อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 36 เด็กทารกกับนักกล้าม

    "ท่านครับขอสัมภาษณ์ได้ไหมครับ"

    "คลิปดังกล่าวเป็นความจริงใช่ไหมคะ"

    "ไม่ทราบว่าท่านมาไซแอนทำไมครับ"

    ฯลฯ

    หน้าสถาบันศึกษานิวอีร่า สื่อมวลชนจากช่องต่างๆ แย่งกันสัมภาษณ์โดมินิคประธานาธิบดีเฒ่า

    อีกคนที่ดังไม่แพ้กันคือท่านรองหัวหน้าตำรวจพิเศษฯ ต่างกันคือฝ่ายแรกดังแล้วรุ่งส่วนฝ่ายหลังนั้นดังแล้วร่วง....

    สื่อจากหลายสำนักพยายามฝ่าแนวป้องกันเจ้าหน้าที่กันอย่างสุดชีวิต

    ผู้ที่คิดว่าไม่มีโอกาสเข้าไปใกล้แน่ๆ ก็อาศัยการตะโกนถามแทน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย

    ระหว่างที่ทั้งหมดดันกันไปดันกันมา ประตูใหญ่ของสถาบันก็เปิดออก 

    ชายหัวล้านหน้าโฉดเดินออกมาหยุดอยู่ไม่ไกลจากโดมินิคด้วยรอยยิ้มผูกมิตร....แต่ในสายตาผู้คนถ้าเขาไม่ยิ้มจะดูเป็นมิตรมากกว่า

    "สวัสดีครับท่านประธานาธิบดี ผมแอนโทนี่รองครูใหญ่ เจ้านายของผมให้มาเรียนเชิญพวกคุณเข้าไปด้านใน" 

    "อืม..." โดมินิคตอบกลับสั้นๆ ใบหน้าดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย

    หลังจากที่กลุ่มของโดมินิคเข้าไปครบ ประตูใหญ่ก็ได้ปิดสนิทอีกครั้งท่ามกลางความสับสนของพวกตำรวจสุนัขรับใช้

    พวกเขาต่างไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน โดยปกติเมื่อเกิดคดีหมิ่นกษัตริย์ผู้ก่อเหตุต้องถูกจับกุมอย่างไม่มีเงื่อนไข 

    แต่ครั้งนี้พวกเขากลับถูกทิ้งไว้หน้าประตูอย่างไม่แยแส 

    ส่วนผู้ต้องหาก็เห็นอยู่ตรงหน้าแต่ดันทำอะไรไม่ได้ จะกลับก็ไม่กล้าจะบุกเข้าไปก็กลัว ในที่สุดก็ได้แต่รอแบบงงๆ หน้าสถาบันต่อไป

    ----------

    พระบรมหาราชวังไซแอน เวลา 16.00 น

    หัวหน้าตำรวจพิเศษรักษาพระองค์กำลังยืนเหงื่อแตกราวกับท่อประปารั่วอยู่หน้าห้องบรรทม ภายในห้องแว่วเสียงทหารหญิงคนใหม่ร้องด้วยความเจ็บปวดมาเป็นระยะๆ

    คนใกล้ชิดต่างรู้กันดีว่ากษัตริย์พระองค์นี้กามวิปริต ทหารหญิงมากมายออกมาจากห้องในสภาพปางตาย บางคนไม่ได้ออกมาด้วยซ้ำแต่กลับหายสาบสูญไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

    นายตำรวจใหญ่รู้สึกลังเลที่จะเคาะประตูตรงหน้า ภายในใจนึกด่าบรรพบุรุษของรองหัวหน้าฯผู้เป็นลูกน้องไปสิบแปดชั่วโคตร

    เพราะเจ้าโง่นี่เองที่ทำให้สถานการณ์เลยเถิดมาจนมาถึงจุดนี้ได้ เขาเองก็กลัวหายสาบสูญเหมือนทหารหญิงพวกนั้นเช่นกัน

    ในขณะที่คิดไม่ตกว่าจะบอกนายเหนือหัวของตนยังไงดีจู่ๆ สมาร์ทโฟนของเขาก็ดังขึ้น เป็นนายกรัฐมนตรีโทรเข้ามา 

    "รีบรายงานพระองค์ด่วน หน่วยปฏิบัติการพิเศษของไอโนวามาถึงสนามบินแล้ว ทางเรายื้อได้อีกไม่นาน" ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

    "ทำไมเร็วขนาดนี้" หัวหน้าตำรวจฯปาดเหงื่อถามกลับด้วยใบหน้าซีดเผือด

    "พวกเขาเอาเครื่องบินรบมา...คุณไม่น่าไปยุ่งกับโดมินิคเลย บ้าเอ๊ย!...."

    ปิ๊ป

    นายตำรวจใหญ่ตัดสายทิ้ง ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์มาฟังนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดด่าใส่หน้าหรอก

    ซู๊ด

    'คงไม่มีทางเลือกสินะ' เขาสูดหายใจลึกเตรียมเคาะประตูห้องนอนมรณะ ยังไงก็มาถึงขั้นนี้แล้วกษัตริย์ชั่วอย่างไรก็ต้องทราบอยู่ดี

    บอกด้วยตัวเองอย่างน้อยก็ดีกว่าให้ฟังจากปากศัตรู

    ก๊อก ก๊อก

    "เข้ามา" พระสุรเสียงเหี้ยมเกรียมไม่พอใจดังออกมาจากประตูไม้แกะสลัก

    “กะ เกล้ากระหม่อมขอพระราชทานอภัยที่ขัดจังหวะ คือว่าตอนนี้…”

    ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!

    พูดไม่ทันจบส้นพระบาทก็กระแทกเข้าที่ดั้งจมูกหลายครั้งจนมีเสียงกระดูกแตก เลือดจำนวนมากไหลออกมาเปื้อนพรมปูพื้นราคาแพง

    “หวังว่าแกจะมีเหตุผลที่ดีนะ ไม่งั้น...” กษัตริย์เนโรพูดพร้อมกับเอาพระบาทเปื้อนเลือดเช็ดผมของขี้ข้าตำรวจคนสนิท

    ถึงจะบอกว่าสนิทก็เถอะ แต่สำหรับพระองค์แล้วการหาคนมาแทนที่นายตำรวจตรงหน้านั้นง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

    “ฝะ ฝ่าบาท…เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าตำรวจอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเดียว 

    ขืนไม่รีบ กษัตริย์วิปริตอาจไม่ให้โอกาสเขาได้พูดอีกเลยตลอดกาล

    “ทำไมไอ้โดมินิคถึงไปอยู่ที่นั่นได้?” เนโรพูด เหงื่อเม็ดโตค่อยๆ ไหลย้อยลงมาจากหน้าผาก

    “แล้วทีนี้ทำยังไงดีล่ะ?” โทสะของพระองค์หายไปชั่วขณะและความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ นายตำรวจที่ถูกกระทืบเมื่อครู่กลายเป็นที่พึ่งไปโดยปริยาย

    โดยปกติแล้วในเรื่องต่างๆ ก็จะได้เขานี่แหละคอยจัดการแทนมาโดยตลอด ส่วนกษัตริย์เนโรนอกจากเสพกามแล้วก็แทบไม่เคยบริหารหรือจัดการสิ่งใดด้วยตัวเองเลย

    “เกล้ากระหม่อมเสนอให้ใช้วิธีตัดตอนพ่ะย่ะค่ะ จับลูกเมียรองหัวหน้าตำรวจไว้แล้วบีบให้เขายอมรับผิดไป”

    วิธีนี้นี้เป็นวิธีปฏิบัติของราชวงศ์เธเร่มาโดยตลอด เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็แค่โยนบาปให้ผู้อื่นรับเคราะห์ไปซะ

    แน่นอนว่าผู้รับเคราะห์แทนย่อมไม่มีสิทธิปฏิเสธ เพราะถ้าทำก็ไม่เดือดร้อนแค่ตนเองแน่นอน แต่จะลามไปถึงทั้งตระกูล 

    ถ้ายอมตามคำสั่งก็อาจขอพระราชทานอภัยโทษได้ในภายหลัง สุดท้ายติดคุกไม่นานก็ได้ออกมา แต่นั่นก็ต้องดูเป็นเรื่องๆ ไปด้วย 

    จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ แค่ไม่ติดเชื้อในกระแสเลือดตายในคุกก็ถือว่าบุญคุ้มแล้ว

    “เอาล่ะ แกไปจัดการ จำไว้ว่าห้ามทำพลาดเด็ดขาด” กษัตริย์เนโรสั่งออกคำสั่งปนขมขู่

    "กระหม่อมทูลลา" นายตำรวจรีบทำความเคารพและออกจากห้องไป โดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาเหี้ยมโหดมองตามหลังมา

    “ตัดตอน...แกเองก็ต้องโดนด้วย”

    เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะลูกน้องของนายตำรวจผู้นี้ แล้วตัวหัวหน้าเองจะลอยนวลไปได้อย่างไร 

    ตี้ด!

    หลังจากนายตำรวจใหญ่เพิ่งออกจากห้องไม่นาน จู่ๆ สมาร์ทโฟนบนโต๊ะก็มีสายเรียกเข้า ไม่แม้แต่จะตรวจดูพระองค์กดปัดทิ้งอย่างไม่ลังเล 

    สำหรับผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างกษัตริย์เนโรนั้น พระองค์อยากจะทำอะไรก็ได้ทั้งหมดไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร ยิ่งเวลานี้เครียดอยู่ด้วยก็ยิ่งไม่อยากคุยกับใคร

    ส่วนวิธีแก้ความเครียดของพระองค์ที่ทำโดยปกติก็คือการเสพกาม และตอนนี้มันก็ได้เวลาแล้ว ขณะกำลังจะเรียกทหารหญิงคนใหม่มาบำเรอนั่นเอง

    ติ๊ง!

    ติ๊งๆๆๆๆๆๆๆ

    เสียงข้อความเข้าเด้งขึ้นมาขัดจังหวะ จากนั้นมันก็เด้งแบบถี่ๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตั้งใจแกล้งแน่นอน

    กษัตริย์เนโรหัวร้อนทันที สำหรับผู้ที่กล้ามาแกล้ง ถ้าพระองค์ทราบเมื่อไรจะบังคับสูญหายมันเจ็ดชั่วโคตร 

    "เนโร ผมให้เวลาอีก 15 นาทีถ้าไม่รับสายอีกก็คอยต้อนรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษก็แล้วกัน จาก โดมินิค โซรอส" หลังจากอ่านข้อความจบกษัตริย์แห่งไซแอนก็ตกใจกลัวจนแทบปัสสาวะลาด

    ในไซแอนพระองค์คือผู้มีอำนาจสูงสุด แต่ในสายตาผู้นำต่างประเทศนั้น พระองค์เป็นได้แค่เพียงอาชญากรชั้นต่ำ

    ---------------------------

    ย้อนกลับไปเมื่อ 30 นาทีก่อน 

    หลังจากจอห์นได้รับคำสั่งจากโดมินิค เขาก็สั่งให้พวกผึ้งกระจายกันสืบหาข้อมูลตามสถานที่ต่างๆ

    แน่นอนว่าเป้าหมายไม่ได้กว้างมากนัก เพราะใครๆ ก็รู้ว่ากษัตริย์เป็นผู้สั่งการลงมา ดังนั้น จึงโฟกัสไปยังสภานที่ซึ่งกษัตริย์พระองค์นี้ประทับอยู่เป็นหลัก

    และแล้วหลังจากที่ผึ้งตัวหนึ่งตรวจพบเบาะแสที่ห้องบรรทม เหตุการณ์สนทนาระหว่างหัวหน้าตำรวจคนสนิทกับกษัตริย์เนโรก็ได้ถูกบันทึกภาพไว้ทั้งหมด

    ---------------------------

    14 นาทีผ่านไป

    ติ๊งๆๆๆๆ

    ระหว่างที่เนโรยังลังเลโดมินิคก็ส่งข้อความมากวนประสาทต่อเนื่อง 

    “…."

    ก่อนครบเวลาเพียงไม่กี่วินาที ในที่สุดพระองค์ก็ตัดสินใจรับสาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้แต่ยกหูค้างไว้ ไม่กล้าแม้แต่จะพูดทักทายตามมารยาท

    ด้วยเวลาจำกัดแค่ 15 นาที เจ้าหน้าที่ที่คอยแนะนำจึงยังมาไม่ถึง

    ถ้าไม่มีผู้คอยช่วยเหลือเรื่องต่างๆ กษัตริย์พระองค์นี้ก็แทบคิดวิเคราะห์อะไรเองไม่เป็น

    “สวัสดี ผมโดมินิค นั่นเนโรใช่ไหม?” เสียงโดมินิคพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบสบายๆ

    “…..” กษัตริย์เนโรยังคงเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไร

    สถานะประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งมันเหนือกว่ากษัตริย์ประเทศเล็กๆ มากนัก

    ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเอาเด็กทารกเกิดได้ไม่นานไปสู้กับนักกล้ามนั่นแหละ

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครจะชนะ เพราะเทียบกันไม่ได้แต่แรกอยู่แล้ว

    “ถ้ายังเงียบอยู่คงรู้นะว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น” โดมินิคพูดด้วยเสียงเย็นเยียบ

    "...."

    ทว่า อีกฝ่ายก็ยังคงเงียบทำให้ประธานาธิบดีเฒ่าเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เขาเบื่อที่ต้องมาเสียเวลากับอาชญากรสวะในคราบพระราชาเต็มที

    “มิสเตอร์ฟีเรสได้ถือสัญชาติไอโนวา หมายความว่าเขาเป็นพลเมืองของฉัน 

    ถ้าตรวจพบหลักฐานไม่ว่าจะโยงไปถึงใคร ฉันก็จะส่งทีมไปจับมันมาขึ้นศาลที่ไอโนวาทุกคน นั่นรวมถึงคุณด้วยเนโร "

    กับคนโง่ๆ แล้ว ในบางครั้งวิธีขู่ก็ได้ผลดีที่สุด

    “จะ จะ เอายังไง?” ในที่สุดกษัตริย์เนโรก็ตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงสั่นเทา

    พระองค์รู้ดีว่าโดมินิคทำได้อย่างที่พูดแน่นอน

    อันที่จริงที่เงียบไปพักใหญ่นั้นไม่ได้ลองของแต่อย่างใด แต่เพราะมัวตกใจจนพูดไม่ออกต่างหาก

    ปกติเคยชินกับการใช้อำนาจกับผู้ที่สถานะต่ำกว่าเสมอ พอมาเจอสถานการณ์ในปัจจุบันจึงทำอะไรไม่ถูก 

    “หึ ก็ไม่ยากอะไร นับแต่นี้ไปห้ามยุ่มย่ามกับมิสเตอร์ฟีเรสอีก

    ถ้าตกลง ทางเราจะปล่อยตัวพยาน(รองหัวหน้าตำรวจฯ)ให้ทางไซแอนดูแลกันเอง

    แต่ต้องจัดการให้น่าพอใจด้วยล่ะ การเล็งปืนมายังฉันถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะ ขอบอกไว้ก่อน”

    สำหรับเรื่องการลงโทษกษัตริย์ชั่วนั้น โดมินิคได้พูดคุยกับเฟรีสไว้ก่อนหน้าแล้ว

    ชายหนุ่มต้องการจะเลี้ยงกษัตริย์โง่ๆ พระองค์นี้ไว้ก่อน ผู้ที่ล้มราชวงศ์เธเร่ได้จะต้องเป็นประชาชนไซแอนเท่านั้น

    “ตกลง เราตกลง” เนโรละล่ำละลักตอบทันที เพราะข้อเสนอนี้ถือว่าดีมากแล้ว

    ----------------------------------------------------

    “ทำไมเขายังไม่ออกมาอีก” หน้าซุ้มประตูใหญ่สถาบันนิวอีร่า ชายวัยกลางคนร่างอ้วนเตี้ยกำลังเดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจปากก็บ่นพึมพำไปด้วย 

    แก้มย้อยๆ ของเขากระเพื่อมไปตามจังหวะการก้าวเท้าราวกับนกกระพือปีก ศีรษะล้านเลี่ยนมันแผลบมีผมสีดำหยิกหยอยล้อมรอบดูๆ ไปก็คล้ายไข่ดาวบูดๆ

    เขาคือ พราวุส รันโดซา นายกรัฐมนตรีแห่งไซแอน ส่วนด้านข้างก็มีชายร่างผอมสูงราวกับไม้เสียบผียืนอยู่คู่กัน 

    แก้มตอบๆ กับตาคล้ำๆ นั่นไม่ต้องบอกก็ดูออกว่าเป็นพวกหมกมุ่นในอบายมุขมากเกินไป ชายคนนี้ก็คือหัวหน้าตำรวจพิเศษรักษาพระองค์นั่นเอง

    พวกเขาได้รับคำสั่งตรงจากกษัตริย์ให้มาเจรจากับโดมินิคและถอนกำลังตำรวจทหารออกไป

    แต่พอมาถึงหน้าซุ้มประตูใสถาบันกลับได้รับคำตอบแค่ว่า "รอก่อน" และก็เงียบไปนานสองนาน 

    ในที่สุดหลังจากรออยู่ 2 ชั่วโมง ประตูบานใหญ่ก็ได้เปิดขึ้น ทว่า ผู้ที่เดินออกมากลับเป็นแค่หุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ตนหนึ่ง เมื่อสำรวจดูดีๆ ก็พบว่าบนบ่าของมันมีร่างรองหัวหน้าตำรวจซึ่งสลบไปแล้วอยู่ด้วย 

    เจ้าหุ่นเดินมายังเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสอง จากนั้นก็โยนรองหัวหน้าตำรวจลงพื้นราวกับเศษขยะชิ้นโต

    [เจ้านายฝากบอกว่า จัดการให้ดีแล้วก็...ไปให้พ้น!!] 

    เจ้าหุ่นเอชพูดตวาดใส่หน้าราวกับไล่สุนัขและเดินกลับเข้าประตูไปอย่างไม่มีเยื่อใย เล่นเอาคนทั้งสองถึงกับผงะ จะไร้มารยาทเกินไปแล้ว

    พอได้สติพวกเขาก็รีบสั่งเจ้าหน้าที่ให้แบกรองหัวหน้าฯขึ้นรถ เพียงแต่ว่ามันเป็นรถขนนักโทษจากกรมราชทัณฑ์แทนที่จะเป็นรถพยาบาล

    "เฮ้อ หวังว่าจะบรรเทาโทสะของพระองค์ได้บ้าง" หัวหน้าตำรวจพูดพร้อมกับถอนหายใจยาว ในที่สุดเรื่องวุ่นๆ ก็จบเสียที

    "ใช่ ฉันเองก็หวังเช่นนั้น เจ้าหน้าที่! จับเขาขึ้นรถ เจ้านี่คือผู้สมรู้ร่วมคิดกับผู้ก่อเหตุ" จู่ๆ พราวุสก็สั่งให้เจ้าหน้าที่จับนายตำรวจข้างๆ ขึ้นรถราชทัณฑ์ไปด้วย

    "นี่มันเรื่องอะไรกันวะ!" หัวหน้าตำรวจตะโกนถามด้วยโกรธปนตกใจ

    "ขอโทษนะเพื่อน นี่เป็นรับสั่งลงมา" พราวุสกระซิบข้างหูเบาๆ พร้อมกับแสยะยิ้ม เมื่อไม่มีชายผู้นี้คอยรับใช้ข้างตัว กษัตริย์โง่อย่างเนโรก็ต้องพึ่งพาเขามากขึ้น เผลอๆ อาจได้เป็นนายกฯอีกสมัยเลยก็ได้

    ภายในห้องรับรองอาคารรอยัลบี (ผึ้งยักษ์) 

    "น่าสมเพชเป็นบ้าที่เลือกคนแบบนี้มาเป็นนายก" ประธานาธิบดีเฒ่าที่ดูจอมอนิเตอร์อยู่คุยกับเฟรีสผ่านทางเจ้าผึ้ง 

    "มันดีมากๆ เลยต่างหาก สมัยหน้าคนของผมจะได้ชนะเลือกตั้งถล่มทลายไง" เฟรีสตอบกลับบนใบหน้าปรากฎรอยยิ้มน่ารังเกียจขึ้น

    คล้ายกับเรื่องอัจฉริยะพลิกโลก ที่คุณอ่าน