หลังจากสิ้นสุดคำพูดของเซย์รินต่างก็สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดใจให้กับกลุ่มนักผจญภัยเป็นอย่างมากเพราะพวกมันนั้นต่างก็เข้าใจดีเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นว่ามันเป็นสถานที่เช่นไรเพราะพวกมันต่างก็เชื่อว่ามีสิ่งลี้ลับและน่าสะพรึงกลัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนั้นตั้งแต่ยุคสมัยโบราณกาลต่างก็มีคำบอกเล่าสืบทอดกันมาห้ามเหยียบย่ำเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เป็นอันขาดเพราะนั่นมันอาจจะทำให้ท่านเทพพระเจ้าต้องพิโรธ พวกมันถูกปลูกฝังสืบต่อกันมานี่มันไม่ต่างอะไรกับเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวให้แก่พวกมันทุกคนที่อาศัยอยู่หมู่บ้านแห่งนี้มีผู้คนมากมายต่างต้องการพิสูจน์ความจริงแต่ผู้กล้าเหล่านั้นกับไม่ได้ออกมาอีกเลย
“เจ้าหนุ่มตัวข้าไม่รู้ว่าตัวเจ้านั้นเป็นใครมาจากไหนแต่สถานที่แห่งนั้นเป็นอันตรายอย่างมากข้าเกรงว่าตัวเจ้านั้นจะนำชีวิตของตนเองไปทิ้งเสียป่าวๆทางที่ดีเจ้าอย่าได้รับงานนี้เลย”
นักผจญภัยที่จะขออาสารับงานในตอนแรกนั้นมันบอกกล่าวกับเซย์รินและกัสด้วยความเป็นห่วงจากใจจริงและมันได้หันไปคุยกับหญิงสาววัยกลางคนผู้ที่ได้พบกับโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ด้วยความสงสัย
“เจ้าก็รู้ว่าสถานที่แห่งนั้นมันอันตรายเป็นอย่างมากพวกเจ้าแม่ลูกกับกล้าที่จะไปสถานที่เช่นนั้นอีกพวกเจ้ามีเหตุผลหรือความจำเป็นอะไรกันแน่ถึงกับต้องนำชีวิตของตนไปเสี่ยงยังเช่นนั้น”
ถึงแม้มันจะดุด่าต่อว่าหญิงสาววัยกลางคนผู้นี้นั้นแต่จิตใจของมันนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงความกังวลที่มีต่อเด็กชายอายุน้อยยังไม่รู้ภาษาต้องมาพลัดหลงยังสถานที่อันตรายเช่นนี้ ตัวมันเป็นถึงนักผจญภัยถึงจะอยากช่วยแต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะสถานที่แห่งนั้นมันอันตรายจนเกินไปหากมันออกปากรับงานนี้ก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้นที่รอมันอยู่
“ข้าข้ามีความจำเป็นจริงๆที่จะต้องไปยังสถานที่แห่งนั้นมันเป็นเพราะสามีของข้าป่วยหนักและสมุนไพรที่ต้องใช้รักษา สามีข้านั้นหาได้ยากยิ่งตัวข้ามัวแต่เป็นห่วงชีวิตของสามีจนหลงลืมความปลอดภัยของบุตรชายเพียงคนเดียวของข้า ฮือ ฮือ…ข้าผิดไปแล้วและข้าก็ไม่รู้จะทำเช่นไร”
หญิงสาววัยกลางคนผู้นี้จิตใจของมันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจเพราะนางต้องการที่จะหาสมุนไพรเพื่อช่วยชีวิตสามีของนางแต่กับหลงลืมความปลอดภัยของบุตรชายไปหรือนี่นางอาจจะต้องเสียคนทั้งสองคนไปพร้อมๆกันจริงหรือเรื่องนี้มันยากเหลือเกินที่จิตใจของนางจะรับไหวหากย้อนเวลากับไม่ได้ตนเองจะไม่นำบุตรชายผู้อันเป็นที่รักมาเสี่ยงด้วยเป็นอันขาดแต่เวลามันไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
“ข้าจะเป็นผู้รับงานนี้เองใครจะเป็นคนบอกทางข้าได้บ้างว่าสถานที่แห่งนั้นอยู่ที่ใด”
เด็กหนุ่มเอ่ยปากอีกครั้งจิตใจของมันนั้นหาได้มีความหวาดกลัวอยู่ภายในหัวใจสีหน้าท่าทางของมันนั้นเต็มไปด้วยความแน่วแน่ไม่อาจจะมีอะไรได้ที่จะสามารถมาสั่นสะเทือนจิตใจของมัน
“เจ้าหนุ่มเจ้าแน่ใจแล้วอย่างงั้นเหรอว่าจะไปยังสถานที่แห่งนั้น ข้าขอเตือนนะว่าที่นั่นมันอันตรายเป็นอย่างมากมีผู้คนจำนวนมากที่นำชีวิตของตนเองไม่ทิ้งมานักต่อนักแล้ว”
นักผจญภัยผู้นั้นยังคงกล่าวเตือนเซย์รินด้วยความหวังดีเพราะเห็นว่าอายุยังน้อยอนาคตของมันยังอีกยาวไกลมันไม่อยากให้ชีวิตของเด็กหนุ่มต้องมาจบลงง่ายๆแบบนี้
“ท่านว่างใจเถอะเห็นข้าแบบนี้นั้นตัวข้าเป็นถึงนักผจญภัยแรงค์S เลยนะ”
เซย์รินไม่พูดพร่ำให้เสียเวลาตัวมันแสดงถึงสัญลักษณ์นักผจญภัยระดับแรงค์S ออกมาในทันที ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย
“สวรรค์มันคือนักผจญภัยระดับแรงค์ S แม้แต่กิลมาสเตอร์ของที่นี่มันอยู่แค่แรงค์ A เท่านั้นเองนะ อย่าบอกนะว่าเจ้าหนูนี่มันแข็งแกร่งยิ่งกว่ากิลมาสเตอร์เสียอีก มันคือผู้ใดกันแน่แล้วคนระดับมันมาสถานที่เยี่ยงนี้ทำไมกันข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอคนระดับนั้นภายในสถานที่เล็กๆเช่นนี้”
เด็กหนุ่มเพียงแค่เปิดเผยฐานะนักผจญภัยของมันเท่านั้นและนี่ยังสามารถสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนได้ขนาดนี้หากพวกมันรู้ถึงระดับพลังของเซย์รินนั้นพวกมันจะรู้สึกเช่นไรไม่แน่ว่าพวกมันทุกคนอาจจะรู้สึกช๊อกจนถึงขั้นหัวใจวายตายก็เป็นแน่เพราะตัวตนของเด็กหนุ่มนั้นแปลกประหลาดจนเกินไป
“ท่านนักผจญภัยผู้กล้าหาญได้โปรดช่วยชีวิตบุตรชายของข้าด้วยเถิดข้าขอร้องไม่ว่าจะต้องแลกอะไรข้าก็ยอมขอเพียงแค่ท่านช่วยเหลือบุตรชายข้า ได้โปรดจงช่วยเขา”
หญิงสาววัยกลางคนถึงกับคุกเขาขอร้องเซย์รินเพื่อที่หวังจะให้มันช่วยเหลือบุตรชายของตนความรักของผู้เป็นมารดานั้นช่างยิ่งใหญ่เสียเหลือเกินถึงกับกล้าคุกเข่าให้บุคคลผู้ที่มีอายุน้อยกว่านัก
“ท่านโปรดยืนขึ้นก่อนเถิดใจเย็นๆหากว่าเด็กผู้นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ข้าจะต้องช่วยมันให้จงได้แต่ท่านก็จงโปรดทำใจเพือไว้บ้างหากข้าไปไม่ทันการ”
หญิงสาววัยกลางคนรู้สึกทราบซึ้งใจเป็นอย่างมากในที่สุดก็มีคนที่จะยินดีช่วยเหลือบุตรชายของตนแล้วและเขาคนนั้นยังเป็นถึงนักผจญภัยแรงค์S ผู้ไร้เทียมทานเขาจะต้องช่วยบุตรของตนได้เป็นแน่
“ข้าขอโทษที่เสียมารยาทกับท่านผู้ทรงเกียรติในตอนแรกข้านั้นรู้สึกระอายใจเป็นอย่างยิ่งที่ข้านั้นมองไม่เห็นความสามารถที่แท้จริงอย่างท่านเพราะข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้ที่อายุน้อยขนาดนี้จะเป็นถึงนักผจญภัยแรงค์S ผู้ยิ่งใหญ่ไปได้โปรดให้อภัยในความโง่เขราของข้าตัวข้านั้นมีนามว่า อิเกล ข้าจะขออาสานำทางท่านไปยังสถานที่ต้องห้ามแห่งนั้นเอง”
นักผจญภัยที่ตักเตือนเซย์รินก่อนหน้านี้มันกล่าวด้วยความรู้สึกผิดอย่างแท้จริงแต่ที่มันบอกกล่าวเช่นนั้นก็ด้วยความเป็นห่วงเพราะเขาเห็นอายุเด็กหนุ่มยังน้อยนักยังมีอนาคตที่ดีอีกยาวไกลใครจะไปคิดได้ละว่าความแข็งแกร่งของมันนั้นสูงล้ำยิ่งกว่ากิลมาสเตอร์เสียอีก
“ฮ่า ฮ่าท่านเกรงใจข้าเกินไปแล้วตัวข้าก็เป็นเพียงแค่นักผจญภัยตัวเล็กๆเท่านั้นที่ท่านตักเตือนข้าก็เพราะความเป็นห่วงในชีวิตของข้าอย่างแท้จริงแล้วแบบนี้จะให้ข้าโกรธเคืองท่านได้อย่างไร ท่าน อิเกลเป็นข้าที่ต้องขอบคุณในความหวังดีสิถึงจะถูก”
เด็กหนุ่มตอบกับด้วยความเป็นกันเองโดยไม่ถือตัวโดยสักนิดและสิ่งนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจในตัวเซย์รินเป็นอย่างมากเพราะมีคนจำนวนน้อยนิดที่จะเป็นเช่นนี้
“จิ๊ จิ๊ ลูกพี่ของข้ามีความแข็งแกร่งกว่าที่ตาของพวกเจ้าเห็นเยอะหากพวกเจ้าได้เห็นความสามารถของเขาราวกับอสูรกายที่ดุร้ายและจัดการกับเหล่าศัตรูดั่งของเล่นพวกเจ้าทุกคนจะต้องขาสั่นจนปัสสาวะราดเป็นแน่”
กัสพูดจายกหางเซย์รินในทันทีเมื่อมีผู้คนมากมายต่างสรรเสริญผู้เป็นนายของมัน
“กัสท่าเจ้าจะพูดแบบนี้ไม่ต้องพูดก็ได้นะเก็บปากของเจ้าไว้กินข้าวเสียเถอะเห็นไหมว่าคนพวกนี้เขากลัวข้ากันจนหมดแล้วเพราะคำพูดของเจ้า”
“เฮื๊อก…เจ้านายข้าขอโทษข้าแค่พูดความจริงเกี่ยวกับตัวท่านเท่านั้นเอง”
มันถึงกับกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่เหมือนมันรู้ตัวว่ามันได้พูดเรื่องที่ไม่สมควรพูดให้แล้วและมือของผู้เป็นนายของมันนั้นลั่นง่ายเสียด้วย…