ตั้งแต่พาจางเหยาเข้ามาบ่มเพาะพลังในมิติของรุ่ยเอ๋อนางจัดสร้างเรือนไม้อีกหลังหนึ่งไว้ให้เขาใช้เก็บตัวโดยเฉพาะ ภายในมีเครื่องใช้ครบครันส่วนเรือนไผ่เขียวสงวนสิทธิ์ไว้สำหรับนางคนเดียว
เพื่อการเตรียมตัวออกเดินทางไกล หยางเถาอวี้สั่งทำเครื่องเรือนและอุปกรณ์ในครัวเพิ่มอีกหลายชิ้นเพื่อมาไว้ในเรือนไผ่เขียวอ้อ นางต่อเติมห้องครัวออกไปให้กว้างขึ้นอีกไม่น้อย จะได้เพียงพอสำหรับจัดวางเครื่องไม้เครื่องมือเช่นเครื่องบดขนาดเล็ก1เครื่องหีบน้ำอ้อย กระต่ายขูดมะพร้าว กระทั่งครกหินครกไม้ก็มีพร้อม นางตั้งเป้าไว้ว่าหากเดินทางรอนแรมกลางป่าเขานานๆยังไงก็ไม่ขาดของอร่อยแน่นอน ลำบากไม่กลัว กลัวอดนี่แหละ
เวลานี้นางกำลังรอผลการทดลองปลูกโลหะโปรทาเนียมลงบนหินกำเนิดพิภพเนื่องจากโลหะโปรทาเนียมที่ใช้สร้างทีเจวันเป็นโลหะจากต่างดวงดาวจึงไม่แน่ใจว่าหินกำเนิดพิภพจะสามารถทำให้โลหะโปรทาเนียมถือกำเนิดขึ้นมาได้หรือไม่ปกติถ้าเป็นพวกหินแปรปรวนหรือผลึกหยก แค่เดือนเดียวก็ได้ผลผลิตออกมากองโตแล้ว
อีกอย่างที่เพิ่งนึกขึ้นได้นางทดลองเอาแหวนห้วงมิติและกำไลที่สร้างจากหินห้วงมิติพิศวงไปปลูกลงบนหินกำเนิดพิภพด้วยเช่นกันไม่รู้ว่าหินที่ผ่านการลงอักขระแล้วยังจะสามารถปลูกได้หรือไม่
ช่วงนี้นางหมกมุ่นอยู่กับการทดลองในมิติของรุ่ยเอ๋อหลายอย่างผลปราณอัคคีที่ติดตาเอาไว้บนต้นปราณกำเนิดพิภพรุ่นตอนกิ่งเจริญงอกงามดีจนเหลือเชื่อออกดอกรุ่นแรกมาให้ได้เชยชมกันแล้ว ส่วนที่เพาะด้วยเมล็ดเติบโตช้ากว่า นางแบ่งรุ่นติดตาออกไปปลูกในเขตบ้าน2 ต้น เจ้าเสี่ยวเอี๋ยนคอยบินแวะเวียนดูแล หรือมันจะตั้งหน้าตั้งตารอกินก็ไม่รู้สินะเวลานี้มันกลายเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 แซงหน้าเสี่ยวเหลยซึ่งกลายเป็นสัตว์อสูรระดับ3 ไปไกลไม่เห็นฝุ่น ส่วนแม่ม้าสุดสวยอาเหม่ยรั้งท้าย มันยังคงเป็นสัตว์อสูรระดับ 2ตอนปลายด้วยสายพันธุ์ที่อ่อนด้อยที่สุด
หยางเถาอวี้กำลังสองจิตสองใจว่าจะทิ้งพวกมันเอาไว้ที่บ้านเพื่อให้เป็นกำลังดูแลทุกคนดีหรือไม่แต่ความรักความผูกพันคอยทำให้นางลังเลใจอยู่เรื่อย
ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือต้นปราณกำเนิดพิภพที่ออกผลมาให้ได้ชื่นชมถึง10 ผล นางได้เมล็ดมาเพาะลงดินไป 5 เมล็ด เก็บผลสมบูรณ์ไว้ศึกษาเผื่อเป็นส่วนผสมของตัวยา3 ผล อีก 2 ผลที่เหลือนางนำเข้าไปปลูกในทะเลวิญญาณของตนกับจางเหยาตามคำแนะนำของรุ่ยเอ๋อด้วยเหตุว่ามันเป็นต้นไม้เซียนจึงสามารถทำได้ วิธีนี้ทำให้ร่างกายของพวกนางเสมือนมีแหล่งสร้างพลังปราณไม่สิ้นสุดในตัว
ผ่านไปราวห้าวันการทดลองนับว่าสัมฤทธิ์ผล นางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดขีด ทั้งโลหะโปรทาเนียม หินห้วงมิติกับหินห้วงมิติพิศวงงอกออกมามากมายอัตราเร็วนับว่าช้ากว่าผลึกหยกกับแร่แปรปรวนเล็กน้อย แต่แค่นี้ก็พอใจแล้ว
หลังจากที่ทีเจวันกลับมารายงานผล สองคนจึงตัดโลหะโปรทาเนียมส่วนหนึ่งออกมาเพื่อเริ่มการทดลองเดิมทีนางอยากให้ทีเจวันทำเครื่องมือสื่อสารตามแบบพิมพ์เขียวของดาวทวิภาคแต่มานึกได้ว่าที่โลกบำเพ็ญเซียนไม่มีตัวกระจายสัญญาณ ดังนั้นเครื่องมือสื่อสารที่จะสร้างออกมาคงสามารถส่งข้อความติดต่อกันได้ในระยะสั้นๆเท่านั้น ที่สุดแล้วคงต้องใช้วิทยาการของโลกบำเพ็ญเซียนแห่งนี้จึงจะเหมาะสมที่สุด
ดังนั้นหยางเถาอวี้จึงเลือกทดลองลงอักขระสื่อสารตามแบบที่มีบันทึกอยู่ในคัมภีร์ค่ายกลเฉียนคุนหมวดอักขระวิชาสื่อสารอันที่จริงอักขระสื่อสารต้องกำกับลงบนหินเหนี่ยวนำเสียงเพื่อสร้างออกมาเป็นหินสื่อสารแต่ในเมื่อเวลานี้ไม่มีหินเหนี่ยวนำเสียงอยู่ในมือเลย นางจึงอยากรู้นักหากใช้โลหะโปรทาเนียมแทน จะสามารถทำได้หรือไม่
หินสื่อสารมีหลายระดับระดับต่ำใช้สื่อสารระหว่างเมืองที่ติดกันได้ ระดับกลางสื่อสารภายในทวีประดับสูงสื่อสารข้ามทวีปได้ ระดับเซียนใช้ซื่อสารได้ทั่วโลกบำเพ็ญเซียน
หินเหนี่ยวนำเสียงเองก็มีหลายระดับคุณภาพหินเหนี่ยวนำเสียงคุณภาพดีที่สุดคือหินเทียนอิน หากลงอักขระกับหินเทียนอินหินสื่อสารที่ได้จะสามารถสื่อสารข้ามทวีปได้เลยทีเดียว
อักขระสื่อสารมีความละเอียดปลีกย่อยไม่แพ้กันอักขระสื่อสารแต่ละระดับใช้ภาษาและกำลังจิตแตกต่างกัน
นางลงมือทันที ครั้งแรกที่ทดลองกลับล้มเหลว
เสียเวลาทดลองซ้ำๆ หลายสิบครั้งหมกมุ่นอยู่หลายวันก็ไม่สำเร็จ
หยางเถาอวี้คิดวนเวียนถึงขั้นตอนและผลของการทดลองไปมากระทั่งเริ่มจับจุดได้นางเรียกดึงคัมภีร์เฉียนคุนออกมาจากห้วงจิต ทบทวนภาควิชาอักขระสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้แร่หรือโลหะต่างชนิดกันจริงด้วย เป็นไปตามที่นางตั้งสมมติฐาน อักขระบนแร่ต่างชนิดกันใช้ไม่เหมือนกัน แล้วอะไรล่ะคือกุญแจสำคัญ
ตัวอักษรเป็นเพียงสัญลักษณ์สำหรับใช้สื่อสารในสิ่งที่จิตคิด
วัสดุต่างกันใช้อักขระต่างกัน
นางใคร่ครวญเช่นนี้อยู่นานนับวันสุดท้ายจึงหยิบโลหะโปรทาเนี่ยมขึ้นมาจดจ้อง โปรทาเนี่ยมมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างโมเลกุลเรียงตัวกันอย่างไร สูตรทางเคมีว่าอย่างไร
นางค่อยๆ หลับตาลงมือข้างหนึ่งยกขึ้นวาดอักขระสื่อสารที่จัดเรียงใหม่ตามความเหมาะสมของโครงสร้างทางกายภาพของโลหะโปรทาเนี่ยมตามที่ได้อนุมานไว้ถ่ายทอดความต้องการในจิตจนออกมาเป็นวงอักขระที่สมบูรณ์และมีความเสถียรนางจึงตวัดปลายนิ้วส่งพลังปราณวาดวงอักขระดังกล่าวลงบนแผ่นโลหะโปรทาเนี่ยมที่เตรียมไว้สองชิ้น
วงอักขระก่อตัวขึ้นจนครบรอบและปรากฏแสงสีทองเรืองรองแผ่รัศมีออกมาจากนั้นจึงไหลซึมเข้าไปในแผ่นโลหะจนก่อเกิดเป็นลวดลายแปลกตา แลดูงดงามนัก
“เหมือนจะสำเร็จแล้วๆ”หยางเถาอวี้กระโดดเต้นเหยงๆ เมื่อครั้งนี้โลหะโปรทาเนี่ยมไม่ระเบิด“เหลือก็แค่การทดลองใช้หละน๊า....”ว่าแล้วนางจึงกระโจนออกจากมิติของรุ่ยเอ๋อไปทันที
“พี่เหยาๆๆๆๆ ท่านอยู่หนาย.....”เวลานี้เป็นเวลากลางวันของโลกภายนอก หยางเถาอวี้พุ่งตัวออกจากห้องนอนของตนไปราวพายุ
“คุณชายเหยาอยู่ที่สวนสมุนไพรเจ้าค่ะนายหญิงน้อย”ซู่ซินโผล่หน้าออกมาจากห้องครัวเอ่ยตอบเมื่อได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นมาจากหยางเถาอวี้ร่างเล็กทะยานลงมาจากห้องส่วนตัวของตนบนชั้นสองและพุ่งออกไปนอกบ้านทันที
“ขอบคุณพี่ซู่ซิน” เด็กสาวตะโกนไล่หลัง
ใช้เวลาไม่นานหยางเถาอวี้ก็ทะยานร่างไปถึงสวนสมุนไพร
“มีอะไรเหรออวี้เอ๋อ”ท่าทางตื่นเต้นราวกับเด็กได้ของเล่นถูกใจของหยางเถาอวี้ทำให้เขาแปลกใจ
“ก็ข้าว่าข้าน่าจะทำเครื่องมือสื่อสารได้สำเร็จแล้วน่ะสิข้าเลยจะเอามาลองกับท่าน”
“โอ้วเครื่องมือสื่อสารที่เจ้าทดลองหน้าดำคร่ำเครียดมาหลายวันนั่นน่ะเหรอ”ได้ยินอย่างนั้นจางเหยาจึงตื่นเต้นตาม
“นี่ไงล่ะ” นางยื่นแผ่นโลหะทรงกลมที่ปรากฏลวดลายอักขระงดงามบนพื้นผิวชิ้นหนึ่งให้จางเหยา
“วิธีใช้ง่ายมากท่านเพียงส่งพลังลมปราณลงไปกระตุ้นมัน จากนั้นเมื่อท่านพูดอะไรอีกคนที่มีแผ่นโลหะนี้เช่นกันก็จะได้ยิน เหมือนการใช้หินสื่อสารนั่นแหละ”
“งั้นเดี๋ยวข้าวิ่งกลับไปที่บ้านก่อนแล้วจะทดลองส่งเสียงหาเจ้านะ”
“ก็ได้ๆ รีบไปเร็วๆ เข้า”หยางเถาอวี้กวักมือไล่จางเหยาด้วยความใจร้อน ผ่านไปครู่หนึ่งแผ่นโลหะที่นางถือไว้ในมือพลันทอแสงสว่างขึ้นมา นางรีบถ่ายทอดลมปราณลงไปทันที
“อวี้เอ๋อ ได้ยินเสียงข้าหรือไม่” เสียงพูดชัดเจนของจางเหยาดังออกมาจากแผ่นโลหะ
“ได้ยินๆๆ เย้ๆๆๆ ข้าทำสำเร็จแล้ว”
“ดีใจด้วยนะอวี้เอ๋อ”
“ท่านรออยู่ตรงนั้นแป๊บนะข้าจะขึ้นเขาหมื่นอสูร ทดสอบดูซิว่ามันจะใช้งานได้หรือไม่” สั่งเสร็จก็ไม่รอช้าหยางเถาอวี้ทะยานร่างออกไปทันที เมื่อไปถึงชายป่าก็ทดลองส่งเสียงเรียกครั้งหนึ่ง ได้ยินจางเหยาตอบรับเสียงเรียกอย่างรวดเร็วและนางก็ขยับตัวห่างออกไปมากขึ้น ทดลองเช่นนี้ไปจนถึงผาเหยียบเมฆาก็ยังคงสื่อสารกันได้
ระยะทำการขนาดนี้อย่างน้อยก็มีประสิทธิภาพเท่ากับหินสื่อสารระดับต่ำแล้วแต่อักขระที่นางเลือกใช้เป็นชุดอักขระระดับสูงเลยทีเดียว หากเป็นไปตามทฤษฎี นี่จะต้องเป็นแผ่นโลหะสื่อสารระหว่างทวีปแน่นอนต้องไม่ลืมว่าโลหะโปรทาเนี่ยมเป็นโลหะพิเศษที่หายากแม้แต่บนดาวทวิภาคนางเชื่อว่ามันจะต้องมีคุณสมบัติสูงล้ำยิ่งกว่าหินเทียนอินเสียอีก
หยางเถาอวี้กลับมาถึงบ้านด้วยหัวใจพองโตการทดลองประสบผลสำเร็จด้วยดี นางยกแผ่นโลหะชุดนี้ให้พวกอาเฮยเก็บไว้ใช้จากนั้นจึงกลับเข้าไปในมิติของรุ่ยเอ๋อเพื่อสร้างชุดสื่อสารที่ประณีตขึ้นอีกสองชิ้นสำหรับจางเหยากับตนนางคิดจะทำเป็นรูปทรงแบบจี้ห้อยคอ ออกแบบให้เหมือนเครื่องประดับท่าจะปลอดภัยที่สุดไม่เตะตาเกินไป ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าได้อีกด้วย
ส่วนแผ่นโลหะรุ่นแรกที่ยกให้พวกอาเฮยเดี๋ยวจะถักเชือกสวยๆ ครอบให้ห้อยคอได้เช่นกัน ใช้เวลาอีกสองวันทุกอย่างก็ตระเตรียมเสร็จสิ้น
ต่อไปเมื่อเดินทางก็จะสามารถไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกันได้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย
โครงการต่อไปคือหินห้วงมิติและหินห้วงมิติพิศวงอันนี้ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเป็นวัตถุดิบพื้นฐาน หยางเถาอวี้ดึงชุดอักขระสำหรับสร้างมิติระดับสองออกมาจากคัมภีร์เฉียนคุนน่าเสียดายที่ทั้งแหวนและกำไลของนางสร้างจากหินระดับสองเท่านั้น ดังนั้นหินมิติที่ปลูกได้จึงมีระดับแค่เท่ากับต้นแบบของมันเด็กน้อยใช้เวลาห้าวันจึงเตรียมแหวนห้วงมิติกับกำไลห้วงมิติพิศวงที่สามารถเก็บถนอมอาหารไว้ได้เป็นปีและมีพื้นที่จัดเก็บสิ่งของขนาด100 x 100 หมี่ออกมาแจกจ่ายให้ทุกคนจนครบยกเว้นยายจางที่ไม่มีพลังปราณยังมีอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้เผื่อให้จางเหยานำไปประมูลสร้างรายได้
---
พวกเครื่องใช้โบราณมีเสน่ห์มากเลยเนอะไรท์ชอบ อยู่ที่ไหนต่อให้ไม่มีไฟฟ้าก็ใช้ได้
https://www.gotoknow.org/posts/489596
https://www.gotoknow.org/posts/372610
https://krua.co/food_story/ศิลปะการโม่แป้ง-ความประ/