หากถามชาวบ้านทั่วไป ก็ย่อมต้องเรียกท่านผู้ช่วยเ้าเมืองว่าท่านหญิงรอง แต่ถ้าถามบรรดาคนที่อยู่ในกลุ่มการค้าหลันหลัน และคนที่อยู่ในการค้าของตัวท่านหญิงรองเอง ย่อมต้องบอกว่าเสี่วฮวาฮวาก็คือเสี่ยวฮวาฮวา
ถ้าดูจากความสูงของนาง ก็ยังพอจะพูดได้ว่านางยังเป็ลูกลูกวัวตัวน้อยได้เหมือนเดิม ... ทุกคนคิดว่านางไม่มีทางโตไปกว่านี้ได้นักหรอก...
[ เสี่ยวฮวาฮวา aka ท่านหญิงรอง : ฮึ่ย บู้บี้ข้าเหรอ! ข้าโตสิ สูงขึ้นตั้งเยอะ นี่ไง นี่ไงเล่า ไม่เชื่อลองมายืนเทียบกันเลย! ]]
เหมยฮวาตื่นแต่เช้าอย่างมีความสุขุข ปกติแล้วนางจะต้องกินข้าวเช้ากับคุณชายใหญ่สกุลลู่ คุณชายคนโปรดของนาง แต่วันนี้มีปัญหาเื่การค้าของสกุลลู่ ทำให้เขาต้องเข้าเมืองหลวงไปปรึกษาหาทางแก้ปัญหาการค้ากับคุณชายรองสกุลลู่ั้แ่เช้า
วันนี้ทุกคนในเมืองก็เลยเห็นท่านหญิงรอง หรือเสี่ยวฮวาฮวาตามลำพัง นางบังคับม้าให้เดินไปเรื่อย ๆ แล้วก็ทักทายคนในตลาด รับฟังความเห็นและปัญหาของชาวบ้าน ระยะนี้เมีเื่เร่งด่วนที่ต้องแก้ไขสองประการก็คือ หนึ่ง ขยะ นางต้องหาวิธีการจัดการขยะที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน เื่นี้ทำเอานางมึนงงเป็อย่างมาก จึงรีบเขียนจดหมายไปถามความเห็นของพี่สาวหลันหลัน
แต่เป็เพราะว่าตอนนี้พี่สาวอยู่เมืองชายแดนเหนือสุด และเื่นี้มีรายละเอียดมากมายที่จะต้องจัดการ กว่าม้าเร็วจะเอาโครงการกำจัดขยะจากพี่หลันหลันมาส่งให้นาง ก็ต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน (นี่ขนาดขี่ม้าแบบไม่พักเลยนะ) ระหว่างรอวิธีการบริหารสิ่งปฏิกูลจากพี่สาว เสี่ยวฮวาฮวาก็ต้องหาพื้นที่ทิ้งขยะใหม่ไปก่อน
เื่นี้เป็เื่ที่นางต้องจัดการอย่างเร่งด่วน และพี่สาวได้เสนอเื่การคัดแยกขยะ และอะไรที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ก็ต้องนำกลับมาใช้ใหม่ ขยะในตอนนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็เศษอาหารของสดทั้งสิ้น สามารถฝังกลบหรือนำไปทำปุ๋ยได้ แต่ปัญหาที่นางต้องรีบทำก็คือรณรงค์ให้ชาวบ้านไม่ทิ้งอะไรลงในแม่น้ำลำคลอง โชคดีที่สิ่งที่ชาวบ้านกลัวที่สุดในเวลานี้ ก็คือเื่ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าเมือง พอฮวาฮวาประกาศว่าหากแม่น้ำลำคลองไม่สะอาดจะทำให้ทัศนียภาพไม่ดี หากไม่ดีแล้วต่อไปจะไม่มีใครอยากมาเที่ยวในเมือง ชาวเมืองจึงเคร่งครัดในเื่นี้กันมาก
ดังนั้นเสี่ยวฮวาฮวาจึงสอนให้ชาวบ้านทำปุ๋ยหมักตามวิธีที่พี่สาวให้มา ทำแล้วสามารถนำไปใช้ในพื้นที่เพาะปลูกของตนได้ หรือหากทำแล้วไม่ได้ใช้เอา ก็สามารถนำมาให้ฝ่ายการเกษตรของเมืองได้ตรงที่ว่าการอำเภอ คนที่นำปุ๋ยมาให้ที่แผนกการเกษตรก็จะได้รับตั๋วอาหาร หรือบัตรส่วนลดเพื่อซื้อสินค้าในร้านต่าง ๆ ในเมืองเป็สิ่งตอบแทน ฝ่ายการเกษตรก็จะเอาปุ๋ยไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่มีพื้นที่เพาะปลูกนอกเมือง ทำเช่นนี้ก็จะลดขยะได้
ที่ต้องระวังก็คือขยะที่มาจากโรงหมอและโรงเรียนแพทย์ พี่สาวบอกนางว่าสิ่งของเหล่านี้เป็ขยะติดเชื้อ จำเป็จะต้องฝังกลบและโรยปูนขาวในที่ที่ห่างไกลจากชุมชน ทั้งยังต้องล้อมรั้วแล้วปิดป้ายประกาศว่าเป็พื้นที่ห้ามเข้า หรือหากเป็สิ่งของก็ต้องนำไปนึ่งหรือต้มผ่านความร้อนให้ดี เช่นนี้จะฆ่าเชื้อได้ ยังมีรายละเอียดอีกมาก แต่พี่สาวนางได้อธิบายมาโดยละเอียดไม่มีอะไรทำตามไม่ได้ เสี่ยวฮวาฮวาไม่ต้องคิดอะไร แค่ลงแรงมากหน่อย ปฏิบัติตาม
ส่วนปัญหาเร่งด่วนข้อสองก็คือ ตอนนี้ชักจะมีหนุ่มสาวที่ไม่ได้แต่งงานกันมากขึ้น พวกเขามัวแต่ทำงานหาเงิน พอมีเงินแล้วก็แต่งงานช้า ชาวบ้านรุ่นแม่รุ่นพ่อกลุ้มใจมาก พวกนาง้าให้นางช่วยจัดงานเลือกคู่แบบที่ท่านหญิงหลันหลันเคยพูดถึงก่อนออกเดินทางไกลสักที
เื่ที่สองนี้เหมยฮวารับฟังแล้วทำหน้าเหมือนปวดฟัน นางเองไม่ถนัดเื่นี้จริง ๆ แม้จะชอบอ่านนิยายรักมากมาย แต่เื่หาคู่นี่นางไม่ถนัดจริง ๆ แต่เื่นี้ทำให้นางได้เรียนรู้จริง ๆ ว่า การเป็ผู้นำบางทีก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจะทำบางเื่ได้จริงๆ
ถึงอย่างไรเื่นี้นางก็ต้องทำ...แต่คงต้องหาคนสอบถาม แรกเลยคือต้องส่งจดหมายถามพี่สาว แล้วรอคุณชายคนโปรดกลับมา...
หากถามว่าตอนนี้อีกเื่ที่ท่านหญิงรองกำลังวุ่นวายคือ หากถามว่าตอนนี้ท่านหญิงรองกำลังวุ่นวายอยู่กับอะไร ก็ต้องตอบว่านางกำลังปวดหัวกับโรงเรียนฝึกสอนอาชีพ แต่เดิมนี่เป็ปณิธานอันแรงกล้าของท่านตาเผย พี่จะเปิดโรงเรียนสอนอาชีพ ซึ่งเป็ทักษะในการทำงานด้านต่าง ๆ นางอุตส่าห์ตั้งใจว่าจะเป็คนอุปถัมภ์โรงเรียนแห่งนี้ แหล่งเงินทุนก็มาจากที่นางชนะพนัน ได้เงินมาหลายหมื่นตำลึงเมื่อคราวก่อน
คือแรกท่านผู้เฒ่ากับองค์หญิงใหญ่ร่วมมือกันซะดิบดี ก็คิดว่าจะสร้างกันได้เร็ววัน แต่จู่ ๆ งานยังไม่ทันเสร็จ องค์หญิงใหญ่ก็ต้องเดินทางขึ้นเหนือ กลับบ้านตามสามีแล้ว อยู่ราชแมนคิดว่าขาดองค์หญิงใหญ่ไปสักคนหนึ่งก็คงไม่เป็ไร ถึงอย่างไรก็ยังมีท่านตาอีกนี่นา ปรากฏว่าทำงานได้เพียงอีกเดือนนึงเท่านั้น ก็มีจดหมายมาเรียกตัวให้กลับไปที่ไห่หนาน เพราะว่าจู่ ๆ อาคารเรียนหลักของสำนักศึกษาตงหลินถล่มลงมา
ท่านลุงใหญ่ หรือนายท่านเผยผู้อำนวยการสถานศึกษาเข้าไปช่วยนักเรียนที่ติดอยู่ข้างใน จนกระทั่งตัวเองได้รับาเ็ไปด้วย ถึงอย่างไรท่านตาเผยก็เป็บิดาของท่านลุงใหญ่ ทันทีที่ทราบข่าวหัวใจเขาก็กลับไปอยู่ที่ไห่หนานเสียแล้ว จึงฝากฝังโครงการสร้างโรงเรียนฝึกอาชีพไว้ในมือของเหมยฮวา ราวรราวกับฝากฝังบุตรกำพร้า
เื่นี้ทำให้เหมยฮวารู้สึกทนทุกข์ทรมานมาก เพราะว่านางไม่มีเวลาพอ ที่จะทำให้ความฝันของท่านตาสำเร็จ นี่ก็ปีกว่าแล้ว ตอนนี้นางยังทำได้แค่กอดอกมองอาคารที่เพิ่งปรับปรุงเสร็จ ตอนนี้มันยังว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ห้องเรียน
“ฮึ่ย ทนไม่ไหวแล้วนะ ข้าเป็เพียงแค่แม่นางน้อยอ่อนต่อโลกคนหนึ่ง สถานศึกษาอะไร ยังไง ไม่เคยได้เข้าไปนั่งเล่าเรียนเป็เื่เป็ราว มีแต่ท่านตาให้การบ้าน ให้ข้าสร้างสถานศึกษา ทั้งที่ข้าเดินเข้าหอหมื่นมาลี กลับโกดังที่สามสิบเอ็ดมากกว่าแบบนี้เนี่ยนะ” ท่านหญิงรองในคราบคุณชายฮวาเจ๋อ ยืนกระฟัดกระเฟียดข้างกับม้าตัวน้อย ที่ตอนนี้เริ่มเติบโตดูแววแล้วจะเป็ม้าตัวใหญ่ในอีกไม่ช้า
ทุกคนที่อยู่รอบข้าง (ที่ต่างก็รู้ว่าคนปลอมตัวไม่เนียนแท้จริงแล้วคือใคร) เห็นแล้วก็ไร้คำจะเอื้อนเอ่ย “….”
คุณชายฮวาเจ๋อไม่ได้บ่นอยู่คนเดียวแบบเปล่า ๆ เขายังออกท่าทางชกลมชกฟ้าออกมาด้วย เห็นแล้วอันธพาลยิ่งนัก ทุกคนรอบข้างที่แน่นอนรู้ว่าคนที่ปลอมตัวไม่เนียนนี้คือใคร ต่างค่อย ๆ ถอยห่าง ต่างทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่เห็น ใดๆทั้งสิ้น
“ฮึ่ย เครียด ไม่ไหวแล้ว ข้าต้องไปกินของอร่อย” หลังจากชกลมชกฟ้าไปนานครึ่งก้านธูป คุณชายฮวาเจ๋อ ก็ประกาศก้องว่านางหิวแล้ว
เื่นี้ก็เป็ปกติเช่นเดียวกัน ใคร ๆ ก็ชินเสียแล้ว อันที่จริงเมื่อไหร่วันก่อนคติประจำตัวที่ขึ้นป้ายบนกำแพงเมืองของท่านหญิงรองก็มีอยู่ว่า “ไม่ว่าจะเผชิญปัญหาเล็กปัญหาใหญ่ ของอร่อยจะเยียวยาทุกคนเอง”
พูดแล้วเด็กกสาวตัวน้อยในคราบคุณชายก็โหนตัวขึ้นม้า แล้วบังคับให้วิ่งเหยาะ ๆ ไปตามทาง มุ่งหน้าสู่ร้านมู่อ้ายแห่งใหม่ ตั้งใจว่าจะออกเรือไปตามหาความฝัน…
ออกเรือไปตามหาความฝัน เท่ากับ ออกเรือที่มีเตาปิ้งย่างกินเนื้อ แกล้มน้ำบ๊วยอย่างเดียวดายใต้แสงจันทร์ แล้วคิดถึงปรัชญาการดำเนินชีวิตบางอย่าง ที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ แต่พอได้คิดแล้วก็สบายใจเหลือเกิน