บทที่13
สวนสมุนไพรยายชูมีพื้นที่กว่าพันไร่ ตั้งอยู่บนยอดเขาเซกาที่สลับซับซ้อน ถือเป็ูเาที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของประเทศครูก้าและยังมีชื่อเสียงขจรไกลไปทั่วภูมิภาคพืชที่นำออกมาจากูเาลูกนี้ล้วนมีราคาที่สูงลิบเป็ที่้าของเหล่าวงการแพทย์ทั่วไป
กระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กกลางดงสมุนไพรกลุ่มควันน้อยลอยตามกระแสลม โชยกลิ่นยาหอมฟุ้งไปใกล ทรงกลดง่วนอยู่กับพืชนานาชนิดบนแคร่ใหญ่สามองครักษ์เงานอนเรียงกันบนแคร่ข้างๆทุกคนร่างเปลือยเปล่าตัวถูกพอกด้วยสมุนไพรมองเห็นเป็หุ่นมอสสีเขียวดูแปลกตา
สามวันแล้วที่เขาทำการรักษาอยู่ที่นี่โดยไม่มีอาการเบื่อหน่ายหรือเหน็ดเหนื่อย สามหนุ่มผู้ถูกพิษไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ถึงกับซาบซึ้งในความเอาใจใส่ของนายน้อย พวกเขานอนสงบนิ่งน้ำตาแห่งลูกผู้ชายเอ่อคลอเต็มสองเบ้าตา
เม็ดยาขวดยาน้ำที่ผ่านการสกัดจากสมุนไพรชั้นดีของสวนยายชู วางเรียงเต็มแคร่ยาทุกตัวที่ทรงกลดสกัดมาเขาจะทำการทดลองด้วยตนเอง ทั้งดื่ม ทั้งทา ทั้งกินยานานาชนิดที่ใช้ในการแก้พิษต่างมารวมกันอยู่ในร่างกายของเขา จนแน่ใจว่ายาตัวใหนใช้ได้เขาจึงนำมาใช้กับสามองครักษ์เงา
ทรงกลดเองก็ไม่รู้ตัวว่าเพราะไมโครจั๊มพ์ในสมอง ได้เปลี่ยนยาเ่าั้ให้กลายเป็ภูมิต้านทานส่วนตัว
บัดนี้ชายหนุ่มไม่ต้องเกรงกลัวพิษชนิดใดๆอีกไม่มีพิษใดในโลกนี้ที่ทำอันตรายเขาได้
ล่วงเลยเข้าวันที่ห้าของการรักษา สายวันนี้ทรงกลดกำลังทายาน้ำที่ตนเองสกัดได้ให้กับสามองครักษ์เงาลุงฟงก็ได้มาปรากฏกายพร้อมกับเด็กรับใช้ส่วนตัวสีหน้าลุงฟงถึงกับประหลาดใจเมื่อเห็นผู้ป่วยทั้งสามมีอาการดีขึ้นมาก พวกเขากำลังฟื้นฟูตัวเองผิวพรรณนวลใสเป็เงาวับเหมือนผ่านการลอกคราบมาหมาดๆดวงตาที่แววใสบ่งบอกถึงสุขภาพภายในที่สมบูรณ์เหนือคนทั่วไป
เด็กหนุ่มทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่เขาชุบตัวใหม่หรือไง ลุงฟงไม่เคยเห็นคนไข้รายใดที่อาการทุเลาแล้วจะมีร่ายกายที่สดใสใหม่เอี่ยมเหมือนของแกะกล่อง
“ไอหนูเอ็งนี่ฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆแค่ไม่กี่วันสามารถทำให้คนป่วยเปลี่ยนเป็คนใหม่ได้ขนาดนี้”ลุงฟงมองทรงกลดด้วยสายตาที่ชื่นชม
“แค่บังเอิญครับลุงผมไม่ได้นอนตั้งหลายวัน ซ้ำยังเสียพืชชั้นดีของยายชูตั้งหลายตัวถึงจะได้ผลลัพธ์เช่นนี้ไม่ง่ายเลยครับ โชคดีจริงๆ”เด็กหนุ่มกล่าวอย่างถ่อมตน
“เอ๊ะแต่เอ็งดูดีมีสง่าราศีกว่าคนป่วยเสียอีก”เงาร่างของเด็กหนุ่มทำให้ลุงฟงต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจเด็กหนุ่มตรงหน้าดูไม่เหมือนคนที่ตรากตรำอดนอนเลยสักนิด
ทรงกลดเองก็ไม่รู้ตัวว่ายาที่ตนเองสกัดได้ตัวใหนที่ทำให้ร่างกายดูดีเปล่งแสงนวลๆผิวพรรณสดใสหลายวันมานี้ บริโภคยาทุกตัวที่ตัวเองสกัดได้นับร้อยชนิด
กลิ่นสมุนไพรหอมกรุ่นแปลกประหลาดโชยมายายชูก็มาปรากฏตัวตรงหน้า
“ไอหนูเอ็งกลับไปดูสาวๆบนเรือหน่อยเหอะ เกิดเื่ไม่ดีขึ้นแล้ว”
ทรงกลดได้ยินยายชูกล่าวเช่นนั้นยังไม่ทันได้ทักทายกัน เขาก็ทิ้งขวดยากับสมุนไพรบางอย่างในมือ รีบวิ่งออกไปทันที
“เหอเหอ เหอ ยายช่วยได้แค่นี้แหล่ะไอหนู เต็มที่ของยายแล้ว”ยายชูส่งสายตาตามหลัง
่เวลาที่ยายชูหายไปยายไม่ได้ไปใหนไกล แกแอบไปปกป้องคุ้มครองคนบนเรือสำเภาอย่างลับๆเพราะรู้นิสัยของเฒ่าพิษดี มันไม่สามารถทำอะไรกับคนในสวนสมุนไพรได้แต่ที่อื่นๆมันทำได้แน่นอน ไม่ยากต่อการคาดเดาเป้าหมายของการแพร่พิษย่อมเป็คนบนเรือสำเภาใหญ่ลำนั้น
แม้ยายจะได้ชื่อว่าราชินีแห่งสมุนไพรก็ยังไม่สามารถป้องกันการแพร่พิษอันร้ายกาจของเทพพงไพรผู้นี้ได้เลย
ยายชูส่ายหน้าดวงตาฉายแววอ่อนล้า นี่ยายแพ้ให้กับเฒ่าพิษแล้วหรือ?
ลุงฟงยืนเงียบขรึมได้แต่ส่งความห่วงใยไปยังเด็กหนุ่มอัจฉริยะคนนั้นขอให้ไอหนูจัดการวิกฤตินี้ได้ด้วยเถอะ
เรือสำเภาโบราณลำใหญ่จอดเทียบท่าลอยเด่นเป็สง่า ตรงท่าทางขึ้นเรือมีทหารเรือสองนายยืนสงบนิ่งทำหน้าที่เฝ้าอารักขาอย่างเข้มงวด พวกเขามาตามคำสั่งของผู้บัญชาการฮาล็องเบอร์นาร์ด
แม้นไม่มีการร้องขอจากทรงกลดแต่เหล่ากัลยานมิตรต่างก็ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั้งทางแจ้งและอย่างลับๆ
สองนายทหารเรือต้องยกมือป้องใบหน้าอย่างกะทันหันเมื่อรู้สึกเหมือนมีลมกรรโชกวูบผ่านไปทั้งสองมองหน้ากันด้วยความงุนงง เมื่อกี้นี้คืออะไร เหมือนมีอะไรแว๊บผ่านพวกเขาไป
ภายในห้องส่วนตัวบนเรืออลิสาถือผ้าขนนุ่มชุบน้ำอุ่นเช็ดใบหน้าและลำแขนให้กับหญิงสาวอีกคนที่นอนตัวสั่นอยู่บนเตียง
‘ตัวร้อนมากเลยขืนปล่อยไว้นานไม่ดีแน่’ เด็กสาวคิ้วขมวดทำอะไรไม่ถูก
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ขอเข้าไปได้มั๊ย”
เสียงทุ้มนุ่มแฝงแววร้อนรนดังขึ้นตรงประตูอลิสาเหลียวมอง สีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน รอยยิ้มฉายวาบในแววตา ‘เขามาแล้ว’ เด็กสาวรำพึงอย่างยินดีเธอรีบเดินไปเปิดประตูทันที
ทันทีที่ทั้งสองสบตากันแววยินดีฉายวาบในดวงตาเด็กหนุ่ม แค่แว๊บเดียวเท่านั้น และทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติยังคงปฏิบัติกันเหมือนอากาศธาตุเช่นเดิม
ทรงกลดเดินรี่ตรงไปยังหญิงสาวอีกคนที่นอนอยู่บนเตียง
รรินทรานอนหายใจรวยรินตัวงอเป็กุ้งไหวสั่น มองก็รู้ว่า เธอกำลังหนาวสั่นจับจิต เสียงฟันกระทบกันดัง กึกกึก กึก
“เป็แบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว”ทรงกลดเอ่ยขึ้นลอยๆสายตายังคงจับอยู่ที่ร่างคนป่วยบนเตียง
“สามวันแล้ววันนี้หนักที่สุด”อลิสาที่อยู่ด้านหลังตอบน้ำเสียงห้วนๆ
คู่นี้คุยกันได้ทุกอารมณ์น้ำเสียงที่สื่อสารกันตอนนี้เหมือนเกมส์ทายปัญหา ถามมาก็ตอบไป
ชายหนุ่มยืนนิ่งครุ่นคิดยาทั้งหมดอยู่ที่สวนยายชู ความที่รีบร้อนเลยไม่ได้นำอะไรติดตัวมาเลย เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ทรงกลดหันขวับไปมองอลิสาที่อยู่ด้านหลัง
เด็กสาวถึงกับผงะใ“ อะไร จะทำอะไร” น้ำเสียงดุเหมือนแม่เสือที่หวงลูก ชักเท้าถอยหลังเตรียมรับสถานการณ์
“ทำไมเธอไม่เป็อะไรเลย”
“ไม่รู้”เป็คำตอบที่สะอาดหมดจด แค่สองคำ เคลียทุกคำอธิบาย
“พวกเธอกินอะไรนอกเหนือจากถุงที่ให้หรือปล่าว”
“ไม่รู้”เห็นทรงกลดหน้าดุทำท่าจะเอาเื่ อลิสาใ รีบตอบคำถาม“ไม่กิน”
ทรงกลดเห็นท่าทางของอลิสาอดอมยิ้มไม่ได้
“ขำอะไร”เสียงเด็กสาวเริ่มดุแล้ว “ตกลงพี่รินเป็อะไร ช่วยได้หรือปล่าว”
“พี่รินถูกพิษ”ทรงกลดกล่าวอย่างมั่นใจ
อลิสาใกับคำพูดของเขา“พิษอะไร รักษาได้มั๊ย” ถามยังกับคนตรงหน้าเป็หมอนะ
“ต้องตรวจอีกหลายอย่างถึงจะรู้วิธีรักษา”
อลิสาถอนใจอย่างโล่งอก
“เธอต้องช่วยด้วย”
“ยังไง”
“ขอตัวอย่างบางอย่างจากเธอขอไปเตรียมตัวก่อน บ่ายๆจะกลับมาอีกที”
“จะไปใหน”น้ำเสียงอลิสาดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
“เดี๋ยวกับมา”ทรงกลดตั้งใจสำรวจอลิสา เขามองจนเด็กสาวออกอาการเขินอาย “เธอกินอะไรหรือยัง”
“ยัง”น้ำเสียงสั่นของเด็กสาวฟังเหมือนกระซิบทั้งๆที่ตั้งใจจะเมินชายคนนี้ แต่การแสดงออกมันไม่เป็ใจเสียเลย ขายหน้าชะมัด
“งั้นไปหาอะไรกินกัน”
เด็กสาวออกอาการดีใจเธอตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ แต่เมื่อหันไปเห็นรรินทราที่นอนอยู่เธอก็ถอนใจ
“ไม่ต้องห่วงพี่รินหรอกมีคนเฝ้าดูอยู่” ทรงกลดปลอบ ตอนมาถึงเรือใหม่ๆเขาสังเกตุเห็นว่ามีหลายคนเฝ้าระวังอยู่ทั้งโจ่งแจ้งและในที่ลับ
สองนายทหารเรือประหลาดใจยิ่งนักที่เห็นทรงกลดกับอลิสาเดินลงมาจากเรือ บนเรือไม่ใช่มีแค่สองสาวเท่านั้นหรือแต่ด้วยคำสั่งที่เด็ดขาดของผู้บัญชาการฯพวกเขาจึงปิดปากเงียบ เพียงทำความเคารพทั้งสองที่เดินผ่านหน้าไป
แสงแดดยามเที่ยงที่ร้อนระอุ ท่ามกลางฝูงชนที่พลุกพล่านตลาดด็องตูวันนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาหาอาหารมื้อเที่ยงกัน่เวลาพักงานแบบนี้ ตลาดด็องตูดูมีชีวิตชีวาไม่น้อยเสียงซื้อขายต่อรองราคาดังระงมไปทั่ว เสียงตะหลิวเคาะกระทะ ควันอาหารที่หอมกรุ่นลอยโชยรอบบริเวณหลายคนบนโต๊ะอาหารนั่งชะเง้อมอง เมื่อไหร่อาหารที่ตนเองสั่งจะมาเสริฟที่โต๊ะสักที
เด็กหนุ่มหน้าตาดีกับเด็กสาวหน้าคมสุดสวยเดินเคียงคู่กันหลายคนเหลียวมองอย่างชื่นชม ช่างเป็คู่ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก
อลิสาเพลิดเพลินกับสิ่งของที่วางขายใบหน้าเธอยิ้มแย้มสดใส ไม่สนใจอีกคนที่ร่วมทางมาด้วย เธอเดินกึ่งวิ่งดูโน่นหยิบนี่ฉวยของที่ถูกใจพลิกดูแล้วก็วางกลับเหมือนนางพญาผีเสื้อที่ร่อนลิ้มเกษรจากดอกไม้ดอกนั้นทีดอกนี้ที
ทรงกลดเดินตรงฝีเท้าหนักแน่นสม่ำเสมอเขากำลังมองหาร้านที่ขายพวกภาชนะใส่ของเช่น แก้ว ขวด ช้อนฯลฯ
เมื่อได้ของตามที่้าแล้วทั้งสองก็แวะเข้าร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง ที่นี่มีคนแน่นพอสมควรเพราะเป็เวลาอาหารเที่ยงพอดี อลิสาเปิดดูเมนู เธอชี้ จิ้ม จิ้ม จิ้มรายการอาหารสั่งเด็กเสริฟ
“สั่งมาตั้งเยอะกินหมดเหรอ” ทรงกลดเอ่ยปาก นี่เป็ประโยคแรกั้แ่ทั้งสองลงจากเรือ
“ก็....สั่งเผื่อพี่ไง ไม่ค่อยได้กินอะไรดีดีไม่ใช่เหรอ” อลิสากำลังอารมณ์ดีสรรพนามที่ใช้จึงเปลี่ยนไป เด็กหนุ่มมองอาหารใบหน้าเรียบเฉยแค่นี้พอสำหรับบทสนทนาวันนี้ ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก
อาหารจานร้อนถูกนำมาเสริฟเต็มโต๊ะผัดเปรี้ยวหวานซี่โครงหมู เป็ดกรอบยอดผัก หมูย่างไฟ์ ฯลฯมีแต่ของน่ากินทั้งนั้นอลิสาหยิบตะเกียบคู่มือทำท่าจะคีบเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในจานไก่ผัดซอสทรงกลดกลับเอาตะเกียบของตนกดตะเกียบของหญิงสาวไว้ไม่ให้คีบอาหารเข้าปาก
อลิสาเงยหน้ามองทรงกลดแบบเคืองๆนี่จะดีกันสักมื้อนึงได้มั๊ย กวนประสาทอีกแล้ว
“ในอาหารมีพิษ”ทรงกลดกระซิบสั้นๆ สายตาเหลียวมองรอบๆ