[47] แทรกซึม
โครม!!“เข้าไปแล้วอยู่เงียบๆ ด้วย!”ร่างสูงถูกโยนเข้ามาในกรงขังแห่งหนึ่ง พื้นปูนที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินย้อมให้เสื้อผ้าที่สกปรกยิ่งเลอะเทอะเปรอะเปื้อนมากขึ้นกว่าเก่า คนถูกโยนขยับกายเชื่องช้า สองตากวาดมองรอบตัวไปมา ก่อนจะค่อยๆ คืบคลานไปยังที่ว่างพอให้หลบนั่งพักได้“ไอ้หนุ่ม มึงเคยถูกจับข้อหาอะไร?”ชายกล้ามใหญ่หนึ่งในผู้คนรอบตัวเอ่ยถาม ทำเอาผู้มาใหม่สะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับหวาดกลัวว่าผู้คนมากมายในห้องขังนี้จะเข้ามาทำร้ายเขา“อะ-...เอ่อ...ทำร้ายร่างกาย...พยายามฆ่า...”“งั้นเรอะ งั้นก็คล้ายๆ กันหมดนี่หว่า” ร่างหนาลูบคางที่บิดเบี้ยวของตัวเองแล้วพึมพำเสียงเบา คล้ายกับแค่คิดอยู่กับตัวเองไม่ได้ตั้งใจให้ใครได้ยิน หากแต่ผู้มาทีหลังสุดกลับได้ยินชัด เด็กหนุ่มยกมือขึ้นน้อยๆ เป็นเชิงขออนุญาต“...เอ่อ...ถามได้มั้ย...” หลังจากอีกฝ่ายพยักหน้า ไอ้หนุ่มร่างสูงท่าทางติ๋มๆ ก็ถามต่อ “ที่นี่ที่ไหน...ผมว่ามันดูจะไม่ใช่สถานีตำรวจ”“ก็ไม่ใช่น่ะสิ ที่ไหนนี่ก็ตอบไม่ได้ แต่เคยได้ยินพวกที่อยู่ข้างนอกพูดว่า ที่นี่...เป็นที่ ‘ทิ้งขยะ’ ที่สังคมไม่ต้องการน่ะนะ”น้ำเสียงสนุกสนานกับรอยยิ้มแสยะของชายร่างใหญ่ที่ตัวจริงคือผู้ร้ายคดีฆ่าคนตาย ทำเอาคนถามขนหัวลุก หนาวไปทั้งร่าง เขารีบขยับตัวซุกเข้ากับกำแพงหินให้แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม“ไอ้หนุ่ม มึงชื่ออะไร?” คนที่พึ่งขู่คนอื่นถามต่ออีกหน ทว่าไอ้เด็กปวกเปียกกลับกลัวจนไม่กล้าตอบ เขาเลยต้องขู่สมทบอีกครา “คนถามก็ตอบสิวะ”“ผะ-ผม...ผมชื่อ ‘ไซท์’ ...ครับ”เด็กหนุ่มตอบเสียงสั่นรีบหันหน้าหนี หวังว่าตัวเองจะไม่กลายเป็นเป้าสายตาของใครอีก......ย้อนกลับไปหลายชั่วโมงก่อนเซ็ทไปทำงานตามตารางงานของเขาจนเสร็จสรรพ ก็กลับไปที่บริษัทเพื่อดูความพร้อมในการคัมแบ็กซิงเกิ้ลต่อไป เด็กฝึกที่คัดมาเต้นแบ็กอัพต่างก็พยายามฝึกกันอย่างสุดความสามารถ เพราะหวังว่าตัวเองจะได้รับการยอมรับ และมีโอกาสได้เดบิวท์กับเขาสักที“สวัสดีครับครูฝน รู้สึกเหมือนไม่ได้เจอกันนานนะครับ”“เหอะ ไม่เจอก็สบายหูสบายตาดี รีบๆ มาซ้อมได้แล้ว ถ้าฝีมือตกแม่จะฟาดให้หลังลายเลยเข้าใจมั้ย”เซ็ทรับคำเดินเข้าไปในห้องซ้อม นิ้วเรียวยาวจรดลงบนคีย์เปียโน เกิดเสียงนุ่มเป็นบทบรรเลงที่ฟังแล้วรู้สึกสบายใจ ราวกับได้นอนอยู่บนปุยเมฆ เสียงเปียโนนุ่มนวลอ่อนโยนรื่นหูยังไม่เท่าเสียงร้องนุ่มทุ้มชวนให้คนฟังเคลิบเคลิ้มราวกับได้ไปเยือนโลกแห่งความฝันเซ็ทบรรเลงเปียโนไปพร้อมๆ กับเปล่งเสียงร้องใสกังวาล ใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนโยนลงหลายส่วนตามเนื้อหาของเพลง มือหนาขยับบรรเลงบทเพลงอันแสนไพเราะเพลงแล้วเพลงเล่า จวบจนกระทั่งครบทุกเพลง“เล่นเปียโนให้เป็นเพลงแร็บได้นี่ก็นะ เอาเถอะ ฝีมือไม่ตกก็พอ ไปซ้อมเต้นกับโต๋ต่อได้แล้ว” “งั้นลานะครับ”ฝนปัดมือไปมา ไล่เด็กหนุ่มฝีมือฉมังที่เธอไม่ค่อยอยากจะยอมรับออกไป ซึ่งเพียงแค่เซ็ทก้าวพ้นประตู เธอก็หยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาเขียน ปฏิเวธไม่ได้จริงๆ ว่าการได้ฟังเซ็ทร้องเพลง สามารถทำให้เธอมีไอเดียดีๆ ขึ้นมาสร้างเพลงใหม่ๆ ได้อีกมากมายจนนับไม่ถ้วน...เซ็ทเดินออกจากห้องส่วนตัวของฝนไปยังห้องซ้อมเต้นของโต๋ ต่อให้ฝีมือจะดีขนาดพร้อมถ่ายทำเอ็มวีได้ทุกเมื่อ แต่เซ็ทก็ยังคงมาซ้อมอยู่เรื่อยๆ เท่าที่เวลาจะอำนวยเพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุด เป็นจุดแข็งที่ครูฝึกยอมรับ ทีมงานยอมรับ ขนาดเด็กฝึกเองถ้าต้องทำงานมากเท่าเซ็ท ก็คงแบ่งเวลาตัวเองมาซ้อมขนาดนี้ไม่ไหว...ถ้าเป็นพวกเขาเต้นได้เพอร์เฟ็กต์ขนาดเซ็ทตอนนี้ก็คงไม่คิดมาซ้อมต่อแล้ว“มาพอดี เซ็ท มาซ้อมเต้นหมู่หน่อย เต้นให้เหมือนกำลังถ่ายจริงเลยนะ เหนื่อยอยู่รึเปล่า ไหวแน่นะ?”“ได้ครับ ไม่มีปัญหา”เสียงเพลงที่อัดไว้ดังขึ้น เซ็ทก็ขยับร่างกายเต้นไปตามจังหวะเพลง แม้เบื้องหน้าจะเป็นแค่กระจกหนึ่งบาน แต่เซ็ทก็ทำการแสดงอย่างเต็มที่ การขยับร่างกายที่หนักแน่นลื่นไหล ราวกับมองเห็นความเอาจริงเอาจังและความพยายามที่ผ่านมาจากการเต้นที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแม้แต่เหล่าแบ็กอัพที่อยู่ด้านหลังต่างก็พร้อมใจกันทำหน้าที่ของตัวเองให้ออกมาดีที่สุด เรียกได้ว่าทำออกมาดีได้ยิ่งกว่าการซ้อมครั้งไหนๆ เซ็ทกระโดดหมุนตัวสลับตำแหน่งกับแบ็กอัพ ก่อนจะสลับที่อีกหลายหน บล็อกกิ้งของเพลงอาจจะไม่ได้ยากนักเนื่องจากเซ็ทเป็นศิลปินเดี่ยว แบ็กอัพจะต้องไม่โดดเด่นเกินกว่าศิลปิน หากแต่ท่าของเพลงโปรโมตซิงเกิ้ลใหม่ของเซ็ทแต่ละท่านั้นกินแรงหนักมากเลยทีเดียว...แม้จะไม่ได้ร่วมซ้อมด้วยกันบ่อยนักหากแต่ไลน์ในการเต้นกลับไปในทิศทางเดียวกัน หากใส่ชุดพร้อมโชว์อยู่บนเวทีใหญ่ การแสดงนี้ก็คงเป็นการแสดงที่ดีที่สุดอย่างไรก็ตามเนื่องจากการเต้นของผู้ชายนั้นต้องให้ดูแข็งแรงกว่าของผู้หญิง (ไม่งั้นอาจจะโดนหาว่าเป็นเก้ง) แต่ก็ไม่ใช่สักแต่ออกแรงจนการขยับร่างกายแข็งทื่อ การล็อกท่าและความพลิ้วไหวของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นกว่าจะฝึกได้ตามมาตรฐานที่ต้องการก็ไม่ใช่ฝึกกันได้ในวันสองวัน แบ็กอัพทุกคนจึงต้องฝึกแล้วฝึกอีกเหนื่อยสายตัวแทบขาดกว่าจะมาได้ขนาดนี้ ...แต่ไอ้ข้อจำกัดนี่โต๋ก็ต้องเว้นเซ็ทไว้คน เพราะเซ็ทดันทำได้ตั้งแต่เต้นครั้งแรก!“ยอดมาก สุดยอดมากทุกคน”เสียงปรบมือดังขึ้นยามที่เพลงที่เท่าไหร่รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้จบลง เหล่าแบ็กอัพพร้อมใจกันร่วงตุ้บไปนอนกองกันที่พื้น เสียงหอบหายใจดังชัด แต่ละคนแทบคลานไปหยิบน้ำมาดื่มแก้กระหาย“ทำได้ดีตามเคยนะ แถมไลน์เต้นยังคมขึ้นด้วย”“ขอบคุณครับ แต่ยังอีกไกลกว่าจะสมบูรณ์แบบ” เซ็ทว่าพลางปาดเหงื่อที่แทบจะไม่มีออกจากกรอบหน้า“เฮ้อ แล้วนี่เสร็จจากตรงนี้จะไปฝึกเดินแบบต่ออีกงั้นเหรอ?” โต๋ถามพลางมองไปยังเหล่าแบ็กอัพที่ร่วงลงไปนอนกองกับพื้น เต้นแรงขนาดนั้นมาสองสามชั่วโมงก็ไม่แปลกที่จะหมดแรง โต๋ไม่คิดตำหนิหรอก แค่ยังต้องให้ฝึกเพิ่มกันอีกหน่อย แต่เซ็ทสิประหลาดที่เต้นมาขนาดนั้นยังดูเหมือนไม่เหนื่อยเลย เขาทึ่งจนเคยชินไปนานแล้ว...เอาเป็นว่าเรื่องเซ็ทน่ะช่างมันเถอะ รายนี้อึดเกินมนุษย์มนาเขาไปไกล ต่อให้เซ็ททำอะไรเหนือสามัญสำนึกขึ้นมาได้ โต๋ก็คงไม่แปลกใจอีกแล้ว“ครับ เดี๋ยวฝึกเดินแบบต่อด้วยคุยงานกับลุงโชคเสร็จถึงกลับบ้านน่ะครับ”“อย่าหักโหมนักล่ะ อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอด้วย”โต๋ทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง ประโยคเดิมๆ ที่พูดแล้วพูดอีก ก็ไม่รู้ว่าเซ็ทที่ฟังจนท่องได้จะนำไปปฏิบัติตามจริงๆ รึเปล่า เซ็ทยักไหล่ลาออกจากห้องไปฝึกการเดินแบบต่อ ครูฝึกที่ต้องรอสอนเซ็ทตอนดึกดื่นนั้นก็เต็มใจรอสอนอย่างยิ่ง เนื่องจากเซ็ทเป็นพวกกระตือรือร้นและรักในการเรียนรู้ ครูที่ไหนจะไม่อยากสอนเด็กแบบนี้กัน...กว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จก็ล่อไปเกือบเที่ยงคืน เซ็ทลาลุงโชคกลับบ้านไปนอนพัก หากแต่เซ็ทเคยได้พักจริงๆ ซะที่ไหน เซ็ทเข้าห้องล็อกประตูอย่างแน่นหนา ใบหน้าหล่อเหลาปกปิดด้วยแว่นกันแดดธรรมดาสีชากับหมวกแก๊บ ชุดวอร์มแขนขายาวทั่วๆ ไป ...ก่อนจะหายไปทางระเบียงตามเคย จากนั้นในเวลาต่อมาเซ็ทก็ไปปรากฏตัวที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ตามข้อตกลงที่เคยใช้เป็นบททดสอบผู้หญิงคนหนึ่งไว้ อีกไม่นานก็จะถึงกำหนดเวลาที่เซ็ทกำหนดไว้...เซ็ทนั่งอยู่บนม้านั่ง ก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วก็อ้าปากคุยกับโรเสียงเบา“ยัยนั่น จะต้องไปตามฆ่ารึเปล่าล่ะเนี่ย?”{จากระยะน่าจะมาทันอย่างฉิวเฉียด ไม่ต้องเสียเวลาไปตามฆ่าหรอกเซ็ท}ไม่กี่นาทีต่อมา เงาร่างของผู้หญิงในชุดวอร์มคล้ายๆ กับของเซ็ทก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า หญิงสาวอ้าปากหอบหายใจแรงไม่ต่างจากหมาหอบแดด นิ้วเรียวชี้ไปที่เซ็ทก่อนจะอ้าปากพูดตะกุกตะกัก“นะ-นาย-...นายเป็นใครกันแน่!?”“โผล่มาถึงไม่ทักทายก็มาถามกันแบบนี้ เสียมารยาทจริง” เซ็ทตำหนิผ่านๆ รอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก มือหนายกทาบบนแผ่นอกแล้วแนะนำตัวเองอีกครั้ง “คนที่จะช่วยเธอคนนี้ ชื่อเซ็ท อคิราห์ ป้ายแนะนำตัวมีทั่วกรุงเทพ ก็น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้วไม่ใช่รึไงหนิงซีหลิน?”“นาย-นาย-คนเดียวกันจริงๆ น่ะเหรอ? คนบนป้ายโฆษณาทั่วกรุงเทพนั่นนายจริงๆ เหรอ!? มะ...ไม่น่าเชื่อ เจ้าของรอยยิ้มสดใสบนหน้านิตยสารนั่นเป็นนายจริงๆ น่ะเหรอ?”เพราะเธอได้เห็นหน้าเซ็ทตอนที่กำลังฆ่าคนโดยไร้ความปราณีในตอนกลางดึกคืนนั้นไปแล้ว การที่ได้เห็นเซ็ทบนป้ายโฆษณาและหน้านิตยสารจำนวนมากมีท่าทางสดใส ราวกับเป็นคนดีไร้ด้านมืดจึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างยิ่ง หนิงซีหลินไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่สามารถเฉิดฉายอยู่ในโลกเบื้องหน้า แต่ในขณะเดียวกันก็มีฝีมือฉกาจจนน่าจะเป็นตัวท็อปของโลกเบื้องหลังไปพร้อมๆ กันได้...มันดูแตกต่างกันเกินไป จนไม่น่าจะเป็นคนเดียวกันได้เลย...ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอรอดพ้น เพราะหากเธอตั้งใจจะหนีไปทั้งๆ ที่เคยเห็นหน้าค่าตาของเซ็ทแล้ว ไม่ว่าเธอจะหนีไปไกลสุดขอบโลก เซ็ทก็จะตามไปฆ่าเธอแน่ๆ...และจะทำให้เธอเสียใจจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายด้วย“ก็ใช่คนเดียวกันน่ะสิ ไม่ใช่ว่าอยากเผยตัวจริงกับเธอหรอกนะ แต่เธอเล่นพาคนร้ายโผล่เข้ามาตอนฉันกำลังจะนอน จะเอาเวลาที่ไหนไปปลอมตัวได้”เซ็ทว่าเสียงแข็ง นึกย้อนไปถึงตอนที่โดนขัดเวลานอนก็อดไม่ได้ที่จะอารมณ์เสีย ดวงตาเป็นประกายใต้เลนส์แว่นจับจ้องไปยังร่างแบบบางของหญิงสาว กลิ่นอายของความไม่พอใจลอยคละคลุ้งไปทั่ว จนหนิงซีหลินรู้สึกได้“คิดอีกทีฆ่าเธอปิดปากน่าจะดีกว่า”“อี๋! ยะ-อย่านะ ไหนว่าจะช่วยฉันไง ฉันมาตามข้อตกลงแล้วนะ เพราะงั้น...ฉันขอล่ะ ฉันจะไม่ปากโป้งเรื่องนายเด็ดขาด ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลย!!”หนิงซีหลินรีบคุกเข่าก้มลงหมอบกราบ ปากก็พูดอ้อนวอนไปเรื่อย เซ็ทลุกเดินไปยืนเบื้องหน้าเธอ ก่อนจะก้มตัวลงนั่งยองๆ เบื้องหน้า แล้วใช้นิ้วเชยคางเธอขึ้นมามองตา หนิงซีหลินไม่สามารถเห็นแววตาของเขา เพียงแต่มือหนาที่จับคางเธอไว้ไม่ต่างจากคีมยักษ์ ไม่ว่าจะขยับหนียังไงศีรษะเธอก็ไม่กระดิกเลย“ฉันไม่ได้กลัวเธอปากโป้งนักหรอก เพราะอะไรรู้มั้ย?” เซ็ทถามด้วยรอยยิ้ม ไม่ต้องรอให้เธอตอบเซ็ทก็อธิบายต่อ “เพราะว่าต่อให้เธอพูดไปมันก็ไม่มีหลักฐาน แน่นอนว่าจะไม่มีใครเชื่อเธอ คิดดูสิระหว่างศิลปินชายที่กำลังโด่งดัง กับหัวขโมยไร้ที่อยู่ คนในสังคมจะเชื่อถือใครมากกว่ากัน”“...มะ-ไม่พูด...จะเชื่อไม่เชื่อไม่รู้...แต่ฉันจะไม่พูดแน่ๆ ใครที่มีบุญคุณต่อฉัน ฉันจะไม่มีทางหักหลังเขา การกระทำลับๆ ล่อๆ อะไรพวกนั้นน่ะมันก็แค่เศษสวะ ฉันอาจจะเป็นหัวขโมยแต่ไม่ใช่ขยะ”คำพูดของหนิงซีหลินนั้นพูดออกมาจากใจ เธอกล่าวอย่างหนักแน่นมั่นคง แม้ว่าจะยังกลัวแต่ดวงตากลมโตของเธอก็ฉายชัดถึงความจริงจังในคำพูด ทำให้เซ็ทชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยอมปล่อยมือที่จับคางของเธอออก{จะฆ่ารึเปล่าเซ็ท?}‘...นายรู้สิ่งที่ฉันคิดอยู่แล้วนี่โร’“พูดได้ดี แต่หวังว่าเธอจะไม่ได้มีดีแค่พูด” เซ็ทลุกขึ้นยืน ก่อนจะโยนถุงกระดาษที่ไม่รู้ว่าอยู่ๆ โผล่มาจากไหนลงบนพื้นเบื้องหน้าหญิงสาว “จากนี้ไปเธอต้องเรียกตัวเองว่า ‘หลิน’ ฉันสมัครงานแม่บ้านที่สถานเลี้ยงเด็กไว้ให้ เธอแค่ไปรายงานตัวพรุ่งนี้ตอนเช้าก็กินอยู่แล้วทำงานที่นั่นได้เลย”“...ของพวกนี้มัน” หนิงซีหลินดูเอกสารที่อยู่ในแฟ้มด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ แม้จะอ่านไม่ออกแต่ก็ดูเข้าใจ ทุกอย่างเป็นของที่ใช้สำหรับยืนยันตัวตนจอมปลอมของเธอ ป้ายห้อยคอสำหรับพนักงานยังมีเตรียมไว้เลย“ถึงข้อมูลจะปลอมแปลง แต่เอกสารทั้งหมดเป็นของจริง เธอจะได้ใช้ชีวิตปกติสุขแบบคนธรรมดา อย่าออกไปร่อนจนเจอกับพวกตัวปัญหาเข้าอีกก็พอ-”หนิงซีหลินวางเอกสารลงกับพื้น เธอลุกขึ้นก่อนจะคว้าเข้าที่มือข้างหนึ่งของเซ็ท น้ำตาไหลรินออกจากดวงตาทั้งสองข้าง เธอบีบมือเซ็ทแน่น กลั้นสะอื้นจนร่างกายสั่นระริก ปากพูดย้ำได้แต่คำว่าขอบคุณซ้ำไปซ้ำมา“...ขอบคุณ...ขอบคุณนะ”“จะขอบคุณมันก็ยังเร็วไป เพราะหลังจากนี้ไปเธอต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ คนที่จะมาพูดจีนคล่องปร๋อกับเธอแบบฉันคงมีอยู่ไม่เยอะ ดังนั้นกำแพงของภาษาน่ะจงทลายให้ได้ด้วยตัวเองซะ”เซ็ทดึงมือออกจากการเกาะกุมแล้วเขกหัวของหญิงสาวเบาๆ หนิงซีหลินเม้มปากแน่น เธอพยักหน้าขึ้นลงก่อนจะพูดปลุกใจตัวเองเสียงดัง“ฉันจะพยายามทำให้ได้!”“หนวกหู ดึกขนาดนี้ใครเขาให้ส่งเสียงดังหะ?” ...แล้วบนศีรษะของหญิงสาวก็ปรากฏรอยปูดจากมะเหงกพิฆาตที่เซ็ทฝากไว้ “...เจ็บนะ”“ก่อนจะเช้าก็ไปหาที่อยู่เอาเอง แล้วก็โทรศัพท์ในถุงกระดาษนั่นฉันเมมเบอร์ฉันไว้แล้ว มีอะไรก็โทรมาซะ ทุกอย่างในถุงนั่นถือว่าเป็นของขวัญแสดงความยินดีที่เธอได้ชีวิตใหม่ซะ”“...โทรไปรบกวนได้เหรอ?” หนิงซีหลินถามในขณะที่คุ้ยหาโทรศัพท์ที่เซ็ทกล่าวถึง แม้จะเป็นโทรศัพท์รุ่นทั่วไปราคาไม่แพง ทั้งยังใช้ไม่เป็น แต่เธอก็กำมันไว้แนบอก“โทรได้ แต่เฉพาะเรื่องสำคัญจริงๆ เท่านั้น ไม่งั้นฉันจะลงโทษเธอ อีกอย่างถ้าเบอร์ฉันหลุดออกไปเธอต้องเป็นคนรับผิดชอบ”หนิงซีหลินไม่รู้หรอกว่ามันไม่ใช่เบอร์ส่วนตัวจริงๆ ของเซ็ท แต่เธอก็รับปากเสียงหนักแน่น แล้วเธอก็ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำขู่ของเซ็ทยังไม่น่ากลัวเท่าแรงกดดันจางๆ ที่เจ้าตัวแผ่ออกมากดดันเธอเลย“เข้าใจล่ะ ไม่หลุด จะไม่บอกใครแน่ๆ ขอบคุณอีกครั้ง” “งั้นก็ลาล่ะ แล้วก็...ในเมื่อได้ชีวิตใหม่แล้วก็อย่าได้ทำตัวแบบเดิมอีกเชียว ถ้าฉันรู้ว่าเธอยังใช้ชีวิตเป็นหัวขโมยไปทั่วอีก ฉันเนี่ยแหละที่จะกลับมาฆ่าเธอเอง เข้าใจใช่มั้ย หลิน”“เข้าใจสิ ไม่ทำหรอก ไม่ทำแน่ๆ ขอบคุณอีกครั้งนะ ขอบคุณมากๆ”หนิงซีหลินยังคงขอบคุณเซ็ทซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งเซ็ทเดินหายไปในความมืด หญิงสาวสำรวจของในถุงกระดาษว่าเซ็ทให้อะไรเธอมาบ้าง แล้วก็ร้องไห้ออกมาเงียบๆ นอกจากเอกสารยืนยันตัวตน โทรศัพท์ แล้วก็ยังมีเงินจำนวนหนึ่งกับอาหารที่อยู่ก้นถุง เสื้อผ้าง่ายๆ สองตัว มีแม้กระทั่งแบบเรียนภาษาไทยสำหรับคนจีนสำหรับเด็ก แผนที่ที่ทำงานเขียนกำกับด้วยภาษาจีนเองก็ถูกใส่ไว้กันเธอหลง รวมทั้งยังมีกระดาษเขียนประโยคสนทนาทั้งจีนไทยพอให้เธอคุยกับคนอื่นได้แบบไม่ลำบากด้วย...หนิงซีหลินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยัดเข้าไปอีท่าไหนถึงได้ใส่ของพวกนี้ลงไปได้หมด แต่ทุกอย่างราวกับเตรียมไว้ให้เธอสามารถดำเนินชีวิตครั้งใหม่ได้โดยไม่ติดขัดอะไร ไม่เคยมีใครให้ความช่วยเหลือเธอมากขนาดนี้มาก่อน...ทั้งๆ ที่แค่ไม่ต้องหนีพวกเฮยอันซาหัวซุกหัวซุนตามเดิมก็เป็นบุญคุณจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วแท้ๆ...หนี้ในครั้งนี้ยังไงก็ต้องชดใช้ให้เขาในสักวัน เธอให้สัญญากับตัวเอง
เซ็ทที่แยกจากหนิงซีหลินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย ภายใต้ควมมืดมิดในเมืองกรุงแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็นเขา เซ็ทหลบเข้ามุมมืดสวมใส่หน้ากากที่ซื้อมาจากร้านค้าของระบบไร้ประโยชน์ (ที่จนตอนนี้ก็ยังมีประโยชน์แค่ไอเทม) หนังเทียมติดเข้ากับหน้าอย่างแนบเนียนจนเพ่งยังไงก็แทบดูไม่ออกว่าใบหน้าที่เห็นอยู่ภายนอกนี้เป็นของปลอม“โร ทำการยืนยันตำแหน่งสถานที่ รวมทั้งช่วงเวลาด้วย”{ไม่มีปัญหา ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการรถแลกเปลี่ยนสินค้ากำลังเคลื่อนตัวเข้ามาตามเวลาที่คำนวนไว้}เซ็ทหลบอยู่ข้างมุมตึก เมื่อรถเป้าหมายเข้ามาใกล้ โรก็ดำเนินการแฮ็กสัญญาณไฟจราจรทำให้รถที่นำหน้ามาต้องเบรกเพราะติดไฟแดง และรถเป้าหมายคันดังกล่าวก็ต้องเบรกตามอย่างช่วยไม่ได้ เซ็ทคำนวนระยะห่างอยู่ในใจ ก่อนที่ร่างของเซ็ทจะหายวับไปจากมุมตึกแล้วปรากฏตัวอีกครั้งภายในรถ “...นายเป็นใคร?”“จากวันนี้จะเป็นนาย ขอโทษด้วยนะ”ไม่รอให้คนที่ถูกขนย้ายโวยวายจนเสียเรื่อง เซ็ทชักมีดออกมาปาดเข้าที่คอของอีกฝ่ายจนกระทั่งร่างของเขาล้มลงกับพื้น เลือดบางส่วนกระเซ็นมาโดนเซ็ทหากแต่เซ็ทนั้นไม่ได้ใส่ใจ เพื่อความสำเร็จในท้ายที่สุด การจะต้องมีคนทั่วไปเสียสละบ้างนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ช่วยไม่ได้“อเล็กซ์ กินเขาเข้าไป”“มุกิ้ว! ซู้ดดดดด!”เจ้าจิ้งจกสีฟ้าตัวอ้วนพีไต่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเซ็ท ปากเล็กๆ ของมันดูดร่างของคนที่พึ่งจะตายไปหมาดๆ เข้าไปในพุง ก่อนี่จะเรอออกมาเบาๆ แล้วคลานต้วมเตี้ยมกลับมาหลับที่กระเป๋าเสื้อเซ็ทอีกหนเซ็ทปล่อยให้มันนอน แล้วกดเรียกเครื่องทำความสะอาดออกมาลบคราบเลือดสดๆ ที่เหลือ จากนั้นเซ็ทก็ล้มตัวลงนอนบนพื้นรถ รอเวลาที่ยานพาหนะคันนี้จะพาไปถึงที่หมาย...โครม!!“เข้าไปแล้วอยู่เงียบๆ ด้วย!”เซ็ทในสภาพหนังหน้าสำหรับปลอมตัวอยู่นั้นเป็นแค่เด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดา ท่าทางติ๋มๆ ไม่ต่างจากขอทานทั่วไป เขาถูกฉุดกระชากลากถูกไปตามทางเดินที่มีแสงไฟสลัว ก่อนจะถูกโยนเข้าไปในห้องที่มีคนมากมายแออัดกันอยู่เซ็ทมองสำรวจรอบข้างโดยไม่ลืมที่จะทำท่าหวาดกลัว สายตาสอดส่องหาที่ๆ พอจะว่างให้นั่งหลบได้ก็มุ่งตรงไปทันที แต่แล้วหนึ่งในผู้ที่อยู่ในนั้นก็ส่งเสียงทัก“ไอ้หนุ่ม มึงเคยถูกจับข้อหาอะไร?”‘...โร?’{คนส่วนใหญ่ที่ถูกจับมาเป็นพวกมีคดีติดตัว นักโทษหนีคดี นักโทษเก่า พวกโดนจำคุกตลอดชีวิต ไม่ก็พวกไร้บ้านไร้ญาติพี่น้อง พวกอดีตอาชญากรน่ะเป็นที่ต้องการมาก เก้าในสิบของคนในห้องนี้ก็เป็นตามนั้น คุณก็ตอบมั่วๆ ไป ยังไงอีกฝ่ายก็ไม่รู้อยู่แล้ว}“อะ-...เอ่อ...ทำร้ายร่างกาย...พยายามฆ่า...” เซ็ทเล่นบทหนุ่มติ๋มตอบกลับด้วยเสียงเบา“งั้นเรอะ งั้นก็คล้ายๆ กันหมดนี่หว่า” ร่างหนาลูบคางที่บิดเบี้ยวของตัวเองแล้วพึมพำเสียงเบา คล้ายกับแค่คิดอยู่กับตัวเองไม่ได้ตั้งใจให้ใครได้ยิน หากแต่ผู้มาทีหลังสุดกลับได้ยินชัด หากแต่เซ็ทก็ยกมือเป็นเชิงขออนุญาตผู้ที่มีอำนาจมากกว่า“...เอ่อ...ถามได้มั้ย...” หลังจากอีกฝ่ายพยักหน้า เซ็ทก็ถามต่อ ในเมื่อมาทางบทอาชญากรติ๋มที่พลั้งมือทำร้ายคนไปแล้วก็ต้องไปให้สุด “ที่นี่ที่ไหน...ผมว่ามันดูจะไม่ใช่สถานีตำรวจ”“ก็ไม่ใช่น่ะสิ ที่ไหนนี่ก็ตอบไม่ได้ แต่เคยได้ยินพวกที่อยู่ข้างนอกพูดว่า ที่นี่...เป็นที่ ‘ทิ้งขยะ’ ที่สังคมไม่ต้องการน่ะนะ”น้ำเสียงสนุกสนานกับรอยยิ้มแสยะของชายร่างใหญ่ที่ตัวจริงคือผู้ร้ายคดีฆ่าคนตาย ทำเอาคนถามแกล้งสะดุ้ง ขยับตัวซุกเข้ากับกำแพงหินราวกับกำลังหวาดกลัวแทบไม่ทัน เซ็ทไม่คิดว่าตัวเองจะได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์มาอีกจึงหันหนีอีกฝ่าย“ไอ้หนุ่ม มึงชื่ออะไร?” คนที่พึ่งขู่คนอื่นถามต่ออีกหน ทว่าเขาเข้าใจไปเองไอ้เด็กปวกเปียกกลับกลัวจนไม่กล้าตอบ เขาเลยต้องขู่สมทบอีกครา “คนถามก็ตอบสิวะ”“ผะ-ผม...ผมชื่อ ‘ไซท์’ ...ครับ”เซ็ทตอบเสียงสั่น แล้วหันหน้าหนีราวกับหวาดกลัวนักหนา แต่จริงๆ แล้วใช่แบบนั้นซะที่ไหน‘สาเหตุที่ในกรุงเทพมีอาชญากรคดีหนักๆ เพ่นพ่านอยู่น้อยหลักๆ ก็คงเป็นเพราะพวกเฮยอันซาสินะ เป็นจุดเดียวที่ต้องขอบคุณซะล่ะมั้ง แต่ว่า...’...เพียงแต่คนพวกนี้เอาคนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นขยะ หรือไม่ก็พวกที่ถูกชี้หน้าด่าว่าไม่มีค่ามาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองโดยไม่แม้แต่จะรู้สึกผิด นักโทษที่ไม่มีวันกลับตัวกลับใจได้ก็เรื่องหนึ่ง แต่คนไร้บ้านไร้กำลังทรัพย์ไม่ได้แปลว่าคนพวกนั้นจะเป็นคนไม่ดีซะหน่อย ...ไอ้พวกเลวยังไงก็เป็นพวกเลวจริงๆ กลุ่มแก๊งไต้ดินพวกนี้มันน่าทำลายทิ้งไปให้หมดพอๆ กับพวกหน่วยงานรัฐน่าทุเรศพวกนั้นนัก{ใจเย็นเซ็ท ยังไม่ถึงเวลา}‘รู้แล้ว ฉันไม่ใช่พวกใช้อารมณ์จนทำแผนพังเสียหายอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ก็เพื่อแผนระยะยาว...’“เฮ้ย ไอ้พวกขยะ ได้เวลาของพวกแกแล้ว!!”เสียงจากภายนอกดังขึ้น กำแพงด้านหลังก็ถูกเปิดออก ในขณะที่ลูกกรงด้านหน้านั้นมีคนใช้เหล็กแหลมแทงเข้ามาเพื่อให้คนที่อยู่ภายในต้องหลบไปทางที่พึ่งเปิดออกใหม่รอบข้างยังคงเป็นลูกกรงเหล็ก หากแต่มันหนาถึงสามชั้น มีการ์ดชุดดำยืนรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชมที่นั่งอยู่ด้านบนทุกมุม เสียงเฮและเสียงโห่ดังก้องไม่ต่างจากกำลังอยู่ในสนามกีฬาหรือไม่ก็บนเวทีคอนเสิร์ต หากแต่เวทีนี้คือสนามสำหรับฆ่ากัน“ฆ่ามัน!! ฆ่ามัน!! ฆ่ามัน!! ฆ่ามัน!!”‘พวกป่าเถื่อน มนุษย์ต่อให้ผ่านมานานแค่ไหนก็ยังเป็นมนุษย์ล่ะนะ’เซ็ทแทรกตัวเข้าไปรวมกับฝูงชนเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นจุดเด่น สายตากวาดมองคนรอบตัวที่ในไม่กี่ชั่วอึดใจข้างหน้าจะต้องกลายมาเป็นศัตรูกัน“สีสันประจำวันนี้ยังเป็นของดีของเด็ดเช่นเคย อีเว้นท์นี้มีเพื่อหาผู้แข็งแกร่งคนใหม่ของเรา เหล่านักโทษและเหล่าผู้ยากไร้ จะฆ่ากันยังไงก็ได้ จะเล่นลูกไม้ เล่นสกปรกอย่างไรก็แล้วแต่ ขอแค่ให้ตัวเองเป็นคนสุดท้ายที่ยืนอยู่ก็พอ แน่นอนผู้รอดคนสุดท้ายนั้นจะได้รับอิสระและเงินรางวัลจำนวน รวมถึงที่อยู่เพียงพอให้ใช้ชีวิตอย่างราชา ใครที่ปรารถนาชีวิตใหม่ก็จงสู้ให้เต็มที่ ไม่อย่างนั้นก็ตายไปซะ!!”เสียงของโฆษกดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่ในสนาม สำหรับคนที่ถูกหลอกล่อไม่รู้หรอกว่านอกจากจะได้รับรางวัลแล้ว อนาคตจะต้องพบเจออะไรบ้าง แต่ต่อให้ไม่ต้องการของรางวัลก็จะถูกสถานการณ์บังคับให้สู้ มิเช่นนั้นก็อาจจะโดนอัดจนตายได้“ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มได้!!”“ตายซะ!!”พวกที่เคยถูกบังคับลงสนามขยับตัวก่อนเป็นพวกแรก พวกนั้นเล็งกำจัดพวกที่ดูหน่วยก้านดีแต่ยังตื่นสนามก่อนเป็นอันดับหนึ่ง คนกว่าสามสิบคนบนเวทีต่างชุลมุนเอะอะ ไม่ว่าจะตามสถานการณ์ทันหรือไม่ สุดท้ายก็ถูกคนรอบข้างบังคับให้ต้องสู้อยู่ดีอย่างที่เซ็ทคาดเดา“อึดไว้ให้ครบสิบนาที แล้วทางเราจะมีตัวช่วยเป็นอาวุธให้นะ!!”เสียงพูดของโฆษกทำให้คนที่บอบช้ำไปแล้วพยายามยืนอยู่ต่อ ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการอาวุธมาพลิกสถานการณ์ของตัวเอง ทุกคนบนสนามต่างก็เจ็บตัวกันแล้วไม่มากก็น้อย แต่นั่นไม่ใช่กับเซ็ท เขายังคงปลอดภัยไร้รอยแผล เซ็ทใช้ความชุลมุนรอบตัวในการซ่อนแอบตัวเอง เฝ้าดูเงียบๆ เพื่อล่าในท้ายที่สุด...อดีตของเซ็ทไม่ใช่นักฆ่า หากแต่เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษที่ศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่ยากเย็นแค่ไหน ก็ต้องทำภารกิจให้สำเร็จด้วยวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด‘โร คำนวนเวลาด้วย เราต้องกลับบ้านก่อนจะเช้า’{แน่นอนเซ็ท ไม่มีปัญหาหรอก}เซ็ทเงยหน้ามองขึ้นไปยังที่นั่งคนดูที่อยู่ด้านบน ชีวิตที่ไร้เป้าหมายของเขาได้เป้าหมายที่เป็นทางผ่านแล้ว...{{ภารกิจพิเศษ (บังคับทำ) ชัยชนะอันสมบูรณ์แบบ เงื่อนไข ผ่านสถานการณ์ตอนนี้ให้ได้โดยไม่เจ็บตัว รางวัล ออร่าของผู้มีอำนาจ ขั้นต้น หากไม่สำเร็จจะถูกลงโทษโดยการฝ่าด่านมิติพิเศษ}}...ต่อให้ไม่เด้งขึ้นมา ก็ไม่คิดจะแพ้อยู่แล้วไอ้ระบบไร้ประโยชน์
‘เบื้องหลังชัยชนะไม่ได้สวยงามเสมอไป’
----------------------ตอนหน้าไปบู๊กันเถอะนะ แฮร่ แมวยังคงแย็ปๆ ถึงอะไรหลายๆ อย่างเอาไว้ ไม่ได้เฉลยสักที ถถถถ แย็ปเยอะจนน่าจะเดากันได้หมดแล้ว รึเปล่า? //ยิ้มแหยๆ มีความรู้สึกว่าเนื้อเรื่องในตอนมันสลับฉากพูดถึงหลายอย่างจนไม่รู้ว่าควรทอล์กอะไรเลยอ่ะ เวิ่นเว้อยาวพอๆ กับตอนที่แล้ว หวังว่าจะจุใจกันนิสนึงเอาเป็นว่าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องตอนนี้ให้แมวได้นะคะ ถ้าตรงไหนไม่ดีไม่เหมาะไม่ควร แมวจะขอรับคำติชมไปพัฒนาต่อไป (ไม่ได้จำกัดแค่ตอนนี้นะ แสดงความคิดเห็นติชมได้ทุกตอนค่ะ เป็นประโยชน์ต่อแมว และเป็นประโยชน์ต่อนักอ่านทุกท่านด้วย)ปล. แมวเคยแต่งแฟนฟิคการ์ตูนเอาไว้ (จบแล้วบางเรื่อง) มีลงไว้ในไอดีเก่าเด็กดี สนใจอยากให้แมวมาลงให้อ่านฆ่าเวลามั้ยคะ?ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ ทุกกำลังใจ ทุกการเปย์ ขอบคุณทุกๆ คนด้วยนะค้าาา รักนะคะ เจอกันใหม่ตอนหน้าน้า