ค่ำคืนหลังจบการประลอง
ชื่อนามของหลินเซวียนแพร่สะพัดไปทั่วนครเมฆคราม
แม้เขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
แต่ผู้คนกลับพูดถึงเขามากกว่าผู้ชนะเสียอีก
"ได้ยินหรือยัง?"
"เด็กนั่นเกือบเอาชนะเซียวอวี่เฟิงได้"
"ขั้นเปิดประตูมรรคาแท้ ๆ"
"น่ากลัวเกินไปแล้ว"
ภายในโรงเตี๊ยมหลายแห่ง
ผู้ฝึกตนจำนวนมากกำลังถกเถียงกันอย่างออกรส
บางคนเชื่อว่าหลินเซวียนเป็นอัจฉริยะร้อยปีพบหนึ่งคน
บางคนกลับคิดว่าเขาเพียงโชคดี
แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด
ชื่อของหลินเซวียนได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาของทั้งนครไปแล้ว
...
ภายในห้องพักเล็ก ๆ
หลินเซวียนกำลังนั่งขัดสมาธิ
ลมหายใจมั่นคง
พลังปราณค่อย ๆ ไหลเวียนภายในร่าง
อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้กับเซียวอวี่เฟิงเริ่มฟื้นตัวทีละน้อย
แต่ในใจของเขา
กลับไม่ได้ยินดีกับชื่อเสียงที่ได้รับ
สิ่งที่เขาคิดมีเพียงอย่างเดียว
"ข้ายังอ่อนแอเกินไป"
เขามองฝ่ามือตนเอง
หากเป็นการต่อสู้จริงนอกลานประลอง
เขาคงตายไปแล้ว
แม้จะมองเห็นจุดอ่อนของกระบวนท่า
แต่ร่างกายกลับตามไม่ทัน
นี่คือข้อจำกัดที่ชัดเจนที่สุด
ทันใดนั้น
ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในร่างพลันสั่นไหว
ครืนน...
หลินเซวียนลืมตาขึ้นทันที
ดวงตาแห่งกรรมเปิดออกโดยอัตโนมัติ
ภาพเลือนรางปรากฏขึ้นตรงหน้า
...
เขาเห็นหอคัมภีร์เมฆคราม
แต่ไม่ใช่หอคัมภีร์ในปัจจุบัน
กลับเป็นหอคัมภีร์ที่เก่าแก่กว่ามาก
กำแพงแตกร้าว
พื้นปกคลุมด้วยเลือด
ท่ามกลางความมืด
มีชายผู้หนึ่งถือโคมยืนอยู่
ยังคงเป็นคนเดียวกับที่เขาเคยเห็นในเมืองสีดำ
ชายผู้นั้นค่อย ๆ หันกลับมา
แม้ใบหน้าจะยังพร่าเลือน
แต่คราวนี้
เขาเอ่ยคำพูดออกมาเป็นครั้งแรก
"พวกมัน..."
"...กำลังมองหาเศษกุญแจ"
หลินเซวียนใจสั่น
"กุญแจอะไร?"
แต่ภาพทั้งหมดแตกสลายทันที
เหลือเพียงความเงียบ
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงระฆังดังก้องไปทั่วนครเมฆคราม
ก๊อง!
ก๊อง!
ก๊อง!
ผู้คนจำนวนมากรีบออกจากที่พัก
เพราะรู้ดีว่า
วันนี้คือวันประกาศผลผู้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
ลานจัตุรัสกลางนครเต็มไปด้วยผู้คน
รายชื่อถูกแขวนอยู่บนแผ่นศิลาขนาดยักษ์
หลินเซวียนเดินเข้าไปดู
และพบชื่อตนเองอยู่ในอันดับที่สิบเจ็ด
ข้างกันนั้น
ยังมีชื่อของ
ลั่วชิงอวี่
เซียวอวี่เฟิง
และมู่หรงเย่
เช่นกัน
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของทุกคน
กลับเป็นประกาศอีกฉบับหนึ่ง
"ภารกิจทดสอบภาคสนาม"
ผู้เข้าสู่รอบต่อไปทุกคน
จะต้องออกนอกนครเมฆคราม
มุ่งหน้าสู่
หุบเขาหมอกทมิฬ
เพื่อเก็บผลึกวิญญาณที่กำหนด
ภายในเจ็ดวัน
ผู้ที่กลับมาได้เท่านั้น
จึงจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย
ทันทีที่ประกาศถูกอ่านจบ
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วบริเวณ
เพราะหุบเขาหมอกทมิฬ
ไม่ใช่สถานที่ธรรมดา
ที่นั่นเต็มไปด้วย
อสูร
วิญญาณอาฆาต
และผู้ฝึกตนชั่วร้าย
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตายอยู่ภายในทุกปี
...
ลั่วชิงอวี่เดินเข้ามาหาหลินเซวียน
สีหน้าจริงจังกว่าปกติ
"เจ้ารู้จักหุบเขาหมอกทมิฬหรือไม่?"
หลินเซวียนส่ายหน้า
หญิงสาวถอนหายใจ
"ถ้าเช่นนั้นเจ้าควรระวัง"
"เพราะที่นั่น..."
"...เป็นสถานที่ที่คนชุดดำเคยปรากฏตัว"
คำพูดนั้นทำให้หลินเซวียนชะงัก
ดวงตาแห่งกรรมสั่นไหวเบา ๆ
ทันทีที่ได้ยินคำว่า
"คนชุดดำ"
...
ในอีกมุมหนึ่งของจัตุรัส
มู่หรงเย่ยืนมองผู้คนอย่างเงียบงัน
ด้านหลังเขา
ชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้เสียง
"เจ้านาย"
"พบร่องรอยแล้ว"
มู่หรงเย่หรี่ตา
"อยู่ที่ใด"
ชายชราตอบเสียงต่ำ
"หุบเขาหมอกทมิฬ"
แววตาของมู่หรงเย่เปลี่ยนไปทันที
ราวกับกำลังเชื่อมโยงบางสิ่งเข้าด้วยกัน
...
ขณะเดียวกัน
ลึกลงไปในซากวิหารร้างกลางหุบเขาหมอกทมิฬ
กลุ่มคนชุดดำหลายสิบคนกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแท่นหินโบราณ
ผู้นำสวมหน้ากากสีดำยืนอยู่เบื้องหน้า
สายตาจ้องมองอักขระบนผนัง
ก่อนกล่าวช้า ๆ
"ผู้ถือโคมมาถึงนครเมฆครามแล้ว"
"ถึงเวลาเริ่มขั้นตอนต่อไป"
ทันทีที่สิ้นเสียง
อักขระสีดำบนผนังพลันส่องแสง
เผยสัญลักษณ์ประหลาด
ซึ่งมีรูปร่างคล้าย
ตะเกียงเก้าชั้น
ทุกคนต่างก้มศีรษะลงพร้อมกัน
ราวกับกำลังบูชาบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
...
สายลมกลางคืนพัดผ่านหุบเขา
หมอกสีดำลอยปกคลุมทั่วฟ้าดิน
และไม่มีใครรู้ว่า
การทดสอบครั้งต่อไป
กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ใหญ่กว่าการคัดเลือกหลายเท่า
"นครเมฆครามกำลังมองหาผู้มีพรสวรรค์"
"แต่ในเงามืด..."
"กลับมีบางคนกำลังมองหาผู้ถือโคมเช่นกัน"