ตอนที่21
เสวี่ยิปรากฏตัว
หลังออกจากห้องประมูลเสวี่ยิก็นำตั๋วที่ได้รับไปแลกเป็เงินเหรียญ แต่เพราะ "คำสมบัติมากเกินไปเภทภัยจะมาเยือน"เสวี่ยิจึงไม่ได้สวมแหวนมิติเอาไว้บนนิ้วมืออีกเพราะเขารู้ตัวว่าความแข็งแกร่งของตัวเองนั้นยังไม่เพียงพอที่จะดูแลสมบัติที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้ในเมืองหยกเมือง และเขตแดนตะวันออกนั้น โดยส่วนใหญ่ผู้ฝึกตนที่ใช้แหวนมิติ ล้วนแต่มีระดับฝึกตนไม่ต่ำเตี้ยไปกว่าลมปราณระดับแรกธรรมชาติ
เมื่อได้ทุกสิ่งครบตามที่ตั้งใจเสวี่ยิจึงเลือกที่จะออกจากโดมใหญ่ ซึ่งเป็สถานที่จัดงานประมูลหอไม้ดำในทันทีแต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นจื่อฮุยกำลังยืนเจรจากับผู้คนซึ่งเสวี่ยิไม่รู้จักอยู่แต่เพราะตอนนี้เสวี่ยิยังสวมรอยอยู่ในคราบของนักปรุงยาอี้เฟย ทำให้เขาจำต้องเดินจากไปโดยที่ไม่ได้เอ่ยทักทาย
เมื่อออกมาจากงานประมูลหอไม้ดำมาได้ครู่หนึ่งเสวี่ยิก็รู้สึกได้ว่ามีผู้คนแอบลอบติดตามตัวเองอยู่ ความระแวงจากการถือเงิน10000 เหรียญทอง บวกกับของมีค่าอื่น ๆ ทำให้เสวี่ยิไม่กล้าเสี่ยงหันกลับไปเผชิญหน้าตรงๆ เพื่อเปิดโปงผู้ติดตาม เพราะหากเป็กลุ่มโจรที่แข็งแกร่งแล้ว เื่ราวคงจบลงไม่ดีนักเสวี่ยิจึงเลือกเร่งฝีเท้า ลัดเลาะเข้าซอยแคบก่อนจะะโลอยตัวขึ้นไปบนหลังคาเพื่อฉีกหนีจากกลุ่มผู้ที่ติดตามอยู่เื้ั
แต่แล้วเหตุการณ์กลับผิดคาดบนหลังคาตึกซึ่งอยู่ห่างไปอีกไม่กี่หลัง กลับมีผู้คนติดตามดูเขาอยู่อีกกลุ่มหนึ่งทำให้เสวี่ยิไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ะโกลับลงไปยังอีกฟากฝั่งของถนน ก่อนจะเลาะเลี้ยวเข้าเหลาสุราที่อยู่ใกล้ๆ แทน
โชคดีที่ยามนี้ฟ้ามืดค่ำผู้คนต่างถิ่นต่างแวะเวียนเข้าเหลาสุรา เพื่อพักรับประทานอาหารค่ำ ทำให้ในเหลาสุราไม่เงียบเหงาเสวี่ยิอาศัยฝูงชนปะปนเข้าไป ฉีกกระชากอุปกรณ์ปลอมแปลงทีละชิ้น สองชิ้นเก็บเอาไว้ในกระเป๋ามิติก่อนหายลับเข้าห้องสุขาแล้วกลับออกมาพร้อมด้วยชุดเสื้อผ้าใหม่ที่ซื้อหาเอาไว้ก่อนหน้า
เมื่อละทิ้งสถานะนักปรุงยาอี้เฟยก็กลับสู่ร่างเดิมขอเสวี่ยิอีกครั้ง ทำให้สามารถหลบหนีการติดตามในขั้นต้นได้แต่กลับลืมเลือนเื่ที่ตัวเองนั้น กำลังถูกกลุ่มคนของหลี่เปียวตามล่าอยู่ไปเสียสนิททำให้หลังจากที่เขาเดินออกจากเหลาสุราไปได้ไม่นานนัก กลุ่มคนอีกหลายกลุ่มก็มุ่งตรงมาทางเขา จนเสวี่ยิถึงกับหน้าถอดสี
ดูจากจำนวนผู้คนทิ่ติดตามแล้วเสวี่ยิคงยากที่จะหลบรอดได้อีกเมื่อเหตุการณ์เดินมาจนถึงขั้นนี้ เสวี่ยิก็ตั้งสมาธิรวบรวมลมปราณตระเตรียมรับมือ
แต่ไม่ทันที่ทุกผู้หวังร้ายจะเข้าใกล้เสวี่ยิราชรถสีทองอล่ามคันหนึ่งก็แล่นไวเข้ามาเทียบที่ด้านข้างเสวี่ยิซะก่อนและเมื่อผู้ที่กำลังไล่ตามมาเห็นราชรถคันดังกล่าวก็ล้วนหลบหายไปจนสิ้นในพริบตา
หน้าต่างราชรถสีทองเปิดออกจื่อฮุยยื่นหน้าออกมาร้องเรียก..."หยุดให้กับเรา"รถม้าก็หยุดอยู่ที่ด้านข้างเสวี่ยิพอดิบพอดี ก่อนที่จื่อฮุยจะเรียกเสวี่ยิให้ขึ้นมานั่งสนทนากันบนราชรถรถม้าทรงของจวนเ้าเมืองและจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้เสวี่ยิรู้ฐานะที่แท้จริงของจื่อฮุยว่าเป็หลานของเ้าเมืองหยกม่วงแม้จะตระหนกอยู่บ้าง แต่เพราะวันนี้เสวี่ยิตื่นเต้นมามากจนเกินพอแล้วเื่ราวสถานะอันยิ่งใหญ่ของจื่อฮุยจึงพลอยจืดชืดกว่าที่ควรจะเป็ไปโดยปริยาย
การสนทนาภายในรถม้าเป็ไปอย่างสนุกสนาน จื่อฮุยนั้นหาได้ถือตัวสูงศักดิ์เช่นคนอื่น ๆ ในตระกูล เขาเลือกที่จะพูดคุยกับเสวี่ยิเช่นสหายน้อยในวัยเดียวกัน แถมยังเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าว่าตัวเขาเพิ่งได้เข้าร่วมงานประมูลใหญ่มาซึ่งถือเป็ครั้งแรกที่จื้อเจิ้งมอบหมายให้เขาเข้าร่วมประมูลหอไม้ดำ รวมถึงให้ใช้ราชรถสีทองคันนี้
จื่อฮุยยังเอ่ยคุยอีกว่า...อยากให้เสวี่ยิได้เห็นเื่ราวต่างๆ ในงานประมูลหอไม้ดำว่าหน้าตื่นตาตื่นใจแค่ไหนฟากเสวี่ยิที่รับฟังได้แต่พยักหน้ารับตาม แต่ในใจกลับปรากฏภาพหญิงงามเฟยเซียงขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุมบังคับ
หลังจากนั้นจื่อฮุยจึงได้ซักถามถึงเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งที่ห้องเช่า รวมถึง่ที่เสวี่ยิหายหน้าไปราวหนึ่งเดือนเสวี่ยิที่ถือคติ ผู้ใดมีไมตรีมาเขาก็ย่อมสนองกลับด้วยดีดุจเดียวกัน ทำให้เมื่อถึงคราที่เสวี่ยิเปิดปากตอบคำถามเสวี่ยิจึงมิปิดบังเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งเื่การต่อสู้กับมือสังหาร หลบหนีไปซ่อนตัวฝึกฝีมือในถ้ำแต่ก็มีเื่ราวบางสิ่งที่มิอาจเอ่ยต่อผู้คน เช่นเื่ของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเ้าพลังความร้อนพิสดารที่อยู่ในร่าง รวมถึงเื่ของนักปรุงยากำมะลออี้เฟย
รถม้าเดินทางมาถึงเขตที่พักอาศัยของผู้คนในจวนเ้าเมืองก่อนจะค่อย ๆ ชะลอตัวและหยุดลง หลังจากนั้นจื่อฮุยก็อาสาพาเสวี่ยิออกชมดูรอบ ๆด้วยตัวเอง ก่อนที่จื่อฮุยจะมอบบ้านน้อยหลังหนึ่ง ซึ่งเสวี่ยิออกปากชมว่าร่มรื่นเงียบสงบดีให้เป็ที่พักอาศัยแม้ในตอนแรกเสวี่ยิจะปฏิเสธ แต่เมื่อจื่อฮุยยกอ้าง เื่ราวความปลอดภัย ว่าก่อนที่จะถึงเวลาทดสอบเข้าสู่สำนักัฟ้าหากเสวี่ยิอาศัยอยู่ภายนอกอาจถูกลอบสังหารได้ทุกเมื่อ
เมื่อข้อเสนอล้วนสมเหตุผลเสวี่ยิจึงมิได้เอ่ยปฏิเสธข้อเสนอของจื่อฮุย
เมื่อเข้ามาอาศัยในเขตของจวนของจื่อเจิ้งทุกที่ทางล้วนเต็มไปด้วยหูตา ทั้งจากการเฝ้าระวังเภทภัยภายนอก และจับตาภายในทำให้เสวี่ยิแม้ไว้ใจจื่อฮุย แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยทุกเื่ราว เสวี่ยิจึงเลือกที่จะไม่ฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเ้าที่นี่แต่เลือกที่จะฝึกฝนเพียงแค่ลมปราณทั่วไป ตามเคล็ดวิชาลมปราณตระกูลหย่งเท่านั้น
อีกด้านหนึ่งของเมืองหยกม่วงภายในเรือนนายน้อยตระกูลหลี่หลี่เปียวกำลังหงุดหงิดฉุนเฉียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่คิดว่าจื่อฮุยจะละทิ้งจากงานประมูลหอไม้ดำ...ก่อนที่การประมูลจะจบลงและหุนหันออกมารับตัวเสวี่ยิ เพราะทันทีที่มันรู้ข่าวการปรากฏตัวของเสวี่ยิ มันก็ออกคำสั่งให้ทุ่มเทนักฆ่าออกมาทั้งรังแต่กลายเป็ว่าเงินทองที่เสียไปล้วนสูญเปล่าเมื่อเสวี่ยิเข้าไปอาศัยอยู่ในจวนเ้าเมือง การตามล่าก็จำต้องยุติลง
แม้การตามล่าจะสิ้นสุดแต่ความคับแค้นยังฝังแน่นในอก ไม่อาจยุติลงได้ในเมื่อเสวี่ยิ้าจะเข้าสู่สำนักัฟ้าและหลี่เปียวเองก็เป็ถึงศิษย์ในของสำนัก ย่อมมีเส้นสายและอิทธิพลอยู่ไม่น้อยดังนั้นมันจึงเฝ้ารอวันที่เสวี่ยิจะก้าวเท้าเข้าสู่สนามทดสอบมันยินดีจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เสวี่ยิสอบผ่านเข้าเป็ศิษย์สำนักัฟ้า
.
.
.
ในที่สุดเวลาก็ผ่านพ้นไปจนถึงวันทดสอบของสำนักัฟ้าลานกว้างกว่า 1000 หมู่(ไร่จีน) บริเวณส่วนหน้าของสำนักล้วนแคบไปถนัดตาเมื่อผู้ที่ลงทะเบียนรวมถึงกองเชียร์ และผู้คนที่้าชมดูความสุนกสนานของการทดสอบต่างแห่กันมารอั้แ่เช้าตรู่ ผู้คนมากมายต่างเบียดเสียดยัดเยียดกันเพื่อให้ได้ตำแหน่งทำเลที่ดีที่สุด ในการชมการทดสอบในครั้งนี้
ส่วนเหล่าบรรดาขุนนางและตระกูลใหญ่ล้วนมาก่อนเวลาทดสอบเพียงเล็กน้อยเนื่องจากสำนักัฟ้าจะจัดสถานที่เฉพาะ เพื่อใช้รับชมให้กับเหล่าบรรดาขุนนางและตระกูลใหญ่แยกจากส่วนของผู้คนทั่วไป
เสวี่ยิเองแม้จะเคยได้รับสิทธิพิเศษในการลงทะเบียนจากจื่อฮุยแต่ในวันนี้นั้นแตกต่าง แม้ว่าห้องรับรองที่จัดเอาไว้จะไม่ได้จำกัด ว่าผู้ที่เข้าชมจะต้องเป็ผู้คนของตระกูลเท่านั้นแต่ครานี้ในห้องหาได้มีแต่ผู้คนจากฝั่งของจื่อฮุย แต่ยังมีคู่อริของจื่อฮุยรวมอยู่ด้วย...นั่นคือจื่อเจียงหลานอีกคนของเ้าเมืองหยกม่วง ซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องกับจื่อฮุยทำให้จื่อฮุยไม่ได้เอ่ยชักชวนเขาเข้าไปยังห้องพิเศษของตระกูลจื่อ
ทำให้เสวี่ยิจำต้องไปเบียดเสียดยัดเยียดรวมกับผู้คนที่เบื้องล่างซึ่งเขาก็ยินดี เพราะเสวี่ยิเองก็ไม่เคยพบเจอบรรยากาศเช่นนี้มาก่อนในชีวิตจึงรู้สึกละลานตา และแปลกใหม่เป็อย่างยิ่ง
ในที่สุดเมื่อเข้าสู่ยามซิ้ง(7.00น.-9.00น.) เสียงระฆังขนาดใหญ่ก็ดังสะท้านไปทั่ว ผู้คนที่คุยกันจอแจก่อนหน้าต่างนิ่งเงียบผู้ที่เดินไปมาวุ่นวายต่างหยุดเท้า ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังบันไดสูงที่หน้าทางเข้าเขตชั้นในของสำนักัฟ้าเสียงอึกทึกคึกโครมดังมาจากภายในประตูใหญ่ ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังพุ่งตรงออกมา...