บทที่ 99: มิตรภาพ (Frendly)
“เจ้าชายฮิโกโบชิ...เจ้าหญิงฮิเมรากิ...ใครกันเหรอคะ”สึบากิเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา นางเทวีอสูรฯ หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนที่นางจะเอ่ยคำด่าออกมาว่า“เจ้ามนุษย์หน้าโง่ เวลามันผ่านไปแล้วหลายร้อยกว่าปี เจ้าคงจะได้เวียนว่ายตายเกิดมาแล้วหลายภพชาติ นางเจ้าหญิงทอผ้าจากผืนแผ่นดินใหญ่อย่างเจ้าถึงได้ลืมเรื่องราวในอดีตไปจนหมดสิ้น”ทางด้านสึบากิก็ยังคงนิ่งเงียบ ด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัวที่ค่อยๆ เกาะกุมจิตใจของเธอไปทีละน้อย เธอค่อยๆ ยกมือเรียวงามทั้งสองข้างขึ้นกุมสร้อยอัญมณีกันอสูรที่ถูกสวมไว้ที่ลำคองามระหง“อัญมณีมากะทามะของเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก อาคมมันเสื่อมตั้งแต่ถูกมนุษย์เหยียบย้ำแล้ว”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สึบากิก็เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่จะไหลรินออกมาจากดวงตาคู่งามสีเขียวมรกตทั้งสองข้าง เธอค่อยๆ ทรุดเข่าลงกับพื้นที่ตรงหน้านางเทวีอสูรฯ ก่อนที่เธอจะกล่าววิงวอนขอร้องทั้งน้ำตาว่า“ท่านเทวีอสูรฯ อิซานามิ อย่าทำอะไรข้าน้อยเลยนะเจ้าคะ...”สึบากิพยายามกล่าววิงวอนขอร้องต่อนางเทวีอสูรฯ ด้วยน้ำเสียงที่สะอื้นนิดๆ“ถ้าข้าน้อยเคยทำอะไรให้ท่านเทวีอสูรฯ เจ็บช้ำน้ำใจ หรือเคยไปล่วงเกินท่านเทวีอสูรฯ ขอให้ท่านเทวีอสูรฯ อิซานามิโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วยนะเจ้าคะ...”“หึ หึ หึ...” ทางด้านนางเทวีอสูรฯ ก็ยังคงมองหน้าสึบากิ พลางค่อยๆ แสยะยิ้มออกมาบนใบหน้าด้วยความสะใจ และความรู้สึกสมเพชที่มีต่อเธอ ก่อนที่นางจะหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความอำมหิต“อย่าให้ข้าน้อยต้องคำสาปอีกต่อไปเลย ข้าน้อยไม่อยากเป็นพญาจิ้งจอก 9 หาง”นางเทวีอสูรฯ แสยะยิ้มออกมาบนใบหน้าอันเยือกเย็นที่เปี่ยมไปด้วยความร้ายกาจ ก่อนที่นางจะตอบปฏิเสธไปว่า“ไม่มีวัน...นี่คือคำสาปของข้า ข้าจะไม่มีวันปลดปล่อยเจ้า”ทางด้านสึบากิก็เริ่มแสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความรู้สึกสิ้นหวังได้อย่างชัดเจน เมื่อได้ยินคำปฏิเสธเช่นนั้นจากปากของนางเทวีอสูรฯ“ผู้คนบริสุทธิ์นับล้านกว่าชีวิตจะต้องมาล้มตายก็เพราะเจ้า จงจำเอาไว้ นังเจ้าหญิงโอริฮิเมะ”และทันใดนั้น สึบากิก็ได้สะดุ้งตื่นขึ้นในช่วงเช้ามืด เธอพลางลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความรวดเร็ว“แฮ่ก แฮ่ก...” ปากคู่งามของสึบากินั้นเผยอออกมาเพียงเล็กน้อย พลางหายใจหอบถี่อย่างต่อเนื่อง มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้างามและลำคองามระหงในระหว่างนั้น สึบากิก็พลางนึกถึงช่วงเหตุการณ์หนึ่งเมื่อ 2 วันก่อนขึ้นมาในทันที เหตุการณ์ในครั้งนั้นนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สุดแสนจะน่าสะพรึงกลัว และเลวร้ายมากที่สุดสำหรับใครหลายๆ คน ซึ่งมันก็เคยเกิดขึ้นกับเธอมาแล้ว สึบากิสามารถจดจำเหตุการณ์อันเลวร้ายในครั้งนั้นได้อย่างไม่มีวันลืม เพราะดูเหมือนว่าตัวเธอนั้นจะเป็นตัวต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวนั้นขึ้นมาเธอนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วยความรู้สึกหวาดผวาที่อยู่ภายในใจ ราวกับว่ามันเป็นภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายที่สุดแสนจะน่าสะพรึงกลัวในครั้งนั้นได้กลายเป็นภาพติดตาที่คอยหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลาสักพัก เพื่อนๆ อีกสามคนของสึบากิก็พากันตื่นขึ้นด้วยความตกใจ และพวกเธอก็ได้พากันลุกขึ้นนั่งบนเตียง “สึบากิจัง เกิดอะไรขึ้นเหรอ”ซานาเอะเอ่ยถามสึบากิ พลางยกมือเรียวขึ้นจับเข้าที่บริเวณไหล่ของเธอด้วยความเป็นห่วงที่มีต่อเพื่อน “ฉันฝันร้าย ซานาเอะจัง” สึบากิเอ่ยตอบซานาเอะด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความรู้สึกเศร้าโศกได้อย่างชัดเจน และจากนั้น สึบากิก็เริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างที่เธอฝันเห็นเมื่อคืนให้กับเพื่อนๆ ทั้งสามคนได้ฟัง หลังจากที่ฟังเรื่องทุกอย่างที่สึบากิได้เล่าออกมาจนจบ พวกเธอทั้งสามต่างก็เริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมาในทันที“ฟังจากที่สึบากิจังเล่ามา นี่ขนาดพวกเรายังไม่ได้เห็นมากับตาเลยนะ ก็ยังขนลุกขนาดนี้”ริโกะพลางยกมือเรียวทั้งสองขึ้นมาลูบไล้ที่ต้นแขนงาม ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความหวาดผวาได้อย่างชัดเจน“ฉันเองก็ไม่เข้าใจเลยเหมือนกัน ว่าทำไมฉันถึงต้องมาโดนคำสาปของนางเทวีอสูรฯ นั่นด้วย ฉันไม่อยากเป็นพญาจิ้งจอก 9 หางอีกแล้ว มันน่ากลัวเหลือเกิน...”สีหน้าเครียดของสึบากิในตอนนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่า เธอนั้นมีความรู้สึกหวาดกลัวกับเรื่องนี้อย่างสุดๆ และสักพัก สึบากิก็เริ่มมีน้ำตาไหลรินออกจากดวงตาคู่งามสีเขียวมรกตทั้งสองข้าง“ฉันควรจะทำยังไงดี ฉันต้องทนอยู่กับความระหวาดระแวง...ว่านางเทวีอสูรฯ จะมารังควานฉันไปจนถึงเมื่อไหร่ ฉันต้องอยู่กับความหวาดกลัว...”สึบากิเอ่ยน้ำเสียงสะอื้นด้วยสีหน้าที่เศร้าโศก มีน้ำตาไหลรินออกจากดวงตาคู่งามสีเขียวมรกตจนอาบแก้ม และค่อยๆ หยดลงที่ผ้าห่มสีขาวที่กำลังห่มเรือนกายท่อนล่าง จนทำให้ผ้าห่มนั้นแทบจะเปียกปอนไปด้วยน้ำตา บ้างก็หยดลงที่มือเรียวงามทั้งสองข้างของเธอ“กลัวว่าในคืนวันเพ็ญครั้งต่อไป ฉันจะต้องกลายเป็นพญาจิ้งจอก 9 หาง และอาละวาดทำร้ายผู้คนอีก ฉันไม่อยากให้มีใครคนไหน...ต้องมาตายเพราะฉันอีกแล้ว ฉันไม่อยากให้มีความสูญเสีย...เกิดขึ้นเพราะฉันอีกแล้ว ฮือ~”หลังเอ่ยจบ สึบากิก็ร้องไห้โฮออกมา มือเรียวงามทั้งสองข้างนั้นก็พลางยกขึ้นปิดใบหน้างามของเธอ ที่แสดงออกถึงความรู้สึกเศร้าโศกได้อย่างชัดเจน“ไม่ต้องกลัวนะ สึบากิจัง เมื่อคำสาปเกิดขึ้นได้ มันก็ต้องมีวิธีทำลายได้เหมือนกัน พี่ยูกินะในตอนนี้กำลังทำทุกวิถีทางที่จะทำลายคำสาปของนางเทวีอสูรฯ นั่นอยู่ พี่ยูกินะเขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะช่วยเธอเลยนะ แม้แต่พวกเราเองก็ยังอิจฉาในตัวเธอเลย ที่เธอนั้นมีพี่สาวที่ดีอย่างพี่ยูกินะคอยดูแลเธออยู่เคียงข้าง...”อาซึสะกล่าวปลอบประโลมพลางโอบกอดสึบากิอย่างแนบชิด“เพราะงั้นนะ สึบากิจัง เธอจะต้องเชื่อมั่นในตัวพี่ยูกินะ ว่าพี่ยูกินะจะต้องช่วยเธอได้ อย่าให้ความหวาดกลัวที่มีต่อนางเทวีอสูรฯ นั่นมาครอบงำเธอ จนทำให้เธอไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้”ในระหว่างนั้น อาซึสะก็ค่อยๆ คลายกอดลง ก่อนที่เธอจะยกมือเรียวงามขึ้นแล้วลูบหัวสึบากิอย่างแผ่วเบา และพูดเกลี้ยกล่อมให้สึบากิเชื่อมั่นในตัวพี่สาวของเธอ“ไม่ต้องกังวลไปนะ สึบากิจัง ไม่ว่าเธอจะกลายเป็นอะไรก็ตามแต่ พวกเราก็จะยังปกป้อง และอยู่เคียงข้างเธอเสมอ”ซานาเอะกล่าวให้กำลังใจกับสึบากิ พลางยกมือเรียวงามของเธอขึ้นจับเข้าที่บริเวณไหล่ของเธอ“พวกเราได้รับปากกับพี่ยูกินะไว้แล้ว ว่าพวกเราจะปกป้อง และดูแลเธอให้ดีที่สุด ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราทั้งสามคนจะไม่มีวันทิ้งเธอไปไหนอย่างเด็ดขาด”ทางด้านริโกะก็กล่าวให้กำลังใจกับสึบากิด้วยอีกคน เธอพลางยื่นมือเรียวงามเข้ามากุมมือเรียวงามของสึบากิเอาไว้อย่างแนบแน่น“ขอบใจมากนะ ทุกคน ที่คอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอมา”สึบากิกล่าวคำขอบคุณกับเพื่อนๆ ทั้งสามของเธอ พลางเช็ดน้ำ ตาบนใบหน้างามที่เริ่มยิ้มออกมาด้วยความร่าเริง จากนั้น เหล่าแก๊งค์เพื่อนสาวทั้ง 4 คน ต่างก็รีบเขยิบเข้ามากอดกันอย่างแนบชิด สึบากิกับเพื่อนๆ ทั้งสามต่างก็สัมผัสได้ถึงมิตรภาพที่พวกเธอทั้ง 4 มีให้ต่อกัน สึบากิรู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมากที่ยังมีเพื่อนๆ ทั้งสามของเธอที่คอยปกป้อง และอยู่เคียงข้างเสมอมา ทั้งในยามทุกข์ยากและในยามมีสุข