ชายผู้มีพลังในการปฎิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)

    ตอนที่ 83

    ตอนที่ 83

    เรื่อง ชายผู้มีพลังในการปฏิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)

    .

    เม็ก : " (มองอะไรไม่เห็นเลย........อยู่บนรถกำลังวิ่งอยู่ เสียง? ไม่ใช่คนเดียวแต่เป็นกลุ่มคน?) "

    เสียงผู้หญิง : " ขับรถช้าจริง ขับให้มันเร็วๆ หน่อยสิ เดี๋ยวเด็กนี้ก็ตื่นก่อนจะถึงฐานหรอก "

    เสียงผู้ชายคนขับรถ : " จะบ้าหรือไง ขับรถเร็วเดี๋ยวก็โดนตำรวจเรียกพอดี "

    เสียงผู้ชาย : " แค่เด็กคนเดียวต้องมาตั้งสามคนเลยเหรอ "

    เสียงผู้หญิง : " นายไม่ได้ฟังที่หัวหน้าพูดไง ว่าเด็กนี้อันตรายแค่ไหน "

    เม็กได้สติขึ้นมาบนรถระหว่างทางกำลังที่ไหนสักแห่ง เม็กได้ยินเสียงของคนที่น่าจะเป็นคนจับเขามากำลังคุยกันอยู่

    ตอนแรกเม็กคิดจะใช้พลังทำให้กลุ่มคนพวกนี้สลบไป แต่ว่าพลังของเขาใช้ไม่ได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง

    .

    เม็ก : " (บ้าจริง ใช้พลังไม่ได้ คงต้องอยู่เฉยๆ ไปจนกว่าจะใช้พลังได้ ถ้าใช้พลังได้จะเสกให้หลับทุกตัวเลย) "

    เม็ก : " (อยู่เฉยแล้วเมื่อยโคตร เมื่อไรจะถึงวะเนี่ย ถนนก็สภาพแย่จริง...............แสดงว่าอยู่นอกตัวเมืองงั้นเหรอ) "

    เม็กรู้สึกได้ถึงรถที่ตกหลุมบ่อขนาดเล็กบนพื้นถนน ทำให้เม็กรู้ว่ารถกำลังขับออกนอกตัวเมืองเพราะถนนด้านนอกตัวเมืองมีสภาพที่แย่มาก

    .

    เม็ก : " (ไอ้พวกนี้จะเอาเรามาฆ่าทิ้งเหรอ!? ไม่สิถ้าจะฆ่าเราจริง เราคงตายไปแล้วพวกมันคงต้องการอะไรสักอย่างจากเรา) "

    เม็ก : " (ถึงสักที เมื่อยจะตายอยู่แล้ว แบกให้มันดีๆ หน่อยสิ) "

    รถได้หยุดลงหน้าโกดังแห่งหนึ่งด้านนอกตัวเมือง กลุ่มคนที่ลักพาตัวเม็กมาได้แบกเม็กขึ้นบ่าเพื่อพาเข้าไปด้านในโกดัง

    .

    เสียงผู้หญิง : " นายแบกเด็กนี้ซะ "

    เสียงผู้ชาย : " ฉันเหรอ!? "

    เสียงผู้ชายคนขับรถ : " ก็นายไม่ได้ทำอะไรนี้หว่า "

    เสียงผู้หญิง : " ฉันเป็นคนจับตัวเด็กนี้ ส่วนหมอนี้ก็ขับรถ แต่นายไม่ทำอะไรเลย แบกเด็กนี้เข้าไปด้านในซะ "

    เม็ก : " คนผู้หญิงทำฉันสลบนี้เอง " เม็กโดยแบกขึ้นไหล่ แต่พอได้รู้ว่าใครทำเขาสลบก็พูดขึ้นมาทันที

    ทั้งสองคนที่รู้ว่าเม็กได้สติขึ้นมาแล้วก็ตกใจทันที ยกเว้นแต่คนที่กำลังแบกเม็กอยู่ที่ไม่มีท่าทีตกใจอะไรเพราะคิดว่าเม็กก็แค่เม็กคนหนึ่ง

    .

    เสียงผู้หญิง : " นายไม่ได้หยิบแร่พิเศษติดมาด้วยเหรอ!!!?? "

    ตอนที่เข้าไปจับเม็กกับตอนที่อยู่บนรถพวกเขาได้เอาแร่พิเศษอยู่ใกล้ตัวเม็กตลอดเวลา

    แต่พอเป็นตอนที่เม็กกำลังโดนแบกเข้าไปในโกดัง ชายที่แบกเม็กไม่ได้หยิบแร่พิเศษติดมือมาด้วย

    เม็กที่ได้สติอยู่แล้วก็รู้สึกตัวว่าเขาสามารถใช้พลังได้แถมยังรู้ด้วยว่าใครเป็นคนทำให้เขาสลบ

    ด้วยความที่อยากจะเอาคืน เม็กจึงใช้พลังใส่ทั้งสามคนที่อยู่รอบตัว

    .

    เม็ก : " หลับกันให้หมดซะไอ้พวกเวร พวกแกจับผิดคนแล้วโว้ย "

    เม็กดันออกซิเจนและอากาศทั้งหมดรอบตัวให้ถอยห่างออกไป รวมถึงออกซิเจนที่อยู่ในร่างกายของทั้งสามคนด้วย

    เพียงแค่ไม่กี่วินาทีทั้งสามคนก็หมดสติ แถมระหว่างที่กำลังหมดสติก็เรียกขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่อยู่ในโกดังไม่ได้ด้วย

    .

    เม็ก : " ที่นี่ที่ไหนวะเนี่ย (ถอดผ้าคลุมหัวออก) ..............นอกเมือง เขตโรงงานเหรอ? ท่าเรือ? ออกมาไกลเอาเรื่องเลยนะเนี่ย "

    หลังจากถอดผ้าคลุมหัวออก เม็กก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเขาอยู่นอกเมืองไกลพอสมควร เพราะเห็นท่าเรืออยู่ไม่ไกล

    ตอนนี้เป็นตอนกลางคืนทำให้ไม่มีคนงานอยู่ในเขตโรงงานสักคน ท่าเรือเองก็ไม่น่าจะมีคนอยู่เพราะโดนปิดหลังจากเหตุการณ์ก่อกบฏ ของพวกทหาร

    ทางกลับเดียวคือต้องวิ่งกลับเมืองที่อยู่ไกลมาก

    .

    เม็ก : " แย่วะ ไอพวกนี้มีรถวิ่งหนีไม่ทันแน่ มือถือก็ไม่รู้อยู่ไหน เข้าไปด้านในแล้วเล่นงานพวกมันตอนที่พวกมันไม่รู้ตัวให้หมดดีไหมเนี่ย "

    เม็กประเมินสถานการณ์โดยรวมและสรุปได้ว่า หากวิ่งหนีก็คงไม่ทันแน่

    เพราะพวกที่อยู่ข้างในน่าจะรู้ตัวว่าเพื่อนกลับมาช้าและออกมาข้างนอกจนพบกับเพื่อนที่นอนหมดสติอยู่และเริ่มขับรถไล่ล่าเม็กทันที

    หากจะซ่อนตัวก็คงยากเหมือนกัน เม็กคิดว่าคนพวกนี้น่าจะรู้พื้นที่แถวนี้เป็นอย่างดีคงจะซ่อนตัวให้ถึงเช้าไม่ได้แน่ๆ

    และก็ไม่สามารถหนีไปยังท่าเรือที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ เพราะที่นั่นไม่มีคนอยู่

    ทางเดียวที่คิดออกคือเข้าไปจัดการพวกที่อยู่ในโกดังให้หมดและใช้มือถือของพวกมันโทรขอความช่วยเหลือ

    .

    เม็ก : " เอาวะ! แค่เข้าไปด้านในแล้วก็จัดการให้สลบให้หมด "

    เม็กเดินไปยังประตูทางเข้าโกดัง หน้าประตูไม่มีคนเฝ้าอยู่ แต่เม็กได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่รู้ว่าเป็นเสียงอะไรจากด้านในโกดัง

    เขาพยายามเปิดประตูซึ่งมันก็ไม่ได้ล็อกเอาไว้ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปเม็กก็คิดว่าจะรีบใช้พลังคลุมพื้นที่ด้านในโกดังให้ได้มากที่สุด

    แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นกลุ่มเด็กเล็กหลายคนกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ภายในโกดัง เม็กตกใจไปชั่วขณะก่อนจะมีบางอย่างตีเข้าที่หลังหัวของเม็ก

    .

    ??? : " เด็กนี้ที่เป็นเป้าหมายของพวกเรานี่น่า "

    เม็กล้มลงกับพื้นหลังจากโดนตีเข้าที่หัว แต่เม็กยังไม่หมดสติและพยายามใช้พลังใส่คนที่ตีหัวเขาจากด้านหลัง

    .

    ??? : " (หายใจไม่ออก!! เสียงก็ไม่มี!! ไอ้เด็กนี้พยายามใช้พลังทำให้เราสลบ) "

    ชายที่ตีหัวเม็กจากด้านหลังหายใจไม่ออกและกำลังจะหมดสติ ชายคนนั้นจึงพยายามจะตีเม็กอีกครั้งเพื่อให้เม็กสลบ

    เม็กที่ล้มลงอยู่กับพื้นก็หันมาหาชายคนนั้นกำลังจะฟาดเม็กอีกครั้งและรับการโจมตีของชายคนนั้นเอาไว้ได้

    .

    ??? : " (ไม่โดนเหรอ ไม่สิ มีบางอย่างหยุดมันเอาไว้) "

    ไม้ที่ชายคนนั้นถืออยู่ฟาดไปโดนบางอย่างก่อนจะถึงมือของเม็กที่ยกมือขึ้นมารับไม้

    .

    (ย้อนความกันสักนิดจากตอนที่15-16)

    ไอแซก : " รู้ถึงจุดอ่อนร้ายแรงของตัวไหม "

    เม็ก : " ก็นิดหน่อยครับ ................ เออ จริงๆ แล้วรู้ดีเลยครับ "

    ไอแซก : " งั้นก็ดี ถ้างั้นก็มาแก้มันดีกว่า "

    ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ไอแซกฝึกให้ โทรุ นีโร่และเม็ก เม็กถูกแยกให้ไปฝึกอีกห้อง

    ไอแซกได้วิเคราะห์การใช้พลังของเม็กในหลายแบบ จนได้ข้อสรุปว่าเม็กเก่งแค่ด้านเดียวนั้นก็คือการควบคุมพลัง

    เม็กไม่ได้ฝึกอย่างอื่นเลยนอกจากการควบคุมพลังของตัวเอง ทำให้ขาดทักษะด้านอื่นมาก

    ไอแซกแบ่งการฝึกพลัง Fate เป็น 2 อย่าง

    1 การควบคุม ซึ่งด้านนี้เม็กได้ดีมากกว่าที่ไอแซกคิดเอาไว้มาก

    2 วิธีการใช้พลัง ไอแซกได้คิดเอาไว้ว่าเม็กมีการใช้พลังแค่รูปแบบเดียวและมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

    ในการต่อสู้ เม็กจะทำแค่อย่างเดียวก็คือทำให้คู่ต่อสู้หมดสติให้เร็วที่สุด ซึ่งมันก็ได้ผลเสมอทำให้เม็กไม่ได้คิดเรื่องการใช้พลังในรูปแบบอื่นเลย

    .

    ไอแซก : " ผลร้ายของการที่เธอมีการโจมตีแค่วิธีเดียวก็คือ เธอจะรับมือกับสถานการณ์อื่นไม่ได้เลย "

    ไอแซกอธิบายโดยการวาดวงกลมให้เหมือนกับสนามประลอง กฎก็คือเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้เหมือนกับการประลองเดียว

    แต่คู่ต่อสู้ครั้งนี้ของเม็กคือไอแซก ซึ่งแค่ชั่วพริบตาเดียวเม็กก็โดนไอแซกดันด้วยแรงโน้มถ่วงจนออกนอกวงกลมไป

    .

    เม็ก : " ต่อให้ผมใช้พลังในวิธีอื่นก็ไม่มีทางชนะคุณไม่ได้อยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ "

    ไอแซก : " เรื่องนั้นก็ใช่ แต่ถ้าคู่ต่อสู้ไม่ใช่ฉันเธอก็จะปล่อยให้ตัวเองแพ้เหรอ "

    เม็ก : " ......................................... "

    ไอแซก : " ตอนแรกที่ได้ยินเรื่องพลังของเธอ ฉันแปลกใจอยู่นะที่เธอเลือกวิธีใช้พลังนั้น "

    ไอแซกบอกว่าวิธีที่เม็กใช้มันยากมากจนไม่มีใครใช้วิธีนี้ ไอแซกเคยฝึกนักเรียนหลายคนที่มีพลังคล้ายกับของเม็ก

    นักเรียนพวกนั้นเลือกจะใช้พลังในวิธีที่ง่ายกว่านี้

    .

    ไอแซก : " ถ้าให้ยกตัวอย่างก็มีนักเรียนคนหนึ่ง รูปแบบพลังจิตสามารถควบคุมของเหลวรอบตัวได้ "

    ไอแซกอธิบายเรื่องวิธีที่นักเรียนคนนั้นใช้พลัง นักเรียนคนนั้นเน้นควบคุมเหลวจากรอบตัวแทนที่จะควบคุมของเหลวที่อยู่ร่างเป้าหมาย

    เพราะการควบคุมอะไรสักอย่างที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ที่มีพลัง Fate เหมือนกันเป็นเรื่องที่ยากมากและเสียพลังมากกว่าปกติด้วย

    บวกกับเหตุผลที่ว่าหากเป้าหมายพยายามต่อต้าน การควบคุมพลังในร่างของเป้าหมายก็จะยากตามไปด้วยจนแทบจะเป็นไปไม่ได้

    เพราะร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถรับพลัง Fate สองรูปแบบในร่างกายได้

    พลัง Fateที่มีพลังมากกว่า (ในที่นี้ก็หมายถึงพลัง fate ของเจ้าของร่างกาย) จะพยายามต่อต้านพลัง Fate ที่แทรกแซงร่างกายอยู่

    ครั้งแรกที่ไอแซกได้ยินเรื่องที่เม็กสามารถอะตอมของอากาศในร่างกายของมนุษย์ ไอแซกแปลกใจมากที่มีคนสามารถทำได้จริงๆ

    .

    เม็ก : " ในกรณีของนักเรียนคนนั้น ถ้าไม่มีของเหลวอยู่รอบตัวก็อะไรไม่ได้ แต่อากาศมีอยู่เกือบทุกทีเลยนะครับ "

    ไอแซก : " นั้นไง เหตุผลที่เธอไม่ใช้พลังในวิธีอื่นเลย เพราะมันง่ายสำหรับเธอ "

    เม็ก : " แล้วนักเรียนคนนั้นทำยังไงถ้าไม่มีของเหลวอยู่รอบตัว "

    ไอแซก : " ก็เลือดของตัวเองไง ถึงจะอันตรายไปหน่อยก็เถอะ "

    เม็ก : " สถานการณ์แบบไหนผมถึงจะวิธีอื่นล่ะ ผมก็พอมีวิธีอยู่ แต่ไม่ค่อยได้ฝึกเท่าไร "

    ไอแซก : " บอกวิธีที่เธอจะใช้หน่อยสิ ฉันจะเสนอวิธีที่ฉันคิดให้ และก็เรียกฉันว่าอาจารย์ซะ "

    พลังของเม็กคือการควบคุมอะตอมของธาตุที่เป็นอากาศได้ สิ่งที่เม็กจะทำคือเรียงอะตอมของอากาศให้กลายเป็นอาวุธต่างๆ

    อย่างพวกอาวุธระยะประชิด ด้วยความที่มันจากอะตอมที่เล็กมาก อาวุธพวกนี้จึงคมมากจนแทบจะตัดผ่านวัตถุได้เกือบทุกอย่าง

    หรือควบคุมอะตอมของธาตุในอากาศให้รวมตัวกันจนกลายเป็นกระสุนและยิงออกไป

    แต่วิธีสองอย่างนี้มีเหตุผลที่เม็กไม่สามารถใช้มันได้อยู่ อย่างแรกคือมันอันตรายเกินไปสำหรับการแข่ง

    กฎของการแข่งบอกว่าห้ามใช้พลังที่อันตรายถึงตายหรือบาดเจ็บสาหัสจนร่างกายพิการ

    และเหตุผลอีกข้อคือข้อจำกัดด้านระยะการใช้พลังของเม็กมีแค่ไม่กี่สิบเมตรจากระยะรอบตัว

    ถ้าจะยิงกระสุนอากาศคงต้องมีระยะที่ไกลมากกว่านี้

    .

    ไอแซก : " เธอคิดเอาไว้นี่น่า เรื่องการโจมตีถือว่าคิดได้ดีเลย แล้วเรื่องการปกป้องกันล่ะ "

    เม็ก : " ผมไม่คิดว่าอากาศจะป้องกันอะไรได้นะครับอาจารย์ ถ้าจะป้องกันได้ก็ต้องเป็นพวกที่ชนะทางมากๆ "

    ไอแซก : " เรื่องนั้นเธอคิดผิดไปไกลเลยนะ อากาศป้องกันอะไรได้เยอะเลยและก็การป้องกันก็ใช้โจมตีได้ด้วย "

    ไอแซก : " รู้จัก Co2 ใช่ไหม C คือ คาร์บอน และ คาร์บอนนี้ก็คือส่วนประกอบของเพชรด้วย

    ถ้าเธอเรียงธาตุคาร์บอนในอากาศให้เป็นรูปแบบเดียวกับเพชรและหนามากพอ เธอแทบป้องกันอะไรก็ได้แล้ว "

    เม็ก : " แรงกระแทกล่ะครับ ถ้าถูกยิงด้วยปืนผมว่าแรงกระแทกก็ต้องแรงมากๆ อยู่ดี "

    ไอแซก : " ถ้าชีวิตเธออยู่ในอันตราย เธอจะสร้างมันแค่ชั้นเดียวหรือไง แค่สร้างมันมาหลายๆ ชั้นและก็เว้นช่องว่างเอาไว้ด้วย "

    ไอแซกอธิบายเรื่องโครงสร้างของคาร์บอนที่อยู่ในเพชรให้เม็กฟัง ซึ่งเม็กไม่ได้เข้าใจสิ่งที่ไอแซกพูดแม้แต่น้อย

    แต่เม็กก็สามารถสร้างแผ่นอากาศบางๆ ที่สามารถทนรับการต่อยของตัวเองได้

    ส่วนแรงของแรงกระแทก ไอแซกบอกให้ใช้อากาศจำนวนมากดูดซับเอาไว้ตรงช่องว่างของแผ่นป้องกัน

    เมื่อถูกกระแทกอากาศในช่องว่างจะซับแรกกระแทกและถูกปล่อยออกจากด้านข้างของแผ่นป้องกัน

    .

    ไอแซก : " เกินคาดเลยที่เธอทำได้แต่ครั้งแรก ถึงจะใช้เวลาสักหน่อยก็เถอะ ฝึกสร้างมันให้เร็วกว่าเดิมซะ "

    (จบการย้อนความ)

    .

    เม็ก : " เกือบไปแล้ว ยังดีที่ประครองสติได้ "

    ชายที่ตีหัวเม็กล้มลงหมดสติไปแล้ว เด็กๆ ที่อยู่ในโกดังที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งหนีแตกตื่นกันทันที

    ด้วยเสียงแตกตื่นของเด็กๆ ทำให้มีเสียงเท้าของผู้คนจากโกดังที่อยู่ข้างๆ วิ่งมาดูที่โกดังที่เม็กอยู่

    .

    เม็ก : " แย่แล้ว!! เสียงเท้าเพียบเลย ต้องจัดการคนมากขนาดนี้เลยเหรอ แถมมีเด็กด้วย "

    .

    ____________________________________จบตอน__________________________________________

     

     

    คล้ายกับเรื่องชายผู้มีพลังในการปฎิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์) ที่คุณอ่าน