งสองตัวนี้”
หวังชุนเค่อขมวดคิ้วคิดตาม“มันก็จะทำให้ประสาทของผู้ต้องพิษเปิดกว้างรับพิษได้มากยิ่งขึ้น ตามหลักแล้วหากร่างกายของคนเราได้รับการโจมตีอย่างหนักอวัยวะภายในร่างกายจะเกิดการต่อสู้ขัดขืนต่อต้านพิษขึ้นมาเอง”
เดิมทีการที่ร่างกายสามารถต้านทานพิษได้เป็เื่ที่ดีแต่ว่าส่วนผสมของยาพิษชนิดนี้มีสมุนไพรพิษหลายชนิดอีกทั้งยังมีพิษหลักร้ายแรงถึงสองชนิดไม่มีทางที่ร่างกายจะต่อต้านพิษที่ร้ายแรงขนาดนี้ได้
อย่างมากก็แค่ยื้อให้คนเจ็บทรมานกับพิษนานยิ่งขึ้นกว่าเดิมในความโชคร้ายมีความโชคดีแฝงอยู่ หากสามารถยื้อชีวิตได้นานพอที่จะช่วยเหลือก็รอดแต่ว่า ในตอนนี้ที่ไม่มียาถอนพิษ
นี่เท่ากับว่าเป็การทรมานคนที่โดนพิษจนกว่าร่างกายจะไม่อาจรับได้นั่นหมายถึงความตายที่มาเยือน
“เ้าหนุ่มนั่นทนมาได้อย่างไงกัน?”หวังชุนเค่ออยากกุมขมับ ยายเฒ่าเ้าทำอะไรลงไป
หลี่เจี่ยหลิงเม้มปาก“หลิงเอ๋อร์คิดว่า เขาได้สำนักเต๋าช่วยเอาไว้เ้าค่ะ”
สำนักเต๋าเป็ลัทธิศาสนาที่ปลีกตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกถึงจะมีเหล่านักบวชลัทธิเต๋าออกเผยแพร่ศาสนา แต่ไม่มีใครรู้ว่าสำนักเต๋าอยู่ที่ไหนรู้เพียงแค่เ้าสำนักเต๋ามีนิสัยประหลาดเดินทางไปทั่วใต้หล้า รับเด็กที่มีพร์ไปเข้าร่วมสำนักแล้วปลีกวิเวกจากไป
มีคำกล่าวว่าหากเมื่อใดโลกวุ่นวายสำนักเต๋าจะปรากฏตัวพร้อมกับผู้กอบกู้ที่ถูกเลือกหากมีคนที่ถูกเลือกสำนักเต๋าจะปกป้องด้วยชีวิตและดูแลอย่างดี
แต่ว่าโลกใบนี้วุ่นวายมานานแล้วสำนักเต๋าก็ไม่เห็นโผล่ออกมา
หนึ่งในวิชาขึ้นชื่อของสำนักเต๋าที่เคยเป็ที่กล่าวขานในยุทธภพก็คือวิชาสะกัดจุดเส้นลมปราณ และมีเพียงเ้าสำนักเต๋าเท่านั้นที่รู้วิชานี้
หวังชุนเค่อเงียบพยายามสะกดกลั้นอารมณ์คว้ากระดาษที่เขียนส่วนผสมของยาถอนพิษตัวใหม่ที่หลี่เจี่ยหลิงเขียนก่อนจะเขียนตัวอักษรเพิ่มเข้าไป
“ดอกเกล็ดหิมะเทือกเขาลั่วซาน”หลี่เจี่ยหลิงพูดทวนอย่างไม่แน่ใจ “ท่านปู่ดอกเกล็ดหิมะมีฤทธิ์เย็นจะไม่ยิ่งไปเสริมพิษหรอกหรือ”
“เ้าดูส่วนผสมพวกนี้สิ”หวังชุนเค่อชี้ไปที่รายชื่อสมุนไพร“สมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็สมุนไพรฤทธิ์อุ่นร้อนทั้งสิ้น หากเ้าคิดจะใช้ความร้อนปะทะความเย็นเ้าคิดว่าร่างของสามีเ้าจะรับได้อย่างนั้นหรือ”
หลี่เจี่ยหลิงมองหวังชุนเค่อหากไม่ได้หวังชุนเค่อเตือนก่อน นางคงทำร้ายจ้าวห่าวหลินโดยที่ไม่ตั้งใจเป็แน่
“ยาถอนพิษนี้ยังไม่สมบูรณ์ยังขาดสมุนไพรบางส่วนที่ช่วยผสานตัวยาทั้งหมดเข้าด้วยกัน”หวังชุนเค่อจับไหล่ของหลี่เจี่ยหลิงไปนั่งที่แคร่อีกครั้ง“เอาเถอะ ค่อยเป็ค่อยไป อาจารย์ของเ้าใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตคิดยาถอนพิษนี้ข้าไม่คิดว่าพวกเราใช้เวลาแค่สองวันก็ชนะอาจารย์เ้าได้หรอก จริงไหม?”
“ข้าไม่คิดว่าห่าวหลินจะรอได้นานขนาดนั้น”แม้ว่าจะมีสำนักเต๋าคอยสะกดจุดเส้นลมปราณให้แต่ดูจากเส้นลมปราณของเขาในตอนนี้เกรงว่าคงจะสะกัดกลั้นพิษได้อีกไม่นานนักอย่างมากเขาก็อยู่ได้อีกไม่กี่เดือน
“ข้ารู้แต่ไม่ใช่ว่าทุกเื่เร่งรีบแล้วจะดี บางครั้งการปล่อยเวลาผ่านไปบ้างก็ดีเหมือนกัน”
หลี่เจี่ยหลิงถอนหายใจ“จริงอย่างที่ท่านปู่พูดเ้าค่ะ”
“เอาละในเมื่อเ้าเหม่อจนทำแก้วชาข้าตกแตกแล้ว”หวังชุนเค่อยิ้มรู้ทัน “เช่นนั้นเ้าก็กลับไปหาคนที่ใจเ้าถวิลหาเถิด”
หลี่เจี่ยหลิงหน้าชักสีหน้าใส่เอ่ยเสียเบา“ใครกัน?”
หวังชุนเค่ออดที่จะเอ่ยเตือนไม่ได้“อย่าให้ต้องสูญเสียแล้วนึกเสียใจ”
หลี่เจี่ยหลิงคัดลอกตำรับยาถอนพิษที่คิดค้นขึ้นมารอจนแห้งแล้วจึงเก็บเข้าอกเสื้อ คารวะหวังชุนเค่อแล้วเดินออกจากห้องไป
หวังชุนเค่อมองตามหลังหลี่เจี่ยหลิงถอนหายใจหนักใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากให้ยายหนูไปเกี่ยวข้องกับเ้าหนุ่มสามีของนางนักแต่ใจหนึ่งก็รู้ดีว่าไม่อาจต้านทานชะตา์ได้
เื่ราวทุกอย่างหากบอกว่าบังเอิญก็ดูจะ....
ชายหนุ่มที่โดนพิษจากตำรามหาพิษที่โดนขโมยไปกลับได้หลี่เจี่ยหลิงที่เป็ลูกศิษย์เพียงคนเดียวของเ้าของตำราช่วยเหลือโดยบังเอิญนี่มันบังเอิญจริงหรือ
สำหรับเขาที่อยู่มานานขนาดนี้ย่อมเชื่อว่าเื่นี้เป็เื่์ได้กำหนดลงมาแล้วหรือบางทีพวกเขาอาจจะเกี่ยวข้องกันมากว่าที่คิดไว้
สิ่งที่ทำให้เขาไม่อยากให้หลี่เจี่ยหลิงเข้าไปเกี่ยวข้องเพราะการที่เ้าหนุ่มโดนพิษนี้ได้ แสดงว่าต้องเกี่ยวข้องพ่อมดอสรพิษดำไม่ทางตรงก็ทางอ้อมหมายความว่าหลี่เจี่ยหลิงจะต้องปะทะกับพ่อมดอสรพิษดำเข้าสักวัน
หากพ่อมดอสรพิษดำไม่มีตำรามหาพิษอยู่ในมือก็ช่างเถอะ แต่นี่ เฮ้อ.... เ้าจากไปก็ยังไม่ลืมทิ้งปัญหาไว้ให้ยายหนูอีกนะปัญหาของเ้า เ้าก็ช่วยชี้ทางให้ยายหนูหน่อยเถอะ
.......
ยามห้ายหลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียงก็ควบม้าวิ่งไปฝ่าความมืดตรงกลับมาถึงหมู่บ้านหนิวเจีย
เมื่อมาถึงหมู่บ้านหนิวเจียสิ่งที่ทำให้พวกเขาสองคนสังหรณ์ใจไม่ดีก็คือปกติแล้วยามนี้ชาวบ้านจะต้องหลับนอนกันไปแล้วแต่พวกนางเห็นมีบ้านเรือนหลายหลังยังคงมีตะเกียงจุดสว่างอยู่
ชุนเชียงมองไปทางหลี่เจี่ยหลิง“วันนี้เป็วันเทศกาลอะไรหรือเปล่า?” ไม่ใช่วันสิ้นปีเสียหน่อยทำไมชาวบ้านไม่หลับไม่นอนกัน
หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีมากขึ้นสะบัดแส้ควบม้ามุ่งตรงขึ้นเขากลับบ้านพอไปถึงเรือนก็เห็นว่าภายในเรือนของตัวเองแสงไฟสว่าง
เหตุใดดึกปานนี้แล้วห่าวหลินถึงยังไม่นอนนางรู้สึกร้อนใจะโเหินตัวลงจากหลังม้า ทิ้งให้ชุนเชียงจัดการม้าแทน ส่วนตัวเองกระชากประตูเปิดเข้าไป
ภายในห้องโถงกลางมีหวังซื่อนั่งอยู่อย่างไม่คาดคิดว่าจะได้พบนางที่นี่“พี่สะใภ้หวัง เหตุใดท่านถึงได้มาอยู่ที่นี่”
หวังซื่อที่รอคอยอยู่ที่นี่แทบจะร้องไห้ทันทีที่ได้เห็นหลี่เจี่ยหลิงนางก็รีบปรี่เข้าไปหาราวกับเด็กน้อยที่โหยหามารดา
“แย่แล้วท่านหมอแย่แล้ว”
หัวใจของหลี่เจี่ยหลิงกระตุก“เกิดอะไรขึ้นกับสามีข้า เขาอยู่ที่ไหน?”
หวังซื่อจับกุมมือทั้งสองข้างของหลี่เจี่ยหลิงแน่นมองสบตาของนาง“ท่านหมอท่านใจเย็นนะ ฟังข้าให้ดีเมื่อตอนเย็นห่าวหลินกลับมาจากเมืองฉางก็โดนพวกเ้าหยางดักทุบตีที่หน้าหมู่บ้านเคราะห์ดีที่เฉินเหลียงไปช่วยได้ทัน
ตอนนี้พวกท่านพ่อกำลังเปิดศาลบรรพชนทำโทษพวกเ้าหยางอยู่เ้ารีบเข้าไปดูสามีเ้าเถอะ ตอนที่เ้าไม่อยู่รู้ไหมว่าพวกข้ากังวลกันแค่ไหนอาการสามีเ้าไม่ใคร่สู้ดีนัก”
หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะก่อนจะตั้งสติได้ “พี่สะใภ้หวังท่านช่วยไปบอกท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านจับพวกเฉินหยางขังไว้ก่อนพรุ่งนี้ค่อยเปิดศาลบรรพชน ข้าจะไปฟังการลงโทษด้วยตัวเองเ้าค่ะ”
หวังซื่อรู้สึกโล่งใจขึ้นมานางรู้ดีว่าสิ่งที่เฉินหยางทำร้ายแรงเพียงใดหากท่านหมอจะเอาเื่ไปแจ้งทางการทันทีให้ขังเฉินหยางกับพวกก็ไม่มีใครในหมู่บ้านสามารถห้ามได้
แต่หากเป็เช่นนั้นหมู่บ้านหนิวเจียแห่งนี้ก็คงจะเสียหน้าไม่น้อยอีกทั้งหากคนของตระกูลเฉินมีคดีติดตัวเช่นนี้คนในตระกูลคนอื่นก็จะถูกตัดสินในการเข้าร่วมสอบเคอจวี่ทันที
นางแต่งงานกับเฉินต้าหลางลูกชายคนโตของเฉินจิ่งมานาน กว่าจะได้ลูกชายสักคนทั้งบ้านยอมกัดฟันส่งเสียลูกชายของนางให้ร่ำเรียนหวังเพียงเขาสอบได้เป็ขุนนางแล้วฐานะทางบ้านของทุกคนจะดีขึ้นเสียที
นี่ยังไม่รวมไปถึงเื่ที่พ่อสามีของนางรับปากกับเฉินกานพ่อของเฉินหยางไว้ว่าจะดูแลลูกชายเขาให้ดีหากเื่ถึงโรงถึงศาล พ่อสามีนางจะมองหน้าเฉินกานได้อย่างไร?
หวังซื่อรีบพยักหน้ารัวๆ บอกให้หลี่เจี่ยหลิงเข้าไปดูอาการของจ้าวห่าวหลินเถอะ ส่วนตัวเองก็รีบร้อนออกไปเกือบชนเข้ากับชุนเชียงที่เข้าบ้านมา
“พี่สะใภ้หวังรีบร้อนไปไหน?”ชุนเชียงชี้มือไปทางหวังซื่ออย่างไม่เข้าใจ
“ชุนเชียงเ้าไปต้มน้ำ” หลี่เจี่ยหลิงสั่งการเสร็จก็เข้าไปภายในห้องกลิ่นสมุนไพรโชยออกมาผสมกับกลิ่นคาวเื บนพื้นยังมีเสื้อผ้าตัวนอกที่เปื้อนไปด้วยเืและดินกองอยู่
ห่าวหลินเป็คนรักสะอาดไม่เคยใส่เสื้อผ้าซ้ำกันในแต่ละวัน นางที่อยู่ด้วยย่อมรู้ดีเพียงแค่มองก็รู้ได้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง
“ท่านหมอ”หลินซื่อดวงตาแดงก่ำหันมาเห็นหลี่เจี่ยหลิงก็แทบร้องไห้
เฉินเหลียงที่อยู่ข้างกันได้ยินเสียงภรรยาก็รีบหันกลับมามองทันที“ท่านหมอท่านกลับมาแล้ว” น้ำเสียงของเขาไร้ความกังวล มีแต่ความดีใจ
พวกเขาล้วนจนปัญญาแล้วหากท่านหมอไม่กลับมา พวกเขาก็ได้แต่ภาวนาให้เสี่ยวหลินรอดจนถึงเช้า แล้วค่อยพาไปหาหมอในตัวเมืองฉางด้วยกันเท่านั้น
์ช่วยท่านหมอที่หายตัวไปหลายวันกลับมาทันเวลาพอดี
หลี่เจี่ยหลิงมองสองสามีภรรยาแววตาของทั้งคู่บ่งบอกถึงความเป็ห่วงจ้าวห่าวหลินอย่างชัดเจนนางโชคดีที่มีเพื่อนบ้านดี ไม่อย่างนั้นสามีของนางคงตายอยู่หน้าหมู่บ้านไปแล้วเป็แน่
“พี่สะใภ้พี่เฉิน ลำบากพวกท่านแล้ว”
“เฮ้อ....ไม่ลำบากเลย ยามลำบากก็ต้องช่วยเหลือกันมิใช่หรือ” เฉินเหลียงไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ท่านหมอกลับมาก็ดีแล้วหลี่เจี่ยหลิงมองไปยังสามีของนางที่นอนอยู่บนเตียงสวมเพียงแค่ชุดตัวในขาวสะอาดคงเป็พี่เฉินที่เปลี่ยนชุดให้เขาสบายตัว ใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดบวมปูดเขียวช้ำปากแตก ตัวสั่นเล็กน้อยดูเหมือนจะมีไข้
เฉินเหลียงสะกิดหลินซื่อให้หลบออกไปนอกห้องให้หลี่เจี่ยหลิงรักษาจ้าวห่าวหลินได้สะดวก
“ท่านหมอพวกข้าจะอยู่ข้างนอกนี้หากท่าน้าอะไรเรียกพวกข้าได้”
แม้ว่าหลี่เจี่ยหลิงกลับมาแล้วแต่ทั้งสองก็ยังไม่วางใจจนกว่าจะเห็นอาการของชายหนุ่มดีขึ้น
“เ้าค่ะ”หลี่เจี่ยหลิงเข้าใจพวกเขานางดีใจเสียด้วยซ้ำที่พวกเขาเป็กังวลห่วงจ้าวห่าวหลินด้วยใจจริง
หลี่เจี่ยหลิงลากเก้าอี้ไปนั่งข้างเตียงเตานิ้วเรียวไล้ไปตามดวงหน้าของชายหนุ่มาแบนใบหน้าเหมือนจะโดนทาสมุนไพรแก้ฟอกช้ำเอาไว้ น่าจะเป็ฝีมือของเฉินเหลียง
สำหรับนายพรานแล้วแม้จะมีรายได้ดีแต่ก็หลีกเลี่ยงการาเ็ได้ยากนางจึงทำยาสำหรับใช้รักษาทั่วไปไว้ให้ไม่คิดเลยว่ายาเ่าั้จะย้อนกลับมาอยู่บนหน้าสามีของนางแทน
“ดูเ้าสิข้าไม่อยู่เพียงแค่ไม่กี่วัน เ้าก็เป็เช่นนี้แล้ว”น้ำเสียงของหญิงสาวแกมขบขันแกมดุ
หลี่เจี่ยหลิงพลิกเปลือกตาชายหนุ่มออกดูจับชีพจร ....ดูเหมือนว่าพิษจะกำเริบอีกแล้ว
หญิงสาวขมวดคิ้วพิษเพิ่งจะกำเริบไปเมื่อสองวันก่อน วันนี้ก็กำเริบอีกแล้ว ระยะเวลาในการกำเริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ หากหาสำนักเต๋าที่คอยสะกดจุดของเขาไม่พบก็ต้องปรุงยาถอนพิษให้เร็วที่สุด
แต่ว่า....ดอกเกล็ดหิมะมีเงื่อนไขสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง
ฤทธิ์ของดอกเกล็ดหิมะสามารถคงอยู่ได้เพียงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้นหมายความว่าจะต้องปรุงยาตรงที่พบมันแล้วให้คนไข้ดื่มทันที
หากจะเดินทางไปยังเทือกเขาลั่วซานจะต้องเตรียมร่างกายของห่าวหลินให้พร้อมอีกทั้งยังต้องมีสมุนไพรส่วนที่เหลือติดมือไปด้วย พร้อมที่จะปรุงยา
ดอกเกล็ดหิมะหาพบได้ยากมากหากเจอก็นับว่าโชคดี ดังนั้นแม้จะหาเจอก็ไม่อาจปรุงยาผิดพลาดได้เลย
หลี่เจี่ยหลิงปลดเสื้อตัวบนของจ้าวห่าวหลินออกมองเห็นาแช้ำเขียวไปทั่วร่างความโกรธก็พุ่งขึ้นมา นางทั้งดูแลบำรุงเขาอย่างดีอีกทั้งอดนอนสองวันสองคืนเพื่อหาทางรักษาพิษ แต่เ้าพวกนั้น
คิดว่าจะรังแกคนของข้าง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ....
หลี่เจี่ยหลิงสะกดอารมณ์จุดกำยานช่วยผ่อนคลายและมีฤทธิ์อุ่นคลายหนาววางไว้บนโต๊ะหัวเตียงข้างจ้าวห่าวหลินก่อนจะเริ่มการฝังเข็ม รมควันร้อนเพื่อระบายไอเย็นจากร่างกายของชายหนุ่มออกมา
าแฟอกช้ำได้เฉินเหลียงทายาสมุนไพรให้แล้วจึงไม่ต้องกังวลมากนัก
ตอนที่ชุนเชียงเดินเข้ามาหลี่เจี่ยหลิงก็สวมเสื้อให้ชายหนุ่มเรียบร้อยแล้วนางเม้มปากชะเง้อคอมองท่านเขยด้วยความกังวลใจตอนที่หลินซื่อออกไปได้บอกนางแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นางโมโหแทบบ้าอยากจะวิ่งไปซัดพวกนั้นให้ตายเสียเดี๋ยวนั้นแต่โดนพี่เฉินห้ามไว้เสียก่อน หึ! คนของตระกูลหลี่รังแกได้ง่ายนักหรือเห็นว่าฮูหยินข้าไม่อยู่รังแกท่านเขย เ้าพวกหมาหมู่
“หลิงเอ๋อร์ดูเหมือนท่านเขยมีไข้ใช่หรือไม่ให้ข้าไปต้มยาลดไข้หน่อยไหม?”
“เ้าไปปรุงยาลดไอเย็นแทนเถอะ”หลี่เจี่ยหลิงรับอ่างน้ำมาวางข้างตัว ใช้ผ้าชุบบิดหมาด ๆ ค่อย ๆ เช็ดตัวให้ชายหนุ่มอย่างแ่เบา
หลี่เจี่ยหลิงรอจนกระทั่งชุนเชียงจากไปจึงกุมมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มที่ผ่านมาชายผู้นี้ผ่านอะไรมากัน
เมื่อก่อนนางเคยสงสัยว่าเขาจะนำภัยมาสู่ตัวนางได้แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเขาจะต้องเกี่ยวข้องกับพ่อมดอสรพิษดำไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนพิษเหมันต์กัดกร่อนหทัยหนึ่งในพิษร้ายจากตำรามหาพิษของอาจารย์ได้
นางไม่กลัวพ่อมดอสรพิษดำอย่างไรก็ตามนางกับพ่อมดอสรพิษดำถือเป็ศัตรูต่างสำนักกันอีกทั้งตอนนี้ตำรายังอยู่ในมือของเขา นางยิ่ง้าที่จะ่ชิงตำรากลับคืนมาดังนั้นนางจะต้องรู้ให้ได้เสียก่อนว่า ห่าวหลินไปโดนพิษที่ไหนและโดนพิษได้อย่างไร?
ดูเหมือนชะตาของนางกับเขาจะเกี่ยวพันกันมากกว่าที่คิด
“พิษของเ้าอยู่กับเ้ามานานกว่าสิบปีคงจะทรมานมากใช่หรือไม่?”
หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกเ็ปขึ้นมาเล็กน้อยหากสืบย้อนกลับเื่นี้ก็เกี่ยวข้องกับอาจารย์ของนางด้วย ที่ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับพิษนี้ไม่สิ้นสุด
“ไม่ต้องกังวลข้าสัญญากับเ้าแล้วว่าจะถอนพิษให้เ้าตราบที่เ้ามอบทายาทให้แก่ข้าข้าคิดหายาถอนพิษได้แล้ว ดังนั้น...” นางกุมมือชายหนุ่มแน่นกว่าเดิม “อยู่กับข้า”
-----------------------------------------
[1] งูพิษเหยียนซีเป็งูตัวโตค่อนข้างดุร้ายตัวหนึ่ง หัวเป็ทรงสามเหลี่ยม เกล็ดใหญ่ตัวหนาหางค่อนข้างสั้น บริเวณลำตัวถึงหางมีสีน้ำตาลเทา มีลายขวางสีน้ำตาลเข้ม
[2] เกาทัณฑ์พิษหรือยางน่อง มีสองชนิดคือยางน่องต้นกับยางน่องเครือ นอกจากอยู่ที่ยางของต้นแล้วเมล็ดก็มีความอันตรายเช่นกัน เพราะมีสารไกลโคไซด์ที่เป็พิษต่อหัวใจเรียกว่าสโตรแฟนตินจี, คอมพิคาซิต โคลีน และไตรโกเนลลีนซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและทำให้ตัวใจเต้นช้าลงไม่เป็จังหวะและหัวใจวาย
[3] ชางผู่จัดเป็ยาในกลุ่มยาเปิดทวาร มีฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณหัวใจและกระเพาะอาหารช่วยกระตุ้นประสาท เพิ่มความจำ เพิ่มความสดชื่น