กำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess)

    ตอนที่59:ปะทะเดือด

     ไท่เซวียนแสยะยิ้มในใจอย่างเย็นชา เมื่อ "จินอู" บุตรชายของรองแม่ทัพและหนึ่งในสมุนเอกของเหล่าพี่ชายตัวแสบ ย่างสามขุมเข้ามาหาเรื่องอย่างโจ่งแจ้ง ดวงตาของมันฉายแววเหยียดหยามและสนุกสนานอย่างไม่ปิดบัง ลิ้นของมันเลียริมฝีปากราวกับนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ


    "องค์ชายไท่เซวียนผู้ไม่เอาไหน!" จินอูตะเบ็งเสียงก้อง กิริยาหยาบกระด้างราวพวกนักเลงข้างถนน มิได้ให้เกียรติความเป็นองค์ชายของไท่เซวียนแม้แต่น้อย 


    "ข้าได้รับคำสั่งจากเหล่าองค์ชายและองค์หญิง ให้มา 'ฝึกปรือ' ท่านเสียหน่อย! เห็นว่าทรงอ่อนแอเสียเหลือเกินในสนามรบ เกรงว่าจะเป็นภาระให้เหล่าทหารต้องคอยปกป้อง!" มันเน้นคำว่า "ฝึกปรือ" ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่ไท่เซวียนด้วยความเร็ว หมายจะสั่งสอนให้รู้สำนึกตั้งแต่กระบวนท่าแรก!


    ทว่าไท่เซวียนในยามนี้มิใช่องค์ชายผู้อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว สองสัปดาห์ที่ผ่านมาในห้วงมิติแห่งแหวนธรรมรงค์สวรรค์ แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ ในโลกภายนอก แต่มันคือการฝึกฝนอันแสนทรมานและยาวนานสำหรับเขา เขาสะบัดเท้าเพียงเล็กน้อย ร่างก็พลิ้วหลบการจู่โจมอันเก้งก้างของจินอูได้อย่างง่ายดายราวกับผีเสื้อหยอกเย้าบุปผา ทำให้ร่างหนาๆ ของจินอูเสียหลักถลาไปเบื้องหน้าอย่างน่าสมเพช


    ไท่เซวียนรีบฉวยโอกาสทองนี้ เขามิได้คิดจะตอบโต้โดยตรง แต่กลับเคลื่อนกายวูบวาบไปอยู่เบื้องหลังนานา สตรีผู้ติดตามที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ "จินอู! เจ้า...เจ้ากล้าทำร้ายข้ารึ! นี่ข้าคือองค์ชายนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!" ไท่เซวียนแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกสุดขีด น้ำเสียงสั่นเครือราวกับลูกแกะที่กำลังจะถูกเชือด


    จินอูเมื่อเห็นไท่เซวียนวิ่งไปหลบอยู่หลังสตรีรูปงาม กิริยาท่าทางขี้ขลาดตาขาวเช่นนั้นก็ยิ่งทำให้มันได้ใจ คึกคะนองหนักกว่าเดิมหลายเท่า มันหัวเราะลั่นอย่างสาแก่ใจ "ฮ่าๆๆๆ! องค์ชายขี้ขลาด! คิดจะเอาสตรีมาเป็นโล่กำบังรึ! น่าสมเพชสิ้นดี! หรือว่านี่คือนางในคนโปรดของท่านกันเล่า? รูปโฉมก็งดงามไม่เบาเลยนี่นา!"


    นานานั้นแทบจะกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้นที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันอย่างไม่เต็มใจ นางต้องแสร้งทำเป็นหวาดกลัวตัวสั่น หลบหลีกการโจมตีของจินอูที่เริ่มจะหันเหความสนใจมาที่นางอย่างเฉียดฉิวหลายครั้งหลายครา เพื่อสร้างละครตบตาให้สมจริงที่สุด 'เจ้าองค์ชายสารเลว! กล้าดียังไงมาใช้ข้าเป็นโล่! คิดจะหยามกันรึ!' นางคิดในใจอย่างเดือดดาล แต่ริมฝีปากบางกลับตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "องค์ชายเพคะ! ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ!"


    แต่แล้วสิ่งที่นางไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น! ไท่เซวียนผู้ซึ่งควรจะปกป้องนาง (หรืออย่างน้อยก็ควรจะแสดงท่าทีเช่นนั้น) กลับอาศัยจังหวะชุลมุนที่จินอูกำลังพัวพันอยู่กับนาง เผ่นหนีหายเข้าไปในป่ารกทึบอย่างรวดเร็ว! ทิ้งให้นางอึ้งตะลึงตาค้างอยู่ตรงนั้น จินอูก็อึ้งไม่แพ้กัน ไม่คิดว่าองค์ชายไท่เซวียนจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ ทิ้งหญิงงามไว้เบื้องหลังแล้วเอาตัวรอดไปคนเดียว!


    "หนอยแน่ะ! ไอ้องค์ชายขี้ขลาด!" จินอูสบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นว่าเป้าหมายหลักหนีไปแล้ว เขาก็หันมามองนานาด้วยแววตากรุ้มกริ่มชั่วร้าย 


    "ในเมื่อเจ้าตัวดีมันหนีไปแล้ว...ก็เหลือแต่เจ้าแล้วสินะแม่นางคนงาม มาเป็นของเล่นให้ข้าแก้เซ็งสักหน่อยเป็นไร!" เดิมทีเขาวางแผนจะจับนางไว้เป็นตัวประกันเพื่อขู่เข็ญไท่เซวียน แต่เมื่อไท่เซวียนแสดงท่าทีไม่ไยดีต่อนางเช่นนี้ แผนเดิมก็คงใช้ไม่ได้ผล เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่การ "ลิ้มลอง" สตรีตรงหน้าแทน


    นานาลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง 'จะยอมให้มันจับดีหรือไม่? หากข้าถูกจับไปแล้วองค์ชายทิ้งข้าไปจริงๆ ข้าจะหาข้ออ้างใดหนีออกมาได้กัน?' นางครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว 'ไม่ได้! มันจะดูน่าสงสัย' นางจึงตัดสินใจเล่นละครหนีหัวซุกหัวซุนต่อไป พยายามหลบหลีกการจับกุมของจินอูอย่างสุดชีวิต


    จินอูไล่ตามนางอย่างสนุกสนานในตอนแรก เขาคิดว่าสตรีบอบบางเช่นนี้คงจะสิ้นแรงในไม่ช้า แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขากลับเริ่มหัวเสียและโมโหหนักขึ้นเรื่อยๆ นานานั้นแม้จะดูเหมือนหนีอย่างทุลักทุเล แต่กลับสามารถหลุดรอดจากเงื้อมมือของเขาไปได้อย่างหวุดหวิดทุกครั้ง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างคอยช่วยเหลือหรือขัดขวางเขาอยู่ตลอดเวลา! 


    หารู้ไม่ว่านานานั้นโกรธแค้นและอัดอั้นตันใจยิ่งกว่าเขาหลายเท่านัก! นางต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแอ ต้องแสดงท่าทีหวาดกลัว ทั้งที่ในใจอยากจะฉีกร่างไอ้คนหยาบคายตรงหน้านี้ออกเป็นชิ้นๆ! นางสาปส่งทั้งไท่เซวียนและจินอูไปนับครั้งไม่ถ้วนในใจ รอคอยจังหวะที่จะได้เอาคืนอย่างสาสม!


    ฝ่ายไท่เซวียนเมื่อหลุดพ้นจากการตามราวีของจินอูและแยกตัวออกจากนานาได้สำเร็จ เขาก็ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว 


    "ทักษะกายามังกร!" สิ้นเสียงประกาศิตในใจ ร่างกายของเขาก็ราวกับถูกหล่อหลอมด้วยพลังแห่งมังกรโบราณ แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะยังคงเป็นมนุษย์ แต่ภายในกลับเปี่ยมด้วยพละกำลังและความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เขาสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกของลูกแก้ววิญญาณที่ท่านแม่กล่าวถึงได้อย่างชัดเจนขึ้น ทิศทางนั้นอยู่ไม่ไกลนัก แต่ดูเหมือนจะอยู่ใกล้กับค่ายศัตรูค่ายหนึ่งที่ปรากฏในแผนที่


    เพื่อความไม่ประมาท เขาเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดสีดำทะมัดทะแมงที่กลมกลืนกับเงามืด สวมหน้ากากโลหะเรียบๆ ปิดบังใบหน้าจนเหลือเพียงดวงตาที่คมกริบ ทำให้ดูราวกับนักฆ่าลึกลับผู้เยือกเย็น ดาบเสมือนที่โรงเรียนสหเวทย์จัดเตรียมให้ ซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่าแร่เหล็กเท่านั้น ถูกชักออกมาจากฝัก เขาลูบคมมันอย่างใจเย็น เตรียมพร้อมสำหรับการบุกเดี่ยวเพื่อตามหาขุมพลังใหม่


    การเดินทางเข้าไปในดินแดนของศัตรูนั้นมิได้ง่ายดายอย่างที่คิด ระหว่างทางไปยังถ้ำเป้าหมาย เขาต้องเผชิญหน้ากับทหารยามของค่ายศัตรูเป็นระยะๆ


    "เฮ้! คืนนี้เงียบสงบดีจริงนะ ข้าชักจะง่วงแล้วสิ" ทหารยามนายหนึ่งบ่นกับสหายที่กำลังสัปหงกพิงกำแพงค่ายอยู่ไม่ไกล "ข้าว่าอีกประเดี๋ยวพวกเราแอบไปงีบกันดีกว่า หัวหน้าหน่วยก็คงไม่ว่าอะไรหรอกน่า แถวนี้มันจะมีอะไรกัน" ทั้งคู่มิได้ใส่ใจต่อหน้าที่เฝ้าระวังแม้แต่น้อย คาดไม่ถึงว่าจะมีเงาร่างลึกลับกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้!


    ไท่เซวียนที่เร้นกายอยู่ในเงามืด ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับความประมาทของพวกมัน เขารอจังหวะที่พวกมันกำลังหันหลังให้ ก่อนจะพุ่งตัวออกไปราวกับเงาพราย!


    ฉัวะ! ฉัวะ!


    เสียงคมดาบตัดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ ทหารยามทั้งสองนายทรุดฮวบลงกับพื้นโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องใดๆ เลือดสีแดงสดไหลนองพื้น ไท่เซวียนมิได้หยุดชะงัก เขารีบเคลื่อนตัวต่อไปทันที


    ครู่ต่อมา เขาพบกับทหารยามอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังนั่งล้อมวงก่อกองไฟเล็กๆ พวกมันกำลังแบ่งปันอาหารและพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างก็นอนเหยียดยาวอย่างเกียจคร้าน ไม่ได้สนใจเฝ้ายามตามหน้าที่แม้แต่น้อย "เมื่อไหร่เหล้าชุดใหม่จะมาส่งเสียทีนะ ข้าล่ะคอแห้งเต็มทนแล้ว" "ได้ยินว่าพรุ่งนี้เช้าเลยนี่แหละ อดใจรอหน่อยเถอะสหาย" ไท่เซวียนอาศัยความมืดและเสียงพูดคุยของพวกมัน ค่อยๆ ย่องเข้าไปจากด้านหลัง เลือกเป้าหมายที่อยู่ริมวงนอกสุดก่อน...


    ฉัวะ!


    เสียงคมดาบดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องอันแสนสั้น ทหารยามนายหนึ่งล้มฟุบลงไปในกองไฟ! ทหารที่เหลืออีกสองนายเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด! "ศัตรูบุก! ศัตรูบุก!" พวกมันตะโกนลั่น พยายามจะชักอาวุธขึ้นต่อสู้ แต่ไท่เซวียนเร็วกว่า เพลงดาบ "อาญาตัดศูนย์" ถูกใช้ออกไปอย่างแม่นยำ ดาบของเขาปัดป้องและทำลายจังหวะการตั้งท่าของพวกมัน ก่อนจะหาช่องว่างตวัดคมดาบปลิดชีพพวกมันไปทีละคน


    "อ๊ากกก!" / "แค่ก!"


    เหล่าทหารจอมเวทย์ธรรมดาระดับหนึ่งดาวและสองดาวนั้น กลายเป็นเพียงเศษหญ้าที่ถูกคมดาบของเขาตัดผ่านไปอย่างง่ายดาย แม้แต่จอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับหนึ่งดาวที่พยายามจะใช้ทักษะวิญญาณเข้าต่อกร ก็ยังมิอาจต้านทานความเฉียบคมและความพลิกแพลงที่เพิ่มมากขึ้นของเขาได้ ไท่เซวียนเคลื่อนไหวราวกับเงา สังหารศัตรูอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด พยายามไม่ให้เกิดเสียงดังมากจนเกินไป


    วิชา "อาญาตัดศูนย์" ที่ท่านอาจารย์เจี้ยนซินถ่ายทอดให้นั้น บัดนี้ไท่เซวียนสามารถทำความเข้าใจและนำมาประยุกต์ใช้ได้ทุกวรรคแล้ว แม้ความชำนาญในวรรคปลายๆ จะยังไม่เทียบเท่าช่วงต้น แต่เขาก็เรียนรู้ที่จะสังเกตการเคลื่อนไหวและท่วงท่าของศัตรู ก่อนจะเลือกใช้วรรคที่เหมาะสมในการรับมือได้อย่างรวดเร็ว


    เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจอมเวทย์ธรรมดาระดับสามดาว หรือจอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับสองดาวที่ลาดตระเวนมาพบเข้า การต่อสู้ก็เริ่มจะตึงมือขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกมันมีทั้งพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งกว่าและประสบการณ์ที่เหนือกว่า


    "นั่นมันใคร! กล้าดีอย่างไรมาบุกรุกค่ายเรา!" เสียงตวาดของจอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับสองดาวนายหนึ่งดังขึ้น มันตวัดดาบยาวในมือเข้าใส่ไท่เซวียนด้วยความเร็วสูง ไท่เซวียนเห็นอีกฝ่ายเริ่มตั้งท่าโจมตี เขาก็เตรียมพร้อมรับมือทันที 


    'มันเริ่มตั้งท่า... ต้องใช้วรรคที่หนึ่ง!' เขาจึงตวัดดาบของตนเองขึ้นรับ ปะทะเข้ากับโคนดาบของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ทำลายแรงส่งและสกัดกั้นการโจมตีนั้นเสียตั้งแต่ต้น ก่อนจะพลิกข้อมือ 


    'จังหวะนี้...ต้องวรรคที่สอง!' เขาจึงสะกิดไปยังข้อศอกของศัตรู ทำให้มันเสียหลักทันที เปิดโอกาสให้ไท่เซวียนโจมตีซ้ำและปลิดชีพมันลงได้


    เมื่อทหารอีกนายหนึ่งซึ่งเป็นจอมเวทย์สายพลัง ยิงลูกไฟขนาดใหญ่เข้ามาหมายจะเผาผลาญเขา ไท่เซวียนก็มิได้ตื่นตระหนก 


    'พลังเวทย์โจมตีระยะไกลแบบนี้...ต้องวรรคที่สาม!' เขาสังเกตวงโคจรของพลังเวทย์ที่อีกฝ่ายปลดปล่อยออกมา แล้วตวัดดาบที่ผสานไอพลังของตนเอง สร้างเป็นม่านพลังบางเบาแต่เฉียบคม เข้าตัดผ่านลูกไฟนั้น สลายพลังงานของมันลงกลางอากาศก่อนที่มันจะมาถึงตัว


    "มันอยู่ตรงนั้น! ล้อมมันไว้!" เสียงตะโกนของหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนดังขึ้น ไท่เซวียนพบว่าตนเองถูกล้อมไว้เสียแล้ว! ทหารนับสิบกรูกันเข้ามาจากทุกทิศทาง!


    "เจ้าหนู! ยอมจำนนเสียดีๆ!" หัวหน้าหน่วยซึ่งเป็นจอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับสองดาวอีกนายตะคอก มันปลดปล่อยพลังจากลูกแก้ววิญญาณ สร้างกรงเล็บพลังงานหมายจะจับกุมไท่เซวียน


    ไท่เซวียนกวาดตามองศัตรูรอบทิศ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฝ่าออกไป! เขาคำรามในลำคอ พุ่งเข้าใส่จุดที่ทหารยืนอยู่เบาบางที่สุด! ดาบในมือตวัดออกไปอย่างต่อเนื่อง! เสียงโลหะกระทบกันดังลั่น! เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงสาปแช่งดังระงม! ไท่เซวียนกัดฟันสู้ เขาหลบหลีกคมดาบและพลังเวทย์ที่สาดซัดเข้ามาอย่างสุดชีวิต เมื่อทหารนายหนึ่งแทงหอกเข้ามาอย่างรวดเร็ว 


    'แทงตรงมาแบบนี้...ต้องทำให้เสียสมดุล! วรรคที่สอง!' เขาใช้เท้าเหยียบลงบนด้ามหอก ทำให้ทิศทางของคมหอกเบี่ยงเบนไปอย่างกระทันหัน พร้อมกับใช้แรงส่งนั้นดีดตัวหลบและตวัดดาบฟันเข้าที่คอหอยของศัตรูในจังหวะที่มันเปิดช่องว่างพอดี!


    และแล้ว...ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดในเส้นทางนี้ก็ปรากฏตัวขึ้น มันคือหัวหน้าหน่วยลาดตระเวน...จอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับสามดาว! ออร่าพลังเวทย์อันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากร่างของมันนั้นกดดันจนไท่เซวียนรู้สึกหายใจติดขัด ดวงตาของมันจับจ้องมาที่เขาอย่างเย็นชาและกระหายเลือด 


    การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นบททดสอบที่แท้จริงว่าเขาพัฒนาไปได้ไกลเพียงใด! ไท่เซวียนกำดาบในมือแน่น เขาไม่สามารถใช้ทักษะอัญเชิญจากแหวนธรรมรงค์สวรรค์ได้ในร่างเสมือนนี้ สิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้คือวิชาดาบและพลังกายามังกรที่เพิ่งจะเริ่มควบคุมได้เท่านั้น แต่กระนั้น...แววตาของเขากลับมิได้มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความกระหายที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง!


    คล้ายกับเรื่องกำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess) ที่คุณอ่าน