ขามา... ซูหยุนต้องจมจ่อมอยู่กับการเดินทาง เร่งฝีเท้าแทบตายกว่าครึ่งค่อนวันจึงจะมาถึง แต่ขากลับนั้นช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว ผู้าุโลู่เพียงคว้าไหล่เขาและเย่ชิง แล้วก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว...
พริบตาต่อมา ทั้งสามก็มาปรากฏตัวกลางโถงประชุมยอดเขาหลักของสำนักเป็ที่เรียบร้อย!
ทันทีที่ตั้งสติได้ ซูหยุนก็พบว่าเบื้องหน้าคือเหล่าผู้าุโที่นั่งเรียงรายอยู่บนบัลลังก์สูง กลิ่นอายรอบกายลึกล้ำยากหยั่งถึง สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่เขาเป็จุดเดียว
ซูหยุนรีบประสานมือคารวะ แต่แรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้าใส่ทำให้เขาตัวเกร็งเผลอถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าว
จู่ๆ ผู้าุโเฉียนก็เอ่ยทำลายความเงียบ "แปลกจริง... เ้าเด็กนี่ดูไม่เหมือนคนถูกยึดร่างเลยสักนิด"
สิ้นเสียงนั้น ลู่สิงและเย่ชิงต่างก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ผู้าุโเฉียนเชี่ยวชาญในศาสตร์ด้านจิติญญามายาวนาน คำพูดของเขาย่อมมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าใคร
ลู่สิงประสานมือกล่าว "เด็กคนนี้ยืนยันหนักแน่นว่าตนไม่ได้ถูกยึดร่าง แต่เพื่อความไม่ประมาท คงต้องรบกวนผู้าุโเฉียนใช้วิชาลับตรวจสอบอีกครั้ง จึงจะวางใจได้"
ผู้าุโเฉียนพยักหน้า "สมควรทำเช่นนั้น"
เขาหันมามองซูหยุน แววตาแฝงรอยยิ้มลึกลับ น้ำเสียงเจือความขี้เล่น "เ้าหนู เข้ามาใกล้ๆ ซิ"
ซูหยุนจำผู้าุโเฉียนได้แม่นยำ ร้องโอดโอยในใจ ซวยแล้วตู... ข้าเพิ่งต้มตุ๋นกัวเลี่ยงจนหมดตัวไปขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าตาแก่นี่จะผูกใจเจ็บ...
ผู้าุโเฉียนราวกับอ่านความคิดของซูหยุนออก เขามองดูเด็กหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าเปื้อนยิ้มพลางส่งกระแสเสียงลับเฉพาะให้ได้ยินกันแค่สองคน
"เ้าหนู วิชาลับของข้าค่อนข้างกินพลังจิต... เพื่อเป็การลงมือให้เ้าสักครั้ง คิดค่าเหนื่อยสักสี่พันผลึกิญญา... คงไม่เกินไปกระมัง?"
ซูหยุนใจหายวาบ นั่นไง มาแล้ว!
เขาเงยหน้าขึ้นตีหน้าซื่อตาใส จ้องมองผู้าุโเฉียนด้วยสายตาตัดพ้อ ท่านเป็ถึงผู้าุโระดับสูง จะเ้าคิดเ้าแค้นอะไรนักหนา! ยังจำเื่ที่ข้าหลอกศิษย์ท่านไปสองพันผลึกิญญาได้แม่นเชียวนะ? แล้วไอ้การเบิ้ลราคาเป็สองเท่าในพริบตานี่มันคืออะไร!
ผู้าุโเฉียนยังคงยิ้มกริ่ม สื่อความหมายชัดเจนทางสายตา ถ้าเ้าไม่จ่าย... เดี๋ยวตอนตรวจสอบจะเกิด 'อุบัติเหตุ' อะไรขึ้น ข้าก็ไม่รับประกันนะ...
ซูหยุนลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ เฮ้อ... สงสัยคราวนี้ต้องยอมจำนน การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าไม่ถูกยึดร่างสำคัญที่สุด เขาจึงกัดฟันส่งเสียงตอบกลับไป "ตกลง! เอาตามที่ผู้าุโเฉียนว่า!"
ผู้าุโเฟิงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของซูหยุน ก็พอจะเดาเื่ราวได้รางๆ พลันรู้สึกสะใจขึ้นมา
จิ้งจอกน้อยเจอจิ้งจอกเฒ่าเข้าให้แล้ว... สมน้ำหน้า!
เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ผู้าุโเฉียนก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง นำกระจกโบราณบานเล็กออกมา ร่ายคาถากระตุ้น กระจกส่องแสงจ้าอาบไล้ไปทั่วร่างของซูหยุน
ซูหยุนรู้สึกเพียงว่าแสงนั้นอุ่นสบายซ่านไปทั้งตัว อาการาเ็ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะทุเลาลงไปหลายส่วน...
แสงนั้นอาบไล้ร่างเขาเพียงชั่วครู่ก็จางหายไป ผู้าุโเฉียนเก็บกระจก ยืนลูบเคราวางมาดนิ่งก่อนประกาศก้อง "จิติญญาของเด็กคนนี้สมบูรณ์พร้อม เข้ากับร่างกายได้อย่างไร้ที่ติ ยืนยันได้ว่าไม่ถูกยึดร่างแน่นอน"
เย่ชิงและลู่สิงวางใจได้สนิทใจ หากเป็ผู้ถูกยึดร่าง ต่อให้มีวิธีการแเีเพียงใด จิติญญาย่อมต้องมีรอยแตกร้าวและความเข้ากันได้กับร่างกายจะลดต่ำลง แม้ดูภายนอกปกติ แต่ไม่อาจรอดพ้นวิชาลับตรวจสอบไปได้
ซูหยุนเงยหน้ามองผู้าุโเฉียนที่ยืนเก๊กท่าอย่างสบายใจ หืม? ไหนบอกว่าเปลืองพลังจิต? แค่เนี้ยะ? ส่องไฟแวบเดียวเนี่ยนะ? กล้าดียังไงมาไถข้าตั้งสี่พันผลึกิญญา!
พลันเสียงของผู้าุโเฉียนก็ดังแทรกเข้ามาในหัวอีกครั้ง "เ้าหนู สี่พันผลึกิญญา ห้ามขาดแม้แต่ชิ้นเดียว! พรุ่งนี้เอามาส่งที่ถ้ำฝึกตนข้าด้วย!"
ซูหยุนตีหน้านิ่ง พยักหน้าเบาๆ รับคำ แต่ในใจร่ำไห้น้ำตาตกใน ศิษย์พี่กัว... ขอโทษด้วยนะ หนี้แค้นของอาจารย์ท่าน คงต้องให้ท่านมาชดใช้แทนแล้วล่ะ...
ผู้าุโเฟิงเอ่ยถามขึ้นบ้าง "เ้าหนู ข้าจะไม่ถามหรอกนะว่าเ้ารอดพ้นจากการถูกยึดร่างที่อันตรายขนาดนั้นมาได้อย่างไร นั่นถือเป็วาสนาของเ้า แต่เ้าบอกได้ไหมว่าคนผู้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร? หน้าตาเป็เช่นไร? เขาได้บอกอะไรเ้าบ้างหรือไม่?"
ซูหยุนย่อมไม่กังวลเื่ที่ โม่หิน ในตัวจะถูกเปิดเผย แม้ชายชุดแดงจะเป็เพียงเศษเสี้ยวจิติญญา แต่วิสัยทัศน์และระดับพลังนั้นสูงส่งกว่าเหล่าผู้าุโที่นี่แบบเทียบกันไม่ติด ขนาดชายผู้นั้นยังต้องมุดเข้าไปถึงส่วนลึกของวังม่วงในตัวเขาถึงจะเจอโม่หิน แล้วคนพวกนี้จะไปเจอได้อย่างไร
ในใจเขาก็มีคำถามมากมายเช่นกัน ชายชุดแดงคนนั้นพูดถึงเื่ มหาพิภพ และ โลกใบเล็ก ก่อนจะถูกโม่หินจับกินไปเสียก่อน รายละเอียดอื่นๆ ก็ยังไม่ทันได้อธิบาย เขาเองก็อยากถือโอกาสนี้หาข้อมูลเพิ่ม
แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก จู่ๆ ห้วงมิติก็เกิดการสั่นไหว ร่างที่ดูทุลักทุเลร่างหนึ่งเดินโซเซออกมา...
เย่ชิงเห็นดังนั้นก็รีบปรี่เข้าไปพยุง น้ำเสียงร้อนรน "ท่านอาจารย์! เป็อะไรไหมขอรับ?"
ทว่าเหล่าผู้าุโกลับทำหน้านิ่งเฉย ดูสภาพแล้วเหมือนคนเป็อะไรไหมล่ะ? เหอะ... บุกเดี่ยวไปถล่มสำนักชาวบ้านแล้วรอดกลับมาได้ ก็แสดงว่าฝีมือขนาดไหนแล้ว ถ้าเป็คนอื่นป่านนี้คงคลานกลับมาไม่ไหว...
ซูหยุนได้ยินคำเรียกขานก็รู้ทันทีว่าคนผู้นี้คือบิดาของเย่ซวน เย่จง เ้าสำนักเสวียนหยวนนั่นเอง เขาจึงรีบกุลีกุจอคารวะ "คารวะท่านเ้าสำนัก!"
ด้วยระดับพลังของเย่จง เพียงปรายตามองซูหยุนแวบเดียว ก็รู้ว่าซูหยุนยังเป็ซูหยุนคนเดิม ไม่ได้ถูกใครยึดร่าง เขาถอนหายใจโล่งอก แต่สภาพมอมแมมของตัวเองตอนนี้ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าที่ต้องมาให้ศิษย์ตัวน้อยเห็น
เขาปรายตามองเหล่าผู้าุโที่แกล้งมองนกมองไม้ หรือไม่ก็ก้มหน้าครุ่นคิด ไม่คิดจะช่วยหาทางลงให้เขาเลย พวกตาแก่นี่... สุดท้ายด้วยความจำใจ เขาจึงต้องส่งสายตาเป็นัยไปที่เย่ชิง
เย่ชิงเห็นสัญญาณก็เข้าใจทันที (เื่แบบนี้เขาทำมาบ่อยจนชิน)
เขาแสร้งทำหน้าสงสัยใคร่รู้ได้อย่างแเี เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใ "ท่านอาจารย์ไปไหนมาขอรับ? เหตุใดสภาพจึง..."
เย่จงโบกมือ วางมาดขรึม กล่าวเสียงเรียบ "ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่ไปทวงความยุติธรรมที่ สำนักเสวี่ยซา มา... พวกชอบเล่นเล่ห์เหลี่ยม พลังฝีมือก็งั้นๆ ดีแต่หมาหมู่"
ซูหยุนตาโตด้วยความตะลึง ท่านเ้าสำนักบุกเดี่ยวถล่มสำนักอื่น? แถมกลับมาครบ 32 ประการ? โหดจัด!
เขาถามอย่างระมัดระวัง "ขออภัยท่านเ้าสำนัก แล้วผลเป็อย่างไรบ้างขอรับ..."
เย่จงพอใจกับท่าทีตกตะลึงของซูหยุนมาก เขาโบกมืออีกครั้ง กล่าวอย่างไม่ยี่หระ "คนเยอะแล้วอย่างไร? แผลที่ข้าฝากไว้ หากพวกมันไม่พักรักษาตัวสักสิบปีแปดปี ก็อย่าหวังว่าจะหายดี"
ไม่สนใจแววตาเลื่อมใสศรัทธาของซูหยุน เย่จงเปลี่ยนเื่ทันที "เื่นั้นมันเื่เล็ก ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เื่ของเ้านั่นแหละที่ทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆ เล่ามาซิว่าตกลงเกิดอะไรขึ้น?"
ซูหยุนจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดตามความจริง ในตอนแรกเย่จงไม่ได้ใส่ใจนัก คิดว่าเป็แค่แผนการตื้นๆ ที่พุ่งเป้ามาที่ซูหยุน ซึ่งเป็สไตล์ถนัดของพวกสำนักเสวี่ยซา
แต่เมื่อได้ยินเื่ที่ชายชุดแดงพูดถึง มหาพิภพ โลกใบเล็ก และเื่ ร่างต้นกับเศษเสี้ยวจิติญญา สีหน้าของทุกคนในที่นั้นก็ค่อยๆ เคร่งเครียดขึ้น
ผ่านไปครู่ใหญ่ เย่จงจึงแค่นหัวเราะเย็น "ดูเหมือนว่า... บางคนเริ่มจะอดรนทนไม่ไหวแล้วสินะ..."
......
เย่ชิงพาซูหยุนลงจากยอดเขาหลัก มุ่งหน้าตรงไปยังถ้ำฝึกตนของ ซางหัว
เขาย่อมรู้ดีว่าใครเป็คนยุยงหลี่จวิ้นให้มาท้าประลองซูหยุน เขาคิดเหมือนซางหัวว่าการที่ซูหยุนาเ็สาหัสเป็เพราะหลี่จวิ้นบันดาลโทสะจนพลั้งมือ
แม้จะขัดต่อหลักการในใจ แต่ในเมื่อซูหยุนกับหลี่จวิ้นตกลงประลองกันเอง เขาก็ไม่อาจก้าวก่ายได้มากนัก แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ การแลกเปลี่ยนระหว่างคนผู้นั้นกับหลี่จวิ้น คงไม่ใช่แค่การสั่งสอนซูหยุนธรรมดาๆ เสียแล้ว และเหตุการณ์สัตว์อสูรคุ้มคลั่งในเขตสำนักตลอดครึ่งเดือนมานี้ ก็คงเป็ฝีมือของคนผู้นี้เช่นกัน...
เขามองซูหยุนแวบหนึ่ง อดทอดถอนใจไม่ได้ ศักยภาพของศิษย์น้องซูช่างน่ากลัวจริงๆ ถึงขนาดทำให้คนผู้นั้นยอมเปิดเผยตัวตนเพื่อกำจัดเขา... ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเขาเติบโตขึ้นไปได้อย่างราบรื่น จะก้าวไปถึงจุดไหน...
ซูหยุนเห็นเย่ชิงมองมา ก็อดถามไม่ได้ "ศิษย์พี่ ทำไมท่านเ้าสำนักถึงไล่พวกเราลงมา โลกของพวกเรามี 'ความลับ' ยิ่งใหญ่อะไรซ่อนอยู่หรือขอรับ?"
เย่ชิงส่ายหน้า "รายละเอียดข้าเองก็ไม่ชัดเจน รู้แค่ลางๆ ว่ามันเกี่ยวพันกับความลับระดับสุดยอด ซึ่งท่านอาจารย์ก็ไม่เคยบอกข้า"
ซูหยุนเห็นว่าเย่ชิงก็รู้น้อยพอๆ กัน จึงไม่ซักไซ้ต่อ รอให้ระดับพลังถึงขั้นนั้น เดี๋ยวก็คงรู้เอง เทียบกันแล้ว เื่ตรงหน้านี้สำคัญกับปากท้องเขามากกว่า
......
เพียงชั่วอึดใจ ทั้งสองก็มาถึงหน้าถ้ำฝึกตนของซางหัว แต่กลับพบว่าค่ายกลป้องกันหน้าถ้ำถูกเปิดใช้งานเต็มกำลัง กีดกันคนนอกไม่ให้เข้า
ซูหยุนแค่นยิ้ม "มีพิรุธชัดๆ ไม่งั้นจะเปิดค่ายกลแ่าขนาดนี้ทำไม!"
เย่ชิงปรายตามองซูหยุน แอบคิดในใจ ศิษย์น้องที่โดนเ้าอัดจนเดี้ยงไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็เปิดค่ายกลรักษาตัวกันเงียบกริบทุกคนนั่นแหละ เ้ายังมีหน้ามาพูดดีอีก?
ซูหยุนไม่สนใจ ะโเสียงดังลั่น "ศิษย์พี่ซาง! ศิษย์น้องมาเยี่ยมเยียน ไยไม่ออกมาพบปะกันหน่อยเล่า?"
ภายในถ้ำ ซางหัวจิตใจว้าวุ่น นั่งสมาธิไม่ลง ทันทีที่ได้ยินเสียงซูหยุน เขาก็เหงื่อแตกพลั่ก หันไปมองชายหนุ่มชุดดำด้วยความหวาดกลัว "ศิษย์พี่! ทำยังไงดี เย่ชิงกับซูหยุน... พวกเขาบุกมาถึงหน้าประตูแล้ว!"
ชายชุดดำใจหล่นวูบ สีหน้าตกตะลึง เป็ไปไม่ได้! ตามการคำนวณของข้า ครั้งนี้ซูหยุนต้องตายสถานเดียวสิ ต่อให้มีเย่ชิงไปด้วยก็คุ้มกันไม่อยู่ เผลอๆ จะซวยไปด้วยกันทั้งคู่ หรือว่า... มีผู้าุโในสำนักแอบตามไปคุ้มกัน?
ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง แม้ความจะแตกและรู้ว่าตนคงไม่รอดแน่ แต่เขาก็เตรียมใจรับผลกรรมไว้นานแล้ว ไม่ได้ห่วงชีวิตตัวเองเท่าไหร่นัก เพียงแต่ถ้าตายไปโดยไม่รู้ว่าทำไมซูหยุนถึงรอดกลับมาได้แบบไร้รอยขีดข่วน เขาคงตายตาไม่หลับ
คิดได้ดังนั้น เขาก็ลุกขึ้นพรวด เดินมุ่งหน้าออกไปปากถ้ำ...
......
สิ้นเสียงะโของซูหยุนไม่นาน ค่ายกลหน้าถ้ำก็คลายออก ชายหนุ่มชุดดำท่าทางเ็าเดินนำออกมา โดยมีซางหัวที่ดูตื่นตระหนกเดินตามหลัง
ซูหยุนหรี่ตามองชายชุดดำ พิจารณาครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม "ประหยัดเวลาข้าไปได้เยอะเลย ท่านคือคนที่ยุยงหลี่จวิ้นให้มาหาเื่ข้าสินะ?"
ชายชุดดำพยักหน้า มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
ซางหัวรีบโพล่งขึ้น "ซูหยุน! เื่นี้ข้าเป็คนไหว้วานศิษย์พี่เอง ไม่เกี่ยวกับเขา! ถึงข้าจะไม่รู้ว่าทำไมศิษย์พี่หลี่ถึงลงมือหนักขนาดนั้น แต่เื่มันเริ่มที่ข้า ข้ายินดีรับผิดชอบ!"
ซูหยุนมองเขาด้วยสายตาสงสารระคนเวทนา แล้วส่ายหน้าเบาๆ ถ้าเ้ารู้ความจริง เ้าคงไม่รีบเสนอหน้ามารับผิดแทนแบบนี้หรอก...
เขาเมินซางหัว แล้วหันไปถามชายชุดดำต่อ "งั้นเื่ที่ เขาฝูหนิว ท่านก็เป็คนจัดฉากด้วยสินะ?"
ซางหัวชะงักกึก เขาฝูหนิว? เขาฝูหนิวอะไร?
ชายชุดดำยิ้มบางๆ "ถูกต้อง ข้าทำเอง"
ซูหยุนถามด้วยความสงสัย "แล้วถ้าข้าไม่ไปเขาฝูหนิวล่ะ? ที่ท่านวางแผนมาทั้งหมดไม่เสียเปล่าหรือ?"
ชายชุดดำส่ายหน้า "จากการสืบประวัติและทำความเข้าใจนิสัยของเ้า... ข้ามั่นใจว่าเ้าต้องไปแน่ๆ สถานที่แห่งนั้นมีความหมายกับเ้ามากเกินไป"
ซูหยุนถอนหายใจด้วยความปลงตก "นั่นสินะ... คนที่รู้ใจเราที่สุด ก็คือศัตรูของเราเสมอนั่นแหละ!"
ซางหัวได้ยินบทสนทนานี้ ก็เริ่มปะติดปะต่อเื่ราวได้ลางๆ เขามองไปที่ชายชุดดำด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง