'กลั่นเืเนื้อ กลืนิญญา คือกระถางเก้าิญญา'
เสียงแหบพร่าที่ยิ่งใหญ่แต่ไร้จิตใจดังก้องในห้วงจิตของหลี่เค่ออีกครั้ง และมันทำให้หลี่เค่อรู้จักชื่อสมบัติวิเศษของตัวเอง 'กระถางเก้าิญญา'
ความอัศจรรย์ในการหลอมรวมยังไม่จบ
หลี่เค่อพบว่าหนังสือคัมภีร์ประหลาดที่ตัวเองอ่านได้เพียงบางส่วนที่เหน็บไว้กับตัวสั่นไหว ไม่ช้ามันก็ลอยออกไปอยู่ข้างๆ กระถางเก้าิญญา บนเศษร่างของชายชรา หลี่เค่อสังเกตเห็นแหวนสีทองวงหนึ่ง อยู่ๆ ก็มีคัมภีร์ที่มีลักษณะเดียวกับของตัวเขาลอยออกมาเช่นกัน
มันหลอมประสานรวมกันและกลายเป็หนังสือเล่มสีทองที่ดูล้ำค่า ไม่ช้ามันก็ลอยมาสู่มือของมือของหลี่เค่อ
และหลี่เค่อพบว่าตัวเขาอ่านมันออกทั้งหมด ไม่ใช่แบบเดิมที่ยากจะตีความหมาย แม้มันจะเป็ภาษาประหลาดก็ตาม
'คัมภีร์กลืน์... สี่วิถีเทพตระการ, หลอมกายเซียนทอง เวทย์ผนึกฟ้าดิน วิถีโอสถสะท้านฟ้า เ้าคุรุศาสตรา' หลี่เค่อรีบพลิกหน้าหนังสือด้วยความร้อนใจ เพียงแค่พลิกไปได้หน้าเดียวมวลความรู้มากมายก็ทะลักเข้ามาในหัวของหลี่เค่อ โดยมันปรากฏในรูปของแผ่นสารทองคำ
สี่วิถีเทพ์ แท้จริงคือเคล็ดการฝึกฝนปราณ เวทย์ โอสถและศาสตรา
โดยวิถี 'หลอมกายเซียนทอง' คือเคล็ดวิชาฝึกปราณหลอมกายอันยิ่งยวด เปลี่ยนร่างมนุษย์ให้ไม่ต่างกับเทพะ หลี่เค่อพบว่าเขารับรู้วิธีฝึกฝนั้แ่ระดับหนึ่งถึงสามในทันที ห้วงความทรงจำปรากฏสารแผ่นสีทองสี่ชิ้น พร้อมภาพวาดและคำอธิบายการฝึกฝน หลี่เค่ออ่านมันเพียงคร่าวๆ ในส่วนคำอธิบายในตอนนี้
เวทย์ผนึกฟ้าดินก็เช่นกัน หลี่เค่อตระหนักรู้เคล็ดการฝึกฝนได้สามระดับ
ส่วนวิถีโอสถสะท้านฟ้าและเ้าคุรุศาสตรา ก็คือเคล็ดวิชาหลอมโอสถและสร้างศาสตรา หลี่เค่อรับรู้ได้ว่ามันมีความสัมพันธ์กับ 'กระถางเก้าิญญา' มาก
จากนั้นในความทรงจำของหลี่เค่อก็ผุดเื่ราวของชายชรา
กระถางเก้าิญญาในโลกใบนี้ของชายชราดูเหมือนจะมีความสามารถไม่เหมือนกับของหลี่เค่อที่ช่วยเพิ่มความทรงจำ สติปัญญาและสามารถทำให้เขาฝึกพลังจิต
แต่กระถางเก้าิญญาของชายชรานั้นกับเอาไว้ยกระดับโอสถ เมื่อมันดื่มเืกลืนเนื้อมากพอ ภายในกระถางจะปรากฏลายเส้น หากลายเส้นหนาและแตกเป็เส้นฝอยมากพอ นั่นก็แสดงว่าตัวชายชราสามารถใช้มันยกระดับโอสถของตัวเองได้จำนวนมากเช่นกัน
ชายชราสามารถใส่โอสถลงไปกี่เม็ดก็ได้ในกระถางกำยาน มันจะยกระดับเม็ดโอสถขึ้นหนึ่งระดับทันทีโดยใช้เวลาไม่นาน ขอเพียงชายชราสะสมเืเนื้อเพียงพอ
ตอนนี้หลี่เค่อเริ่มเข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น
แสงส่องสว่าง ณ กระถางเก้าิญญาและคัมภีร์กลืน์เริ่มหายไป ก่อนที่มันจะตกสู่พื้นราวกับว่ามันคือสิ่งของธรรมดา
หลี่เค่อพยายามเปิดคัมภีร์กลืน์ แต่เขาพบว่าตัวเขาไม่สามารถเปิดมันได้ด้วยเรี่ยวแรง 'หรือว่าข้าต้องบรรลุการฝึกฝนระดับสามก่อนจึงจะอ่านส่วนต่อไปได้'
"พ่อบุญธรรมนี่มันอะไรกัน" จั่วจี๋ถามหลี่เค่อด้วยความใคร่รู้
สำหรับหลี่เค่อ เขานับว่าจั่วจี๋เหมือนลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง หลี่เค่อเลี้ยงเด็กชายคนนี้ั้แ่เด็กชายอายุได้หนึ่งขวบ ดังนั้นเขาจึงไม่มีความลับกับเด็กหนุ่มที่เหมือนกับลูกแท้ๆ ของตัวเอง
"มันคือสมบัติวิเศษและคัมภีร์ที่น่าอัศจรรย์ เ้าชอบอ่านนิยายนิ โลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่าการบ่มเพาะ 'ลมปราณ' และ 'พลังเวทย์' เ้าน่าจะฝึกมันได้"
ดวงตาจั่วจี๋ปรากฏความดีใจ
หลี่เค่อเดินเอามือไปทาบกลางกายจั่วจี๋ เขากำลังตรวจสอบคุณสมบัติร่างกายตามวิธีของคนในโลกใบนี้ แน่นอนว่านี่คือความทรงจำของชายชราที่พึงตายไป
"เ้ามีพร์ในการฝึกเวทย์ ส่วนคุณสมบัติในการฝึกลมปราณหลอมกายเนื้อนั้นค่อนข้างย่ำแย่ แต่ก็พอฝึกฝนได้อยู่" จั่วจี๋มีสีหน้าผิดหวังเล็กๆ เขาฝันที่จะเป็จอมยุทธ์จากนั้นท่องโลกกว้างเผชิญหญิงสาว จากนั้นแบกรับชะตาอันยิ่งใหญ่
หลี่เค่อเห็นหน้าตาแบบนี้ของลูกชายเขาขบขันเล็กน้อย เขาจึงจำต้องพูดอะไรบางอย่าง
"ในโลกใบนี้ผู้ฝึกเวทย์มีฐานะและได้รับความนับถือมากกว่าผู้ฝึกปราณ เพราะผู้ฝึกลมปราณหลอมกายร้อยคน จะมีเพียงหนึ่งคนที่จะเป็ผู้ใช้เวทย์ได้ นอกจากนั้น หากผู้ฝึกปราณและผู้ฝึกเวทย์อยู่ในระดับเดียวกัน ผู้ฝึกเวทย์ส่วนใหญ่จะเป็ผู้ชนะ โดยทั่วไปผู้ฝึกเวทย์สามารถต่อสู้ข้ามระดับกับผู้ฝึกปราณได้"
"ระดับคืออะไรพ่อบุญธรรม"
หลี่เค่อไม่ตอบลูกบุญธรรมของตัวเองตอนนี้ เพราะมันจะเสียเวลา
เขาเดินไปที่ศพของชายชราจากนั้นเก็บแหวนขึ้นมา
เมื่อเขากวาดจิตััเข้าไปผ่านในตัวแหวนเขาเห็น 'หินิญญา' และ 'หินปราณ' จำนวนมาก พร้อมเงินสดเป็มัดๆ ก้อนใหญ่ ซึ่งหน้าธนบัตรเหล่านี้มีตัวอักษรหนึ่งตัวใหญ่มากมันแปลว่า 'เงินเหรียญิ' สิ่งนี้คือค่าเงินที่แท้จริงของโลกใบนี้ นอกจากนั้นยังมีขวดโอสถเรียงรายจำนวนมากด้วยเช่นกัน ส่วนอื่นๆ อีกเล็กน้อยคือคัมภีร์และศาสตราวุธ
หลี่เค่อพบว่าปัจจุบันเขามีต้นทุนสำหรับโลกใบนี้แล้ว และมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แต่นับว่ามหาศาล
เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าชายชราทำไมถึงอยู่ที่นี่ ความทรงจำของเขาที่ได้จากชายชรานั้นยังไม่สมบูรณ์อย่างถึงที่สุด
"นั่นมัน" หลี่เค่อส่งเสียงสนใจเป็พิเศษ เมื่อเขาเห็นสิ่งที่เหมือนหน้ากาก และบัตรแสดงตัว มันมีชื่อ ' [ป่าดำ] เ้าโอสถห้ากระถาง' เขียนอยู่
นี่คือตัวตนของชายคนนี้หรือ
"ไม่เลว" หลี่เค่อพูด พร้อมบอกให้สองพ่อลูกเดินตามเขามา
เมื่อชายชราตายหมอกสีแดงก็ค่อยๆ จางหายไป และนั้นทำให้หลี่เค่อเห็น คราบเืจำนวนมาก จนกระทั่งเขาต้องหยุดอยู่ที่จุดจุดหนึ่ง เขาเห็นร่างสตรีนอนแห้งตายจำนวนมาก ในอ้อมกอดสตรีมีศพเด็กอายุวัย 6 7 ขวบอยู่ โดยส่วนศีรษะของเด็กหายไปหมด ชายแก่นั่นทำอะไรกับศพเหล่านี้ หลี่เค่อไม่อาจจะคิดออก แต่ด้วยสภาพศพที่แห้งมาก ทำให้หลี่เค่อไม่อาจจะแยกแยะได้ว่าศพเหล่านี้ตายมานานเท่าไหร่ และตายเพราะอะไร แต่หลี่เค่อรับรู้ว่ามันไม่ใช่วิธีการที่ดีแน่ๆ
จั่วจี๋ลูกบุญธรรมหลี่เค่อเห็นเขาแทบจะอาเจียน เด็กหนุ่มไม่มีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน
เดินต่อไปอีกระยะหนึ่ง ณ ซากอารยธรรมที่ดูโบราณ ที่นี่ทั้งคล้ายและแตกต่างจากโบราณสถานที่หลี่เค่อเดินเข้ามา มันเก่าโทรม และไม่ได้ถูกสร้างด้วยสิ่งที่ดูล้ำค่า สิ่งที่เหมือนกันมีเพียง งานศิลปะและรูปแบบการก่อสร้างที่ดูคล้ายกัน
ระหว่างเดินไปตามทางที่มืดมิดเรื่อยๆ หลี่เค่อพบศพนอนตายร่างแห้งกลางทางเป็ระยะระยะ
สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวพวกเขาดูเหมือนจะเป็อุปกรณ์ที่ใช้ขุดสุสาน
หลี่เค่อคิดว่าชายชราคงทำเพื่ออะไรสักอย่างกับคนพวกนี้ เช่นการฆ่าปิดปาก
เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่ง หลี่เค่อก็จำต้องขมวดคิ้ว เขาเห็นประตูที่ขมุกขมัว มันสั่นไหวและมีริ้วกระเพื่อมได้เหมือนน้ำ สิ่งนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคย มันคล้ายประตูมิติที่เขาเดินเข้ามายังโลกใบนี้ เพียงแต่ว่าความผันผวนของพลังและความอลังการต่างกันมาก สิ่งนี้คล้ายของสามัญเมื่อเทียบกับประตูมิติที่หลี่เค่อเคยเดินผ่าน เพราะประตูมิติที่หลี่เค่อเคยก้าวผ่านมายังมิติแห่งนี้ เมื่อเทียบกับประตูตรงหน้า ประตูมิติอันนั้นราวกับของที่เทพเ้าสร้าง
หลี่เค่อพบว่าบนทางเดินของที่นี่ไม่มีที่ให้ไปต่อ เขาไม่มีทางเลือกนอกจากเดินผ่านประตูมิตินี้ออกไป
ดังนั้นหลี่เค่อตัดสินใจเดินผ่านประตูมิติ
และเมื่อหลี่เค่อเดินผ่านมันออกไป เขาพบว่าอีกมิติหนึ่งมันเป็โถงถ้ำกว้าง มีซากศพนอนตายเกลื่อนเสียยิ่งกว่าภายในประตูมิติที่เขาเดินออกมา เพียงแต่ว่าสภาพศพของที่นี่ดูดีกว่าภายในเป็อย่างมาก อย่างน้อยๆ ร่างของพวกเขาก็ไม่แห้ง พวกเขามีเืเนื้อ และดูเหมือนพึงตายกันไม่นาน
หลี่เค่อกวาดจิตััเป็วงกว้าง
ฮือออ หอบบบ ฮืออออ หอบบบ
เสียงลมหายใจของใครดังเบา หลี่เค่อรับรู้ว่าคนผู้นี้ใกล้ตาย หลี่เค่อรีบสาวเท้าเร็วไปหาชายคนนั้น อย่างน้อยๆ เขาก็อยากได้ข้อมูลของโลกใบนี้มากกว่าที่มี
แต่เมื่อจั่วยุ่นและจั่วจี๋ก้าวผ่านประตูมิติออกมา หลี่เค่อพบว่าประตูมิติหายไปทันที
หลี่เค่อสับสนเล็กน้อย ตอนนี้เขาพบว่าแม้เขาจะได้รับความทรงจำบางส่วนของชายชราที่ได้รับสมญานามว่า 'ป่าดำ' แต่แท้จริงแล้วเขากลับยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย
หลี่เค่อเมื่อวิ่งไปถึงตรงหน้าชายใกล้ตาย เขาตกตะลึง เมื่อชายคนนั้นเงยหน้ามองมาที่หลี่เค่อ
"พ่อบุญธรรม นี่ชายคนนี้" จั่วจี๋มองชายใกล้ตายสลับกับมองใบหน้าของหลี่เค่อ
ชายผู้นี้เปล่งเสียงว่าช่วยด้วย เพียงแต่ว่าเมื่อเขาเห็นใบหน้าของหลี่เค่อ ดวงตาชายใกล้ตายเบิกกว้าง ราวกับว่าเขาเห็นผี