“ ความรู้สึกนี้? หรือว่า ”
มันเป็ความรู้สึกที่เขาคุ้นเคย ความรู้สึกในเกมเสมือนจริงนั้นที่เขาไม่เคยลืม ในตอนแรกที่เขาอัพเลเวลมันได้ให้ความรู้สึกอย่างที่เขารู้สึกตอนนี้
“ ไม่สิ มันต้องเป็. . . ความรู้สึกเกิดขึ้นตอนที่เราได้ทำเควสเปลี่ยนอาชีพที่สาปสูญ อัศวินเืศักดิ์สิทธิ์ อย่าบอกนะว่าอัศวินเืในเกมนั้นคืออัศวินเืแบบเดียวกันกับของอาณาจักรนี้. . . ”
เขานิ่งคิดอยู่นานว่าตัวเองคิดไปเองหรือเป็อย่างนั้นจริงๆ พอไล่เรียงความคิดดีๆแล้วก็มีหลายอย่างที่น่าสงสัยและมันก็ยิ่งน่าสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ
“เกิดอะไรขึ้นกับเกมนั้น เกิดอะไรขึ้นกับตัวฉันกันแน่ หากว่าเกมนั้นเป็จริงแล้วละก็เพลงดาบที่เราเรียนก็ต้องจริงด้วย”
เขาหลับตาแล้วนึกย้อนกลับไป ในความทรงจำของเขาในตอนนั้นในเกมนั้นตอนที่เขาเรียนเพลงดาบที่ว่ากันว่าเกิดมาจากการรวมกันของเพลงดาบทั้งสามและผู้สร้างดูเหมือนจะชื่อว่า ****
“อะ ปวดหัวจัง”
เมื่อเขาหยุดคิดชื่อผู้สร้างเพลงดาบเขาก็ค่อยๆหายปวดหัว ถึงแม้ว่าชื่อผู้สร้างจะไม่สามารถรู้ได้แต่ตัวเพลงดาบนั้นเขาจำมันได้เป็อย่างดีเนื่องจากเกมนั้นคล้ายกับความเป็จริงๆเอาเสียมากๆหากคุณไม่สามารถควบคุมพลังของเืความสามารถของเพลงดาบก็จะไม่ออกมา
จะยกตัวอย่างก็อย่างเช่น เมื่อคุณฟันดาบไปโดยไม่ใช้พลังของเืมันก็จะเป็เพียงการฟันธรรมดาแต่. . . เมื่อคุณนั้นอัดพลังของเืเข้าไปเท่านั้นแหละคุณก็อาจจะได้รัศมีการฟันที่เพิ่มขึ้นไม่ก็ทำให้การฟันทรงพลังมากขึ้น
ในตอนแรกคนที่เล่นอาชีพนักดาบล้วนโอดครวญว่าทำไมมันถึงไม่มีสกิลให้พวกเขาแต่เมื่อพวกเขาปรับตัวได้แล้วพวกเขาก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาไม่สามารถลืมเพลงดาบที่ถูกเรียนไปได้ราวกับว่าเพลงดาบมันฝังอยู่ในความทรงจำพันธุกรรมอย่างไรอย่างนั้น
และการที่เขาได้รับอาชีพอัศวินเืศักดิ์สิทธิ์เขาก็ได้รับการทำสมาธิที่จะทำให้เขาสามารถเพิ่ม EXP และค่าพัฒนาของพลังงานเื ในตอนแรกเขาค่อนข้างดูิ่ความสามารถนี้และจะไม่แตะต้องมันเลยถ้ามันไม่เป็วิธีเดียวที่จะสามารถพัฒนาพลังงานเื
ในตอนนี้หัวใจของเดรสมอนด์นั้นพองโตด้วยความตื่นเต้นไม่รอช้าเขาก็หลับตาอีกครั้งค่อยๆใช้ความรู้สึกในอดีตกำหนดจดจ่อการไหลเวียนของเืทั่วร่างกายความรู้สึกของเขาในตอนนี้ก็ยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้นและแล้วภายในการทำสมาธิอันสงบนิ่งประหนึ่งพื้นน้ำถูกหยดน้ำหล่นลงมากระทบทำให้เกิดคลื่นอันเบาบาง
แต่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เดรสมอนด์ดึงพลังส่วนนั้นมาไหลเวียนทั่วร่างกายและรวมมันไว้ที่หัวใจของเขา โดยไม่รู้ตัวการนั่งสมาธิของเขาได้กินเวลาผ่านไปกว่าสัปดาห์ก่อนที่เขาจะเป็ลมสลบไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
เมื่อเดรสมอนด์ฟื้นขึ้นมา คนแรกที่เขาเห็นก็คือบารอนเครทที่มีสีหน้ากังวลใจกำลังมองไปนอกหน้าต่างราวกับว่ารอใครบางคนอย่างร้อนใจและอีกคนก็คือลีฟที่ตอนนี้มีสีหน้าหม่นหมอง ในตอนนี้ลีฟ เธอเลื่อนตำแหน่งมาเป็สาวใช้ส่วนตัวของเดรสมอนด์แล้ว เมื่อลีฟเห็นเดรสมอนด์ลืมตาเธอก็เรียกบารอนทันที
“ ทะ ท่านบารอน นายน้อย. . . นายน้อยตื่นแล้วคะ ”
บารอนที่ได้ยินดังนั้นก็โผเข้าไปหาเดรสมอนด์แล้วดึงเขาเข้ามากอด
“ ดี ดี ดี ดีแล้วที่เ้าไม่เป็อะไร ”
“ ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงตอนนี้ข้านั้นรู้สึกมีพลังอย่างมาก ”
ก็อก ก็อก ก็อก
“ท่านบารอน นายแคลสันมาถึงแล้วคะ”
“ให้เขาเข้ามาได้”
ชายร่างผอมบางเดินเข้ามาในห้องพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ เมื่อเขาเข้ามากลิ่นสมุนไพร่ก็ฟุ้งกระจายทั่วห้อง
“เชิญนายแคลสันตรวจดูอาการของลูกชายข้า”
เมื่อได้รับอนุญาติแคลสันก็เดินเข้ามาลูบๆคลำเดรสมอนด์อยู่ไม่นานเขาก็มองไปยังบารอน
“ยินดีด้วยครับ ท่านบารอนลูกชายของท่านดูเหมือนว่าจะสามารถปลุกพลังเืได้สำเร็จ”
นายแคลสันหันมามองที่เดรสมอนด์แล้วยิ้ม
“ยินดีด้วยนายน้อย”
“แล้วลูกข้าไม่มีอาการข้างเคียงใช่ไหม”
“ไม่มีอาการข้างเคียงหรอกครับท่านบารอน เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอและต้มยาบำรุงให้กินก็เพียงพอแล้ว หากไม่มีอะไรแล้วข้าต้องขอตัวก่อน”
“ขอบคุณท่านมาก นี้สินน้ำใจเล็กน้อย เคนส่งนายแคลสันกลับบ้าน”
“ ข้าไม่อาจรับไว้ สิ่งที่นายน้อยทำให้พวกข้านั้นมากพอแล้ว”
นายแคลสันปฏิเสธอย่างสุภาพและกำลังจะหันหลังเดินกลับออกไป
“เดี่ยวก่อนนายแคลสัน ข้าว่าท่านควรรับไว้นะครับ ถึงท่านไม่ใช้มันเองอย่างน้อยมันก็น่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น ”
นายแคลสันยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะพยักหน้าแล้วรับเอาถุงใบเล็กจากบารอนเครทและเดินออกไป
ในตอนกลางคืนเดรสมอนด์ที่นอนไม่หลับมองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนพลางขมวดคิ้ว จากที่เขาสอบถามเกี่ยวกับเื่ราวตอนที่เขานั่งสมาธิและสงบไปเป็เวลากว่าสิบวัน
ในวันที่เก้ามารดาของเ้าของร่างนี้ก็กลับมาจากการเยี่ยมบ้านแล้วและดูเหมือนว่านางจะได้โคต้าสำหรับการเรียนในโรงเรียนขุนนางมาด้วยในตอนแรกนาง้าให้โคต้านี้กับโทมัสแต่โทมัสนั้นอายุเกินไปไกลแล้วจึงไม่สามารถไปได้
ในตอนแรกนางคิดที่จะใช้โคต้านี้เพื่อรับเหรียญทองและเส้นสายสักเล็กน้อยแต่เมื่อนางกลับมาเห็นเมืองที่เจริญรุ่งเื่นางก็กลับเปลี่ยนใจและ้ามอบมันให้กับเดรสมอนด์
แต่ตอนนี้เดรสมอนเขารู้ดีว่ามันเป็แผนการที่จะกันเขาออกจากศักดินา ที่เขารู้เพราะว่าเขากำลังฟังแผนการที่นางลีเต้กำลังวางแผนกับโทมัสอยู่ในห้องหลังจากที่ฟังไปซักพักเขาก็ต้องหยุดเนื่องจากพวกเขาเริ่มคลุกวงในกันแล้ว
“ โทมัส ไอ้เลวระยำซัมแม่เอ๋ย ! ! ! กูก็ว่า ทำไม ! นางลีเต้ถึงได้ให้ท้ายมันนัก ”
เดรสมอนด์พูดอย่างหัวเสีย
หลังจากที่นอนตาค้างทั้งคืนในที่สุดก็เช้า เดรสมอนด์ฝึกฝนตามปกติ เมื่อออกจากสนามฝึก เดรสมอนด์หันหลังและเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ แต่เขาก็หยุดแล้วเดินกลับมาที่สนามฝึก
ขณะนี้ยังเช้าอยู่เขาคิดในใจ เดรสมอนด์จึงรออยู่ที่สนามฝึกอย่างอดทน เวลาก็ผ่านไปอย่างช้าๆ
หลังจากนั้น ก็มีเสียงเปิดประตูเขาจึงเดินไปยังห้องโถงเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป
“ มานั่งเร็วเดรสมอนด์ ”
บารอนเรียกด้วยน้ำเสียงดีใจและมีความสุข แต่เมื่อเดรสมอนด์หันหน้าไปหาบารอนเขาก็เห็นคนข้างๆสาวสวยที่ดูยังไงอายุก็ไม่เกินสามสิบต้นๆ ผมยาวสีแดงของเธอเปร่งประกาย ใบหน้าของเธออวบอิ่ม รอยยิ้มของเธอดูหน้าหลงไหล และนั้นก็ทำให้เดรสมอนด์ต้องอุทานในใจ
‘เชรดเข้ จระเข้ผัดเผ็ด มิน่าละ’
บารอนเครทที่กำลังมีความสุขก็เรียกเขาให้เข้าที่อีกครั้ง