หีบไม้จันทน์ที่หลี่อวี้เหยียนเปิดออกมา ข้างในมีผ้าสีขาวพระจันทร์เสี้ยว เนื้อละเอียด นุ่มแวววาว นางลูบไล้ผ้าอย่างทะนุถนอม ผ้าชิ้นนี้เป็ของบรรณาการมาจากต่างแคว้น มีเพียงสิบชิ้นเท่านั้น ฮ่องเต้ทรงพระราชทานมาให้จวนจงหย่งโหว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปรดปรานของพระองค์
“เจียวเจีย ..แม้ว่าผ้าพื้นนี้สีจะดูเรียบไปสักหน่อย แต่ถ้าหากช่างปักเก่งๆ มาปักลายลงไปให้ดูปรานีตแม่ว่าน่าจะสวยงามมากทีเดียว "หลี่อวี้เหยียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หยิ่นเจียวเหลือบดูหยิ่นหรูจู เห็นนางมองตรงไปข้างหน้าเหมือนไม่ใส่ใจ การกระทำของนางสองแม่ลูกเลย หนังศีรษะของนางยิ่งชาหนึบกว่าเดิม ดูแล้วให้หนักใจในความสัมพันธ์ของนางเอกกับมารดาเหลือเกิน
“ท่านแม่ ..ข้าว่าผ้าสีนี้เหมาะกับพี่สาวมากกว่า ..พี่สาวเป็คนสุขุม สง่างามมีแต่พี่สาวเท่านั้นที่จะเหมาะกับผ้าชิ้นนี้..”หยิ่นเจียวพูดอย่างอ่อนหวานนุ่มนวลโดยไม่ลืมที่จะยกยอปอปั้นนางเอก
“จะได้ยังไง!” เสียงของมารดาแหลมบาดหูขึ้นมาทันที หากพอนึกขึ้นมาได้ว่าหยิ่นหรูจูยืนอยู่ในห้องด้วย นางจึงพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเอง หยิ่นหรูจูหลุบตาลงไม่ให้ใครได้เห็นแววตาที่โศกเศร้า นางพูดเสียงเรียบๆ ว่า
“ท่านแม่พูดถูกแล้ว..ให้น้องสาวเถอะเ้าค่ะ "
หลี่อวี้เหยียนแสดงสีหน้าละอายขึ้นมาวูบหนึ่ง ถ้าหยิ่นหรูจูจะมีนิสัยออดอ้อนเหมือนหยิ่นเจียวบ้าง นางกับลูกสาวคนโตอาจจะสนิทสนมกันได้มากกว่านี้ นี่นางมีทีท่าเหินห่างราวกับคนแปลกหน้าอยู่ตลอดเวลาจนนางไม่อยากจะใกล้ชิดกับลูกสาวคนนี้เลย หยิ่นเจียวรู้สึกบรรยากาศเขม็งเกลียวขึ้นเรื่อยๆ จนนางรู้สึกวิตกกังวล
นางเดินไปหยิ่นหรูจูจับมือแล้วเขย่าเบาๆ อย่างออดอ้อน
“พี่สาว! ผ้าชิ้นนี้มันเหมาะกับพี่จริงๆนะ ถ้าพี่ไม่อยากใส่คนเดียวเช่นนั้นมาใส่คู่กันกับข้าดีไหม? ข้าจะหาผ้าลายอีกผืนมาจับคู่ด้วยกันแบบนี้ก็น่าจะพอทำชุดได้ถึงสองชุดนะเ้าคะ!”
หยิ่นหรูจูใกับมือเล็กๆ ที่เอื้อมมาจับมือของนางอย่างสนิทสนม นางผงะถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว พอทำไปแล้วจึงเห็นว่าน้องสาวของนางมีสีหน้าเศร้าสร้อย ดวงตาก็เหมือนมีไอหมอกจับอยู่ พอหยิ่นหรูจูเห็นแบบนั้นนางสงสัยว่าตนเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า? แต่แล้วนางก็ได้สติ หยิ่นเจียวเคยร้องไห้เพราะเสียใจที่ไหนกัน มีแต่แสร้งทำเท่านั้น พอนางเหลือบไปดูมารดาก็เห็นมารดาทำท่าไม่พอใจ…หรือว่านี่จะเป็การแสดงแบบใหม่ของนางกันน่ะ? พอคิดแบบนี้นางก็ดึงมือออกจากมือหยิ่นเจียวทันที
“เหลวไหล! ผ้ามีแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นจะทำถึงสองชุดได้อย่างไร? ดูสิจะหาสีมาจับคู่ให้เข้ากันก็ไม่ใช่เื่ง่าย ๆ”
หลี่อวี้เหยียนแสดงความไม่พอใจ นางเห็นทุกอย่างที่หยิ่นเจียวทำ ั้แ่ที่หยิ่นเจียวตกน้ำแล้วฟื้นขึ้นมา นางพยายามเข้าหาทำตัวสนิทสนมกับพี่สาวของนางมากขึ้น แต่หยิ่นหรูจูยังดูไม่สนใจและมีทีท่าเ็ากับหยิ่นเจียวตามปกติ
เจียวเจียวเป็คนหยิ่งยโส เอาแต่ใจตัวมาก คราวนี้นางลดตัวของนางลงมากแล้ว แต่หรูจูยังทำเพิกเฉยใส่นางอยู่อีกหรือ?
หยิ่นหรูจููที่ยืนอยู่รู้ดีว่ามารดาแกล้งดุหยิ่นเจียวเพื่อกระทบนางต่างหาก หยิ่นหรูจูอ้าปากกำลังจะพูด หากกลับถูกหยิ่นเจียวขัดจังหวะขึ้นก่อน หยิ่นเจียวกระทืบเท้า เม้มปาก ท่าทางเอาแต่ใจ หมอกในดวงตาจับตัวแน่นขึ้นคาดว่าจะกลายเป็น้ำตาในไม่ช้า นางมองไปที่มารดาน้ำตาคลอแทบจะหยด
“ท่านแม่! ข้าไม่สนใจ ข้าจะใส่ชุดเหมือนกับพี่สาว ส่วนเื่แบบเื่ผ้าที่จะมาจับคู่กัน ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง ปล่อยให้เป็หน้าที่ของลูกสาวคนนี้เถอะเ้าค่ะ! " หยิ่นเจียวพูดแล้วก็แอบถอนหายใจ ถ้าหาก้าให้หลี่อวี้เหยียนฟังนางคงมีแต่ต้องใช้วิธีแบบนี้เท่านั้น
“แต่ว่า…”หลี่อวี้เหยียนหนักใจ สิบนิ้วของหยิ่นเจียวแทบจะไม่เคยััน้ำแร่ด้วยซ้ำ..นางจะทำเื่แบบนี้ได้อย่างไร? จะเข้าใจการออกแบบหรือแม้แต่จะจับคู่สีของผ้าได้หรือ? เกรงว่านางจะเห็นเป็ของเล่นเสียมากกว่า..
“ท่านแม่! ท่านแม่ไม่รักลูกไม่ตามใจลูกแล้วหรือเ้าคะ ลูกแค่อยากใส่เสื้อผ้าเหมือนพี่สาวเท่านั้นเอง!” หยิ่นเจียวสูดน้ำมูก น้ำตาไหล ดูเหมือนคนถูกรังแกอย่างหนัก
“ลูกเอ๋ย! พอเถอะๆ แม่ตามใจลูกแล้ว ..อย่าร้องไห้..เจียวๆ หยุดร้องเถอะ!”หลี่อวี้เหยียนรีบใช้มือเช็ดน้ำตาให้ลูกสาว นางตีขาตนเองอย่างโมโหที่นางขัดใจลูกสาว หยิ่นหรูจูมองหยิ่นเจียวอยากแปลกใจ เหมือนนางจะไม่เข้าใจน้องสาวคนนี้ขึ้นเรื่อยๆ หลี่อวี้เหยียนปลอบใจตบบ่าตบไหล่นางอย่างปลอบประโลม…แต่น้ำตาเ้ากรรมก็ไม่ยอมหยุด นางไม่ได้อยากร้องไห้ แต่น้ำตาบ้านี่กลับไหลออกมาตลอด หยิ่นเจียวไม่เข้าใจว่าทำไมน้ำตาถึงได้ไม่หยุดไหลเสียที!!
หลังจากหลี่อวี้เหยียนเดินกลับไปนางก็บ่นกับสาวใช้คนสนิทอย่างหลิวหยุนว่า
“หลิวหยุน ข้าล่ะกลัวหยิ่นเจียวจริงๆ ไม่รู้ว่านางจะแผลงฤทธิ์อะไรอีก ดูสินางจะทำอะไรกับผ้าชิ้นนั้นได้ มิแคล้วจะให้จวนหย่งจงโหวขายขี้หน้าอีกกระมัง ..แต่ช่างเถอะๆ ขอแค่นางอารมณ์ดีก็ปล่อยนางทำไปเถอะ!”
หากหยิ่นเจียวรู้ว่ามารดาคิดยังไงกับนาง นางคงได้แต่ถอนใจ เ้าของร่างเดิมทำลายจวนจงหย่งโหวมากกว่าที่มารดาจะคาดถึงด้วยซ้ำ หลังจากนั้นหยิ่นเจียวก็ให้หงเซี่ยไปหาอุปกรณ์ต่างๆ มาให้นาง
แม้ว่าหงเซี่ยจะรู้ว่านางจะใช้กระดาษฟางเอาไปทำอะไร แต่สำหรับถ่านนั้น หงเซี่ยจนปัญญาที่จะรู้ว่าคุณหนูจะเอาถ่านมาทำอะไรจริงๆ ..แต่นางก็ไม่ได้ซักไซ้ รีบไปหาของที่หยิ่นเจียว้ามาให้
หยิ่นเจียวคลี่กระดาษลงบนโต๊ะ จากนั้นก็ใช้ดินสอที่ทำจากถ่านวาดรูปที่อยู่ในหัวออกมาอย่างรวดเร็ว หงเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับตาค้าง มองคุณหนูที่จู่ๆ ก็ทำท่าเคร่งขรึมจริงจังจนทำให้ไม่อยากรบกวนสมาธินาง
หยิ่นเจียวหัวสมองแจ่มใส นางเอนตัวแล้วเริ่มร่างแบบอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ถ่านที่เปราะบางก็ถึงกับหักไปหลายแท่งแล้ว อีกทั้งกระดาษที่ใช้ไม่ได้ก็กองเกลื่อนกราดไปทั่วพื้นห้อง หลังจากเวลาล่วงผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดคิ้วที่ขมวดของนางก็คลายออก หญิงสาววางแท่งถ่านลงแล้วร้องว่า
"เสร็จแล้ว! "นางหมุนคอ สะบัดข้อมือเพื่อคลายเมื่อย จากนั้นก็ยื่นกระดาษให้หงเซี่ย
“หงเซี่ย เอากระดาษแผ่นนี้ไปให้พี่สาวข้าดู หากนางพอใจก็ส่งให้ช่างทำเสื้อได้เลย!"หยิ่นเจียววาดรูปในแท็บเล็ตมานานจนตอนนี้มาจับดินสอก็รู้สึกไม่ถนัดเสียแล้ว
“นี่..คุณหนูเป็คนวาดหรือเ้าคะ!”หงเซี่ยพูดอย่างประหลาดใจ
มีภาพวาดหญิงสาวสองคนอยู่ในกระดาษแผ่นนั้น ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนกับ หยิ่นเจียวและพี่สาวของนางหยิ่นหรูจูไม่มีผิดเพี้ยน แม้แต่เสื้อผ้าที่พวกนางใส่ ก็เป็แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีการเขียนกำกับถึงสีและวัสดุที่ใช้แม้ว่าจะไม่ใช่รูปลงสีหากแต่พอดูแล้วก็เข้าใจได้โดยง่าย จากรูปนี้หงเซี่ยพอจะจินตนาการได้ว่าคุณหนูทั้งสองหากได้สวมใส่ออกมาจะดูงดงามมากขนาดไหน
******