สารพันเมนูเด็ด กลเม็ดสาวทะลุมิติ [นิยายแปล]

    บทที่ 44 ความตั้งใจที่แฝงอยู่(เปิดฟรี 03/09/2568)

    บทที่ 44 ความตั้งใจที่แฝงอยู่(เปิดฟรี 03/09/2568)

     

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หวังเฮ่ารู้สึกสนใจไม่ใช่เพียงแค่การเดาคำตอบถูกต้อง แต่เขากลับถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “แม้ว่าข้าจะเดาคำตอบได้ แต่ข้ายังคงสงสัย เจ้าคิดค้นการใช้สิ่งนี้เป็นวัตถุดิบได้อย่างไร ซ้ำยังทำออกมาให้อร่อยถึงเพียงนี้อีก”

            “ข้าคิดขึ้นมาเองเพราะต้องเอาตัวรอด พวกเราเป็นคนจน อีกอย่างของพวกนี้ไม่มีค่าอะไรเลย เวลาซื้อเนื้อก็แทบจะได้มาโดยไม่เสียเงิน ข้าจึงคิดว่าอาหารดีๆ ไม่ควรถูกทิ้งให้เสียเปล่า ข้ายังคิดค้นต้มเครื่องในและเลือดหมูขึ้นมาอีกด้วย วันหน้าข้าตั้งใจจะใช้เรื่องนี้ทำมาค้าขาย”

            “อย่างนี้นี่เอง ช่างเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม ดูท่าว่าแม่ครัวผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลหนิงกำลังจะถือกำเนิดขึ้นที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้เสียแล้ว” หวังเฮ่ากล่าวเย้าแหย่หนิงลั่วด้วยรอยยิ้ม

            “ท่านกล่าวเกินไปแล้ว! แต่หากวันหนึ่งที่ข้าได้เป็นแม่ครัวใหญ่จริงๆ ข้าจะเชิญท่านมายังภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง จัดโต๊ะอาหารเลิศรส เต็มไปด้วยอาหารหรูหราเต็มสำรับให้ท่านกินจนพุงกาง” หนิงลั่วกล่าวอย่างมั่นใจ

            ไม่ว่าหวังเฮ่าจะหาคำตอบได้อย่างไร หนิงลั่วก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ นางคิดว่าจะทำให้เขาตอบไม่ได้ ทว่าคาดไม่ถึงว่าหวังเฮ่าจะฉลาดขนาดนี้

            หรือว่านี่คือเหตุผลที่เมื่อตอนเด็กๆ นางเคยชื่นชมเขา ทั้งรูปงามและฉลาดหลักแหลม จึงเดินตามติดเขาแจราวกับลูกสุนัขติดเจ้าของ

            “ตกลง ข้าจะรอวันนั้น” หวังเฮ่ากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

            วันนี้ทั้งหนิงลั่วและหวังเฮ่าพูดคุยกันอย่างราบรื่น บรรยากาศโดยรอบก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้การสนทนาในวันนี้เป็นไปได้ดีกว่าวันที่พวกเขาพบกันก่อนหน้านี้

            “พวกเจ้าคุยอะไรกันดูสนุกสนานนัก! น้องลั่ว หรือน้องเฮ่าจะได้คำตอบแล้ว” หวังเผาถามขึ้น ขณะที่มือยังคงทำงานไม่หยุด เขาเป็นคนที่ทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ทันที่หนิงลั่วกับหวังเฮ่าจะพูดจบ เขาก็ฟันไผ่เป็นมัดเรียบร้อย ทั้งยังมัดอย่างเป็นระเบียบ แล้วยกมาวางไว้ตรงหน้าพวกเขาแล้ว

            ดูจากสถานการณ์แล้ว วันนี้ทั้งสองขึ้นเขามาตัดไผ่ และบังเอิญว่าบริเวณนี้มีป่าไผ่ขึ้นหนาแน่น ทั้งยังบังเอิญมาเจอหนิงลั่วที่นี่พอดี

            “ใช่แล้ว เขาทายถูกแล้ว คราวนี้ข้าต้องทำบางอย่างเป็นการตอบแทนเขาเสียแล้ว” หนิงลั่วแสร้งทำหน้ามุ่ย แสดงท่าทีหงุดหงิดราวกับไม่พอใจที่ตนเป็นฝ่ายแพ้พนัน

            “ฮ่าๆ ไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่ขอให้เจ้าต้องแต่งงานกับข้าหรอก” หวังเฮ่าหัวเราะเย้าแหย่

            “น้องเฮ่า! เจ้าเอาเรื่องแต่งงานมาล้อเล่นได้อย่างไรกัน ระวังจะทำให้น้องลั่วตกใจ” หวังเผากล่าวเตือนน้องชายด้วยสีหน้าจริงจัง

            หนิงลั่วหัวเราะเบาๆ ก่อนกล่าว “พี่เผา ข้าทนฟังได้อยู่แล้ว แต่ข้าว่าคงเป็นพี่หวังเฮ่ามากกว่าที่ไม่คิดจะชายตาแลสาวบ้านนอกเช่นข้า” แม้ว่าในความเป็นจริง หนิงลั่วไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจหากเขาจะหยอกล้อเช่นนี้

            “น้องลั่วล้อเล่นแล้ว เจ้ามีฝีมือทำอาหารเช่นนี้ ข้าคิดว่าอนาคตคงไม่ได้มีบุรุษแค่คนเดียวหรอกที่อยากได้เจ้าไปเป็นภรรยา” หวังเฮ่ากล่าวพลางจ้องมองหนิงลั่ว ดวงตาของเขาแฝงแววครุ่นคิดคล้ายกำลังสำรวจบางอย่าง

            “พอเถอะ อย่าพูดเล่นกันอีกเลย น้องลั่ว ของที่เจ้าต้องการหาได้ครบหรือยัง จะกลับเลยหรือไม่” หวังเผามองน้องชายแวบหนึ่ง เป็นสัญญาณเตือนให้เขาระมัดระวังคำพูดเพราะอีกฝ่ายเป็นสตรี จากนั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นย่ามที่หนิงลั่วถืออยู่ด้วยความสงสัยว่าข้างในบรรจุอะไรไว้

            “เรียบร้อยแล้ว ข้ากำลังจะกลับพอดี” หนิงลั่วกล่าวพลางอธิบายว่า ที่ขึ้นเขามาเพราะต้องการขุดซานเย่า นางตั้งใจไม่พูดถึงเรื่องผลชาน้ำมัน เพราะคิดว่าหวังเผากับหวังเฮ่าคงไม่รู้ถึงสรรพคุณของมัน และพวกเขาก็ไม่ได้ถามถึงด้วย

            “ที่แท้เจ้าหมายถึงซานเย่านี่เอง แต่ของพรรค์นี้กินได้จริงหรือ” หวังเฮ่ามองซ่านเย่าในมือหนิงลั่วด้วยความสงสัย

            หวังเผารู้จักซานเย่าดี แต่เขายังไม่เคยลิ้มลองรสชาติว่าเป็นอย่างไร

            “แน่นอนว่าสามารถกินได้ ซานเย่านี้เป็นของดีทีเดียว ไม่เพียงจะสามารถนำไปทำน้ำแกงหวานได้เท่านั้น ยังสามารถใช้ทำอาหารอื่นๆ ได้อีกด้วย หากกินเป็นประจำ จะช่วยบำรุงร่างกาย” หนิงลั่วถือโอกาสนี้อธิบายสรรพคุณของซานเย่าให้สองพี่น้องฟัง ทั้งสองตั้งใจฟังอย่างตื่นเต้น และถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

            หวังเผาฟังจบก็รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกใหม่ เขาเกาศีรษะอย่างไม่อยากเชื่อ พลางถามว่า “ให้ตายเถอะ น้องลั่ว เจ้ารู้อะไรพวกนี้ได้อย่างไร ข้าจำได้ว่าซานเย่านี่แค่แตะก็ทำให้คันจนแทบทนไม่ไหวแล้ว”

            เด็กๆ ในหมู่บ้านล้วนเคยมีประสบการณ์แตะต้องของต้องห้ามแล้วต้องทุกข์ทรมานราวกับฝันร้าย ซึ่งนั่นก็อาจเป็นฝันร้ายของหวังเผาเช่นกัน แต่หลังจากได้ฟังคำอธิบายของหนิงลั่ว เขาก็เริ่มรู้สึกว่าซานเย่านี้กลายเป็นของล้ำค่าไปเสียแล้ว

            “สิ่งที่ไหลออกมาจากผิวของซานเย่าหลังปอกเปลือก มีสารที่เรียกว่า ‘เหนียนตัวถัง[1]’ ซึ่งทำให้บางคนเกิดอาการแพ้ เวลาปอกเปลือก แต่แค่ใช้ถุงมือหรือใช้เศษผ้าห่อไว้ ระวังอย่าให้สัมผัสโดยตรงก็ไม่เป็นไร”

            ความจริงแล้ว หนิงลั่วยังรู้วิธีล้างซานเย่าที่ช่วยป้องกันอาการคันได้ดีอีกวิธีหนึ่ง นั่นคือการเติมน้ำส้มสายชูลงไปในน้ำที่ใช้ล้างมือ ก็สามารถช่วยลดอาการแพ้ได้ อีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่าคือการใส่ถุงมือ หรือไม่ก็ล้างซานเย่าทั้งเปลือกแล้วนำไปนึ่งจนสุก จากนั้นค่อยเอาไปทำอาหาร

            หวังเฮ่าอดไม่ได้ที่จะมองหนิงลั่วอย่างประหลาดใจยิ่งขึ้น “เจ้ารู้เรื่องพวกนี้มากมายเหลือเกิน แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังรู้ เจ้าไปเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากที่ใดกัน”

            หวังเฮ่าเริ่มรู้สึกว่าหนิงลั่วที่อยู่ตรงหน้าต่างจากภาพลักษณ์ของเด็กหญิงที่เคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เขาตื่นตะลึงไม่น้อย

            หนิงลั่วฉวยโอกาสนี้อธิบายเรื่องราวให้พี่น้องหวังฟัง พลางหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับความสามารถในการทำอาหารของนาง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเกิดความสงสัยโดยไม่จำเป็น “พูดไปพวกท่านคงไม่เชื่อ ข้าเรียนทำอาหารมาจากตำรา”

            หวังเฮ่าได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมอารมณ์ขัน “เขาว่ากันว่า ‘ในตำรามีเรือนทอง ในตำรามีหญิงงาม’ คงจะหมายถึงเจ้าแล้วกระมัง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินว่ามีคนอ่านตำราแล้วกลายเป็นยอดฝีมือด้านการทำอาหาร”

            “ไม่เชื่อหรือ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้ท่านดูหนังสือที่ข้าอ่าน เผื่อท่านจะกลายเป็นยอดพ่อครัวได้เช่นกัน” หนิงลั่วเอ่ย

            “ขอบคุณ แต่ขอเว้นข้าเถอะ” หวังเฮ่ายกมือขึ้นทำท่าขออภัย พร้อมกับหัวเราะเบาๆ

            หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เดินกลับบ้านพร้อมกัน

            ระหว่างทาง หวังเผายังอาสาช่วยแบกย่ามของหนิงลั่วไปด้วย ทำให้นางรู้สึกเกรงใจไม่น้อย

            พี่น้องหวังทั้งสองเป็นคนดีมาก ไม่เพียงแต่ช่วยถือของ ยังอุตส่าห์มาส่งนางถึงหน้าประตูบ้านด้วย

            ตอนแรกหนิงลั่วคิดว่าหวังเผาแค่มีน้ำใจช่วยเหลือ คาดไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงหน้าบ้าน เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะรีบกลับเสียที แถมยังชำเลืองมองเข้าไปข้างในบ้านอยู่บ่อยๆ เหมือนกำลังรอให้ใครบางคนออกมา หนิงลั่วเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจทันที แท้จริงแล้วเขามิได้สนใจอาหาร แต่มาที่นี่เพราะเหตุอื่น

            เมื่อนึกถึงซานเย่าที่ตนขุดมาได้มากมายในวันนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความช่วยเหลือของหวังเผา หนิงลั่วจึงเกิดความคิดจะช่วยให้เขาและพี่สาวของนางได้มีโอกาสใกล้ชิดกัน จึงเอ่ยปากชวนสองพี่น้องหวังกินข้าวที่บ้าน

            ความรู้สึกนี้ต้องได้รับการบ่มเพาะ แต่จะบ่มเพาะได้อย่างไรนั้น แน่นอนว่าต้องสร้างโอกาสให้ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น!

            “พี่เผา พี่หวังเฮ่า วันนี้พวกท่านช่วยข้ามากมาย เช่นนั้นข้าขอเลี้ยงพวกท่านเป็นการตอบแทน เชิญอยู่รับประทานซานเย่าฝีมือข้าเถิด”

            “จะดีหรือ? หากท่านแม่ข้ารู้ว่าพวกข้ามากินข้าวที่นี่อีก นางต้องดุพวกข้าแน่” หวังเผาทำท่าปฏิเสธ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น สายตาของเขายังคงกวาดมองหาเงาของหนิงเวยอยู่ตลอด

            “เฮ้อ...พี่เผา พูดเช่นนี้ก็เกินไปแล้ว หากไม่มีพวกท่านช่วย ข้าคงแบกของกลับมาได้ไม่มากขนาดนี้”

            หวังเฮ่ากลับไม่ได้เกรงใจเหมือนหวังเผา เขายิ้มพลางกล่าวว่า “ในเมื่อเสี่ยวลั่วเอ๋อร์ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เชิญพวกข้ากินข้าว เช่นนั้นก็ขอทำตามเจ้าบ้านแล้วกัน”

            ‘เสี่ยวลั่วเอ๋อร์’ เป็นชื่อที่หวังเฮ่าใช้เรียกหนิงลั่วตั้งแต่เด็ก เมื่อทั้งสองกลับมาสนิทกันมากขึ้น เขาจึงกลับมาใช้ชื่อเดิมที่เคยเรียก ส่วนหนิงลั่วก็ยังคงเรียกเขาว่า ‘พี่หวังเฮ่า’ เช่นเดิม

            หนิงลั่วไม่รู้เลยว่าอาหารส่วนใหญ่ในบ้านถูกกวาดเกลี้ยงไปแล้วโดยบุคคลปริศนาสองคน ทว่าสำหรับหนิงลั่วผู้มีฝีมือเป็นเลิศในงานครัว แม้จะมีเพียงวัตถุดิบง่ายๆ นางก็สามารถรังสรรค์มื้ออาหารให้ออกมาเลิศรสได้


    [1] เหนียนตัวถัง หรือ มิวโคโพลีแซ็กคาไรด์ พบในซานเย่า อาจทำให้เกิดอาการคันหรือระคายเคืองเมื่อสัมผัสกับผิวหนัง

    คล้ายกับเรื่องสารพันเมนูเด็ด กลเม็ดสาวทะลุมิติ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน