ไม่นานนัก ขบวนรถคุ้มกันของหน่วยผู้พิทักษ์ก็ได้เดินทางมาถึงสภาผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งขุมพลังแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ในใจกลางตัวของเมืองหรู่หมิง
อาคารแห่งนี้เต็มไปด้วยความสง่างามและความน่าเกรงขาม มันเป็นศูนย์กลางของการปกครองและการตัดสินใจ เกี่ยวข้องกับการหลอมรวมระหว่างโลกเกมอาณาจักรเทพและโลกแห่งความเป็นจริง อาคารสภาถูกสร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวที่ส่องแสงแวววาวภายใต้แสงอาทิตย์
สัญลักษณ์ของสภาผู้ยิ่งใหญ่ที่ปักไว้บนผนังของอาคารแสดงถึงอำนาจและความยุติธรรมที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย
“นี่น่ะเหรอ.. สภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่สาขาเมืองหรู่หมิง แค่สาขาเดียวก็ใหญ่โตมากแล้ว”
“ไม่อยากคิดเลยว่าสาขาหลักของสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่เป็นยังไง ได้ยินว่ามันอยู่บนท้องฟ้า?”
อนาเธอร์และกลุ่มของเขาถูกนำเข้าไปภายในอาคารสภาด้วยความเงียบสงบ ขณะที่ทั้งหมดก้าวผ่านเส้นทางเดินที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และภาพวาด มันบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์
ในตอนนั้น อนาเธอร์ได้ก้าวเข้าไปในห้องสอบสวน ส่วนอีกห้าคนที่เหลือยังคงถูกคุมตัวอยู่ด้านนอก
“แข็งแกร่งมาก.. ”
“แต่ก็เทียบไม่ได้กับท่านแม่!”
เขารู้สึกได้ถึงความหนักหน่วงในอากาศ พร้อมกับนัยน์ตาที่ดูสั่นไหวขึ้นอยู่เล็กน้อย
ในห้องสอบสวนนั้นมีสมาชิกของสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูง มีด้วยกันทั้งหมดห้าคน ใบหน้าที่เยือกเย็นและแฝงไปด้วยความรู้ลึกซึ้ง
พวกเขาไม่ได้เอ่ยคำใดๆขณะที่อนาเธอร์กำลังถูกนำตัวเข้ามา
“ท่่านห้าผู้พิทักษ์ ชายคนนี้แจ้งตนเองว่าเป็นทายาทของตระกูลซิกฟรีด พวกเราไม่เชื่อและต้องทำตามกฎระเบียบ”
“ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด.. พวกผมได้แจ้งผ่านเครือข่ายสื่อสารแล้วครับ”
ชายสูงวัยกล่าวขึ้นอย่างเคารพ จากนั้นก็ก้าวถอยหลังออกไปอยู่เล็กน้อย
“เข้าใจแล้ว การสังหารในเมืองหรู่หมิงมักไม่ค่อยเกิดขึ้นซักเท่าไหร่นัก”
คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์รับฟังเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ พลางโบกมือให้เขาออกไปยังด้านนอกของห้อง ซึ่งคนผู้นั้นก็ทำตามแต่โดยดี
เพียงชั่วครู่เดียว ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ก็เหลือเพียงแค่อนาเธอร์กับตัวตนทั้งห้า พวกเขาทั้งหมดต่างจ้องมองเข้ามายังเขาเป็นจุดเดียว
“เผ่าเอลฟ์.. เผ่ามนุษย์.. เผ่ามนุษย์หมาป่า.. มีแม้แต่เผ่าพันธุ์ดรูอิดด้วย?”
“สมแล้วที่เป็นศูนย์รวมของโลก ขั้วอำนาจนี้เปิดรับทุกเผ่าพันธุ์จริงๆด้วย”
อนาเธอร์ยืนนิ่งอยู่ในห้องสอบสวนของสภาผู้ยิ่งใหญ่ ขณะที่จ้องมองไปยังสมาชิกทั้งห้าคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงอย่างสนใจ แต่ละคนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในเมืองหรู่หมิง และพวกเขาคือผู้ที่มีสิทธิ์ตัดสินชะตากรรมของเขาในครั้งนี้
สายตาของอนาเธอร์เต็มไปด้วยความสงบนิ่ง ไม่มีความหวั่นไหวหรือความกลัวใดๆ แม้ว่าตัวเขาจะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ดูจะไม่เป็นผลดีกับตัวเขาเลยซักนิด
สมาชิกของสภาทั้งห้าคนต่างก็มีท่าทางเยือกเย็นและเคร่งขรึม พวกเขาจ้องมองอนาเธอร์อย่างสงสัย บรรยากาศในห้องสอบสวนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงลมหายใจของทุกคนในห้อง และในที่สุด หนึ่งในสมาชิกสภาของสาขาแห่งนี้ก็เริ่มเอ่ยคำถามขึ้น
“เจ้าคือทายาทของซิกฟรีดจริงหรือไม่?”
ชายสูงวัยคนหนึ่งที่มีใบหน้าคมเอ่ยถาม
อนาเธอร์หันไปมองชายสูงวัยคนนั้น ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นใจ
“ใช่ ผมเป็นทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟรีด แต่ผมมิได้เป็นผู้ก่อเรื่อง ผมเพียงแต่ป้องกันตนเองและพรรคพวกจากการโจมตีของกิลด์หอคอยอุโรโบรอส พวกมันลงมือก่อน!”
คำตอบของอนาเธอร์ทำให้บรรยากาศในห้องสอบสวนเริ่มมีการขยับเล็กน้อย
“ทายาทลำดับที่สี่? คานและอนาเธอเลียมีทายาทลำดับนี้ด้วยเรอะ?”
“ไม่รู้สิ ในโลกแห่งนี้่ ตระกูลซิกฟรีดได้ให้กำเนิดผู้เล่นระดับสุดยอดขึ้นมาสามคน”
“คนแรกคือเทพสงครามไมเยอร์, คนที่สองเทพีผู้สืบทอดพลังแห่งอาเธน่า เรน, แล้วก็ไคล์ ผู้มีพลังของอัครทูตสวรรค์ เรมีเอล ส่วนลำดับทายาทคนที่สี่เช่นเจ้า พวกเราไม่เคยได้ยินเรื่องนี้กันเลยซักนิด? เพราะคานและอนาเธอเลียก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยด้วย”
สมาชิกสภาอีกคนหนึ่ง หญิงเอลฟ์ที่มีผมสีเงินและดวงตาคมแหลม จ้องมองอนาเธอร์ด้วยสายตาที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
“ยังไงก็ตาม..หากเจ้าเป็นทายาทของตระกูลซิกฟรีดจริง เราก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจ”
“ตระกูลซิกฟรีดเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจ ข้าไม่เชื่อว่าลูกหลานของพวกเขาจะเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุร้ายเช่นนี้ได้โดยง่าย”
“แต่หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงขึ้นมา ทางเราจะตัดสินอย่างยุติธรรมแน่นอน เพราะเราคือสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่ยังไงละ”
ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป คำพูดของอนาเธอร์ถูกตั้งคำถามและท้าทายจากสมาชิกของสภาหลายคน
พวกเขาต่างต้องการหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อยืนยันว่าอนาเธอร์ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุและเป็นเพียงผู้ที่ต้องป้องกันตนเอง
ในเวลาเดียวกัน ขณะที่การสอบสวนในห้องสภากำลังดำเนินไป ผู้นำของตระกูลซิกฟรีด คาน และยังเป็นพ่อของอนาเธอร์ก็ได้รับข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ข่าวสารนี้ทำให้เขาโกรธจัด จนทำให้ทั่วทั้งอาณาเขตของตระกูลซิกฟรีดสั่นสะเทือนด้วยพลังอันรุนแรง
คานถือเป็นผู้เล่นที่มีพลังแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และการแสดงออกทางอารมณ์ของเขานั้นมักมาพร้อมกับพลังที่น่ากลัว
เมื่อเขาได้ยินข่าวว่าลูกชายสุดที่รักของเขา—อนาเธอร์ ถูกกิลด์หอคอยอุโรโบรอสโจมตี และยังถูกสภาผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองหรู่หมิงจับกุมตัวไปอีก ความโกรธก็พุ่งทะยานจนไม่สามารถระงับได้
“กล้าลงมือกับลูกชายของข้า? และสภาผู้ยิ่งใหญ่สาขาเมืองหรู่หมิงยังกล้าจับกุมเขาไปอีก?”
“ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าพวกแกเป็นใครกัน ถึงกล้าทำเช่นนี้ได้!”
เสียงของคานดังกึกก้องไปทั่วขุนเขาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในอาณาเขตของตระกูลซิกฟรีด
“ผู้พิทักษ์มังกรเพลิงจักรพรรดิ!!”
เมื่อสิ้นคำพูดของชายวัยกลางคน ทันใดนั้นประกายแสงสีแดงที่อยู่ด้านหลังของขุนเขาก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรง ทำให้พื้นที่รอบๆสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ขุนเขาที่เคยสงบนิ่งกลับกลายเป็นเวทีของพลังอำนาจที่น่ากลัวอันมหาศาล
“กะ..เกิดอะไรขึ้น ทำไมท่านผู้นำตระกูลคานถึงได้เรียกตัวตนนี้ออกมา!”
“มังกรเพลิงจักรพรรดิ.. เผ่าพันธุ์มังกรที่ถูกเรียกว่ามีพลังระดับกึ่งเทพ!”
ทุกคนในตระกูลซิกฟรีดต่างตกตะลึงและหวาดกลัว เพราะนี่คือพลังของหนึ่งในสุดยอดที่ทำให้คานเป็นผู้แข็งแกร่งมากที่สุด
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ทันใดนั้น ร่างเงาขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นจากเบื้องลึกของขุนเขา เงานั้นมีความสูงกว่ายี่สิบเมตร ร่างของมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงที่สว่างไสว มันก็คือมังกรเพลิงที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัว
ร่างของมันก่อตัวขึ้นจากเปลวไฟสีแดงที่หมุนวนอยู่รอบตัว ดวงตาเป็นประกายสีทองอันแฝงไปด้วยความดุร้าย มันคือสัตว์ร้ายในตำนานที่คานสามารถนำมันมาเป็นผู้พิทักษ์ของตระกูลได้
“เรื่องอะไรที่ทำให้เจ้าต้องโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ละคาน?”
มังกรเพลิงจักรพรรดิเหลือบตามองไปยังเบื้องล่าง และเอ่ยถามกับคู่หูตนอย่างสงสัย
คานไม่ตอบอะไรแต่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความรวดเร็ว เขาขึ้นไปนั่งบนหัวของมังกรเพลิง ร่างของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์ร้ายในตำนานนี้ เปลวเพลิงลุกโชนไปทั่วรอบตัวของเขา ราวกับว่าความโกรธที่เกาะกุมใจนั้นกำลังแผ่ขยายออกไปสู่ท้องฟ้าและทุกสิ่งรอบตัว
“ฮึ่ม! มีไอ้เวรบางกลุ่มกล้าลงมือกับลูกชายสุดที่รักของข้านะสิ”
คานประกาศอย่างกราดเกรี้ยว ส่งเสียงฟุดฟัดออกอย่างฉุนเฉียว
“นี่พวกเจ้าน่ะ.. ”
“ตามใจเด็กคนนี้เกินไปหน่อยนะ?”
ประโยคของคานได้ทำให้มังกรเพลิงต้องพูดอะไรไม่ออก เขาเองก็รู้ว่าอนาเธอร์นั้นเป็นที่รักในครอบครัว แต่แบบนี้มันก็เกินไปหน่อย
ในขณะที่คานเตรียมตัวออกเดินทางไปยังสภาผู้ยิ่งใหญ่ที่จับกุมตัวอนาเธอร์โดยไม่พิจารณาอย่างรอบคอบ ที่อีกฟากหนึ่งภายในคฤหาสน์อันเงียบสงัด อนาเธอเลีย ผู้เป็นภรรยากำลังยืนมองดูคานที่กำลังโกรธจัดด้วยใบหน้าที่เฉยชา
เธอรู้ดีว่าตัวของคานรักอนาเธอร์มากเพียงใด และจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกชายของเขาโดยเด็ดขาด
อนาเธอเลียเองก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวในครั้งนี้ เธอยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง ไม่แสดงความสนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอเพียงมองดูสามีของตนเองทะยานขึ้นสู่ฟ้าไปบนหลังของมังกรเพลิง และร่างของเขาทั้งสองก็ค่อยๆหายลับไปจากขอบฟ้า
“เหอะๆ ให้มันไปก็ดีแล้ว”
“ถ้าฉันไปเอง.. ฉันคงจะถล่มสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่สาขานั้นจนราบเป็นหน้ากอง!”
หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆด้วยใบหน้าที่เฉยชา เพราะเธอเองก็ไม่ชอบใจที่ลูกชายสุดที่รักถูกจับกุมตัวไปเช่นนี้
ขณะเดียวกันในห้องโถงใหญ่ การสอบสวนยังคงดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด สมาชิกสภาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าคนยังคงตั้งคำถามและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามเกี่ยวกับบุคคลลึกลับที่ลงมือสังหารผู้เล่นจากกิลด์หอคอยอุโรโบรอส
แม้ว่าจะไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าบุคคลผู้นี้เป็นใคร แต่การกระทำของผู้เล่นคนนี้ได้ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นมาก
“ดูเหมือนผู้ลงมือจะเกี่ยวข้องกับเจ้าจริงๆ และเราต้องการคำอธิบายที่ชัดเจนกว่านี้ เจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้เล่นคนนั้นหรือไม่?”
“เพราะถ้าเจ้าเป็นตระกูลซิกฟรีดจริงๆ คานและอนาเธอเลียก็คงไม่ปล่อยให้ทายาทเช่นเจ้าออกมาตามลำพังกันเช่นนี้หรอกนะ!”
...
55555555+