ตอนที่10 ลงโทษเด็กดื้อฉบับติณภพ
“ก็อกๆๆๆ!!!” เสียงเคาะประตูห้องทำคนเคลิ้มหลับสะดุงตื่นกระทันหัน
“ใครคับ!” ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่กลับได้ยินเสียงคนเคาะอีกครั้งต่อเนื่อง ขาเล็กพาตัวเองก้าวมาหน้าประตูห้อง
“ก็อกๆๆ!!”
“ใคร! ถ้าไม่ยอมบอกผมก็ไม่เปิดคับ”
“มาเปิดประตูเดี่ยวนี้ฉันมีเื่จะคุยกับเธอ!” เสียงเย็นๆ ที่ลอดผ่านพนังกั้นประตูเข้ามาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าเป็เสียงของติณภพ ‘อาภพเหรอ อาภพมีอะไรจะคุยกับน้องวินตอนนี้เนี๊ย’ มือเล็กจับลูกบิดประตูพรางหมุ่นเปิดล็อก จนประตูเปิดกว้างขึ้นก็เจอติณภพยืนกอดอกรอเขาอยู่ที่หน้าประตูห้อง
“อาภพมีอะไรเหรอคับ”
“พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าลงไปเจอฉันข้างล่างจะพาไปร้านตัดชุดแต่งงาน”ชายหนุ่มพูดหน้านิ่งบอก ส่วนคนฟังที่ยืนหน้าง่วงงงงันอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะตั้งสติตอบรับออกไปได้
“คับ~”
“อ่อ แล้วอย่าสายล่ะ!”
“คับ” เด็กหนุ่มเกาหัวอย่างมึนงงที่จู่ๆ คนตรงหน้าก็พูดป่าวๆเสร็จแล้วเดินกลับห้องไป เขาเดินท่องจำกลับไปที่เตียงทิ้งตัวลงนอนอย่างแสนง่วงงุน
“พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า พรุ่งนี้เก้าโมง พรุ่งนี้เก้า พรุ่งนี้ พรุ่ง พรุ……..” มือเล็กคว้าโทรศัพท์มากดตั้งนาฬิกาปลุก เด็กหนุ่มเ้าตัวค่อยๆ เคลิ้มหลับๆ ตื่นๆ และหลับไปในที่สุด…
“ปังๆๆ!!!!”
เสียงทุบประตูหน้าห้องทำเด็กหนุ่มสดุงตื่นจากความฝันเขาฝันว่าอาภพมายืนชี้นิ้วสั่งให้เขาลุกไปอ่าบน้ำ ‘อ่าบน้ำเหรองือ~ยังง่วงอยู่เลย’
“ปังๆๆๆๆ!!!!” แต่เสียงทุบประตูหน้าห้องก็ปลุกเขาให้ตื่นจากความฝั่นอีกครั้ง
“ธนวินท์ตื่น!!!”
“ลุกขึ้นมาเปิดประตูเดี่ยวนี้!”
“อาภพเหรอคับ~ แฮ่~ฝันซ้อนฝันเหรอเนี๊ย” เด็กหนุ่มที่ลุกขึ้นมานั่งแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนหมอนใบโตต่อ พรางพูดพรึมพรำคนเดียว
ด้านคนหน้าห้องก็ไขประตูเข้ามาจนได้ สองคนยืนมองเด็กตัวขาวหลับปุ่ยอยู่ใน้ผ้าห่ม
“คุณหนูค่ะสายแล้วค่ะ ป้าว่าลุกไปอ่าบน้ำก่อนเถอะค่ะ”
“ป้าน้อยก็มาด้วยเหรอคับ” เด็กหนุ่มยังคงคิดว่าตัวเองฝันไป พูดทั้งที่ยังหลับตาจนเมื่อถูกมือใหญ่กระชากแขนจนร่างเล็กพ้นผ้าห่มผื่นหนาออกมา ขาสองขางลุกเดินตามแรงลากของติณภพมาจากเตียงจนเซลงมาชนติณภพเข้า ชายหนุ่มต้องประคองเอวบางไว้นั่นแหละถึงจะรู้สึกตัวตื่นเต็มตา
“อาภพ! ป้าน้อย!” เด็กหนุ่มผละออกจากอกแกร่งทันที ถึงตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าเขาไม่ได้ฝันไป เ้าตัวหันไปคว้าหาโทรศัพท์มือถือบนเตียงมากดดูเวลาตัวเลขบนหน้าจอบอกเวลาเกือบสิบโมงเข้าไปแล้ว ใครจะไปคิดว่าเขาจะหลับลึกขนาดตื่นสายได้แบบนี้แล้วไหนจะนาฬิกาปลุกที่ยังไม่ได้ตั้งเอาไว้อีก ‘ซวยแล้ววินซวยแน่ๆ อาภพเอาตายแน่!!!’
“อาภพน้องวินเผลอหลับไป~” เด็กหนุ่มรีบบอกลนลาน
“คุณหนูไปอ่าบน้ำเถอะค่ะ” น้อยเห็นแล้วส่งสารเลยรีบบอก แต่มีติณภพอยู่คงจัดการว่าที่ภรรยาตัวน้อยด้วยตัวเองได้อยู่แล้วบอกเด็กหนุ่มแค่นั่นแล้วน้อยก็ขอตัวเดินออกไปจากห้องนอน แล้วปิดประตูให้เสร็จสับ
“ยื่นเซ่ออยู่ทำไมละ! ไปอ่าบน้ำซิ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงรอดไรฟันอย่างรำคาญ
“ทำไมต้องดุด้วย นี่ปากอาภพทานอะไรเข้าไปคับเมื่อเช้า!”
“ธนวินท์!” มือใหญ่คว้าปลายคางเล็กด้วยมือใหญ่ เขาออกแรงบีบลงโทษเด็กตื่นสายให้หลาบจำไม่แรงนัก
“ปากดีนักนะ! ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะเป็คนไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้”
“น้องวินขอโทษ~ อาภพก็อย่าดุนักซิคับ!” มือใหญ่สบัดจนใบหน้าเล็กหันไปตามแรก เด็กหนุ่มเจ็บไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะเื่นี้เขาผิดเต็มๆ ที่รับปากแต่ทำไม่ได้ เขารีบคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไว ติณภพได้แต่ถอนหายใจนั่งลงบนเตียงนอนของธนวินท์ เขาคว้าโทรศัพท์มากดโทรออกเพื่อเลื่อนนัด พรางยกข้อมือขึ้นมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ
ไม่นานเด็กหนุ่มก็ลนลานออกมาจากห้องน้ำทั้งที่ตัวยังเปียก บนตัวมีเพียงผ้าเช็ดตัวผื่นเดียวพันรอบเอวบางเปยร่างกายขาวปุดผ่อง น้ำจากเส้นผมหยดลงบนตัวส่งให้ยิ่งมองยิ่งหย้าหลงไหล เด็กหนุ่มรีบจนไม่ทันมองว่าติณภพยังนั่งอยู่บนเตียง แถมยังนั่งกอดอกเพ่งมองมาที่เขาอีกต่างหาก
ธนวินท์คว้าผ้าอีกผื่นมาเช็ดผมพรางมืออีกข้างก็เปิดตู้เสื้อผ้าเลือกหาตัวที่จะใส่วันนี้
“พรึบบบ!!!” เ้าตัวกำลังจะเอาเสื้อผ้าที่ดึงออกมาจากตู้โยนไปที่เตียงนอน แต่แล้วพอหันกลับมา ก็เจอติณภพที่นั่งจ่องกันอยู่และก็พบว่าตัวเองไม่ทันได้ยั้งมือเสื้อยืดตัวโปรดกับกางเกงยีนส์ที่ชอบใส่ประจำถูกโยนไปบนเตียงเรียบร้อยแล้วหากแต่มันไม่ได้วางอยู่บนเตียงอย่างที่ใจคิด เสื้อของเขากลับไปอยู่บนตักของติณภพเรียบร้อยแล้ว ส่วนกางเกงยีนส์ชายหนุ่มรับมันไว้ด้วยมืออีกข้างเดียว
“อาภพoO!”
“ขอโทษ~~~~” เด็กหนุ่มยกมือไหว้ทันที คิดว่าคราวนี้คงไม่รอดโดนติณภพหักคอเป็แน่ แต่ติณภพกลับกำลังนั่งสงบสติอารมณ์ที่พุ่งสูงของตัวเองลง มือใหญ่คว้าเสื้อผ้าเด็กหนุ่มออกไปจากตักจนพ้นทาง ใบหน้านิ่งขรึมจนเด็กหนุ่มเสี่ยวสันหลังวาบ แค่เพียงติณภพขยับตัวลุกขึ้นยืนเท่านั่นธนวินท์ก็ถ่อยหลังกรูดจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับตู้เสื้อผ้าทันที
“อย่าเข้ามานะ!” มือเล็กกำผ้าเช็ดผมผื่นเล็กไว้จนแน่นเขากลัวเหลือเกินว่าจะโดนติณภพดุจริงจังก็คราวนี้แหละ เด็กหนุ่มหายใจรวยรินหลับตาปี๊ เอียงหน้าหลบสายตาดุๆ ที่มองมา
“แกร่ก โครมมม!!” แต่แล้วเสียงปิดประตูห้องนอนก็ดังลั่นขึ้นทำเอาธนวินท์สดุงใอีกรอบ ค่อยๆ ลืมตาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องนอนคนเดียวแล้ว เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบแต่งตัวทันที
ขาขาวเรียวเล็กพาร่างตัวเองเดินลงบันไดมาจนถึงข้างล่างด้วยใจตุ่มๆ ต่อมๆ ก็เจอน้อยที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“คุณหนูทานอะไรก่อนไหมค่ะ”
“ไม่แล้วคับ อาภพละคับป้าน้อย”
“คุณภพรออยู่ในห้องนั่งเล่นค่ะ” เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างโล่งใจ แล้วเดินนำน้อยไปที่ห้องนั่งเล่นทันทีด้วยไม่อยากให้ติณภพต้องรอนานไปกว่านี้อีกแล้ว
ด้านติณภพเขานั่งคุยโทรศัพฆ่าเวลารอเด็กหนุ่ม “เื่แต่งงาน หึๆ คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้เต็มใจ” ชายหนุ่มพูดโทรศัพท์พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา
‘เกรซไม่อยากจะเชื่อเลยคะภพ’
“ผมว่าเปลี่ยนเื่คุยเถอะครับเกรซ ขื่นยังคุยเื่นี้ต่อวันนี้ก็ไม่จบแน่ครับ” ชายหนุ่มถอนหาย ขัดใจเล็กน้อยที่หญิงสาวไม่เชื่อคำพูดเขา
‘แล้วเย็นนี้คุณจะมาหาเกรซไหมค่ะ’
“ขอผมคิดดูก่อนแล้วจะโทรบอกอีกทีครับ”
“ป้าน้อยคับฝากบอกอาภพด้วยว่าวินจะไปรอที่รถ” ธนวินท์ยืนฟังชายหนุ่มคุยโทรศัพท์อยู่สักพักแล้ว สองมือกำเข้าหากันด้วยโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ เขาหันมาบอกหญิงสูงวัยที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่สนสายตาคมที่จ่องมองมา ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นทันที
ด้านติณภพเขาได้ยินทุกคำที่เด็กหนุ่มพูดเ้าตัวไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของธนวินท์เลยสักนิด เขาลุกขึ้นเดินตามเด็กหนุ่มออกไปเช่นกัน น้อยเองเห็นแบบนั่นได้แต่ถอนหายใจ
“แค่ไปตัดชุดแต่งงานยังวุ่นได้ขนาดนี้ แล้วงานแต่งงานจะรอดไหมเนี๊ยคุณหนูของน้อย” หญิงสูงวัยครุ่นคิดหนัก กับงานแต่งที่จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้
ธนวินท์หยุดยืนรอติณภพอยู่ที่รถ เ้าตัวกอดอกมองเมินชายหนุ่ม จนเมื่อติณภพเดินหน้านิ่งมาขึ้นรถเท่านั่นแหละ เด็กหนุ่มก็เปิดประตูขึ้นมาด้วยเช่นกันแต่เขากลับขึ้นมานั่งด้านหลังคนขับแทน
“ลงมานั่งข้างหน้า! ฉันไม่ใช่คนขับรถของเธอนะ!” เสียงเข้มพูดสั่ง แต่เด็กหนุ่มกลับนั่งกอดอกนิ่งๆ ไม่ไหวติง เขาอยากทำให้ติณภพรู้บ้างว่าเขากำลังโกรธ และโกรธมากๆด้วย
“ธนวินท์เธอจะลงมาเองดีๆ หรือจะให้ฉันไปลากลงมา”ชายหนุ่มกำพวงมาลัยรถแน่นมองเด็กหนุ่มผ่านกระจกมองหลังหน้านิ่งเขากัดฟันระงับโทษะ
“ไม่ต้องมา! วินไม่ลงจะนั่งตรงนี้” ติณภพถอนหายใจเขาละมือจากพวงมาลัยรถก่อนจะเปิดประตูลงมาทันที แล้วเดินมากระชากประตูรถด้านหลังให้เปิดออก ใช่ตอนนี้เขาหมดความอดทนที่จะพูดจาดีกับเด็กดื้ออีกแล้ว
“ลงมา!”
“ไม่ลง”
“ได้!”
“! ปล่อยนะ ปล่อย~! ปล่อยวินนะ!” ยื่อกันไปมาจนชายหนุ่มมุดตัวเข้ามานั่งในรถด้วย เขาพยายามแกะมือเล็กที่กอดเบาะรถเอาไว้จนแน่น แต่แล้วเด็กหนุ่มก็เกาะไว้จนแนะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ
“จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม เธอคิดว่ามันเสียเวลาไหมที่ต้องมาทะเลาะกันอยู่เนีย”ชาดหนุ่มกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟัน
“ไม่รู้ก็อาภพทำให้น้องวินโกรธทำไมละ” เขาโกรธที่ชายหนุ่มพูดว่าไม่ได้อยากแต่งงานกัน 'ถึงจะรู้มาั้แ่แรกก็เถอะ' แต่ทำต้องพูดเื่นี้กับคนอื่นด้วย
“ปล่อยมือ! ฉันจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย” เด็กหนุ่มยังคงส่ายหน้าปฏิเสธท่าเดี่ยว จนติณภพได้จังหวะเขาดึงกระชากร่างเล็กมาพาดนอนคว่ำพาดไว้บนหน้าตัก ไม่มันตั้งตัวมือใหญ่ฟาดลงบนแก้มก้นงอนผ่านเนื้อผ้ายีนส์หนักมือ เขาตั้งใจลงน่ำหนังมือหนักหน่วงลงโทษเด็กปากดี
“เพี๊ยย!”
“โอ้ย!เจ็บ~” มือเล็กปล่อยเบาะทันใดมาลูบก้นตัวเองปอยๆธนวินท์เจ็บจนน้ำตาร่วงเผาะ
“อาภพใจร้ายอาตีก้นน้องวินทำไม ฮึก~” เมื่อเล็กรัวทุบชายหนุ่มพัลวัลโดนบ้างไม่โดนบ้าง จนติณภพรำคาญเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ‘แรงเท่ามดคิดจะว่าจะทำอะไรอาได้ไหมหึน้องวิน’ คราวนี้มือใหญ่ยกร่างบางมาครอมตักรัดกอดเอวบางไว้ด้วยกล้ามแขนแข็งแรง เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้ตั้งตัวมือเล็กเพิ่งจะคว้ากอดลำคอแกร่ง ก็ติณภพฟาดมือแรงๆลงบนแก้มก้นงอนอีกสองสามทีหนักมือเอาการ เขาตั้งใจทำโทษเด็กดื้อให้หลาบจำอีกครั้ง โดยการฟาดแรงๆ ติดต่อกันรัว
“เพี๊ย ๆ ๆ”
“โอ๊ย~~~ ฮึ้กอาภพพอแล้ว เจ็บ~ ฮึก~”
“จะดื้อกับฉันอีกไหม”
“ไม่แล้วเจ็บ ฮึก~”
มือใหญ่วางหมับลงบนก้นงอนเขาลูบไล้เบามือ รู้ตัวว่าทำเกินไปมาก แต่สำหรับธนวินท์ที่หากไม่แข็งใส่บ้างก็คงไม่หลาบจำ มือใหญ่ยังคงนวนคลึงฟอนเฟ้นเบามืออย่างปลอบโยน หากเด็กหนุ่มกลับเข้าใจว่าเขายังคงถูกชายหนุ่มลงโทษให้เจ็บอยู่
“น้องวินไม่ดื้อแล้ว อาภพอย่าทำอีกเลยนะ เจ็บ พอแล้ว~”
“ถ้างั้นก็ลงไปนั่งข้างหน้าดีๆ”
“คับ~”ธนวินท์ผละหน้าออกจากอกน้ำตาเต็มหน้า ขยับลงจากตักแกร่งแล้วมุดตัวออกไปจากรถทันที ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายกใหญ่ก่อนจะตามมาลงมาขึ้นนั่งประจำตำแหน่งคนขับบ้าง ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านเขาหันมองธนวินท์ที่ยังสะอื่นไม่หยุดแถมยังมองเขาตาขวาง ‘ทำตัวเองทั้งนั่น แล้วจะมาเรียกร้องความสนใจ’
“หึ หยุดร้องสักทีรำคาญ!” ได้ยินแบบนั่นเด็กหนุ่มก็เอาแต่กัดปากกลั่นสอื่นไม่อยากให้ติณภพได้ยินเสียงร้องจองเขา
“จะร้องไห้อะไรหนักหนา”
“ก็มันยังเจ็บนี่คับ”
“เอออยากร้องก็ร้องไปอย่าให้เห็นนะว่าหยุดร้อง”
“งื้อ~ มันเื่ของวินนะ!”
“หึๆๆ” เด็กหนุ่มหันหน้าหนี มองถนนข้างทางไปเงียบๆ ส่วนติณภพเองก็ขับรถไปเงียบๆ เช่นกันเขาไม่อยากต่อล่อต่อเถียงกับธนวินท์อีกแล้ว ได้แต่ปล่อยเด็กหนุ่มไปแบบนั่น
รถคันโตขับเข้ามายอดเทียบหน้าร้านตัดเย็บเ้าดังในตัวเมือง เป็ร้านที่ติณภพคุ้นเคยเป็อย่างดีเพราะร้านนี้เป็ร้านของเพื่อนเขาเอง เปิดมาั้แ่รุ่นปูย่า
“ลงไปได้แล้ว หรือต้องให้ลงไปเปิดตูให้อีก”
“ไม่ต้องคับ ผมเปิดเองได้” ธนวินท์ที่สอื่นมาตลอดทางจนมาถึงร้าน ก็พยายามเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าปอยๆ เ้าตัวเดินลงจากรถมาได้ก็เดินตามหลังชายหนุ่มเข้าร้านไปติดๆ
อีบุ๊ค meb : https://www.mebmarket.com/ebook-256815-ไม่เคยคิดที่จะรัก-Not-Love
อีบุ๊ค pinto : https://pintobook.com/ebooks/64dba66cfdab70b633c7eb82