บทที่ 6 เลือกสรรอย่างพิถีพิถัน
“เฮยเตี้ยน!”
“ครับ” ชายสีหน้ากระหายเื ร่างกำยำขานรับ เขาขยับเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว มีท่าทางดูตื่นเต้น
“ไปฆ่าหลินชี่หยางของตระกูลจ้าว เดี๋ยวนี้เลย!”
“ครับ!”
เฮยเตี้ยนรวดเร็วราวสายฟ้า เพียงสองขาก็ทิ้งห่างรถยนต์ไปไกลลิบ เขาหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์ วิ่งไปยังคฤหาสน์ตระกูลจ้าว
ณ คฤหาสน์ตระกูลจ้าว จ้าวหนิงซีกำลังหารือกับน้องสาวถึงวิธีรับมือกับตระกูลจางอยู่ ทว่าไฟฟ้าดันดับลงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ซ้ำไม่ไกลยังมีเสียงอึกทึกสนั่นไหวดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของชำรุดแตกหัก
“อ๊ะ!”
จ้าวหนิงเยว่ร้องด้วยความใ
จ้าวหนิงซีจับมือข้างหนึ่งของน้องสาวเอาไว้ อีกข้างกำกรรไกรแน่น พยายามรักษาความสงบไว้ให้ได้มากที่สุด “พี่อยู่นี่ ไม่ต้องกลัว”
เพิ่งพูดจบไปเสียงแปลก ๆ กลับดังขึ้นอีกรอบ ใต้แสงจันทร์คล้ายมีร่างคนร่อนบินผ่านไปในอากาศ ในสวนคล้ายมีของหนักตกลงมา
“นั่นใครน่ะ”
จ้าวหนิงซียืนอยู่ข้างหน้าน้องสาว ตัวสั่นเทาแต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
ไฟฟ้าและแสงสว่างกลับมาอีกครั้ง เป็หลินชี่หยางที่นอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายใจ เอ่ยปลอบทั้งคู่ว่า “ไม่ต้องกลัว แค่ยุงตัวหนึ่งเท่านั้นเอง”
พูดจบก็หัวเราะ “หนิงเยว่ ฉันเริ่มหิวแล้ว ไปเอาขนมมาให้หน่อยสิ”
ในห้องนอกจากแก้วขาสูงร่วงลงพื้นแล้ว ก็ไม่มีอะไรดูผิดปกติไปจากเดิมอีก จ้าวหนิงซีจ้องมองหลินชี่หยางด้วยสีหน้าสงสัย
เมื่อครู่นี้ต้องเกิดเื่อะไรขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนทางหลินชี่หยางก็คิดในใจ
“ยังคุ้นเคยกับการจัดห้องแบบนี้ไม่พอ ทำแก้วแตกไปตั้งหนึ่งใบ น่าเสียดายชะมัด”
“มีศพอยู่หนึ่งศพ” ลูกน้องที่เฝ้าอยู่นอกลานรายงาน พอเห็นใบหน้าของผู้ตายจึงใมาก รีบติดต่อหลี่จง “นายท่าน เฮยเตี้ยนตายแล้ว!”
“เฮยเตี้ยนเนี่ยนะ? เป็ฝีมือของใคร?”
“ใช่ ถูกโยนออกมาจากในคฤหาสน์ตระกูลจ้าว” ผู้พูดเสียงสั่น
เฮยเตี้ยนไม่ใช่นักสู้ธรรมดา ๆ ที่ตระกูลจางสามารถวางอำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วเมืองไห่เฉิงได้ก็เพราะตัวตนของเขา
เฮยเตี้ยนรวดเร็วราวสายฟ้า สามารถต่อยรถบรรทุกใหญ่ที่กำลังแล่นด้วยความเร็วจนมันเอียงสูงได้ภายในหมัดเดียว!
เขาสามารถทำให้คนขี้ขลาดใจนชี่แตกได้ด้วยการยืนอยู่เฉย ๆ
กับคนระดับนี้… กลับถูกหลินชี่หยาง ไอ้ขี้แพ้นั้นฆ่าตายงั้นหรือ? ได้อย่างไรกัน?
แม้แต่หลี่จงก็ยังใ
“เตรียมของกำนัลชั้นยอดไว้ ฉันจะไปหาหลินชี่หยาง ไม่สิ… ฉันจะไปเยี่ยม อาจารย์หลิน!”
ทิศทางและขั้วพลังอำนาจในเมืองไห่เฉิงกำลังถึงคราวพลิกเปลี่ยนครั้งใหญ่ และหลี่จงคงจะได้ลมหนุนมาแล้ว!
......
นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆ
หลี่จงผู้ยิ่งใหญ่เป็อันดับต้น ๆ ของเมืองไห่เฉิง กำลังนำของกำนัลมาขอพบไอ้ขี้แพ้ตระกูลจ้าวด้วยตัวเอง!
จ้าวหนิงเยว่เปิดประตูมองคนที่ถือของกำนัลเรียงกันเป็แถวยาว ดูไม่ต่างอะไรไปจากสินสอดทองหมั้นเลย
เธอใ “คุณมาหาหลินชี่หยางเหรอ?”
“ใช่ครับ” หลี่จงพูดอย่างนอบน้อม “ผมมาเยี่ยมอาจารย์หลิน พอดีมีเื่ด่วน้าให้อาจารย์ช่วยเหลือ”
“เขาจะช่วยอะไรคุณได้”
“เื่นี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทั้งคน สถานการณ์เร่งด่วน ขอความกรุณาหลีกทางอำนวยความสะดวกด้วย”
หลินชี่หยางได้ยินเป็ที่เรียบร้อย จึงะโมาแต่ไกลว่า “ให้เขาเข้ามาเถอะ”
พอเข้ามาเสร็จ หลี่จงก็โค้งคำนับไปทางหลินชี่หยาง ปากวิงวอนร้องขอ “ท่านหลินโปรดช่วยผมด้วยเถอะ!”
ชายหนุ่มพูดอย่างเฉื่อยชา “ฉันสัญญาไว้แล้ว แน่นอนว่ายังไง ๆ ก็ต้องช่วยชีวิตนาย”
หลี่จงถอนหายใจออกยาว ใบหน้ายิ้มแย้มขึ้นมาทันที “เพราะผมไม่ทราบว่าอาจารย์หลินชอบอะไร เลยตัดสินใจซื้อของขวัญมาให้คุณผู้หญิงทั้งสองท่านก่อน ส่วนของท่านอาจารย์ พอจะให้ตามมาในภายหลังได้ไหมครับ?”
“ได้”
หลินชี่หยางอารมณ์ดี
หลี่จงคนนี้นับว่าทำงานได้ดีเลยทีเดียว
แม้จะไม่รู้เื่ราวเกิดขึ้นระหว่างหลินชี่หยางและหลี่จง แต่คนที่นำของขวัญมาให้นั้นยิ่งใหญ่เกินไป ผู้คนมากมายจึงถูกดึงดูดให้มาดูความรื่นเริงนี้
จ้าวหนิงเยว่ “พี่เขย ให้พวกเขาเอาของเข้ามาก่อนดีไหม?”
ด้วยใครเล่าจะเคยเห็นหลี่จงมอบของขวัญแก่คนอื่นบ้าง
ในอดีต เขาจะรับของขวัญจากผู้อื่นตามอารมณ์ของตนเอง ท่าทีของเขาหยิ่งยโส แต่ผู้คนก็ยังยินดีต่อแถวยาวเหยียดคอยหน้าประตูบ้าน เพื่อขอให้เขารับของขวัญ
ใครจะคิดว่าเขาจะริเริ่มให้ของขวัญแก่ตระกูลจ้าว ไม่นานเหตุการณ์แปลกประหลาดหายากนี้จึงร่อนกระจายไปทั่วเมืองไห่เฉิงอย่างรวดเร็ว
จางหยวนจูพ่อของจางหวางป้าเพ้ออย่างไม่อยากจะเชื่อ
“หลี่จงเป็บ้าไปแล้วหรือไง เขาไม่สนใจฉัน แต่กลับไปเอาใจไอ้ขี้ขลาดคนนั้นเนี่ยนะ?”
ผู้รายงานพูดเสียงสั่น “เท่านั้นยังไม่หมดครับ เพราะเราได้ทราบมาว่าของขวัญพวกนั้น หลี่จงเลือกสรรมาเป็อย่างดี นับเป็ของขวัญชั้นยอด”
จางหยวนจูขมวดคิ้ว “หรือว่าเขาจะไปสู่ขอเ้าสาว? ผู้นำตระกูลจ้าวแต่งงานกับไอ้ขี้ขลาดนั่นไปแล้ว ที่เหลือจึงเป็คุณหนูคนรอง”
คิดถึงตรงนี้ จางหยวนจูพลันเลียริมฝีปาก “พูดถึงสองสาวงามตระกูลจ้าว พวกเธอช่างเป็คู่บุปผาแห่งยุคจริง ๆ พี่สาวสูงศักดิ์งดงาม น้องสาวน่ารักน่าเอ็นดู ใครพบใครเห็นล้วนต้องหลงใหลได้ปลื้ม”
และขณะที่วงจรสมองของเขายังวนเวียนอยู่กับเื่ใต้สะดือ จู่ ๆ ลูกน้องคนหนึ่งก็พรวดพราดเข้ามา “นายท่าน คุณหลี่เชิญท่านไปที่บ้านตระกูลจ้าวโดยด่วนที่สุด”
“เหอะ” จางหยวนจูทำหน้าเบ้ ริมฝีปากเหยียดยิ้มผยอง “ไอ้จอมเผด็จการนี่ พอโทรไปไม่ยอมรับโทรศัพท์ มาตอนนี้ดันร้องให้ฉันไปหา เขาคิดว่าตัวเองสามารถทำนั่นนี่ในเมืองไห่เฉิงได้ โดยไม่ต้องผ่านฉันตลอดเวลาเลยหรือไง”
อันที่จริง จางหยวนจูไม่ได้สนใจเื่ที่ลูกชายโดนทำร้ายจนเป็หมันมากนัก เพราะเขายังมีลูกชายอยู่อีกหลายคน และเสี่ยวเฉียนคนโปรดของเขาก็ให้กำเนิดลูกชายแก่เขาแล้วมากมาย
ตอนนี้สิ่งที่เขากับหลี่จงควรทำคือร่วมมือกัน ทรมานไอ้เขยตระกูลจ้าวจนตาย หลังจากนั้นค่อยแบ่งสาวงามและสมบัติของตระกูลจ้าวกันคนละครึ่ง อย่างนี้ไม่เพียงแต่จะข่มขู่พวกนักเลงในเมืองไห่เฉิงได้ แต่ยังรับผลประโยชน์ชนิดเป็ชิ้นเป็อันอีกด้วย
จางหยวนจูเดินทางไปยังบ้านของตระกูลจ้าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในหัวคิดแต่ว่าจะเล่นกับจ้าวหนิงซีอย่างไรไปตลอดทาง
เขาอยากลิ้มลองรสชาติของสาวงามระดับนี้มานานแล้ว
แต่พอเข้าไปในบ้านตระกูลจ้าว เขากลับรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองเผชิญดูเหนือจริงจนเข้าขั้นเหลือเชื่อ
ด้วยในขณะที่หลินชี่หยางกำลังนอนพิงโซฟา แสดงกิริยาไม่รู้ทุกข์รู้ร้อน ตาดูหนัง ปากกินขนม หลี่จงกลับวิ่งวุ่นไปทั่วเหมือนหนูติดจั่น คอยเติมน้ำ ปอกส้มให้ชายหนุ่มทานเป็พัลวัน ดูแล้วไม่แตกต่างไปจากทาสตัวน้อยเลย
พอตั้งสติได้ จางหยวนจูก็โมโหจนหน้าแดงก่ำ รีบด่าหลี่จงทันที
“คุณหลี่ สมองคุณโดนลาเตะจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง ถึงต้องเชิญผมมาดูวิธีรับใช้ไอ้ขี้แพ้จากตัวคุณเองแบบนี้”
จากที่กำลังยิ้มแย้มแจ่มใส หลี่จงพลันพลิกเปลี่ยนสีหน้า พูดเสียงเ็า “นายเรียกคุณหลินว่ายังไงนะ? อยากตายหรือไง?”
พอถูกแรงกดดันโถมเข้าใส่ จางหยวนจูถึงเพิ่งมารู้ตัว ว่าเมื่อครู่ตนเองใช้น้ำเสียงพูดกับอีกฝ่ายไม่ถูกประเภท กระนั้นกลับไม่กล้าถอยหลัง ลดตัวถอนคำพูด จึงเล่นแง่เปลี่ยนเื่ไปแบบเนียน ๆ “แล้วคุณเรียกผมมาทำไม?”
หลี่จงจ้องจางหยวนจูด้วยสายตาดุดัน “จะเป็อะไรไปได้ ก็ไอ้ลูกชายสารเลวของนายคิดจะลวนลามคุณนายจ้าว เท่านั้นไม่พอยังไปยั่วโมโหคุณหลินอีก ไม่ใช่ว่านายควรมาที่นี่เพื่อขอโทษหรอกหรือ?”
แล้วมันผิดตรงไหน ลูกชายโดนทำร้ายจนเป็หมัน เขายังต้องมาขอโทษคนทำอีก?
จางหยวนจูเลือกมองข้ามเื่ที่ลูกชายพยายามข่มขืนคุณนายจ้าวจนถูกชำระความ รวมถึงวีรกรรมเก่าเก็บตลอดหลายปี ที่ช่างขยันใช้อำนาจในทางมิชอบ ไล่ข่มเหงรังแกทำร้ายสาว ๆ จนทำให้ครอบครัวมากมายต้องแตกแยกด้วย
เพราะในความเป็จริงต้องกล่าวว่าตระกูลจางมีทรัพย์สินมากเท่าไหร่ คดีฉ้อโกงและ่ชิงที่พวกเขาเคยก่อก็มากเท่านั้น
บริษัทที่เคยร่วมมือกับตระกูลจาง ไม่มีบริษัทไหนเลยที่ไม่ถูกพวกเขาวางยา ซ้อนแผนกลั่นแกล้ง และไปลงเอยที่การล้มละลาย มีหนี้สินล้นพ้นตัว
หลินชี่หยางมองเขาอย่างดูแคลน “หลี่จง ให้เขามาทำไมเนี่ย ฉันไม่มีอารมณ์มาฟังคำขอโทษปลอม ๆ จากเขาหรอกนะ”
“แต่ได้ยินมาว่านายอยากฆ่าฉัน” เขาถามจางหยวนจู
“เหอะ ทรมานก่อนแล้วค่อยฆ่าทิ้งต่างหาก”
จางหยวนจูพูดเสียงชืดชา
ถ้าเขาไม่กระทำการเด็ดขาดเหี้ยมหาญจนเป็ที่ประจักษ์เสียหน่อย คงข่มขวัญพวกอันธพาลที่กำลังกระด้างกระเดื่องในเมืองไห่เฉิงไม่ได้
และถึงแม้สถานการณ์จะไม่ปกติลงตัว เขาก็จำต้องกัดฟันรักษาหน้าตัวเองไว้ให้ดี!
ที่สำคัญคือเมื่อวาน ชายคนนี้ยังเป็แค่คนขี้ขลาดที่คุกเข่าลงร้องขอชีวิตต่อหน้าจางหวางป้า ต่อให้จะเปลี่ยนไป แต่ก็คงไม่เก่งกาจอะไรมากมายนัก