บทที่ 34 ขอโทษครับคุณหาน!
ช่วงเวลาที่ชายร่างผอมสูงได้พูดประโยคนั้นออกไป ในใจก็รู้สึกกระสับกระส่ายอยู่บ้าง
เงื่อนไขพวกนี้ สำหรับคนทั่วไป ก็นับว่าใจกว้างมากพอแล้ว
แต่นี่เป็นที่ชุมชนระดับนี้ ค่าใช้จ่ายแค่ไม่กี่วันของเจ้าของบ้านในชุมชนแห่งนี้ ก็คงเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนของตนเลย คนในระดับพวกเขา คงไม่สนใจกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอก!
ถ้าทำให้พวกเขาโกรธขึ้นมาจริง ๆ พวกเขาอาจจะใช้วิธีที่มีอารยธรรมและอันตรายกว่านี้ บางทีแม้แต่ตนก็คงจะโดนไล่ออกไปด้วยเช่นกัน
แต่ว่า หนุ่มสาวสองคนที่อยู่ตรงหน้านี้ หานชิงอวี่กลับพูดออกมาเพียงแค่สองประโยค
“ช่างเถอะ”
พูดจบ ก็พาไป๋ปิงเดินเข้าไปข้างใน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและชายร่างผอมสูง กำลังสงสัยว่าหูของตนมีปัญหาหรือได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า
ช่างเหรอ? ไม่ต้องตัดเงินเดือน? ไม่ถูกไล่ออกด้วย? ไม่มีอะไรอย่างอื่นตามมาทีหลังแน่นะ?!
นี่ตนได้พบกับคนใจดีเข้าแล้วจริงๆ!!!
เพียะ!
ฝ่ามือของชายร่างผอมสูง ถูกฟาดไปบนหลังคอของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกรอบ
“รีบขอโทษคุณเจ้าของซะ พูดไปเลยร้อยครั้ง!”
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เริ่มเช็ดเม็ดเหงื่อที่ไหลลงมาบนใบหน้าของเขา แล้วก็โค้งคำนับให้กับหานชิงอวี่
“ขอโทษครับคุณหาน! ขอโทษครับคุณหาน!”
ทุกครั้งที่พูด ก็ยังคงโค้งคำนับไปทางทิศที่หานชิงอวี่เดินจากไป แต่เนื่องจากเสียงการขอโทษครั้งนี้ค่อนดัง ดังจนแม้แต่หานชิงอวี่ที่เดินจากไปไกลแล้วก็ยังได้ยิน
ชายร่างผอมสูงอยากจะมาส่งพวกเขาที่หน้าประตู แต่ถูกหานชิงอวี่ปฏิเสธ ดังนั้น หลังจากบอกทางไปวิลลาให้พอประมาณแล้ว ชายร่างผอมสูงก็จากไป
“ดูไม่ออกเลยนะ ว่านายก็เป็นคนใจดี” ไป๋ปิงหัวเราะเบา ๆ และพูดออกมา การขอโทษเมื่อสักครู่นี้ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้เธอรู้สึกว่ามันตลกจริง ๆ
ทัศนคติของเธอที่มีต่อหานชิงอวี่เปลี่ยนไปอีกครั้งแล้ว
แต่ในวินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มก็เปิดปากพูดอีกครั้ง “ ผอ.ไป๋พอยิ้มแล้วดูสวยอยู่นะ ทีหลังก็ยิ้มบ่อย ๆ ล่ะ”
พอได้ยินคำพูดนี้ ไป๋ปิงก็กลับไปทำสีหน้าจริงจังทันที ไม่อย่างนั้น ก็จะเหมือนว่าเธอถูกอีกฝ่ายครอบงำแล้ว เธอพูดกับเขาอีกครั้งว่า
“นายไม่ต้องมายุ่ง สนใจเรื่องตัวเองก่อนดีกว่าไหม คุณเจ้าของหาน”
หานชิงอวี่ถึงกับพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าไป๋ปิงที่อยู่ตรงหน้าตน จะเป็นคนที่แม้จะชมก็ยังชมไม่ได้ ขี้หงุดหงิด แค่คำพูดของเขาไม่ถูกใจเล็กน้อย เธอก็โกรธแล้ว
สองคนที่ร่วมทางกันต่างก็เงียบ ขณะที่กำลังเดินทางไปที่บ้านของหานชิงอวี่
แต่พวกไม่ทันได้สังเกตว่าที่ด้านหลังของทั้งสองนั้น มีร่างคนที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เพิ่มมาอีกหนึ่ง เป็นเฉินฟาที่ตามหลอกหลอนไม่เลิก ตอนนี้ก็โผล่มาอยู่ด้านหลังพวกเขาสองคนอีกครั้ง
ห้องที่เขาเช่าไว้ก็อยู่ที่ชุมชนนี้เช่นกัน ที่ตั้งก็อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมาก แต่ค่าเช่าห้องเพียงห้องเดียวกลับทำให้ชีวิตในแต่ละวันของตนลำบากขึ้นไปอีก
คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะได้พบกับคู่แข่งอันดับหนึ่งเข้า แต่ข้าง ๆ หานชิงอวี่คนนั้นยังมีหญิงสาวอีกคนหนึ่ง เขาพอได้ยินมาบ้างว่าห้องของอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน แต่ไม่ได้อยู่ที่นี่แน่นอน
แม้ว่าจะเห็นไม่ชัดว่าสาวคนนี้คือใคร แต่ที่เขาแน่ใจได้ก็คือ คนคนนี้ต้องเป็นเศรษฐินีแน่ ๆ
ไม่อย่างนั้น จะสามารถพาหานชิงอวี่มาที่ชุมชนแบบนี้ได้อย่างไร
ดูจากท่าทีของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกับหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเมื่อสักครู่นี้แล้ว เศรษฐินีคนนี้จะต้องมีคุณสมบัติและอำนาจมากพอที่จะอยู่ในชุมชนนี้อย่างแน่นอน
อย่างที่คาดไว้ ทั้งสองคนเดินทางมาด้วยกัน ในที่สุดก็มาถึงที่บ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง
เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้าบ้านไปแล้ว ปากของเฉินฟาแทบจะเป็นรูปตัวโอ แม้ว่าเขาจะอยู่ที่ชุมชนนี้เหมือนกัน แต่ที่เขาเช่าก็เป็นแค่ตึกที่อยู่ใกล้ทางเข้าชุมชน
เขาเองก็รู้ว่าในชุมชนมีวิลลาอยู่หลายหลัง แต่นั่นเป็นราคาที่คนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง เป็นราคาที่ทำให้คนคิดถอดใจ และยังเป็นความปรารถนาของเฉินฟาอีกด้วย
ดังนั้นเขาจึงกัดฟันด้วยความเกลียดชัง ทำไมคนที่ได้เดินเข้าไปในวิลลาถึงเป็นหานชิงอวี่แต่ไม่ใช่เขาคนนี้!
แต่ว่า เมื่อคิดอะไรบางอย่างออก บนปากก็ปรากฏเป็นรอยยิ้ม
ไม่ใช่ว่าหานชิงอวี่มีเศรษฐินีเลี้ยงดูเหรอ? เมื่อวางแผนในใจเรียบร้อยแล้ว เขาก็เข้าประตูไปดู ว่าเศรษฐินีคนนี้เป็นใครกันแน่!
ดังนั้น อีกด้านหนึ่งนานหลังจากที่หานชิงอวี่และไป๋ปิงเข้ามานั่งได้ไม่นาน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
แม่ของหานชิงอวี่ที่พึ่งจะต้อนรับทั้งสองคนเข้ามา เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูก็เกิดความสงสัยจึงมองลูกชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“พวกลูกยังพาคนมาเพิ่มอีกเหรอ?”
ที่นี่สงบมากไม่ค่อยมีคนมารบกวน แต่ทำไมวันนี้ที่หานชิงอวี่และไป๋ปิงมา ถึงมีเสียงเคาะประตูขึ้นมาได้
หานชิงอวี่เองก็มีความสงสัยเล็กน้อย หรือว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกับหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเมื่อสักครู่นี้?
ไป๋ปิงที่อยู่ด้านข้างก็คิดเช่นเดียวกัน จึงเอ่ยปากว่า “คุณป้าคะ เดี๋ยวหนูไปเปิดเองค่ะ”
พ่อของหานชิงอวี่กำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัว เพื่อให้ลูกชายและลูกสะใภ้ในอนาคตมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง แม่ของหานชิงอวี่จึงบอกทั้งสองคนให้รีบกลับเข้าไป
“พวกลูกไปนั่งที่ห้องรับแขกชั้นล่างก่อนนะ แม่จะไปเปิดประตูก่อน!”
พูดจบ ก็ดันหานชิงอวี่กับไป๋ปิงเข้าไปในห้อง จากนั้นเธอก็เดินไปเปิดประตู
ทว่าตอนนี้ที่หน้าประตู กลับไม่มีใครอยู่เลยสักคน
แม่ของหานชิงอวี่ยังคงเดินออกไปดูที่หน้าประตูอย่างสงสัย มองซ้ายขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่จริง ๆ จากนั้นจึงถอยกลับเข้ามาแล้วปิดประตู
“ใครเหรอครับแม่?” หานชิงอวี่ที่อยู่ในห้องรับแขกถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“แม่ก็ไม่รู้ ตอนออกไปก็ไม่เห็นคนแล้ว บางทีอาจมีคนมาเคาะผิดประตูล่ะมั้ง”
แม่ของหานชิงอวี่ว่าจบ ก็เรียกทั้งสองคนให้มาทานอาหารบนโต๊ะ เรื่องที่มีคนมาเคาะประตู ก็ถูกทุกคนลืมไปแล้ว
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ที่สนามหญ้าด้านนอก มีเฉินฟากำลังมองรูปถ่ายที่เขาแอบถ่ายไว้ด้วยรอยยิ้ม
เป็นไปตามคาด ดูเหมือนหานชิงอวี่จะถูกเศรษฐินีเลี้ยงดูไว้จริง ๆ ด้วย ทีนี้เขาก็จะปล่อยเรื่องนี้ออกไป ให้ทุกคนได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้
…
วันต่อมา
หานชิงอวี่ก็มาทำงานในแผนกฉุกเฉินตามปกติ เรื่องการหมุนเวียนแผนกควรต้องใช้เวลาหน่อย ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องไปรายงานตัวที่แผนกผู้ป่วยนอก
แต่เมื่อเขามาถึง ก็สังเกตเห็นสายตาแปลก ๆ จากคนรอบตัวตนเอง
หรือเรื่องที่เขาจะไปแผนกผู้ป่วยนอกหลุดออกไปแล้ว? หรือบางทีพวกเขาอาจรู้ว่าหมอเจิ้งอวิ๋นรับเขาเป็นลูกศิษย์แล้ว?
หานชิงอวี่เกิดความสงสัยขึ้นมาในใจเล็กน้อย แต่สายตาของทุกคนตรงหน้าบ่งบอกได้ว่า เรื่องราวดูเหมือนจะไม่ง่ายแล้ว
ตอนนั้นเอง เป็นหลี่หยางที่เข้ามานั่ง สีหน้าท่าทางเหมือนยังโกรธอยู่หน่อย ๆ
“พี่ดูสิ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!”
หลี่หยางพูด ในขณะเดียวกันก็ยื่นโทรศัพท์ของตนเองมาวางตรงหน้าเขา
ประวัติบทสนทนาในกล่องแชทที่อยู่บนหน้าจอนั้น หลายคนกำลังพูดคุยเรื่องที่หานชิงอวี่มีเศรษฐินีเลี้ยงดูอยู่
ไม่มีใครที่รู้เรื่องฐานะทางบ้านของหานชิงอวี่ แต่หลี่หยางรู้ตั้งนานแล้ว เมื่อตอนที่ทั้งสองเรียนมหาวิทยาลัย ก็รู้สึกได้แล้วว่าที่บ้านของหานชิงอวี่ฐานะดีมาก
เศรษฐินี? เลี้ยงดู? ดูอย่างไรก็เป็นแค่ข่าวลือแน่นอน!
“พี่อวี่ พี่คิดจะทำยังไงกับเรื่องนี้?”