"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามาที่นี่ทำไมหรอครับ" คีธเอ่ยถามกลุ่มคนตรงหน้า แม้ในใจจะตื่นเต้นอย่างมากที่ได้พบเจอครอบครัวของเขาแต่ตอนนี้ต้องนิ่งไว้ก่อน!!
ในสมุดบันทึกบอกว่าอีกเป็เดือนกว่าที่ครอบครัวของเขาจะหาเขาพบ นั่นหมายถึงว่าการที่เขาเข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างงั้นสินะ!! แล้วแบบนี้วันสิ้นโลกละจะเกิดเร็วขึ้นหรือไม่ ในเมื่อตอนนี้เขาได้เจอครอบครัวเร็วขึ้น วันสิ้นโลกก็จะไม่เร็วขึ้นหรอ!!
"ท่านคีธครับ ผมขอแนะนำนะครับ ท่านนี้คือ นายท่านขุนศึก เสตนะกุล พี่ชายแท้ๆของท่านคีธครับ" ทัพเอ่ยแนะนำลัวร์ให้คีธ
คีธที่พอรู้ว่าเื่พวกนี้ไม่ควรพูดคุยกันด้านนอก เขาจึงชวนทุกคนเข้าไปข้างในห้องพัก
"เอ่อ คือ ครับผมชื่อคีธ คีตะพัฒน์นะครับ" คีธเอ่ยแนะนำตัวของตัวเองออกไป เขาไม่มั่นใจว่าเขาควรใช้นามสกุลของตระกูลพวกนั้นหรือ ใช้นามสกุลของครอบครัวเขาโดยตรง
"คีธ นายคือ คีธ คีตะพัฒน์ เสตนะกุล" ลัวร์เอ่ยยืนยันเกี่ยวกับนามสกุลของน้องชายตนเองเมื่อพบว่าตอนที่คีธทำท่าจะพูดถึงนามสกุล เขาก็อึกอักเล็กน้อยขึ้นมา ลัวร์ที่เห็นดังนั้นจึงได้บอกว่าคีธคือคนในตระกูล เสตนะกุล
"ผมเรียกคุณว่าพี่ขุนศึกได้ไหมครับ"
"ไม่ต้อง เรียก พี่ลัวร์ก็พอ คนในครอบครัวเราเรียกพี่ว่าลัวร์"
"ได้ครับ"
จากนั้นลัวร์จึงได้บอกว่าตามจริงแล้ว พวกเขาพยายามตามหาคีธมาเป็เวลานาน แต่กว่าพวกเขาจะพบเจอก็ตอนที่คีธถูกพวกนั้นตามกลับบ้านไป ลัวร์เอ่ยขอโทษคีธที่มารับเขาจากคนพวกนั้นช้า แต่คีธก็ไม่ได้ว่าอะไร คีธไม่ได้สนใจเื่พวกนี้แม้แต่น้อย
เขาแค่รู้สึกดีใจที่คนในครอบครัวของเขาในโลกก่อนได้มาอยู่ที่นี่ด้วย เขาสนใจแค่นั้นแม้ว่าชื่อและหน้าตาอาจจะแตกต่างกัน แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น คีธไม่สนใจหรอกเื่พวกนี้น่ะ
ลัวร์ได้เอ่ยถามเื่ที่คีธกักตุนข้าวของมากมาย ราวกับว่า จะเกิดวันสิ้นโลกอย่างไรอย่างนั้น เขาอยากรู้ว่าน้องกลัวหรือน้องแค่อยากเล่นละครชีวิตให้เหมือนในวันสิ้นโลก
"คีธ คือพี่สงสัยว่าทำไมน้องถึงซื้อข้าวของเครื่องใช้มามากมาย ทั้งยังมีอาหารมากมายขนาดนี้อีก"
คีธที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้แปลกใจหากพี่ชายของเขาจะรู้ว่า เขาทำอะไรมาบ้าง ก็นะคนอย่างลัวร์ เสตนะกุล ผู้กุมบังเหียนตลาดโลก จะไม่รู้ได้อย่างไร
"คืออีก 2 เดือนจะเกิดวันสิ้นโลกครับ คือ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลกนั้น ทุกพื้นที่บนโลกจะเกิดฝนดาวตกทั้งท้องฟ้า หลังจากนั้นไม่นานก็จะมีสะเก็ดอุกกาบาตตกมาครับ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันก็จะมีเชื้อไวรัสเกิดขึ้น คนที่ตายไปแล้วจะลุกขึ้นมา คนเป็ที่ทนเชื้อไวรัสไม่ไหวก็จะกลายเป็ซอมบี้ ส่วนคนที่ร่างกายสามารถรองรับเชื้อไวรัสได้ จะมีพลังวิเศษเกิดขึ้นครับ พวกสัตว์จะมีทั้งที่กลายพันธุ์และเป็สัตว์ซอมบี้ ส่วนพืชจะพัฒนาจนเป็พืชวิวัฒนาการครับ พวกพืชวิวัฒนาการสามารถกินได้ทั้งมนุษย์และสัตว์วิวัฒนาการรวมไปถึงพวกซอมบี้ด้วยครับ หากพวกเรามนุษย์หรือสัตว์กลายพันธุ์กินพวกซอมบี้เข้าไป ถึงแม้จะมีพลังวิเศษก็จะกลายเป็พวกซอมบี้ขึ้นมาได้ครับ"
เมื่อคีธพูดจบก็สังเกตสีหน้าของคนอื่นๆ เขาก็พอเข้าใจอยู่ว่าเื่พวกนี้มันเกินความคาดหมายมาก มันดูเป็เื่ตลกมากกว่าเื่จริงเสียอีก อีกอย่างพวกเขาพึ่งพบหน้ากันจะเชื่อในสิ่งที่อีกคนพูดเลยก็อาจจะแปลกๆ แม้ว่าพวกเขาจะเป็พี่น้องแท้ๆกันก็ตาม
ลัวร์ที่ได้ยินดังนั้นก็แปลกใจเล็กน้อยว่าน้องรู้เื่พวกนี้ได้อย่างไร แต่ก็ไม่ได้ทำท่าทีว่าไม่เชื่อเื่ที่น้องของตัวเองพูดขึ้น
"น้องรู้ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าพี่ไม่เชื่อที่น้องพูด พี่เชื่อนะ" ลัวร์ถามคีธ
"ผมรู้มาจากสมุดโน๊ตเล่มนี้"
ทุกคนในห้องที่ได้ยินต่างพากันมึนงงว่า อะไรคือ รู้จากสมุดบันทึกเล่มนี้ อย่าบอกนะว่าเื่ที่คุณคีธเล่ามาเป็เื่ที่แต่งขึ้น!!
"คือ พี่ครับที่ผมเล่าไม่ใช่เื่ที่ผมแต่งขึ้นเอง แต่ผมรู้เพราะในสมุดเล่มนี้นั้นเขียนเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไว้มาก ตอนแรกๆผมก็ไม่เชื่อแต่พออ่านๆไปผมถึงเชื่อ"
ที่คีธเชื่อในสมุดบันทึกเล่มนี้นั้นเพราะแต่ก่อนคีธเป็คนบันทึกพวกมันเอง ก่อนที่จิตของวินเซนทร์กับคีธจะหลอมรวม คีธนั้นสามารถฝันถึงอนาคตได้ อนาคตที่จะเกิดขึ้นบางอย่าง ทำให้เขาจดบันทึกเื่ราวพวกนั้นในสมุดเล่มนี้แล้วค่อยนำออกไปใช้เมื่อถึงเวลาจำเป็
"ผมที่จริง ผมพอรู้จักพี่ในสมุดบันทึกเล่มนี้ ตามจริงแล้วผมกับพี่และครอบครัวเราจะเจอกันในครั้งแรกก็คือหลังจากที่เกิดวันสิ้นโลกไปแล้วครึ่งปี ส่วนอีกสองเดือนข้างหน้าถึงจะเกิดวันสิ้นโลกขึ้น แต่ถ้าผมเจอพี่ไวขึ้น หมายความว่า วันสิ้นโลกจะเกิดไวขึ้นกว่าเดิม"
"แล้วเธอเชื่อใจสมุดเล่มนี้แค่ไหน"
"ผมเชื่อมันครับ มากที่สุดเลย"
"อืม"
"พี่คือก่อนหน้านั้น จิตของผมมีเพียงครึ่งเดียว ตอนที่ผมกำลังหลบหนีคนพวกนั้นทำให้จิตของผมรวบรวมครบ เป็หนึ่งเดียว นี่เลยอาจจะเป็เหตุให้ครอบครัวของเราตามหาผมไวขึ้น อีกอย่างการที่จิตของผมรวมเป็หนึ่งนั้น มันทำให้ผมมีความสามารถมาด้วย"
"ความสามารถ?" ทุกคนที่อยู่ในห้องเมื่อได้ยินเื่นี้ต่างกพากันใเป็อย่างมากว่าอะไรคือความสามารถ??
พรึบ!! จู่ๆก็มีส้มโผล่ออกมากลางห้อง และเมื่อคีธเอามือจับที่ส้ม ส้มก็หายไป!! และจู่ๆก็มีส้มโผล่มาอีกครั้ง!! คีธจึงยื่นส้มให้ทุกคนกินเล่น
รสชาติของส้มนั้นจะมีรสชาติออกหวานติดเปรี้ยวนิดหน่อย คล้ายส้มราคาแพงแต่พอกินไป รู้สึกถึงพลังอ่อนๆบางสายเข้าไปฟื้นฟูในร่างกาย ลัวร์และพวกลูกน้องนั้นเป็พวกที่ไวต่อเื่พวกนี้มาก พวกเขาฝึกวิชายุทธมามากมีหรือจะไม่รู้สึกอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ เมื่อรับรู้ถึงเื่นี้ดวงตาของลัวร์ก็มืดลงไปนิดหนึ่ง เขากลัวว่าจะมีเื่เกิดขึ้นกับน้องในอนาคตจริงๆ!!
ส้มที่ถูกปลูกอยู่ในมิตินั้นจะมีรสชาติอร่อยกว่าส้มทั่วไป ซ้ำยังมีพลังวิเศษคือ ทำให้พลังที่ใช้ไปนั่นเกิดการฟื้นฟูขึ้น หายเหนื่อยได้ไว ซ้ำยังทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย
"คีธ นี่คือ"
ทุกคนที่เห็นแบบนั้นต่างก็พากันสงสัย แต่คนเป็ลูกน้องนั้นไม่กล้าถาม พวกเขารอนายท่านของพวกเขาถามขึ้น
"ครับ มิติของผมเอง พลังพวกนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดไวรัสครับ"
แม้จะใที่คีธมีพลังพิเศษก่อนวันสิ้นโลกตามที่คีธบอก แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป เขารู้ทุกคนมีความลับกันหมดทั้งนั้น ถ้าคีธไม่อยากบอก เขาก็จะไม่ถาม!!
"คีธ ครอบครัวของเราอยากเจอน้อง ทั้งพ่อแม่และน้องสาวของเรา รามิลก็อยากเจอ นายด้วย" ลัวร์บอกเื่ที่ครอบครัว้าเจอคีธ ลัวร์นั้นค่อนข้างเกรงใจคีธมากเพราะคีธนั้นเจอครอบครัวที่ไม่ดี เขาเลยกลัวว่าน้องไม่อยากกลับไปที่บ้านที่แท้จริง แต่ก็ผิดคาดในเมื่อน้องบอกว่าตกลงที่จะไปกับเขา
"ตกลงครับ"
"ดี งั้นไปกันตอนนี้เลย มีสิ่งไหนที่น้องต้องเก็บก็เก็บมาให้เรียบร้อย แต่ของบางอย่างที่ไม่จำเป็ไม่ต้องเอาไปก็ได้ ที่คฤหาสน์ของพวกเรามีครบอยู่แล้ว"
"ครับพี่"
จากนั้นทุกคนจึงพากันไปหาคนในครอบครัวเสตนะกุล!!